เช้าวันใหม่ ณ จวนใต้เท้าลี
"ท่านพ่อ ลูกขออยู่ที่นี้ต่อได้หรือไม่ เ้าค่ะ" ฮายอนเอ่ย ด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
"เ้าจะ อยู่ไปใย ใยไม่กลับเมืองเรา" แม่ทัพซอ เอ่ยถามบุตรสาว
"ข้าอยากเดินเที่ยวชมเมืองหลวงหน่อยเ้าค่ะ ั้แ่มาถึงนี้ข้าก็ยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย นอกจาก จวนกับวังหลวง" ฮายอน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"นะ เ้าค่ะ ท่านพ่อ ข้าอยากพักผ่อนบ้าง หลายวันมานี้ข้าคร่ำเคร่งแต่กับการแข่งเท่านั้น" ฮายอน เดินเข้าไปเกาะแขนท่านพ่อ พร้อมน้ำเสียงออดอ้อน แกมประชดประชัน
"แล้วเ้าจะอยู่ที่นี้ ผู้เดียวได้เยี่ยงไร" แม่ทัพซอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงและกังวล
"ไม่ต้องห่วง แม่ทัพซอ เดียวข้ากับฮูหยินจะเป็ธุระคอยดูแลนางให้ ระหว่างอยู่ที่นี่" ใต้เท้าลี ช่วยพูดให้แม่ทัพซอคลายกังวล
"ข้าสัญญา ว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่เป็ภาระให้ท่านลุงกับท่านป้า ต้องปวดหัวแน่นอน เ้าค่ะ" ฮายอน เดินเข้าไปหาฮูหยินใต้เท้าลี พร้อมกับเอาศีรษะแนบแขนของนาง ด้วยความออดอ้อน ดั่งลูกแมวตัวน้อย
"ดูสิ ทำท่าทางเข้า เมื่อวานเป็ดั่งนางพญา ไฉนวันนี้กลายเป็ลูกแมวตัวน้อยไปได้" ฮูหยินใต้เท้าลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอ็นดู พรางเอามือลูบหัวฮายอนด้วยความรักใคร่
"ท่านแม่ทัพ ไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลนางเป็อย่างดี เสมือนลูกสาวตัวน้อยเลยทีเดียว" ฮูหยินใต้เท้าลี เอ่ยสนับสนุนอีกแรง
"งั้นให้ แฮซู อยู่ดูแลเ้าที่นี่" แม่ทัพซอเอ่ยอนุญาต
"เ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ" แฮซูตอบรับ
"แต่พ่อไม่อนุญาตให้เ้าอยู่ที่นี่หลายวัน" แม่ทัพซอเอ่ยย้ำเตือนบุตรสาว
"เ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ" ฮายอนเอ่ยอย่างล้อเลียน
"ลูกจะเที่ยวเล่นที่นี่ไม่นานหรอกเ้าค่ะ ลูกจะรีบกลับไปเมืองชิลลา ลูกคิดถึงท่านยายแล้ว ปานนี้ท่านยายคงคิดถึงลูกเช่นกัน" ฮายอนเอ่ย
คุณหนูซอฮายอน ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้ม แสดงความดีใจเป็ที่สุด แท้จริงแล้วนางไม่ได้้าเที่ยวชมเมืองแต่อย่างใด นาง้าไปที่บ้านหลังน้อยที่จางจองอิมกับครอบครัวเคยอาศัยอยู่ต่างหากเล่า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองมากนัก
จองอิมอยากรู้ว่าบิดาและมารดาของตนนั้น ณ ตอนนี้เป็เช่นไรบ้าง ไหนๆนางก็มีโอกาสได้มาเมืองโคกูรยอแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อใด ก็ขอไปดูความเป็อยู่ของบิดาและมารดาเสียหน่อย
หลังจากที่ครอบครัวของนางเดินทางกลับกันไปหมดแล้ว นางก็เตรียมตัวที่จะออกไปเช่นกัน
"แล้วเ้าจะออกไป โดยไม่ให้คนรู้ว่าเป็เ้าได้เยี่ยงไร อย่าลืมว่าตอนนี้ เ้าโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน มีหวังได้โดนรุมล้อมด้วยบรรดาบุรุษทั้งเมืองเป็แน่" ฮูหยินใต้เท้าลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็กังวล
"ไม่ต้องกังวลเ้าค่ะ ท่านป้า ข้าเตรียมพร้อมไว้แล้ว แฮซู ขอชุดข้าที" ฮายอนยื่นมือไปรับชุดจากแฮซู
ชุดที่แฮซู ยื่นมานั้น เป็ชุดของบุรุษชาวบ้านธรรมดา สีออกเข้มๆ เก่าๆ ไม่โดดเด่นอันใด
"ฮ่าๆๆๆๆ เ้านี่นะ จริงๆเลย" ใต้เท้าลีหัวเราะออกมาเสียงดัง ด้วยความชอบใจ
"แล้วอย่ากลับจนมืดค่ำหล่ะ มันอันตราย ป้าเป็ห่วงเ้า" ฮูหยินใต้เท้าลีเอ่ย อย่างห่วงใย
