สือเจียงหย่วนฟังคังอิงพูดเช่นนั้นแล้วรู้สึกเขินอาย
“ช่วงนั้นผมต้องเข้าเมืองไปทำเรื่องขออนุญาตเปิดเหมืองถ่านหิน คุณเองบอกว่าไม่ให้ขายเหมืองถ่านหินหยางเคิง ผมก็เลยต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเป็นทางการ ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องการจัดการห้างสรรพสินค้า ผมมอบหมายให้คุณจัดการทั้งหมดแล้ว ต่อไปนี้คุณก็จัดการได้ตามสบายเลย ไม่ต้องมาขออนุญาตจากผม”
“เรื่องขออนุญาตเปิดเหมืองถ่านหินเรียบร้อยแล้วเหรอ?” คังอิงถาม
“เรียบร้อยแล้วครับ” สือเจียงหย่วนตอบง่ายๆ
คังอิงจึงเดินไปที่ห้องทำงานแล้วขอแผ่นพับโปรโมชันลดราคาช่วงเปิดห้างจากกวนเสี่ยวมาให้สือเจียงหย่วน
ยิ่งสือเจียงหย่วนดูแผ่นพับนี้ เขาก็ยิ่งรู้สึกทึ่งขึ้นเรื่อยๆ ชายหนุ่มพูดอย่างยินดีว่า “ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กสองแถมหนึ่ง ซื้อครบสองพันลดสองร้อย ลดราคากันแรงขนาดนี้ ถ้าผมเป็นลูกค้าก็ต้องสนใจแน่ๆ!”
คังอิงหัวเราะเบาๆ แล้วคิดในใจว่า ‘แน่นอนว่าต้องสนใจอยู่แล้ว เพราะอย่างนี้ในชาติที่แล้ว ช่วงเทศกาลลดราคา 11.11 ธุรกิจของเถาเป่า [1] ถึงได้เฟื่องฟูขนาดนั้น ทุกคนต่างก็คิดจะซื้อของให้ครบยอดเพื่อที่จะได้ส่วนลด เผลออีกทีก็ซื้อของไปมากมายแล้ว ฉันแค่หยิบเอาประสบการณ์ล้ำสมัยมาใช้เท่านั้นเอง มันช่างง่ายดายอะไรเช่นนี้’
ธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบของถูกนั้นเป็นเรื่องปกติในทุกยุคทุกสมัย ดังนั้นการลดราคาแบบนี้จึงเหมาะกับคนยุคปัจจุบันเช่นกัน
แต่จริงๆ แล้ว คนที่ซื้อไม่มีทางฉลาดไปกว่าคนขายหรอก
ตามท้องถนนต่างๆ ในอำเภอหลี่ว์ ต่างก็เต็มไปด้วยพนักงานแจกใบปลิวที่ถือใบปลิวสีแดงปึกหนึ่งเอาไว้ในมือ พวกเขาเอาใบปลิวไปเสียบไว้ที่ตะกร้าหน้ารถจักรยาน หรือกระจกมองหลังของรถยนต์ พอเห็นคนเดินผ่านไปมาก็จะยื่นใบปลิวให้
ผู้คนที่ได้รับใบปลิวต่างก็พากันสนใจกับเนื้อหาในใบปลิว มีคนกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านมาด้วยกันเอ่ยขึ้นว่า
“โอ้โห นี่ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพหรือไง? แต่ก่อนมันปิดปรับปรุงใหม่ไม่ใช่เหรอ? กำลังจะเปิดแล้วสินะ เร็วจริงๆ เลย ฉันยังจำได้ว่ามันเพิ่งปิดปรับปรุงไปไม่นานเอง”
“ลดราคากันแรงขนาดนี้เลย พอดีลูกชายคนที่สองของฉันกำลังจะแต่งงาน ฉันต้องไปดูตอนเปิดห้างหน่อยแล้ว พวกเธอดูสิ ซื้อครบสองพันลดสองร้อยหยวน ซื้อครบห้าพันลดสามร้อยหยวน ถ้าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายๆ ชิ้นที่ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพแบบนี้ ก็ลดได้เยอะเลยสิ”
“โอกาสแบบนี้ไม่ดีมีบ่อยๆ พวกเธอไม่ได้ดูหรือไง ที่เขาเขียนไว้ว่า เป็นการลดราคาฉลองเปิดห้าง มีแค่ตอนเปิดห้างเท่านั้นแหละ ต่อไปคงไม่มีแบบนี้อีกแล้วแน่” บางคนพึมพำตามตัวอักษรที่เขียนไว้ในใบปลิว
“แต่ฉันอยากจะซื้อแค่ตู้เย็น ส่วนน้องสาวของฉันอยากซื้อโทรทัศน์ ถ้าพวกเราซื้อด้วยกัน แบบนี้จะได้ลดราคาหรือเปล่านะ?”
