ทันใดภาพรอบตัวเธอก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเหมือนเธอเดินทางผ่านอุโมงมิติอย่างรวดเร็วภาพหลายยุคหลายสมัยและมิติต่างๆเลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนเธอยืนอยู่ในใจกลางพายุหมุน ภาพต่างๆเปลี่ยนฉากไปอย่างรวดเร็ว เธอแอบเห็น เห้ย...นั่นมันคือไดโนเสาร์ใช่มั้ย ยังไม่ทันที่จะได้ใภาพก็เลื่อนไปเป็ยุคอวกาศมียวดยานพาหนะบินอยู่บนฟ้าเต็มไปหมดก่อนภาพจะเลื่อนไปอีกอย่างรวดเร็ว จนเธอมองตามแทบไม่ทันเธอยืนมองภาพเ่าั้เลื่อนผ่านรอบตัวไปสักพักก่อนที่สุดท้ายเธอและคุณปู่ได้มาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนหลังหนึ่งเหมือนเรือนสี่ประสานของประเทศจีนที่เธอเคยอ่านผ่านตามาบ้าง
“ที่นี่เหรอคะคุณปู่ตอนนี้เราอยู่ในยุคสมัยไหนกันคะ” วิมลินหันไปถามชายชรา
“ใช่ที่นี่แหละคือที่ๆเ้าต้องย้อนกลับมาอยู่ที่นี่เป็อีกมิติหนึ่งที่มีความใกล้เคียงกับโลกที่เ้าจากมามากเพียงแต่อาจแตกต่างกันบ้างในรายละเอียด ถือว่าเ้าโชคดีนักในก-ารเลือกครั้งนี้”ชายชราตอบเธอ
“คุณปู่หมายถึงมันเหมือนระบบสุ่มเหรอคะ”เธอถามอย่างสงสัยเพราะดูไปท่าทางโบกไม้โบกมือของคุณปู่ก็เหมือนการหมุนวงล้อเสี่ยงโชคหน่อยๆ
“ใช่ที่เ้าเข้าใจ ถูกต้องแล้ว ก่อนอื่นเ้าต้องเข้าใจก่อนว่าในทุกๆ มิติที่ผ่านมาในนั้นมีเ้าอีกคนอาศัยอยู่เช่นกันในแต่ละมิติตัวเ้านั้นก็จะมีชีวิตรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไปอาจจะยังเหลือส่วนที่คล้ายคลึงกันบ้างแต่สุดท้ายก็ยังเป็จิติญญาดวงเดิม
“เมื่อกี้หนูเหมือนเห็นไดโนเสาร์นั่นก็คือตัวจริงเสียงจริงเลยใช่มั้ยคะ ไม่ใช่ภาพลวงตา”
“ใช่แล้วล่ะอันที่จริงชาติภพที่แล้วที่เ้าไม่ยอมรับภารกิจก็เพราะเ้าต้องย้อนกลับไปในยุคก่อนน้ำท่วมโลกนั่นแหละฮ่าๆ”
“เอ่อก็พอเข้าใจได้นะคะคุณปู่ที่หนูจะขอผ่านไปก่อน”เธอนึกภาพตัวเองต้องใช้ชีวิตในยุคหินหรือยุคไดโนเสาร์พวกนั้นไม่ออกเลยทีเดียว
“เอาล่ะอย่ามัวแต่ถามมากเลย เราเข้าไปข้างในเรือนนี่ เพื่อดูเ้าในยุคนี้กันเถอะเ้าพร้อมหรือยัง” ชายชรากล่าวตัดบทก่อนจะชวนเธอเข้าไปข้างในเรือนหลังใหญ่ข้างหน้า
“พร้อมค่ะคุณปู่” เธอตอบกลับไปแม้จะจะอดหวั่นใจไม่ได้ว่าตัวเองจะพบเจอกับชีวิตแบบไหน
ชายชราโบกมือไปข้างหน้าอีกครั้งคราวนี้เธอก็ได้เข้าไปในเรือนดังกล่าว เธอและชายชรายืนอยู่บนลานโล่งตรงกลางบ้าน
และเบื้องหน้าเธอก็ได้เห็นร่างของผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กน้อยชายหญิงสองคนอายุน่าจะไม่เกิน6-7 ปี นั่งกอดกันอยู่บนพื้น โดยที่หญิงคนนั้นดูท่าทางเหมือนพยายามจะปกป้อง เด็กน้อยทั้งสองคนที่นั่งร้องไห้กอดกลมไม่ไกลจากที่ทั้งสามคนนั่งอยู่มีผู้หญิงอีกสี่คนยืนอยู่โดยหญิงที่ดูมีอายุมากที่สุดกำลังดุด่าทั้งสามคนอยู่ผู้หญิงที่เหลือสองคนยืนมองด้วยสีหน้าท่าทางพึงพอใจส่วนหญิงอีกนางหนึ่งทำเพียงแค่ยืนก้มหน้านิ่ง ไม่อาจมองเห็นสีหน้าได้
