“!” ฉันก้าวถอยหลังในจังหวะที่พี่ทารัสสาวเท้าเข้ามา
และมันก็เป็อยู่อย่างนี้จนคนตัวสูงเข้ามาถึงตัวฉัน
หมับ!
ชายเสื้อฮูดที่ฉันสวมถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลทำให้ลำตัวฉันมันเซเข้าไปหาพี่เขาและ ‘เกือบ’ จะซบหน้าลงบนหน้าอกใหญ่นั้นด้วย
-///- ตอนนี้ใบหน้าฉันมันกำลังร้อนขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
ยิ่งััได้ถึงลมหายใจของพี่ทารัสก็ยิ่งทำเอาจิตใจฉันมันไม่ยอมสงบลง มีแต่จะตื่นเต้นมากกว่าเดิม
“พะ...พี่ทารัส!” เพราะจู่ ๆ เขาก็มาจับเหนือข้อมือและเลิกแขนเสื้อฮูดฉันขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัวก็เลยเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“…” เขาไม่พูดอะไรนอกจากแค่ชายตามองแล้วขมวดคิ้วก่อนจะก้มหน้าลงมามองที่ข้อมือฉันต่อ
เขาจ้องข้อมือฉันและจับพลิกหน้าหลังอย่างแ่เบา
เหตุผลที่พี่เขาไม่กระทำรุนแรงคงเพราะ ‘รอยแดง’ ที่ได้มาจากเหตุการณ์เมื่อวาน
“คนที่ร้านไม่สอนหรือไงว่าถ้าเจอเื่แบบเมื่อวานต้องทำยังไง” พี่ทารัสปล่อยข้อมือฉันและตัวเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ระหว่างนั้นก็ถามคำถามอย่างที่ได้ยินเมื่อกี้ต่อ
“มันฉุกละหุกน่ะค่ะพี่รุ้งก็เลยบอกเดือนไม่ทัน” ฉันเม้มปากเล็กน้อยหลังเผลอแทนชื่อตัวเองโดยไม่รู้ตัว
“…” พี่ทารัสไม่ตอบอะไรนอกจากหยิบของบางอย่างที่มีลักษณะเป็กระปุกกลมสีครีมขนาดเล็กออกมา
“เอ่อ...” ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อ พี่เขาก็จับของที่ว่ามาวางไว้บนฝ่ามืออีกข้างของฉันแล้ว
“ทาเช้าเย็นแล้วก็ก่อนนอน อีกสองสามวันรอยแดงคงจางลงบ้าง” เขาชี้นิ้วมาที่ข้อมืออีกข้างแล้วมองหน้าฉัน
“ถ้ายังปวดก็ไปโรงพยาบาล ส่วนค่าใช้จ่ายเดี๋ยวจัดการให้เอง” ว่าจบเขาก็เลิกคิ้วขวาขึ้นเล็กน้อยพร้อมจ้องมองฉันเหมือนจะบอกเป็นัย ๆ ว่าที่เขาพูดฉันเข้าใจไหม
“ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ฉันรับของที่ว่ามาอย่างเต็มใจ เพราะสีหน้าที่พี่ทารัสแสดงออกตอนนี้มันน่ากลัวนี่นา ขืนปฏิเสธฉันคงได้กลายเป็ศพไปก่อนแน่
แค่เห็นพี่เขาแสดงอิทธิพลในห้องอาหารเมื่อวานก็พอจะรู้แล้วว่าหากขัดใจเมื่อไรชีวิตที่สั้นอยู่แล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่เขาก็คงได้สั้นลงไปอีกน่ะสิถ้าทำให้พี่เขาโมโห
“มีอะไรอีก?” แล้วพี่เขาก็ถามต่อด้วยแววตาเชิงรำคาญ
“งะ...งั้นเดือนขอตัวก่อนนะคะ!” ฉันก้มหน้าก้มตาพูดเพราะอยากหลบสายตาที่พี่เขาใช้จ้องมอง
คนตรงหน้าคงกำลังบอกเป็นัยว่าถ้าหมดธุระแล้วก็ไสหัวไปให้พ้นหน้าสินะ
ฉันเข้าใจถูกใช่ไหม…
เอาเป็ว่ารีบออกไปจากบรรยากาศที่แสนอึดอัดนี่ก่อนดีกว่า ยิ่งอยู่ใกล้พี่เขาฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย
ทารัส Talks
ตึก ๆ ~
ผมมองแผ่นหลังของคนตัวเล็กที่เพิ่งวิ่งเหมือนลูกหนูออกไปเมื่อกี้ ไม่รู้ว่าจะกลัวอะไรผมขนาดนั้นถึงได้มีท่าทางตื่นตูมอยู่ตลอดเวลา
ถึงเธอจะแสดงออกว่ากลัวให้เห็นง่าย ๆ แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อไรดูเหมือนลูกหนูตัวนั้นก็ทำใจดีสู้เสือเป็กับเขาด้วยเหมือนกัน