"เ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อน นะเ้าค่ะ ท่านป้า ท่านลุง" เมื่อนางกล่าวลาทั้งสองเสร็จ นางจึงไปเปลี่ยนชุด และออกจากจวนไปพร้อมกับแฮซู
เมื่อออกมาจากจวนแล้ว หาก้าไปยังนอกเมืองที่เป็บ้านของนางเมื่อครั้งอดีต ก็จำเป็ที่จะต้องเดินผ่านตลาดที่ผู้คนพลุกพล่าน เสียงพูดคุยจอแจเสียงดังไปทั่วตลาด อีกทั้งร้านค้าต่างๆมากมาย จริงๆแล้วตลาดที่เมืองหลวงนั้นดูคึกคักและใหญ่กว่าที่เมืองชิลลาเล็กน้อย แต่ฮายอนนั้นไม่รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับตลาดตรงหน้าแม้แต่น้อย เนื่องจากตอนนี้จิตใจของนางนั้นได้ไปอยู่ที่บ้านของนางนอกเมืองเสียแล้ว
ระหว่างทางนางเดินผ่านร้านน้ำชาเล็กๆ พลันสายตาก็สบเข้ากับ บุรุษหนุ่มรูปงามสามคนกำลังล้อมวงดื่มสุรากัน หนึ่งบุรุษนั้นกำลังยอกเย้ากับสตรีสองนางข้างกาย ร่างหนาพูดบางอย่างกับสตรีข้างกายพร้อมโน้มหน้าไปััแก้มใสอย่างแ่เบา มือหนาก็ลากผ่านแขนของพวกนางไปมา ภาพที่เห็นนั้นดูแล้วอุจาดตาสิ้นดี
นางเกือบจะเดินผ่านพวกเขาไปโดยไม่สนใจ ถ้าไม่ใช่เพราะนางรู้สึกคุ้นหน้า บุรุษผู้นั้นอย่างประหลาด นางคิดอยู่สักพักนึง ก็นึกได้ว่านางเคยเจอบุรุษหนุ่มผู้นี้ที่ใด
"บุรุษที่เจอที่อุทยาน ในวังหลวง นี่เอง เหอะ...ช่างทำตัวน่ารังเกียจเสียจริง อุจาดตายิ่งนัก" ฮายอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรังเกียจ และดูแคลน
นางดึงสายตากลับมา อย่างไม่สนใจใยดี และรีบเร่งฝีเท้าเดินห่างออกจากเมืองหลวงไปเรื่อยๆ โดยไม่หยุดพัก
"คุณหนูเ้าค่ะ คุณหนูจะไปที่ใดเ้าค่ะ ไม่เที่ยวชมในเมืองหรือเ้าค่ะ" แฮซูเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ข้าอยากไปเที่ยวดูธรรมชาตินอกเมืองเสียหน่อย" ฮายอนเอ่ย พร้อมเท้าทั้งสองข้างก้าวเดินไปเรื่อยๆ
ไม่นานนักนางก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่นางคุ้นเคยในอดีต บรรยากาศโดยรวมนับว่าไม่เปลี่ยนไปมากนัก มีแค่บ้านเรือนส่วนใหญ่ที่ดูทรุมโทรม เพราะขาดการดูแลบำรุงรักษา ผู้คนในหมู่บ้านต่างเดินผ่านนางไปมา โดยไม่มีใครสนใจนาง บางคนที่เดินผ่านนาง นางจำได้บ้างไม่ได้บ้าง นางรีบเดินไปยังบ้านหลังเล็กของนางด้วยใจที่เต้นรัวดั่งกลอง นางรู้สึกทั้งตื่นเต้น กังวล และหวาดกลัว
เมื่อนางมาถึงหน้าบ้าน นางพยายามเพ่งมองเข้าไปในบ้าน จากระยะไกล เนื่องด้วยนางไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้มากนัก นางไม่รู้ว่าถ้าบิดามารดาเห็นนางแล้วนางจะทำเยี่ยงไร นางพยายามมองหาว่ามีใครอยู่ภายในบ้านหรือไม่ บ้านของนางตอนนี้ภายนอกดูทรุดโทรมเป็อย่างมาก เหมือนไม่ได้รับการดูแล
"บ้านของผู้ใดหรือเ้าค่ะ คุณหนู" แฮซูเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"บ้านของคนรู้จักนะ" ฮายอนตอบ
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ภายในบ้าน นางจึงเดินเข้าไป พรางมองสำรวจภายในบริเวณบ้านจนทั่ว ของใช้ภายในบ้านบางส่วนหายไป บางส่วนยังคงอยู่เช่นเดิมเหมือนครั้งที่นางจากมา แต่ทุกมุมของบ้านมีฝุ่นเกาะหนา ดูทรุดโทรมอย่างมาก เหมือนกับไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่มาเป็เวลานาน พลันสายตาของนางก็ปะทะเข้ากับป้ายหยกชิ้นเล็กรูปร่างมิคุ้นตา นางหยิบขึ้นมาพิศมองด้วยความสงสัย
'ป้ายหยกชิ้นนี้ไม่ใช่ทั้งของบิดาและมารดานางอย่างแน่นอน แล้วเป็ของผู้ใดกัน' นางได้แต่คิดในใจ ด้วยความสังสัย ยากที่จะหาคำตอบในเวลานี้ นางจึงเก็บป้ายหยกชิ้นนั้นซ่อนไว้ที่เอว