ดูเหมือนว่าคนทั้งหมดไม่เห็นเธอและชายชราที่เข้าไปยืนดูเหตุการณ์ด้วยเลยตอนนี้เหมือนเธอกำลังยืนดูละครเื่หนึ่งโดยที่เธอและชายชราเป็เหมือนอากาศธาตุที่ไม่มีผู้ใดเห็นและสนใจ
แล้วภาพเหตุการณ์ก็ตัดมาที่หญิงร่างบางที่พยายามปกป้องเด็กทั้งสองคนโดนทำโทษด้วยการโบยหลังโดยที่เด็กทั้งสองคนพยายามที่จะเข้าไปช่วยด้วยน้ำตานองใบหน้าแต่ไม่สามารถทำได้เพราะโดนคนรับใช้จับตัวเอาไว้เป็ภาพที่น่าะเืใจมากสำหรับวิมลินเธอคิดว่าหญิงร่างบางคนนั้นคงเป็แม่ของเด็กทั้งสองคน เธอรู้สึกสงสารเด็กทั้งสองคนมากและเพราะเธอเองก็เป็คนรักเด็กเธอโตขึ้นมากับเด็กๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าของแม่ญาเธอจึงอ่อนไหวกับเื่เด็กๆ เป็พิเศษรวมถึงรู้สึกผูกพันกับเด็กทั้งสองคนอย่างประหลาด
“นังหนูเ้าไหวมั้ย จะพักก่อนรึเปล่า”ชายชราถามวิมลินก่อนจะหยุดภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเอาไว้
“ไหวค่ะคุณปู่ เราดูกันต่อเถอะค่ะหนูอยากรู้ว่าเด็กๆ จะเป็ยังไงกันต่อไป”
“ได้ก่อนอื่นเ้าเอานี่ไปเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาเ้า ก่อนเถอะ”ชายชรากล่าวพร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้หญิงสาว
วิมลินยกมือขึ้นจับใบหน้าตัวเองก็พบว่าตอนนี้มีคราบน้ำตานองใบหน้าเธอไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่ากำลังร้องไห้อยู่ เธอยื่นมือไปรับผ้าเช็ดหน้ามาฉากตรงหน้าก็เปลี่ยนเป็สามคนแม่ลูกกำลังเก็บข้าวของเพราะต้องย้ายออกจากเรือนหลังนั้น ข้าวของของทั้งสามคนมีมีไม่มากนัก คนเป็แม่เก็บของไปร้องไห้ไปเป็ภาพที่น่าปวดใจเหลือเกิน เด็กน้อยทั้งสองคนก็เพียรพยายามปลอบใจท่านแม่รวมทั้งช่วยเก็บของเท่าที่ ร่างเล็กๆ จะทำได้
แล้วภาพก็ตัดมาที่บ้านเล็กๆหลังหนึ่ง สภาพบ้านไม่ค่อยดีนักดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลาแต่อย่างน้อยก็ยังเป็บ้านที่สร้างด้วยอิฐ จึงยังดูแข็งแรงไม่ถึงขั้นจะหักโค่นได้โดยง่าย แม้ว่าจากสภาพบ้านยัง้าการซ่อมแซมอีกหลายส่วนก็ตาม
คราวนี้เธอยืนอยู่ข้างหน้าเตียงค่อนข้างเก่ามีฟูกผืนบางปูอยู่บนฟูกมีร่างของคนเป็แม่นอนป่วยอยู่หน้าตา ซีดเซียวโดยเด็กทั้งสองยืนอยู่ข้างเตียงมองท่านแม่ด้วยสีหน้ากังวลใจเด็กน้อยทั้งสองช่วยกันเอาผ้าชุบน้ำบิดให้หมาด แล้วพยายามเช็ดตัวให้กับคนเป็แม่พลางเรียกท่านแม่ๆ เพื่อให้ร่างบางรู้สึกตัว แต่เธอก็ยังนอนนิ่งอยู่เหมือนเดิม
