แม้เช้านี้จะไม่ต้องรีบตื่นไปทำงานแต่ทิวาก็ยังคงตื่นเช้าตามปกติ เขามองอีกคนที่นอนอยู่ข้างๆ ท่อนแขนแข็งแรงยังกอดอยู่ที่เอว เื่ราวที่ผ่านมาเมื่อคืนยังฉายชัดอยู่ในความทรงจำ คิดแล้วร่างกายก็ร้อนวูบวาบ ความเป็ชายที่มันมักจะตื่นตอนเช้าตามปกติก็ตื่นตัวยิ่งขึ้นไปอีก ชายหนุ่มขยับตัวออกจากอ้อมกอดของบอสก่อนจะรีบตรงไปห้องน้ำ
เขามองตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ มองรอยแดงเป็จ้ำที่ลำคอแล้วยิ้ม เขาเคยช่วยตัวเองมานับไม่ถ้วนแต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะมีความสุขเหมือนเมื่อวาน เพียงแค่ฝ่ามือร้อนๆ ของเมคินก็ทำเอาเขาแทบคุมสติไม่อยู่ ใบหน้าหวานแดงก่ำยิ่งขึ้นเมื่อนึกไปถึงความเป็ชายของเมคินที่มันใหญ่กว่าของตัวเองไปมาก
มันจะเขาไปในตัวเขาได้ยังไง มันจะฝืนธรรมชาติเกินไปหรือเปล่า ทิวาสับสนไปหมด แต่ในใจส่วนลึกก็อยากให้เขาทำมากกว่านั้น อยากเป็ส่วนหนึ่งกับเขา
เขาเรียนรู้เื่การเตรียมตัวมาบ้างจากการอ่านในอินเทอร์เน็ตและจากกลุ่มลับในไลน์ที่องศาแนะนำ เขาใช้ไอดีหลุมเข้าไปสอบถาม เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็ใคร แม้กระทั่งองศาก็ไม่รู้ว่าทิวใช้ชื่ออะไรในกลุ่มลับนั้น เขาจำคำพูดของสมาชิกในกลุ่มได้ดี ทุกคนย่อมมีครั้งแรก และครั้งแรกก็มักจะเจ็บ จะเจ็บมากหรือเจ็บน้อยมันอยู่ที่คนสองคนว่าจะปรับตัวยังไง จะผ่านมันไปได้ไหม แต่ขอให้เชื่อว่าถ้าทุกอย่างเกิดจากความรัก ความเจ็บมันจะหายเองโดยอัตโนมัติ
ทิวารีบอาบน้ำแต่งตัว พอออกมาจากห้องน้ำก็เห็นเมคินตื่นนอนอยู่แล้ว
“ทำไม่รีบตื่นจัง”
“มันชินแล้วครับ พี่คินจะนอนต่อก็ได้นะครับ”
“ไม่ดีกว่า หิวหรือยังรอพี่อาบน้ำแป๊บนะ เดี๋ยวจะได้ไปหาอะไรกิน”
“พี่คินไม่ต้องรีบก็ได้ ผมยังไม่หิวเลย”
“แต่พี่หิว”
เมคินเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบเบาๆ จนทิวาััถึงลมหายใจอุ่นที่กระทบต้นคอ
“ผมรอข้างนอกนะครับ” ทิวาเบี่ยงตัวหลบ แล้วรีบออกจากห้องนอนไปด้วยหัวใจที่เต้นแรง
การมาพักผ่อนครั้งนี้เมคินบอกให้เขาลืมสถานะเ้านายกับลูกน้องให้หมด ให้คิดว่าทั้งสองเป็คู่รักที่มาท่องเที่ยวในวันหยุดเท่านั้น
บอสหน้าหล่อและเลขาหน้าหวานไปทานอาหารเช้าของทางรีสอร์ต จากนั้นก็กลับมานอนเล่นบนเตียงอาบแดดที่อยู่ริมสระว่ายน้ำ
“พี่คิน อยากไปไหม” อยู่ๆ ทิวาก็ถามขึ้นในขณะที่ตัวเองกำลังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงที่อยู่ข้างกัน
“ไปไหน”
