เหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง

    บทที่ 41 บรรยากาศชวนสงสัยบนโต๊ะอาหาร

            แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์สิรินทรา บรรยากาศยามเช้าดูเงียบสงบเช่นทุกวัน เจ้าสัวสิรินทร์ ประมุขสูงสุดของบ้านกำลังนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้ที่หัวโต๊ะ ในมือถือหนังสือพิมพ์ฉบับเช้า กวาดสายตาอ่านข่าวสารแวดวงธุรกิจและบ้านเมืองไปพร้อมกับการจิบน้ำชาอุ่นๆ

            ทว่าความเงียบสงบนั้นก็ถูกทำลายลงเบาๆ ด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามาภายในห้อง ชายชราละสายตาจากหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง ก็พบว่าเป็นหลานชายสายเลือดแท้ๆ ของตนที่กำลังเดินล้วงกระเป๋าเข้ามาด้วยท่วงท่าเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ โดยมี 'เพียงฟ้า' หลานสาวบุญธรรมและซีอีโอสาวผู้กุมบังเหียนสิรินทรา กรุ๊ป เดินตามหลังมาติดๆ

            สายตาอันฝ้าฟางทว่าผ่านโลกมามากของเจ้าสัว ลอบสังเกตการก้าวเดินของเพียงฟ้าอย่างเงียบๆ วันนี้จังหวะการเดินของเธอดูเป็นธรรมชาติและมั่นคงขึ้นกว่าเมื่อวาน บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าความเจ็บปวดร้าวระบมจากการสูญเสียพรหมจรรย์เริ่มทุเลาลงไปมากแล้ว

            แต่สิ่งที่ทำให้คิ้วของชายชราต้องขมวดเข้าหากัน กลับเป็น 'สีหน้า' ของนางพญาสาว

            แทนที่ใบหน้าสวยสง่านั้นจะเรียบเฉย เยือกเย็น และเต็มไปด้วยความมั่นใจเฉกเช่นทุกวัน บัดนี้มันกลับดูมีพิรุธแปลกๆ พวงแก้มใสซับสีเลือดฝาดจางๆ แววตาที่เคยมองตรงอย่างเด็ดเดี่ยวกลับดูหลุกหลิกและหลบเลี่ยงที่จะสบตากับชายหนุ่มที่เดินนำหน้า เธอรักษาระยะห่างจากเขาเล็กน้อย ราวกับกำลังประหม่าขัดเขินอะไรบางอย่าง

            เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงโต๊ะอาหาร พวกเขาก็ทรุดตัวลงนั่งประจำที่ของตนเอง บรรดาสาวใช้ที่ยืนคอยท่าอยู่แล้วก็รีบกุลีกุจอนำอาหารเช้าสไตล์อเมริกันเบรกฟาสต์ร้อนๆ มาเสิร์ฟตรงหน้า กลิ่นหอมของเบคอนทอดกรอบ ไส้กรอก และกาแฟดำลอยกรุ่น

            แต่ถึงกระนั้น บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบเชียบและมวลความอึดอัดแปลกๆ ที่แผ่ซ่านออกมาระหว่างคนทั้งสอง ธีร์เอาแต่ก้มหน้าเตรียมจัดการกับอาหาร ในขณะที่เพียงฟ้าก็เอาแต่กวนชงกาแฟในแก้วไปมาโดยไม่ยอมตักอะไรเข้าปาก

            เจ้าสัวสิรินทร์สัมผัสได้ถึงรังสีความผิดปกตินี้ ชายชราวางหนังสือพิมพ์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยถามทำลายความเงียบขึ้นมาตรงๆ

            "นี่... ทั้งสองคนเป็นอะไรกัน? ทะเลาะกันหรือเปล่าลูก?"

            ธีร์เงยหน้าขึ้นจากจานไข่ดาว นัยน์ตาสีเข้มมองปู่ของตนก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบหน้าตาย "เปล่าครับ... ไม่ได้ทะเลาะกัน"

            ชายชราหรี่ตาลง สลับมองใบหน้าเรียบเฉยของหลานชาย กับใบหน้าที่กำลังหลบสายตาของเพียงฟ้า

            "เจ้าธีร์..." เจ้าสัวเอ่ยเรียกชื่อหลานชายด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "ถึงเจ้าจะเป็นหลานสายเลือดแท้ๆ ของปู่ก็เถอะ... แต่หนูฟ้าก็เป็นคนที่ปู่ฟูมฟักดูแลมาตั้งแต่เด็ก ปู่รักและห่วงใยเหมือนกับหลานสาวแท้ๆ อีกคน ถ้าเราไปทำอะไรให้หนูฟ้าเขาไม่พอใจ หรือไปทำอะไรขัดใจเขาเข้าล่ะก็... เราก็ต้องเป็นฝ่ายขอโทษหนูฟ้าเขานะลูก"