เด็กทั้งสองเห็นท่านแม่ของตัวเองมีอาการแย่ลงก็เริ่มร้องไห้ซึ่งวิมลินคิดว่าเป็ภาพที่น่าสงสารเหลือเกินเด็กทั้งสองไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายอย่างที่เด็กในวัยนี้ควรจะเป็เพียงแค่ปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมา เงียบๆเธอรู้สึกปวดใจเหลือเกินอยากเข้าไปปลอบโยนทั้งคู่แต่เธอก็ทำไม่ได้
เด็กชายตัวน้อยที่น่าจะเป็พี่ชายพยายามที่จะกลั้นน้ำตาตัวเองไว้ก่อนจะหันไปบอกน้องสาวให้เฝ้าท่านแม่ไว้ตนจะเป็คนออกไปตามท่านหมอในหมู่บ้านให้เอง เด็กหญิงพยักหน้ารับทั้งน้ำตาก่อนที่เด็กชายจะรีบออกไปตามหมออย่างที่กล่าว
แล้วภาพทั้งหมดก็หยุดที่ตรงนี้ชายชราหันมามองวิมลินพร้อมเอ่ย
“ข้าพาเ้ามาดูได้ถึงเพียงแค่ตรงนี้หลังจากนี้คือจุดเปลี่ยนว่าเหตุการณ์จะเป็เช่นไรขึ้นอยู่กับเ้าตัดสินใจ”
ทันทีนั้นเธอและชายชราก็ย้อนกลับมายืนที่เดิมใต้ต้นไม้ดอกสีขาวรอบข้างยังเต็มไปด้วยม่านหมอกเหมือนตอนก่อนที่เธอจะถูกพาไปดูเหตุการณ์ต่างๆของทั้งสามแม่ลูก
“เอาล่ะเ้าก็ได้เห็นบางส่วนของชีวิตที่เ้าอาจต้องไปใช้แล้วตอนนี้ข้าให้โอกาสเ้าได้ตัดสินใจว่าจะรับภารกิจในครั้งนี้หรือไม่”ชายชราเอ่ยบอกวิมลิน
“หนูมีข้อสงสัยขอถามคุณปู่สักสองสามข้อได้มั้ยคะ”
“เอาสิถ้าข้าตอบได้ก็จะตอบ”
“ถ้าหนูรับภารกิจนี้หนูก็จะเข้าไปแทนที่แม่ของเด็กทั้งสองคนนั้นใช่มั้ยคะแล้วถ้าหนูไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กทั้งสองคนนั้นคะ”
“ใช่ถ้าเ้าตัดสินใจทำเ้าก็จะกลายเป็แม่ของเด็กทั้งสองคนนั้น ส่วนถ้าเ้าไม่รับทำเื่ราวต่อจากนี้ก็จะดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็ตามชะตาของเด็กทั้งคู่ในมิตินั้นจากที่เ้าเห็นข้าบอกได้เพียงว่าชีวิตต่อจากนี้ของเด็กทั้งคู่จะเป็ไปอย่างยากลำบากพอดู”
ชายชราตอบเธอ
“ถ้าหนูเข้าไปแทนที่แม่ของเด็กทั้งสองแล้วเธอจะเป็ยังไงต่อไปคะ” เธอถามถึงแม่ของเด็กทั้งสองถ้าเธอเข้าไปแทนที่ก็เหมือนเธอไปยึดร่างของหญิงสาวรึเปล่า
“แน่นอนว่าเวลาของนางในมิตินี้ก็ใกล้จะสิ้นสุดเช่นเดียวกันกับเ้าดังนั้นเ้าถึงสามารถเข้ามาแทนที่นางในมิตินี้ได้ส่วนแม่นางคนนั้นนางก็มีเส้นทางชะตาชีวิตของนางเองต่อจากนี้ซึ่งมันนอกเหนือขอบเขตที่ข้าจะสามารถบอกเ้าได้” ชายชราตอบเธอ
อ่อมันเป็เหมือนระบบสุ่มแบบจับคู่นี่เอง เวลาของเธอกับแม่ของเด็กๆหมดลงพร้อมกันเลยเข้ามาแทนที่กันได้พอดี วิมลินคิดอย่างน้อยเธอก็วางใจได้ว่าเธอไม่ได้มาแย่งร่างแม่ของเด็กทั้งสองคน
“เอ่อแล้วพ่อของเด็กทั้งสองคนนั้นล่ะคะ อยู่ที่ไหน” วิมลินถามต่อ