“ก็ไปนั่งเรือ ไปดำน้ำไงครับ” เพราะตอนทานข้าวเสร็จพนักงานของรีสอร์ตได้แนะนำกิจกรรมซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะทำเวลามาพักผ่อนที่นี่ ทิวาเลยหญิงโบรชัวร์ติดมือมาด้วย เขาส่งให้อีกคนดู
“นายอยากไปไหม”
“เอาความจริงนะใช่ไหมครับ”
“อือ ตอบมา”
“ผมไม่อยากไปทำอะไรแบบนั้นหรอกครับ แค่อยากพักผ่อน นอนนิ่งๆ อ่านอะไรไปเรื่อยเปื่อยแค่นั้น แต่ถ้าพี่คินอยากไปผมก็ไม่มีปัญหาครับ”
“ใครบอกว่าอยากไปล่ะ”
“ไม่รู้สิ คนเราชอบไม่เหมือนกันนี่ครับ”
“ก็จริงนะ แล้วอยากไปถ่ายรูปไหม ที่นี่วิวสาวเยอะเลยนะ”
“เอาไว้ตอนเย็นดีกว่าครับ ผมไม่ชอบแดดร้อน”
“อือ เย็นนี้เราไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันนะ ขากลับก็แวะหาอะไรกินเลย”
“ผมได้ยินว่าคืนนี้มีงานเคาท์ดาวน์ด้วยจัดที่หน้าหาด พี่คินสนใจไหม”
“สนใจสิ”
เขาตอบไปแบบนั้นอันที่จริงไม่ได้ให้ความสำคัญกับคืนเคาท์ดาวน์เท่าไหร่ แต่เห็นแววตาเป็ประกายของทิวาก็เลยตอบตกลงไป
พออากาศเริ่มร้อนขึ้นเมคินและทิวาจึงพากันย้ายเข้ามาในบ้านพัก ทั้งสองสั่งอาหารกลางวันของทางรีสอร์ตมาทาน จากนั้นก็นอนดูหนังกันอีกเื่ ก่อนจะพาก็นั่งมอเตอร์ไซค์ไปยังจุดชมวิวท้ายเกาะในเวลาเกือบห้าโมงเย็น
ทิวากอดเอวเขาโดยที่อีกคนไม่ต้องบอก พอถึงจุดชมวิวเมคินก็จอดรถทิ้งไว้แล้วเดินจับมือกันเดินไปอีกหลายร้อยเมตร มีคนมาถึงก่อนหน้านั้นอยู่หลายคน ทิวากับเมคินเลือกมุมที่ถูกใจและรอจนกระทั่งภาพพระอาทิตย์ดวงโตแตะกับผิวน้ำ ทั้งสองก็ได้รูปถ่ายที่สวยถูกใจ
“พี่คิน เราถ่ายรูปคู่กันไหม ผมจะขอให้คนอื่นถ่ายให้”
“เอาสิ”
ทิวาเดินไปขอให้ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้ๆ ถ่ายรูปคู่ให้
“ขอบคุณมากครับ แล้วคุณไม่ถ่ายรูปคู่เหรอ ผมถ่ายให้ได้นะ” ทิวาบอกคนพร้อมกับรับโทรศัพท์จากชายหนุ่มคืนมาแล้วส่งให้เมคิน
“ไม่ดีกว่าครับ เขาคงไม่อยากถ่ายกับผมเท่าไหร่ เราเป็แค่เพื่อนกัน”
“ผมไม่คิดอย่างนั้นนะ ถ้าเขาเห็นคุณเป็เพื่อนคงไม่มาเที่ยวกับคุณตามลำพังแบบนี้ ลองขอดูสิ ผมจะรอถ่ายให้”
หนุ่มคนเดิมเดินกลับไปคุยกับผู้หญิงที่มาด้วย จากนั้นเขาก็เดินยิ้มกลับมา
ทิวาถ่ายรูปให้กับคนทั้งสองอยู่หลายรูปก่อนจะแยกย้ายกันกลับ
“รู้จักกันเหรอ” เมคินที่ยืนรออยู่อดถามไม่ได้
“ไม่รู้จักหรอกครับ”
“ก็เห็นคุยนานนึกว่ารู้จัก”
ทิวายิ้มก่อนจะเล่าเื่ที่คุยกันให้กับเมคินฟัง
“พี่คินหิวหรือยังครับ ไปหาอะไรกินดีไหม”
“เอาสิ ร้านเดิมหรือเปลี่ยนร้านดีล่ะ”
“เปลี่ยนดีไหมพี่ อยากรู้ว่าแต่ละร้านรสชาติเป็ยังไง”
ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาเคาท์ดาวน์ทั้งสองคนเลยคิดว่าจะกลับไปพักก่อน แล้วจึงกลับมาร่วมสนุกที่หน้าหาดซึ่งเป็สถานที่จัดงาน
