อาอู่พาพี่เดชและแก้วฟ้า มาที่บ้านท่านอาจารย์เมฆา ท่านพอรับฟังก็ตกลงรับไว้ตามที่หลวงปู่บอก โดยให้แก้วฟ้าขึ้นมาอยู่บนเรือน ส่วนเดชนั้นไปนอนที่เรือนเดียวกับอาอู่ วันเวลาล่วงไป 6 เดือน อาอู่กับเดชก็ได้ฝึกฝนวิชาของอาจารย์เมฆาจนเกือบหมดทุกแขนง ถึงแม้ว่าเดชอาจจะไม่สามารถเทียบกับอาอู่ได้ แต่ถ้าเปรียบเทียบกันคนอื่นแล้วหามีใครเปรียบเทียบกับเขาได้ มาวันหนึ่งอาจารย์เมฆาก็ได้มาบอกว่าวันรุ่งขึ้นจะพาอาอู่กับเดช จะไปเมืองละโว้เพื่อเรียนวิชาเพิ่มเติม ที่สำนักตักศิลาที่เขาสมอคอน ให้ทั้งสองเตรียมตัว
ระหว่างเดินทางอาจารย์เมฆาเล่าให้ฟังว่า
“ สำนักตักศิลาแห่งนี้ เคยสอนาามาแล้วหลายองค์ เช่น พระยารามคำแหง แห่งเมืองสุโขทัยพระยางำเมือง แห่งเมืองพระเยา ดังนั้นเวลาอยู่ที่สำนักแห่งนี้พยายามอย่าไปมีเื่กับใคร เพราะไม่รู้ว่าเื้ั ของเขามีความเป็มาอย่างไร พวกเ้าทั้งสองคนมีเวลาศึกษาเล่าเรียนที่นี่ 2 ปี แล้วอาจารย์จะมารับเ้ากลับ” อาจารย์เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงห่วงใย เพราะต้องจากกันถึง 2 ปี
“ ท่านอาจารย์ฝากบอกท่านพ่อกับหลวงปู่ด้วยนะขอรับ” อาอู่รีบเอ่ยขึ้นมาเพราะยังไม่ทันได้บอกท่านพ่อและหลวงปู่เลย
“ ไม่ต้องกังวลข้าจะบอกเอง แล้วเ้าเดช จะฝากบอกใครไหม”
“ ไม่ขอรับ บอกแค่ แก้วฟ้าก็พอ” เดชบอกเพียงเท่านี้
ในที่สุดทั้งหมดก็มาถึงที่เขาสมอคอนสำนักตักศิลา ที่ด้านหน้าสำนักตักศิลา มีผู้คนได้เดินทางมากที่สำนักกันตักศิลามากมายจนเต็มทางเข้าอาจารย์เมฆาต้องใช้เวลาเบียดผู้คนเพื่อที่จะเข้าไปด้านในด้วยความยากลำบาก
ในขณะที่จะเข้าไปด้านในสุด ก็มีชาย2คนะโเข้ามาขวางไว้ พร้อมทำหน้าตาดุๆ
“ พวกเ้าจะไปไหน ข้างในเป็เขตเฉพาะลูกศิษย์ คนนอกห้ามเข้า ถ้าพวกเ้ามาสมัครเข้าเรียน ไปต่อคิวด้านหน้า” คนเฝ้าประตูไม่ยอมให้เข้าไป
“ เ้าไปบอกท่านเ้าสำนัก บอกว่า แม่ทัพเมฆาขอพบ” อาจารย์เมฆาแนะนำตัวเองออกไป
“ แม่ทัพเมฆา ท่านคือท่านอาจารย์อาเมฆา โอ้ เชิญทางนี้ ข้าต้องขออภัยด้วยที่จำท่านไม่ได้ เชิญท่านทางนี้” ผู้เฝ้าประตูเปลี่ยนเสียงทันที แล้วพาอาจารย์เมฆา
มารอในห้องโถงใหญ่ของสำนัก ไม่นานก็มีชายแต่งกายชุดขาว คล้ายพราหมญ์เดินนเข้ามา
“ ไม่เจอกันนาน ศิษย์น้อง “ เ้าสำนักตักศิลานามว่าราเชน ทักทาย
“ ศิษย์พี่ “ อาจารย์เมฆายกมือไหว้
“ นี่คืออาจารย์ลุงของพวกเ้า” อาอู่กับเดชยกมือไหว้