“พวกเธอไปซื้อด้วยกัน แล้วใครจะไปรู้ล่ะว่าพวกเธอซื้อด้วยกัน ขอแค่จ่ายเงินพร้อมกัน ก็น่าจะไม่มีปัญหานะ”
“อืม เธอก็พูดมีเหตุผล เดี๋ยวตอนนั้นฉันค่อยไปดูอีกที”
ผู้คนต่างพากันพูดคุยถึงใบปลิวโฆษณาห้างสรรพสินค้ามิตรภาพที่พวกเขาถืออยู่ในมือ
คังจวิ้นกำลังจะเข็นจักรยานกลับบ้าน ก็เห็นว่าที่จักรยานของเขามีใบปลิวสีแดงเสียบอยู่ เขาหยิบมันขึ้นมาดู แล้วพลันถูกเนื้อหาในใบปลิวดึงดูดสายตา
ที่แท้แล้วมันเป็นใบปลิวโปรโมชันลดราคาฉลองเปิดห้างสรรพสินค้ามิตรภาพ ห้างสรรพสินค้ามิตรภาพไม่ใช่ห้างที่พี่สาวของเขาเกาะต้นขาทองคำอยู่หรือไง?
หลายวันมานี้ ลูกชายของเขามีไข้ เขาต้องรีบพาลูกชายไปโรงพยาบาลเพื่อให้น้ำเกลือจนไม่มีเวลาว่างไปหาพี่สาว ถ้าเป็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ดูท่าผู้ชายที่พี่สาวของเขาคบด้วยคงจะเป็นคนรวยมาก เพราะห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มัน...
คังจวิ้นรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารีบหยิบใบปลิวนี้กลับบ้านเพื่อไปปรึกษากับคนในครอบครัว
ทันทีที่คังจวิ้นกลับถึงบ้าน เขาก็รีบโยนรถจักรยานฟีนิกซ์รุ่นเก่าเข้าพิงไว้กับกำแพงลานบ้านอย่างลวกๆ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในบ้าน
ซุนหลันฮวาแม่ของคังจวิ้นเพิ่งกลับมาถึงบ้าน พอเห็นภาพนั้นก็เอ่ยตำหนิทันที “อาจวิ้น ทำอะไรของลูก? ทำไมจอดรถจักรยานแบบนี้ล่ะ? ถ้าลมพัดมามันก็ล้มหรอก ครั้งที่แล้วแฮนด์รถจักรยานก็เบี้ยว ลูกต้องใช้เวลานานกว่าจะดัดมันให้ตรง ลืมไปแล้วหรือไง?”
คังจวิ้นตอบ “แม่ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว รีบเข้ามาเร็ว ผมมีเรื่องดีๆ จะเล่าให้ฟัง!”
“เจ้าเด็กบ้า จะมีเรื่องดีๆ อะไรกัน ไม่ต้องทำให้แม่ต้องเป็นห่วงถือว่าเป็นเรื่องดีมากกว่าไหม” ซุนหลันฮวาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
ซุนหลันฮวาเป็นหญิงวัยกลางคนอายุสี่สิบเจ็ดปี รูปร่างเตี้ยตัน ส่วนสูงแค่ร้อยห้าสิบหกเซนติเมตร เธอไม่มีอะไรโดดเด่นเลย ไม่ว่าจะเป็นตาโปน จมูกแบน ใบหน้ากลม ขาที่สั้นๆ เวลาเดินก็เหมือนกับลูกบอลกลิ้งไปกลิ้งมา
ถ้าหากซุนหลันฮวายืนอยู่ข้างๆ คังอิง คงไม่มีใครเชื่อว่าเธอเป็นแม่ของคังอิง เพราะพวกเธอไม่ได้มีใบหน้าที่คล้ายกันเลย
อันที่จริงแล้ว ซุนหลันฮวาไม่ใช่แม่แท้ๆ ผู้ให้กำเนิดคังอิง เพียงแต่เรื่องนี้เป็นความลับ นอกจากเธอและคังซื่อเหลียงสามีของเธอ ก็ไม่มีใครรู้ แม้แต่คังจวิ้นเองก็ยังไม่รู้ว่า คังอิงไม่ใช่พี่สาวแท้ๆ ของเขา
ส่วนเหตุผลที่ซุนหลันฮวาต้องปิดบังเรื่องนี้ เป็นเพราะมันเกี่ยวข้องกับความลับในอดีต ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเปิดเผยมันออกมา
เมื่อได้ยินลูกชายโวยวายว่ามีเรื่องดีๆ จะบอก แล้วเห็นท่าทางตื่นเต้นของเขา ซุนหลันฮวาก็เชื่อไปหลายส่วนแล้ว เธอก้าวเท้าเล็กๆ ของเธอเข้าไปในบ้านพลางกล่าวว่า
“มีเรื่องดีๆ อะไรก็รีบบอกมาสิ อย่ามาอ้ำๆ อึ้งๆ ล้อเล่นกับคนอื่น”
คังจวิ้นเห็นพ่อของเขากำลังผ่าฟืนอยู่ที่ลานบ้าน จึงตะโกนเรียกพ่อของเขาด้วย “พ่อ รีบมาเร็ว มีเรื่องดีๆ จะเล่าให้ฟัง”
คังซื่อเหลียงวางฟืนในมือลงแล้วปัดเศษไม้ที่ติดอยู่บนมือออก พลางเอ่ยถาม “มีเรื่องอะไรกันแน่? อย่าบอกนะว่าลูกอยากจะไปทำสัญญาเช่าร้านเล็กๆ พ่อไม่มีเงินให้หรอกนะ
ด้วยนิสัยแบบลูก วันๆ เอาแต่เล่นเกม ถ้าให้ลูกไปเช่าร้านเล็กๆ ไม่ขาดทุนก็แปลกแล้ว!”