เมคินจอดรถที่หน้าร้านสะดวกซื้อร้านเดิม เขาให้ทิวาไปเลือกขนมส่วนตัวเองก็รีบซื้อของที่อยากได้ ชำระเงินแล้วเก็บไว้ในกระเป๋าก่อนที่ทิวาจะเลือกขนมเสร็จ
“เอาเบียร์อีกไหม”
“ไม่ละ เมื่อวานยังไม่หมดเลย ไม่มีคนช่วยกิน”
“ผมไม่ชอบเท่าไหร่”
“แล้วชอบดื่มอะไร”
“ผมชอบดื่มไวน์ มันหวานกว่าเบียร์เยอะเลย”
เมคินฟังจบก็เดินไปเลือกไวน์แดงมาหนึ่งขวด
“มีแค่ยี่ห้อนี้ไม่รู้รสชาติเป็ยังไง เอาไว้กลับกรุงเทพพี่จะพาไปเอาที่บ้านนะ พ่อเก็บไว้เยอะเลย”
“แค่นี้ก็พอแล้วครับ”
“ทิว ไปว่ายน้ำกันไหม”
เมคินสวมกางเกงว่ายน้ำขาสั้นออกมาจากห้องน้ำ ทิวาหันมองตามเสียงแล้วก็ต้องรีบเบนสายตาไปทางอื่นเพราะร่างกายของเมคินช่างสวยงามราวกับรูปปั้น ผิวสองสีเนียนไปทั้งร่าง ไหล่กว้าง ท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้าม หน้าท้องเป็ลอนสวย เขาจำได้ดีว่าเวลาลูบไล้มือไปบนนั้นมันรู้สึกดีมากมายแค่ไหน
“พี่คินไปก่อนเลยครับ เดี๋ยวผมตามไป” ทิวาส่งไวน์และแก้วให้เขา เมคินรับมาถือไว้ ก่อนจะรวบถุงจากร้านสะดวกซื้อออกไปด้วย
พอเมคินออกไปแล้วทิวาก็เปิดกระเป๋าหยิบกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็ก ภายในเป็เข็มกลัดติดเนกไทที่เขาสั่งทำเป็พิเศษให้กับชายหนุ่ม เข็มกลัดติดเนกไททำจากทองคำขาว ตรงกลางเป็อักษรย่อตัว M ประดับเพชรเม็ดเล็กอยู่หลายเม็ด ราคาก็แพงเอาเื่สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเขา แต่เพราะั้แ่มาอยู่กับเมคินเขาก็แทบไม่ค่อยได้ใช้เงินเลย เดือนหนึ่งก็แค่ผ่อนจ่ายหนี้ให้เมคินและโอนเงินไปช่วยค่าใช้จ่ายที่สถานรับเลี้ยงเด็กที่เขาเติบโตมาเพียงเท่านั้น
เขาหย่อนกล่องลงกระเป๋าแจ็คเก็ตเพราะคิดจะให้เมคินตอนที่ออกไปเค้าท์ดาวน์ด้วยกัน
ทิวาเข้าไลน์กลุ่มลับอีกครั้ง พูดคุยกับสมาชิกในนั้น ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ เขาทำตามคำแนะนำอยู่เป็พักก่อนจะเดินกลับออกมาพร้อมกับความมั่นใจ
ไม่ว่าคืนนี้จะเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับเมคินหรือไม่ แต่การเตรียมทุกอย่างให้พร้อมก็ย่อมดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
“พี่กำลังจะไปตามเลย หายไปทำอะไรมาเกือบชั่วโมง”
“คุยกับเพื่อนนิดหน่อยครับ”
“เพื่อนคนไหน”
เพราะั้แ่มาอยู่ที่นี่เขาเคยได้ยินทิวาพูดถึงเพื่อนเพียงคนเดียวนั่งคือธนา แต่อยู่ไปสักพักก็เหมือนว่าทั้งสองไม่ค่อยได้ติดต่อกันอีกแล้ว ส่วนเพื่อนในทีทำงานก็มีไม่มาก อีกอย่างวันนี้ก็เป็วันหยุดยาวทุกคนก็คงอยู่กับครอบครัวและคนรักกันหมด