            คำเทศนาของปู่ทำเอาธีร์ที่กำลังใช้มีดและส้อมหั่นเบคอนชิ้นโตถึงกับชะงักงัน มือหนาที่จับด้ามมีดหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ สมองที่ถูกฝึกมาให้ประมวลผลสถานการณ์รบอย่างรวดเร็ว บัดนี้กลับตื้อตันไปชั่วขณะ

            เขาไปทำอะไรให้เธอไม่พอใจตอนไหน? ธีร์คิดในใจอย่างงุนงง เมื่อคืนเธอก็ดูจะสมยอม และดูจะ... 'พอใจ' มากเสียด้วยซ้ำ

            ชายหนุ่มผู้กร้านศึกถูกความเข้าใจผิดของปู่เล่นงานจนถึงกับพูดไม่ออก ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันตรงกันข้ามกับคำว่ารังแกโดยสิ้นเชิง

            ทว่า ก่อนที่ธีร์จะได้เอ่ยปากแก้ตัวใดๆ เพียงฟ้าที่ทนเห็นชายหนุ่มถูกดุไม่ได้ ก็รีบเงยหน้าขึ้นและโพล่งออกมาเสียงหลง

            "ม... ไม่ใช่นะคะคุณปู่! ธีร์เขาไม่ได้ทำอะไรผิดเลยค่ะ!"

            เจ้าสัวสิรินทร์หันขวับมามองหลานสาวบุญธรรม ชายชราถามย้ำด้วยความเป็นห่วงจากก้นบึ้งของหัวใจ "แน่ใจนะลูก? แน่ใจนะว่าเจ้าธีร์ไม่ได้รังแกอะไรหลาน? ถ้ามันทำอะไรไม่ดี หรือเอาเปรียบหลานล่ะก็ บอกปู่มาได้เลยนะลูก เดี๋ยวปู่จะทวงความยุติธรรม จัดการมันให้หลานเอง"

            "เขาไม่ได้ทำอะไรให้ฟ้าจริงๆ ค่ะคุณปู่" เพียงฟ้ายืนยันเสียงแข็ง แม้ใบหน้าของเธอจะเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาก็ตาม

            เจ้าสัวถอนหายใจยาว ก่อนจะหรี่ตาจับผิดอีกครั้ง "อ้าว... ถ้าไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่ได้รังแกกัน แล้วทำไมท่าทีของพวกเราสองคนเช้านี้มันถึงดูแปลกๆ พิกลล่ะหือ?"

            สิ้นคำถามจี้จุดของประมุขแห่งบ้าน ธีร์และเพียงฟ้าก็เผลอเงยหน้าขึ้นมาสบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย

            วินาทีที่นัยน์ตากลมโตของนางพญาสาวปะทะเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มอันลึกล้ำของหมาป่าหนุ่ม ภาพเหตุการณ์อันแสนจะเร่าร้อนและบ้าคลั่งในค่ำคืนที่ผ่านมา ก็ไหลบ่ากลับเข้ามาในความทรงจำของเพียงฟ้าราวกับเขื่อนแตก!

            เพียงฟ้าจ้องมองริมฝีปากหยักลึกของเขา... ริมฝีปากที่เพิ่งจะปล้นจูบและช่วงชิงลมหายใจของเธอไปครั้งแล้วครั้งเล่า ริมฝีปากที่เลื่อนต่ำลงไปปรนเปรอและซุกไซ้ทุกสัดส่วนบนเรือนร่างของเธอจนเธอต้องบิดเร่า

            ภาพความทรงจำที่เขาก้มหน้าลงไปแทรกซึมอยู่ระหว่างเรียวขาของเธอ ใช้ปลายลิ้นร้อนชื้นและโพรงปากอันช่ำชอง รุกรานเข้าสู่จุดกึ่งกลางความเป็นหญิงที่บอบบางและอ่อนนุ่มที่สุด สัมผัสที่ตวัดรัวและดูดดึงติ่งเนื้อแห่งความกระสัน จนทำให้ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน อ่อนระทวย และเสียวซ่านจนสมองขาวโพลน

            มันเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่คุณหนูผู้สูงศักดิ์อย่างเธอได้รู้จักกับประสบการณ์ที่เรียกว่า 'ออรัลเซ็กส์' อย่างแท้จริง รสชาติของความรัญจวนใจที่เขาป้อนให้ ทำให้เธอถึงกับหลุดเสียงครางครวญ กรีดร้องขอชีวิตอย่างน่าไม่อาย

            และที่ทำให้นางพญาสาวแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีที่สุด คือการที่เธอดัน 'บ้าจี้' ยอมทำตามสิ่งที่เขา 'ร้องขอ' ในเวลาต่อมา...