“ พูดมาเถอะ ว่าเ้าทำไมถึงกลับมาที่นี่อีก เ้าลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพไปสิบกว่าปี แล้วหายไป ข้าไม่คิดว่าเ้าจะกลับมาอีกแล้ว” เ้าสำนักเอ่ยถาม
“ ข้าอยากให้ศิษย์ข้าทั้งสองคนมาเรียนที่สำนักตักศิลา” อาจารย์เมฆาเอ่ยขึ้น
“ ศิษย์ของเ้าทั้งสองนี่ดูแล้วไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ว่ากฏก็ต้องเป็กฏ ถ้าหากว่าพวกเ้าทั้งสอง สอบผ่านก็เข้าเรียนได้ “ เ้าสำนักหันไปพยักหน้ากับศิษย์ผู้หนึ่ง
“ ข้าให้เวลาพวกเ้าได้ทดสอบกับศิษย์พี่ของเ้าคนนี้ ภายในเวลา 4 ลมหายใจหากว่าเ้ายังยืนอยู่ได้เ้าก็ได้สิทธิ์เรียนที่นี่” เ้าสำนักเอ่ยขึ้น
อาจารย์เมฆาให้เดชออกมาทดสอบก่อนเป็คนแรก ศิษย์พี่คนนี้มีนามว่า สิงห์
เป็ศิษย์ลำดับที่ 8 ของสำนักตักศิลาวัย 20 ปี ถนัดทางหมัดมวย เดินไปกลางห้องโถงที่มีขนาดกว้างขวาง พอเหมาะให้มีการประลองย่อยได้ เดชก้าวตามออกไปอย่างไม่สะทกสะท้านเช่นกัน นี่นับเป็การต่อสู้กับผู้อื่นเป็ครั้งแรกของเขา หลังจากได้มาฝึกกับอาจารย์เมฆา และที่สำคัญเขาได้คู่ซ้อมอย่างอาอู่ ทำให้ฝีมือเชิงมวยเขาได้พัฒนาไปอย่างมาก ทั้งสองยืนประชันหน้ากัน แล้วคำนับให้กัน
ศิษย์พี่สิงห์ พุ่งตัวเข้าหาเดชอย่างว่องไว เมื่อได้ระยะก็เหวี่ยงหมัดขวาเข้าใส่อย่างเต็มเหนี่ยว เดชไม่ถอย แล้วยกแขนซ้ายตั้งรับ ตูม เดชถึงกับถอยหลังไปสองก้าว
ในใจถึงกับอุทานว่าหมัดเหวี่ยงของศิษย์พี่นี่หนักหน่วงจริงๆ แต่ไม่ทำให้เดชถึงกับเสียขวัญ เดชเดินก้าวไปข้างหน้า พอใกล้ระยะหมัด ก็โดนศิษย์พี่เหวี่ยงหมัดขวามาอีกอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้เดชหลบฉากไปทางซ้าย แล้วปล่อยหมัดซ้ายกระแทกโดนที่ใบหน้าขวาของศิษย์พี่เต็มๆ ตูม ! ศิษย์พี่สิงห์เอียงไปด้านข้างทันทีแต่ไม่ล้ม กำลังจะบุกเข้ามาสู้กันใหม่ ก็มีเสียงะโขึ้น
“ พอแล้ว เ้าผ่าน” อาจารย์ลุงเ้าสำนักะโออกมา เพราะเห็นว่าเชิงมวยของเดชนั้นเป็ต่อสิงห์ ขืนสู้ต่อคงสู้ไม่ได้แน่
อาจารย์เมฆาพยักหน้ากับเดช แล้วให้อาอู่เข้าไปสู้เป็คนต่อไป อาอู่เดินมากลางห้องโถง เห็นศิษย์พี่สิงห์ ยังมีอารมณ์โมโหค้างอยู่ เห็นอาอู่เข้ามาก็รอให้อาจารย์สั่งก่อน พอสิ้นเสียง “ เริ่มได้” ศิษย์พี่สิงห์ก็พุ่งเข้าใส่อาอู่ทันทีเปรี้ยง ! ศิษย์พี่สิงห์กระเด็นถอยหลังลงไปนอนกับพื้นลุกไม่ขึ้น เอามือกุมท้องร้องไม่ออกเพราะว่ามันจุก และยังไม่รู้ว่าตัวเองโดนอะไร อาจารย์เ้าสำนักถึงกับลุกขึ้นยืนทันที เพราะไม่ทันเห็นเช่นกันว่าสิงห์โดนอะไรถึงไปนอน กุมท้องอยู่ที่พื้นอาอู่ยังยืนอยู่กับที่หลังจากใช้เท้าดีดด้วยความไวสูงสุดเข้าที่ท้องน้อยแล้วดึงกลับมา พอดีได้แรงบวกที่ศิษย์พี่วิ่งเข้ามาด้วย เลยร่วงไปอย่างเร็ว