“ข้อนี้ข้าไม่อาจตอบเ้าได้ เ้าต้องไปค้นหาคำตอบเองถ้าเ้ายอมรับภารกิจ สิ่งต่างๆที่เ้าสงสัยเ้าก็จะได้รู้คำตอบในเวลาอันสมควรที่ข้าพาเ้ามาดูเพื่อให้เ้าเห็นว่ามิติและชีวิตที่เ้าต้องไปใช้แทนที่นั้นเป็เช่นไร นอกนั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวเ้าแล้วว่าจะ พาตัวเองและครอบครัวผ่านภารกิจต่างๆได้หรือไม่ เอาล่ะข้าบอกเ้าเท่าที่ข้าสามารถบอกได้แล้วนอกนั้นย่อมเป็ความลับ์ที่มีแต่เ้าเท่านั้นมีสิทธิ์ที่จะรู้ได้เมื่อถึงเวลาตกลงเ้าจะยอมรับทำภารกิจนี้หรือไม่ หรือเ้า้ารอในภพชาติต่อไปอันนี้แล้วแต่ตัวเ้าเอง”
ชายชราเอ่ยบอกพร้อมทั้งเร่งให้เธอรีบตัดสินใจอันที่จริงวิมลินตัดสินใจได้ั้แ่เห็นเด็กน้อยน่ารักทั้งสองคนแล้วเธอรู้สึกผูกพันธ์กับเด็กทั้งคู่อย่างบอกไม่ถูก ลึกๆในใจบอกเธอว่าไม่ว่าจะอย่างไรเธอต้องปกป้องเด็กทั้งคู่ให้ได้แค่อยากเก็บข้อมูลจากชายชราให้ได้มากที่สุดต่างหาก
“ตกลงค่ะคุณปู่หนูจะทำมัน หนูจะทำภารกิจนี้ค่ะ แล้วต่อจากนี้หนูต้องทำอย่างไรบ้างคะ”เธอตอบชายชราออกไป
“ดีๆเมื่อเ้าลั่นวาจาตกลงแล้วรับทำภารกิจแล้วเ้าจะไม่สามารถคืนคำหรือยกเลิกได้ไม่ว่าเ้าจะทำสำเร็จหรือไม่ เ้าก็ต้องอยู่ต่อจนกว่าจะหมดเวลา เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจค่ะคุณปู่ หนูจะทำมัน และจะทำให้สำเร็จด้วย” เธอตอบอย่างแน่วแน่
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขออวยพรให้เ้าโชคดีหลังจากนี้เ้าจงเตรียมตัว เดินทางครั้งใหม่ได้แล้วข้าจะกลับมารับเ้าเมื่อถึงเวลาซึ่งก็คืออีกใน เจ็ดวันข้างหน้าเ้าจงใช้สิ่งของที่ได้รับมาให้เกิดประโยชน์สูงสุดล่ะ ตอนนี้ข้าไปก่อนล่ะยังมีอีกหลายดวงิญญาที่ข้าต้องรับผิดชอบ แล้วเจอกันนังหนู” ชายชราเอ่ยบอกพร้อมกับหายวับไปต่อหน้าต่อตา
“อ้าวเดี๋ยวสิคะคุณปู่อย่าพึ่งไปกลับมาก่อน คุณปู่ยังไม่ได้บอกลินเลยว่าของที่ลินได้มามันใช้ยังไงแล้วไหนจะการยืนยันตัวตนนี่อีกล่ะคะ”
วิมลินรีบะโเรียกชายชราแต่คงไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้เหลือเธอเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ที่เดิม
“ตอนนี้คือจะออกไปจากความฝันนี้ยังไงล่ะเนี่ยคุณปู่นะคุณปู่รีบจริงยังไม่ทันได้ถามวิธีออกไปเลย”
เธอแอบบ่นชายชราเบาๆทันทีที่พูดจบเธอก็รู้สึกถึงแรกดูดมหาศาล ดูดร่างของเธอเข้าไปหาบางสิ่งโดยทันที
___________________________________
หนูลินเลือกแล้วจะเป็ยังไงต่อไปน๊าโชคดีที่ไม่ต้องไปโผล่ไปวิ่งเล่นในยุคไดโนเสาร์ ฮ่าๆ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นะคะในเมื่อมิติทุกอย่างมันทับซ้อนกันอยู่นี่นา ว่างๆไรต์จะพาหนูลินไปวิ่งเล่นกับไดโนเสาร์ดีมั้ยนะ
ขอบคุณทุนคนที่แวะเข้ามาอ่านนะคะอย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยน๊า