            เพียงฟ้าจำได้ดีถึงสัมผัสตอนที่เธอต้องใช้ริมฝีปากและโพรงปากอันคับแคบของตนเอง ครอบครองความยิ่งใหญ่และแข็งขึงของบุรุษเพศ รสชาติคาวปร่าที่เจือไปด้วยความร้อนผ่าว กลิ่นกายบุรุษที่ผสมผสานกับเหงื่อไคล สัมผัสยามที่เขาขยับตัวเข้าหา จังหวะการสอดประสานอย่างลึกซึ้งที่หลอมรวมร่างกายของทั้งสองเข้าด้วยกันจนแทบจะกลายเป็นเนื้อเดียว (Make love) การกระแทกกระทั้นที่ดุดันสลับกับความนุ่มนวล เรียกร้องเอาพายุอารมณ์จากเธอไปจนหมดสิ้นเรี่ยวแรง

            เมื่อคืนก่อนเธอเพิ่งจะเสียพรหมจรรย์และได้รู้จักกับเซ็กส์ครั้งแรก มาคืนนี้เธอกลับต้องมาเรียนรู้ประสบการณ์ทางเพศที่ลึกซึ้งและก้าวล่วงไปไกลยิ่งกว่าเดิม

            เมื่อภาพความบ้าคลั่งและรสชาติความเสียวซ่านที่เธอเพิ่งจะทำให้เขา และสิ่งที่เขาทำให้เธอ ฉายชัดขึ้นมาในสมอง ใบหน้าของเพียงฟ้าก็เห่อร้อนและแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หญิงสาวรีบหลบสายตาของธีร์ ก้มหน้าก้มตาลงมองจานอาหารเช้าของตัวเอง แล้วตักข้าวต้มเข้าปากรัวๆ เพื่อกลบเกลื่อนความขัดเขินที่กำลังจะระเบิดออกมา

            ในขณะเดียวกัน ธีร์ที่สบตากับเธอเมื่อครู่ ก็สามารถอ่านปฏิกิริยาและอาการหน้าแดงก่ำของหญิงสาวออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ชายหนุ่มเองก็สัมผัสได้ถึงความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาในช่องท้อง เมื่อภาพของนางพญาที่สลัดคราบความหยิ่งยโสทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงผู้หญิงที่ครวญครางและปรนเปรอเขาอยู่ใต้ร่าง แวบเข้ามาในหัว

            ธีร์กระแอมในลำคอเบาๆ ชายหนุ่มหลบสายตาของปู่ที่กำลังจ้องจับผิด แล้วก้มหน้าก้มตาใช้มีดหั่นเบคอนและตักอาหารเช้าเข้าปากเงียบๆ เช่นเดียวกัน

            ทิ้งให้เจ้าสัวสิรินทร์ต้องนั่งทำหน้างุนงงและขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ชายชรามองหลานชายที มองหลานสาวบุญธรรมที ที่จู่ๆ ก็พากันก้มหน้าก้มตากินข้าวโดยไม่ยอมสบตาหรือพูดจาอะไรกันอีกเลย

            "เฮ้อ... เอาเถอะๆ ในเมื่อไม่ได้ทะเลาะกันก็ดีแล้ว" เจ้าสัวถอนหายใจอย่างยอมแพ้ที่จะซักไซ้ ก่อนจะเปลี่ยนประเด็นสนทนา "จริงสิ... แล้วนี่ตกลงพวกหลานคิดกันเอาไว้หรือยัง ว่าแผนการสำหรับวันนี้จะทำอะไรกันบ้าง?"