คิดไปคิดมา การเปิดร้านเล็กๆ สักร้านต้องใช้เงินทุนอย่างน้อยๆ ก็หมื่นหยวน อีกทั้งตอนนี้ ธุรกิจร้านค้ากำลังเฟื่องฟู ร้านค้าหายากมาก ขอเพียงแค่เปิดร้านในทำเลที่ดีก็ทำกำไรได้แน่นอน ดังนั้นการหาร้านค้าดีๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
การเช่าร้านค้า ไม่ว่าจะเล็กขนาดไหนก็ต้องเสียค่าเช่า ต้องมีเงินทุนสำหรับซื้อของ ตระกูลคังจะมีเงินมากขนาดนั้นได้อย่างไร?
ต่อให้โชคดีได้เจอกับร้านค้าดีๆ ที่ต้องการเซ้งต่อ หากเจ้าของร้านมีสินค้าที่ขายไม่หมด ก็ต้องรับซื้อสินค้าพวกนั้นมาด้วย แบบนี้ต้องใช้เงินจำนวนมาก ตระกูลคังไม่มีทางหาเงินจำนวนนั้นมาได้ ดังนั้นคังซื่อเหลียงจึงคอยระวังคังจวิ้น ไม่ให้เขามาตอแยขอเงิน
คังจวิ้นส่ายหน้าแล้วตอบ “พ่อ ไม่ใช่เรื่องของผม เป็นเรื่องของพี่ต่างหาก”
“พี่สาวของลูก? พี่สาวของลูกจะมีเรื่องดีๆ อะไรกัน? อยู่ดีๆ ก็ไปหย่ากับเขา ทนมาตั้งสามปี ในที่สุดก็ทำให้ฟู่ซินหลางได้เป็นนักศึกษาวิทยาลัย แต่มันกลับไม่รู้จักคุณค่า ดันไปหย่ากับเขา ทุเรศ!”
คังซื่อเหลียงพูดพลางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง คังอิงไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของเขา เขาจึงไม่รู้สึกสงสารเธอ
หากไม่ใช่เพราะมารดาของคังอิงเป็นผู้หญิงจากเมืองหลวง เคยเป็นเยาวชนที่มีความรู้ ตอนนี้เธอกลับไปยังเมืองหลวงแล้ว เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เธอมีฐานะและตัวตนแบบไหน ไม่อย่างนั้นคังซื่อเหลียงคงไม่ยอมเก็บอารมณ์ต่อหน้าคังอิง จะต้องมีตีหรือตบไปบ้างแล้ว
ซุนหลันฮวาแสร้งยิ้มพลางเอ่ยเสริมว่า “ใช่แล้ว พี่สาวของลูกจะมีเรื่องดีๆ อะไรกัน? ส่วนลูก ก็เป็นคนไร้ประโยชน์ เจอเธอบนท้องถนนตั้งสองครั้งยังถามที่อยู่มาไม่ได้ หย่ามาเกือบสองเดือนแล้ว เธอก็ยังไม่กลับบ้าน สองเดือนมานี้ เธอไม่ได้ให้เงินพวกเราเลย ที่บ้านไม่มีเงินใช้จนจะอดตายกันอยู่แล้ว”
คังจวิ้นเผยยิ้มเย็นเยือก “พวกท่านก็อย่าไปโทษพี่เลย สองเดือนมานี้ พี่ก็คงยุ่งมากเหมือนกัน ผมกับเสี่ยวชิงเจอพี่อยู่ริมถนน ตอนนั้นพี่กำลังอยู่กับผู้ชายรวยๆ คนหนึ่ง ต่อไปนี้ครอบครัวของเรากำลังจะรวยแล้ว!”
เชิงอรรถ
[1] เถาเป่า แปลตรงตัวได้ว่า ค้นหาสมบัติ เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งดำเนินการโดยอาลีบาบากรุ๊ป