“ เ้า ผ่าน” เ้าสำนักเอ่ยเบาๆ เสร็จแล้วเ้าสำนักก็เชิญอาจารย์เมฆามาคุยกับสองคนภายในห้อง
“ ศิษย์น้องเด็กสองคนนี่มีประวัติอย่างไร โดยเฉพาะอาอู่คนนี้” เ้าสำนักถามทันที
“ บอกศิษย์พี่ตามตรง เด็กสองคนนี้มีชะตาชีวิตไม่เหมือนคนทั่วไป ข้าไม่เคยเห็นใครที่เป็แบบนี้ เวลาข้าอยู่ใกล้พวกมัน ก็เกิดความเอ็นดูรักใคร่ แต่บางครั้งข้าก็รู้สึกกลัวเกรงพวกมัน โดยเฉพาะอาอู่นั้นเด่นชัดมาก เ้าเดชเป็บุตรของเ้าเมืองสุพรรณภูมิ ส่วนอาอู่ยังเป็ความลับ เพราะแม่ของมันตาย แต่ข้าเชื่อว่าพ่อเลี้ยงมันน่าจะรู้แน่ แต่ข้ายังไม่อยากรู้รายละเอียดตอนนี้ อยากให้พวกมันมีความรู้ให้มากที่สุดใน่นี้ “ อาจารย์เมฆาเล่าให้ฟังอย่างไม่ปิดบัง
“ ข้าเข้าใจแล้ว ั้แ่เมืองละโว้ ได้ผลัดแผ่นดิน ชาวเมืองใช้ชีวิตยากลำบากขึ้น
ทางวังหลวงรีดภาษีเก็บส่วยจากชาวบ้าน จนต้องหนีไปอยู่ที่เมืองอื่นเป็จำนวนมาก แล้วยิ่งตอนนี้ถูกราชสำนักขอมเข้าครอบงำ อะไรต่อมิอะไรก็ต้องถามไปที่ราชสำนักขอม เหล่าข้าราชการในราชสำนักคนใดแข็งข้อ ก็ถูกสั่งตายโดย นักฆ่าจากขอม ดีแล้วที่เ้าลาออกไป มิเช่นนั้นเ้าคงอาจประสบชะตากรรม เหมือนคนอื่นๆ”
เ้าสำนักเอ่ยอย่างเบื่อหน่าย
“ ถ้าองค์ชายใหญ่ยังอยู่บ้านเมืองคงไม่เป็แบบนี้” อาจารย์เมฆาหวนนึกถึงคนผู้หนึ่ง
“ ไม่น่าเชื่อว่าองค์ชายวรเชษฐ์ จะถูกลอบสังหารได้ ฝีมือระดับนั้นในแผ่นดินนี้ต่อพวกมันมีนับร้อยนับพัน ก็ไม่น่าทำอะไรท่านได้ คงต้องมีเื้ับางอย่างแน่”
เ้าสำนักเอ่ยมาเช่นกัน
“ ใช่แล้วข้าว่าคงต้องเป็คนสนิทที่ท่านไว้ใจ ลอบทำร้ายท่านก่อน ไม่เช่นนั้นศิษย์ของท่านฤาษี จะตายได้อย่างไร” อาจารย์เมฆากล่าว
“ ข้าจะให้อาอู่กับเ้าเดชไปคำนับท่านฤาษี เผื่อว่าท่านจะเมตตารับพวกเขาเป็ศิษย์ หลังจากสิ้นท่านวรเชษฐ์ไปแล้ว ท่านก็ไม่ปรากฏร่างให้ใครเห็นอีกเลยขนาดกษัตริย์องค์ใหม่มาเอง ท่านยังไม่ปรากฏร่างเลย” เ้าสำนักเอ่ยให้ฟังพร้อมแปลกใจ
“ ข้าฝากพวกเขาไว้กับท่านด้วย อีก 2 ปีข้าจะมารับพวกเขากลับไป” อาจารย์เมฆากล่าวเสร็จก็ลาจากไป พร้อมฝากฝังทั้งสองคนไว้ด้วย
คืนนั้นทั้งอาอู่กับเดชก็ได้อาศัยที่สำนักตักศิลา แห่งนี้ รุ่งเช้าอาจารย์เ้าสำนักได้ให้ทั้งสองคนมาเข้าพบ เพื่อพูดคุยเื่การศึกษาของที่นี่