            เพียงฟ้าที่เพิ่งจะสงบสติอารมณ์ลงได้ รีบเงยหน้าขึ้นมาตอบเพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัด "วันนี้... ฟ้าว่าจะเข้าไปเคลียร์งานที่บริษัทสักหน่อยค่ะคุณปู่ แล้วก็... ว่าจะพาธีร์ไปเดินเล่น แนะนำตัวที่บริษัทด้วยเลยน่ะค่ะ"

            เจ้าสัวสิรินทร์ที่ได้ฟังแผนการนั้น รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเหี่ยวย่น ชายชราพยักหน้าเห็นดีเห็นงามอย่างยิ่ง

            "อืม... แบบนั้นก็ดีนะลูก" เจ้าสัวกล่าวสนับสนุน "ถึงแม้ว่าหน้าที่การจัดการและการบริหารอาณาจักรของเราทั้งหมด จะตกเป็นความรับผิดชอบของหนูฟ้า... แต่อย่างน้อยๆ ในฐานะที่เจ้าธีร์มันเป็นหลานชายสายเลือดแท้ๆ ของปู่ มันก็ต้องไปเดินให้คนในบริษัทได้เห็นหน้าค่าตากันเสียบ้าง"

            ชายชรายกแก้วชาขึ้นจิบ ก่อนจะอธิบายเหตุผลเพิ่มเติม "คนเขาจะได้รู้ไง ว่ากิจการของปู่ยิ่งใหญ่แค่ไหน และจะได้รู้ด้วยว่าห้องทำงานของหนูฟ้าตั้งอยู่ตรงไหน... คราวหน้าคราวหลัง เวลาที่เจ้าธีร์มันจะไปรับหนูฟ้ากลับบ้าน หรือจะแวะไปรับออกไปทานมื้อเที่ยงด้วยกัน มันจะได้ไปถูก เดินเหินในบริษัทได้สะดวกไงล่ะ"

            ธีร์พยักหน้ารับคำของปู่อย่างว่าง่าย โดยที่ตัวเขาเองนั้นหารู้ไม่เลยว่า ลึกๆ แล้วภายใต้เหตุผลที่ดูสมเหตุสมผลเหล่านั้น เจ้าสัวสิรินทร์เพียงแค่อยากจะ 'อวด' หลานชายหัวแก้วหัวแหวนที่เพิ่งตามหาตัวพบ ให้บรรดาผู้บริหารและพนักงานในเครือสิรินทรา กรุ๊ป ได้เห็นถึงความสง่างามและความน่าเกรงขามของสายเลือดสิรินทร์อย่างเป็นทางการ

            แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว... ณ เวลานี้ จะมีกลุ่มคนบางกลุ่มได้ประจักษ์ถึง 'ความน่าเกรงขาม' และความอำมหิตของหลานชายเจ้าสัวคนนี้ไปแล้วอย่างลึกซึ้ง... และหนึ่งในผู้โชคร้ายที่ริอ่านมาลองดีนั้น ก็กำลังนอนหยอดน้ำข้าวต้ม อาการร่อแร่อยู่ในห้อง ICU โดยที่ไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยด้วยซ้ำ

            หลังจากที่มื้ออาหารเช้าอันแสนจะขัดเขินจบลง ธีร์และเพียงฟ้าก็แยกย้ายกันไปจัดการธุระส่วนตัวและแต่งตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางเข้าสู่บริษัท

            การแต่งกายของธีร์ในวันนี้ยังคงยึดหลักความเรียบง่ายและเน้นความคล่องตัว แม้ว่าเสื้อเชิ้ตสีเข้มและกางเกงสแล็คที่เขาสวมใส่จะเป็นแบรนด์เนมหรูหราที่ตัดเย็บมาอย่างพอดีตัว ทว่าชายหนุ่มก็ยังคงสวมรองเท้าผ้าใบสีเข้มคู่เก่ง และสวมนาฬิกาดิจิทัลที่เน้นการใช้งานไว้บนข้อมือเช่นเดิม โดยไม่ได้สนใจว่ามันจะขัดกับความหรูหราของเสื้อผ้าเลยแม้แต่น้อย

            เมื่อเดินลงมาถึงโรงจอดรถอันกว้างขวางของคฤหาสน์ ธีร์เดินตรงไปยังรถซูเปอร์คาร์สปอร์ตสีดำด้านคันเดิมที่เขาเคยขับ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปนั่งประจำที่นั่งฝั่งคนขับอย่างรู้หน้าที่ ในขณะที่เพียงฟ้าก้าวเข้าไปนั่งเบาะข้างๆ ในชุดสูททำงานสตรีที่ถูกตัดเย็บมาอย่างประณีต ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวและออร่าความสง่างามสมมาดซีอีโอหญิงผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจ

            ทันทีที่ประตูรถสปอร์ตถูกปิดลง บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกก็กลับมาเงียบสนิทและดูแปลกๆ อีกครั้ง ความรู้สึกประหม่าจากโต๊ะอาหารเมื่อครู่ยังคงลอยอบอวลอยู่ระหว่างคนทั้งสอง

            ธีร์สตาร์ทเครื่องยนต์ เสียงท่อไอเสียคำรามกระหึ่มเบาๆ ชายหนุ่มวางมือบนพวงมาลัย ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองคู่หมั้นสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เพียงฟ้าเองก็กำลังหันมามองเขาอยู่พอดี เมื่อสายตาประสานกัน หญิงสาวก็ทำตัวไม่ถูก ธีร์เองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพื่อทำลายความเงียบนี้ สุดท้ายชายหนุ่มจึงตัดสินใจโพล่งคำชมออกไปตรงๆ ด้วยใบหน้าและน้ำเสียงที่ราบเรียบ

            "คุณฟ้า... เก่งจังครับ"

            เพียงฟ้าขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย หญิงสาวหันหน้ากลับมามองเขาด้วยความงุนงงกับคำชมที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยนั้น "อะไรนะคะ?"

            ธีร์จ้องมองใบหน้าสวยหวานนั้น ก่อนจะอธิบายด้วยความซื่อตรง "ก็... เรื่องเมื่อคืนนี้ไงครับ ทั้งที่เป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่ก็..."

            ยังไม่ทันที่คำพูดประโยคถัดไปจะหลุดพ้นจากริมฝีปาก ใบหน้าของเพียงฟ้าก็ร้อนฉ่าและแดงแปร๊ดลามไปจนถึงใบหูและลำคอขาวผ่อง!

            "อ... อีตาบ้า!!"

            นางพญาสาวหลุดมาดซีอีโอผู้เยือกเย็นไปในพริบตา หญิงสาวหวีดร้องออกมาด้วยความอับอายขั้นสุด สองมือเรียวระดมรัวกำปั้นทุบตีลงบนท่อนแขนและหัวไหล่หนาของเขาเป็นพัลวัน

            "พูดอะไรออกมายะ! คนบ้า!" เธอทุบเขาไปพลาง ด่ากลบเกลื่อนความขัดเขินไปพลาง "นี่มันเป็นเพราะนายขอให้ฉันทำต่างหากล่ะยะ! เพราะนายขอให้ฉันทำเรื่องน่าอายนั่น!"

            พายุหมัดลูกเล็กๆ ระดมซัดเข้าใส่ร่างของชายหนุ่มไม่ยั้ง ธีร์ไม่ได้แสดงท่าทีเจ็บปวด หรือคิดจะตอบโต้แต่อย่างใด ชายหนุ่มทำเพียงแค่ยกแขนขึ้นมาตั้งการ์ดป้องกันใบหน้าและลำตัว ปล่อยให้หญิงสาวระบายความเขินอายใส่ร่างกายของเขาอย่างเงียบๆ ริมฝีปากหยักลึกแอบกระตุกยิ้มบางๆ อย่างนึกเอ็นดูกับปฏิกิริยาของเธอ

            เพียงฟ้าระดมทุบเขาอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเริ่มรู้สึกเหนื่อย หญิงสาวจึงหยุดลง แต่ก็ยังคงง้างมือค้างเอาไว้อย่างแง่งอน ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง

            ธีร์ลดแขนลง หันมาสบตากับเธอ ก็พบว่าเธอกำลังจ้องเขาด้วยสายตาที่แฝงความงอนนิดๆ

            "ยังจะมองอีก!" เพียงฟ้าแหวใส่ พยายามซ่อนใบหน้าที่ยังคงแดงระเรื่อ "ขับรถเลยนะ! ออกรถได้แล้ว!"

            ธีร์พยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มเลื่อนเกียร์และเหยียบคันเร่ง พารถซูเปอร์คาร์สีดำด้านพุ่งทะยานออกจากโรงจอดรถไปอย่างนิ่มนวล

            ภาพการหยอกล้อของหนุ่มสาวบนรถ ล้วนตกอยู่ในสายตาของเจ้าสัวสิรินทร์ที่ออกมายืนรอส่งหลานทั้งสองอยู่บริเวณหน้าคฤหาสน์ ชายชราได้แต่มองตามไฟท้ายรถที่ค่อยๆ แล่นห่างออกไป พร้อมกับความสงสัย... หลานชายกับหลานสาวบุญธรรมสองคนนี้เป็นอะไรกัน จะว่าโกรธกันก็ไม่ใช่ แต่มันเหมือนมีกระแสความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกไหลเวียนอยู่ระหว่างคนทั้งสอง