“องศาครับ”
“อ๋อ” พอได้ยินชื่อองศาเมคินก็อุ่นใจเพราะแฟนของฉัตรภพคนนี้เป็เด็กดีและน่าไว้ใจ ซึ่ง่หลังมานี้เวลาเขาออกไปทานข้าวกับฉัตรภพทั้งสองคนก็มักจะคุยกันอย่างถูกคอ
“พี่จะเอาเบียร์ไหม เดี๋ยวผมหยิบให้”
“ไม่ต้องหรอก เอาไวน์เหมือนกันนั่นแหละ พี่ชิมแล้วรสชาติไม่เลว” เขาว่ายน้ำเข้ามาใกล้ขอบสระ ขณะที่ทิวานั่งห้อยขาลงไปเท่านั้น
“ว่ายน้ำเก่งไหม”
“พอได้ครับแต่ไม่ถึงกับเก่ง แค่พอเอาตัวรอด”
“งั้นก็ลงมาไหว้สิ”
ทิวาจิบไวน์จนหมดแก้วที่เขาเทไว้ให้ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงมาในสระ ก่อนจะว่ายไปยังขอบสระอีกด้านที่มองเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา
เขาเกยคางกับขอบสระแล้วหันมาคุยกับคนข้างๆ ที่ว่ายตามมาพร้อมกับขวดไวน์ในมือ ทิวารับขวดมาแล้วยกดื่มไปอีกหลายอึก
“คืนปีใหม่แท้ๆ แต่ชาวประมงก็ยังต้องออกเรือ”
“มันเป็อาชีพของพวกเขา แล้วอีกอย่างนะ ่ปีใหม่อาหารทะเลก็ขายดี พวกเขาก็ยิ่งต้องทำงานหนัก”
“ก็เหมือนกับพนักงานที่โกดังสินค้าใช่ไหมครับ”
“ใช่ แต่พี่ไม่เคยบังคับให้ใครทำงาน่วันหยุดนะ พี่จะถามความสมัครใจก่อนทุกครั้งว่าใครอยู่ทำงานได้บ้าง พี่รู้ทุกคนก็อยากกลับไปอยู่กับครอบครัว ส่วนที่ต้องทำงานพี่ก็ให้เงินค่าแรงสามเท่าบวกกับวันหยุดเพิ่ม”
“ผมเข้าใจครับ แต่ก่อนตอนผมเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยผมก็มักอาสาทำงานใน่วันหยุดนะครับ เพราะได้ค่าแรงเยอะแล้วอีกอย่างผมก็ไม่มีครอบครัว” น้ำเสียงฟังดูก็รู้ว่าคนพูดรู้สึกน้อยใจกับโชคชะตาของตัวเองมากแค่ไหน
“แต่ตอนนี้นายไม่ใช่คนเดิมแล้ว นายมีพี่”
“ผมโชคดีมากที่ได้เจอพี่ พี่ช่วยผมั้แ่วันที่รถเสีย ให้ที่พัก ช่วยผมที่ผับในคืนนั้นและยังให้ผมทำงานอีก ถ้าไม่เจอพี่ผมก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตัวเองจะเป็ยังไง”
“อย่าคิดถึงมันอีกเลย นายเชื่อเื่พรหมลิขิตไหม”
“ไม่รู้สิครับ พี่คินเชื่อเหรอ”
“แต่ก่อนพี่ไม่เคยเชื่อ แต่ตอนนี้เริ่มจะเชื่อแล้ว”
“เพราะอะไร”
“เพราะพี่ได้เจอนายไงล่ะ ใครจะรู้ว่าพี่กับนายจะได้เจอกัน ถ้าพี่ไม่ดันทุรังอยากจะไปแหล่งปลูกขิงที่นั่นเราก็คงไม่เจอกัน บางทีมันอาจเป็พรหมลิขิต นายคือพรหมลิขิตของพี่”
“ผมดีใจที่เจอพี่ พี่ก็คือพรหมลิขิตของผม” เพราะดื่มไวน์ไปเกือบครึ่งขวดเลยทำให้ความกล้าในตัวทิวาถูกปลุกขึ้น
ตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงเมื่อคนตรงหน้าขยับเข้ามาแสงไฟจากริมสระกระทบดวงตาของเมคินจนเห็นอารมณ์พลุ่งพล่านในดวงตาคมนั้น