ถึงจะแสดงออกไปในท่าทางที่เหมือนพวกขี้แพ้ก็เหอะ
เื่เมื่อคืนก่อน...สิ่งที่ไอ้คลิโอทำมันคือการหยามหน้าผมและพ่อ เพราะมันกล้ามากที่แสดงพฤติกรรมโสมมกับคนในเขตของผมอย่างไม่เกรงกลัว
อันที่จริงพนักงานที่ร้านทุกคนต่างรู้กันอยู่แล้วว่าถ้าโดนแบบนั้นจะต้องจัดการยังไงต่อ ผมเลยไม่เข้าไปยุ่งกับเื่เล็ก ๆ พวกนั้นเพราะยังไงเดี๋ยวเธอคงจัดการเองได้
และที่ไม่เข้าไปยุ่งก็เพื่อกันไม่ให้ไอ้พวกเขตที่เหลือมาใช้เหตุการณ์เ่าั้เป็ข้ออ้างหาเื่เปิดศึก
เพราะงั้นทุกการกระทำจึงต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา
แต่...มันก็ไม่เป็อย่างที่คิดเมื่อเธอเอาแต่ยืนกลัวตัวสั่นเหมือนเ้าเข้า และด้วยท่าทางแบบนั้นเลยทำให้ไอ้คลิโอมันได้ใจ
ทั้งที่กลัวก็ยังเอาแต่ยืนเงียบไม่แม้แต่จะหันมาขอความช่วยเหลือจากผม เป็ท่าทางที่อวดดีจนน่าหมั่นไส้
“ฐิตา จันทรประการ ชื่อเล่น เดือนดาว เพิ่งย้ายเข้ามาในเขตเราเมื่อหนึ่งปีก่อน ส่วนคนที่รับรองให้เป็คนเก่าที่อยู่มานานชื่อว่าวลัยพร สำราญทรัพย์” ผมละสายตาออกจากแผ่นหลังเล็กเมื่อเธอเดินห่างออกไปไกลจนลับตาแล้ว
จากนั้นก็ยืนฟังรายงานจากผู้ช่วยมากฝีมือของตัวเองที่เพิ่งเดินออกมาจากซอกเล็ก
ก็ถ้ามีใครมาเห็นคนนอกอย่างมันเข้าอาจเป็เื่ได้
‘หาร’ ชายหนุ่มผมทรงอันเดอร์คัตดำเข้มเหมือนสีตาพร้อมด้วยใบหน้าออกไปทางผู้หญิง เพราะฉะนั้นมันเลยชอบสวมใส่แว่นสายตาบดบังไว้คงหวังให้ดูซอฟต์ลง นอกจากนี้ยังมีนิสัยชอบพกแท็บเล็ตติดตัวอยู่ตลอดเวลา
ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นผมอายุสิบหกหรือเปล่านะที่พ่อส่งมันมาอยู่ภายใต้การดูแลของผม
สภาพมันตอนนั้นมอมแมมเหมือนหมาโดนรุมกัดเพราะถูกลูกน้องของพ่อซ้อมมาจนอ่วม ก็ถ้ามันไม่มาสืบเื่ครอบครัวผมก่อนป่านนี้ก็คงเป็ด็อกเตอร์ทำงานในองค์กรใหญ่ไปแล้ว
จะว่าไปตอนนั้นควบคุมมันยากพอควรเพราะดันหัวสูงไม่อยากรับใช้คนที่อายุน้อยกว่าเป็สิบปีอย่างผม
แต่ก็นั่นแหละไม่ว่าจะหัวสูงมาจากไหน ผมก็มี ‘วิธีฝึก’ ให้เชื่องอยู่ดี
“เธอย้ายออกไปจากเขตเราใน่เวลาไล่เลี่ยกับที่ผู้หญิงคนนั้นย้ายเข้ามา ส่วนที่อยู่ใหม่คือต่างจังหวัดครับ” พอมันเห็นว่าผมไม่ขัดอะไรก็รายงานต่อ
“ทั้งคู่มีความสัมพันธ์แบบพี่น้องข้างบ้านกัน และก่อนไปเธอก็ได้ฝากน้องสาวให้เข้าทำงานที่เหลียงภัตตาคารอย่างที่เห็นครับ” เมื่อหารพูดจบมันก็กดปิดแท็บเล็ตในมือแล้วเงยขึ้นมามองผมด้วยท่าทางเรียบร้อย
“แล้วเื่นั้นล่ะ” ผมเดินไปริมระเบียงเพื่อรับลมจากนั้นก็ทอดสายตามองเหล่านักศึกษาด้านล่างที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“ดูเหมือนว่าเธอจะปิดปากเงียบไม่ได้เล่าเื่ที่เห็นให้ใครฟังเลยสักคน” ผมขมวดคิ้วเพราะมันค่อนข้างต่างจากที่คาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้ามากพอประมาณ
เื่ที่เธอรู้เื้ัของผมแล้วแต่กลับเก็บเงียบเอาไว้มันเป็เพราะอะไรกัน อย่างน้อยก็ต้องแสดงความโลภให้เห็นหน่อยสิ อย่างการมาทำข้อตกลงแล้วใช้เื่ที่รู้มาขู่ให้ผมกลัว
น่าสนุกกว่าการเก็บเงียบไว้เยอะเลย
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————