            เมื่อรถสปอร์ตแล่นพ้นประตูรั้วอัลลอยด์ของคฤหาสน์ เพียงฟ้าที่นั่งเงียบมาได้สักพัก ก็เริ่มบ่นอุบอิบพึมพำกับตัวเองด้วยความกระดากอาย

            "ตาบ้า... บ้าที่สุดเลย มาขอให้ทำแบบนั้นได้ยังไง"

            ธีร์ที่ได้ยินคำบ่นนั้นชัดเจน ชายหนุ่มหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าสู่ถนนสายหลัก ก่อนจะหลุดปากสวนกลับไปหน้าตาย

            "แต่... คุณก็ทำนะครับ แถมผมก็ชอบด้วย"

            ประโยคสั้นๆ นั้นทำเอาเพียงฟ้าสะดุ้ง หญิงสาวหันขวับมาถลึงตาใส่เขาทันที "นี่! ยังจะพูดอีกเหรอ!"

            แม้ว่าปากจะเถียงและแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่าเธอกลับไม่ยอมหลุดปากพูดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว... ว่าเธอจะไม่ทำเรื่องน่าอายแบบนั้นให้กับเขาอีก

            ใช้เวลาขับรถฝ่าการจราจรของมหานครเพียงไม่นาน รถซูเปอร์คาร์สีดำด้านก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่ด้านหน้าตึกระฟ้าอันโอ่อ่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ 'สิรินทรา กรุ๊ป'

            การปรากฏตัวของรถซูเปอร์คาร์แทนที่จะเป็นรถลีมูซีนคันยาวประจำตำแหน่ง สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาพนักงานไม่น้อย ทันทีที่ประตูรถเปิดออก เพียงฟ้าก็ก้าวลงมายืนบนพื้นคอนกรีต หญิงสาวปรับเปลี่ยนสีหน้าและท่าทีที่เคยแง่งอนเมื่อครู่ ให้กลับกลายเป็น 'นางพญา' ซีอีโอสาวผู้เยือกเย็นและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขาม

            พนักงานหลายคนรีบเข้ามาทำความเคารพและต้อนรับ ทว่าสายตาของพวกเขาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ก้าวลงมาจากฝั่งคนขับ และเดินตามหลังท่านประธานของพวกเขามาติดๆ

            ธีร์กวาดสายตามองความใหญ่โตของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจสำคัญ โครงสร้างสถาปัตยกรรมที่หรูหราทันสมัย และระบบการจัดการที่ดูเป็นระเบียบ ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อยกับความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรธุรกิจแห่งนี้

            เพียงฟ้าที่ลอบสังเกตท่าทางของเขาอยู่ หันมายิ้มและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

            "แค่นี้อย่าเพิ่งตกใจสิคะ" เธอกล่าว "อาณาจักรของปู่คุณไม่ได้เล็กแค่นี้หรอกนะคะ ไม่อย่างนั้น... เขาจะกลายเป็นเจ้าสัวอันดับต้นๆ ของประเทศไทยได้ยังไง"

            หญิงสาวก้าวเดินนำชายหนุ่มเข้าไปภายในโถงล็อบบี้อันโอ่โถง ระหว่างทาง เพียงฟ้าก็เริ่มอธิบายให้เขาฟังถึงโครงสร้างคร่าวๆ ของบริษัท ว่าปู่ของเขาทำธุรกิจอะไรบ้าง และขยายอำนาจไปถึงขนาดไหน

            ธีร์รับฟังข้อมูลเหล่านั้นด้วยความสนใจ นัยน์ตาสีเข้มมองตามการชี้นิ้วอธิบายของหญิงสาวอย่างตั้งใจ ทว่า ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยนั้น ความคิดภายในหัวของชายหนุ่มกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

            เขาไม่ได้มองเห็นความหอมหวานของเงินทอง หรือมองว่าอาณาจักรพันล้านแห่งนี้คือสมบัติของเขาเลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ธีร์มองเห็นเมื่อทอดสายตามองความยิ่งใหญ่ของสิรินทรา กรุ๊ป... คือ 'ภาระ' อันหนักอึ้งและวุ่นวาย ซึ่งผู้หญิงที่เดินอยู่ตรงหน้าเขา คู่หมั้นของเขาคนนี้... จะต้องเป็นคนแบกรับมันเอาไว้บนบ่าเพียงลำพัง


    คล้ายกับเรื่องเหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786