ระหว่างที่นางสำรวจภายในบ้านอยู่นั้น นางก็เจอกับหญิงชราคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดี นางจำได้ว่าหญิงชราคนนี้เคยมาหามารดานาง เพื่อให้ช่วยรักษาอาการป่วย นางจึงรีบตรงเข้าไปพูดคุยทันที
"เ้ารออยู่นี่แหละ แฮซู" ฮายอนหันไปสั่งแฮซู ก่อนจะรีบเดินตรงไปหาหญิงชราคนนั้น
"ท่านยาย บ้านหลังนี้ไม่มีผู้ใดอยู่แล้วหรือ" ฮายอนเอ่ยถาม ด้วยใจระทึก
"อ่า ใช่แล้วไม่มีผู้ใดอยู่แล้วหล่ะ พ่อหนุ่ม" หญิงชราเอ่ยตอบ
"แล้วเ้าของบ้านหลังนี้ ไปไหนเสียแล้วหล่ะ ท่านยาย" ฮายอนค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อย ที่ไม่ได้เจอบิดาและมารดา
"เฮ้อออ...เสียชีวิตกันหมดแล้วนะสิ พูดไปก็สงสารทั้งบัณฑิตจางแล้วก็หมอจาง" หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
"เสีย...ชีวิต..." ฮายอนใเป็อย่างมาก กับข่าวที่ได้ยิน
"ใช่แล้ว พอทั้งคู่รู้ว่าบุตรสาวคนเดียวเสียชีวิต หมอจางก็ตรอมใจถึงขั้นล้มป่วย จนในที่สุดก็ตาย ส่วนบัณฑิตจาง ก็ตรอมใจตามภรรยา ตายไปอีกคน เฮ้อออ... ไม่น่าเลย ช่างน่าสงสารนัก" หญิงชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าจนแทบร้องไห้ แล้วเดินจากไป ทิ้งให้ฮายอนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกมากมาย
"ไม่จริง......" ฮายอนน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด นางไม่อาจจะเชื่อได้ว่า เื่ที่นางได้ยินนี้เป็ความจริง นางเสียใจถึงที่สุด
"ฮึกๆ ฮือๆๆๆๆ" นางวิ่งออกไปยังป่าด้านหลังหมู่บ้าน ก่อนจะหยุดนั่งลงที่พื้นกลางป่า นางปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะหยุด เสียงร้องไห้ของนางดังไปทั่ว หากใครได้ฟังคงรู้สึกเ็ปยิ่งนัก
แฮซู เห็นคุณหนูของตน พลุนพลันวิ่งออกมา ก็รีบวิ่งตาม จนมาหยุดอยู่กลางป่า พร้อมกับได้ยินเสียงร้องไห้อย่างเ็ปของคุณหนูฮายอน นางไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับคุณหนูของนาง ถึงได้ร้องไห้หนักถึงเพียงนี้ และไม่รู้ด้วยว่าต้องทำอย่างไร จึงทำเพียงยืนอยู่ใกล้ๆคุณหนูฮายอนอย่างเงียบๆ
ร่างบางสั่นเทา มือบางจิกเสื้อตัวเองจนแน่นด้วยความเ็ปจากหัวใจ มันเจ็บจนนางแทบจะรับไม่ไหว ถึงแม้จะอยากตายตามบิดาและมารดาไป แต่นางจะตายไม่ได้ ร่างนี้นั้นมิใช่ของนางหากนางตายไปท่านพ่อ ท่านยายของฮายอนจะเสียใจเพียงใด แถมนางยังเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และมีโอกาสได้เกิดใหม่อีกครั้ง เพื่อเอาคืนทุกคน นางจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป
ดังนั้นนางจะร้องไห้ให้หมดแค่ในวันนี้ หลังจากนี้นางจะเข้มแข็งและลุกขึ้นต่อสู้พาดฟันกับคนพวกนั้น คนที่ทำให้นางและครอบครัวต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นางจะต้องหาตัวคนร้ายที่ฆ่านางให้จงได้เพื่อให้มันได้ชดใช้ในสิ่งที่นางต้องเสียไป และต้องหาทางเอาคืนคนผู้นั้นให้สาสมกับที่ทำให้นางต้องเ็ปถึงเพียงนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮายอนก็เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าอันงดงามของนาง และลุกขึ้นยืนอย่างเข้มแข็ง กลืนความรู้สึกเสียใจลงไป พร้อมกับเชิดหน้าขึ้น
"กลับจวนใต้เท้าลีกันเถอะ แฮซู" ฮายอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดสะอื้นเล็กน้อย พร้อมกับก้าวเดินไปอย่างมั่นคง