“ สำนักของเรานี้ก็ตั้งโดย ท่านสุกกทันตฤาษี มาหลาย ร้อยปีแล้ว สมัยก่อนหน้านั้น ทางสำนักรับสมัครเรียนเฉพาะคนในสำนักราชวัง เพียงเท่านั้น แต่ต่อมาท่านฤาษี ได้ให้รับสมัครผู้คนทั่วไปด้วย แต่ต้องผ่านการทดสอบแบบที่ทดสอบพวกเ้านั่นแหละ แต่ไม่ได้ทดสอบต่อสู้เพียงอย่างเดียว บางทีผู้สมัคร้าเรียนวิชาด้านอื่น เช่นโหราศาสตร์ วิชาการา เวทย์มนต์ คาถา และอีกหลายแขนง
ดังนั้นในสำนักจึงมีลูกศิษย์ที่หลากหลายวิชา มาเล่าเรียนที่นี่รวมกันอยู่มากมาย ที่อาจารย์ของพวกเ้าส่งให้พวกเ้ามาเรียนที่นี่ ก็เพื่อให้เรียนรู้หลากหลายวิชา ดังนั้นข้าจะให้เ้าสิงห์ ต่อไปก็จะเป็ศิษย์พี่ของเ้า แนะนำและพาไปที่เรียน แต่ละที่ แต่ก่อนที่จะไปเรียน เ้าสิงห์ พาพวกเขาไปกราบท่านฤาษีผู้ก่อตั้งเสียก่อน พวกเ้าไปกันได้แล้ว” เ้าสำนักกล่าวเสร็จก็หลับตาพักผ่อน
“ พวกเ้าทั้งสองคนนี่มีฝีมือไม่เลว แต่พวกเ้าอย่าคิดว่าชนะข้าได้แล้วจะเก่งกว่าใคร เพราะตัวข้าเองนั่นอยู่อันดับที่ 8 ยังมีผู้ที่เหนือกว่าข้าอีกมาก นี่ยังไม่รวมผู้ที่ไม่ยอมเข้าจัดอันดับอีกนะ " ศิษย์พี่สิงห์อธิบาย
“ ศิษย์พี่ยังมีผู้ที่ไม่เข้าร่วมจัดอันดับได้ด้วยหรือ” เดชถามด้วยความสงสัย
“ ใช่แล้ว ผู้ที่เข้ามาเรียนที่นี่ บางคนมีเป็คนมีอำนาจในราชสำนัก มีคนคุ้มครองติดตามมาก็เยอะ พวกเ้าต้องระวังคนเหล่านี้ หากมีเื่กันขึ้นมา อาจารย์ก็ไม่สามารถคุ้มครองเ้าตลอด ทั้งวันทั้งคืน เคยมีคนถูกฆ่าตายใน่กลางคืนก็หลายครั้ง เพราะไปมีเื่กับคนพวกนี้ จำเอาไว้” ศิษย์พี่สิงห์เล่าให้ฟังอย่างหวาดกลัว
และแล้วศิษย์พี่ก็พามาถึงถ้ำแห่งหนึ่ง ภายในมีรูปปั้นฤาษีท่านหนึ่ง ตั้งอยู่เป็สง่ากลางถ้ำ เป็รูปปั้นในท่ายืน ถือไม้เท้า อาอู่รีบเข้าไปจุดธูปกราบไหว้ท่านทันที
ไม่รู้เป็อะไร ทำให้อาอู่รู้สึกคุ้นเคยกับท่านเป็พิเศษ เดชตามเข้ากราบไหว้เช่นกัน ในขณะที่อาอู่ก้มลงกราบก็มีความรู้สึกว่ามีมือมาลูบที่หัวของเขาทำให้อาอู่มีความรู้สึกเย็นสบาย และมีเสียงเบาๆ มาเข้าหูของเขา
“ เ้ากลับมาแล้ว อาจารย์รอเ้ากลับมานานแล้ว”
“ ท่านเป็ใคร” อาอู่โต้ตอบไปทางจิต
“ เฮอะ เ้านี่ยังจำข้าไม่ได้อีกรึ?” เสียงลึกลับเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ ข้าจำท่านไม่ได้จริงๆ ขอรับ” อาอู่พูดตามตรง
“ คืนนี้เ้ามาหาข้าที่นี่ แล้วเ้าจะได้รู้ว่าข้าเป็ใคร” เสียงลึกลับเอ่ยจบก็เงียบไป