ทั้งสามคนเดินทางมาถึงเมืองตาก ก็พลบค่ำ จึงพักที่ป่ามะม่วงแห่งหนึ่ง แต่ว่าเทพรับรู้ถึงภัยอันตรายบางอย่าง ก็รีบบอกคนเพื่อนทั้งสองคนว่า
“ รีบออกจากป่ามะม่วงให้ทันก่อนมืดดีกว่า”
“ เกิดอะไรขึ้น?” เซกิกับ เซไกเอ่ยออกมาพร้อมกัน
“ ข้าััถึงอันตรายบางอย่าง ที่ยังไม่รู้จะบอกยังไง พวกเรารีบไปกันเถอะ”
ทั้งสามเลยรีบควบม้าเพื่อออกจากป่ามะม่วงแห่งนี้ พอขี่ม้าไปได้สักระยะสภาพแวดล้อมที่ผ่านมากลับเหมือนเส้นทางเดิมที่ผ่านมาแล้ว
“ พวกเราผ่านทางนี้มาแล้ว เหตุใดทำไมถึงกลับมาที่เก่าได้เล่า?” เซกิเอ่ยอย่างใ
“ พวกเราออกไปไม่ทันแล้ว คงต้องค้างคืนที่ป่ามะม่วงแห่งนี้” เทพเอ่ยออกไปแล้วมองไปรอบๆ เพื่อหาทำเลที่พัก
“ พวกเราต้องทำสร้างห้างที่นอนบนต้นไม้ดีหรือไม่?” เซไกรีบเอ่ยถามเทพทันที
“นอนบนต้นไม้ หรือ ด้านล่างก็มีค่าเท่ากัน”
เทพลงจากม้า แล้วพาม้ามาผูกเอาไว้กับต้นไม้ใกล้ตัว แล้วบอกให้ทั้งสองไปช่วยกันหาฟืนมาให้มากที่สุด แต่เทพเดินไปทางต้นไม้ ขนาดใหญ่หลายต้น แล้วดึงมีดสั้นออกมา แล้วเขียนอักขระยันต์เกราะเพชร เอาไว้ที่ต้นไม้ เกือบสิบต้น
เพื่องป้องกันภัยอันตราย จากภูตผี หรือ สัตว์ร้าย ที่จะเข้ามากล้ำกรายในคืนนี้
จากนั้นเทพก็นำดินเหนียวออกมาปั้นหุ่นพยนต์รูปมนุษย์ 8 ตัว และ รูปควายอีก 8 ตัว แล้วนั่งปลุกเสก สักพักใหญ่ จนเซกิ กับ เซไกขนฟืนเข้ามาก็รีบเอ่ยถามว่า
“ นี่เ้าปั้นหุ่นพวกนี้ไปทำไม?” เซไกเอ่ยด้วยความสงสัย
“ คืนนี้ พวกมันจะคอยเป็เวรยามให้กับพวกเรา” เทพเอ่ยจบ ก็นำดาบซามูไรของทั้งสอง รวมถึงของเขา มาทำการ ลงอักขระเวทย์ สร้างดาบเวทย์เอาไว้เพื่อป้องกันและ คอยปราบภูตผี ปีศาจทั้งหลาย
ในมุมหนึ่งของป่ามะม่วง คนที่ผ่านไปมาที่นี่ ไม่มีใครสังเกตเห็น ว่าตรงใจกลางป่ามีเจดีย์ดิน อยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งด้านในนั้นมีซากศพที่เหลือแต่โครงกระดูก ซึ่งถูกฝังมาสามร้อยปีแล้ว เจดีย์ดินนี้ เรียกว่า เจดีย์แห่งชัยชนะของ พ่อขุนรามคำแหง ในอดีต ที่เคยชนช้างเอาชนะเ้าขุนสามชนเ้าเมืองฉอด ได้ จึงได้สร้างเจดีย์สะกดิญญาเอาไว้ ไม่ให้ไปผุดไปเกิด เพราะกลัวเกรงว่า หากไปเกิดใหม่จะกลับมาแก้แค้นอีกในชาติหน้า ตามความเชื่อเื่เวรกรรม
ดังนั้นยอดเจดีย์ จึงได้ใช้เหล็กล่อฟ้าที่ลงคาถาอาคม และฐานเจดีย์ก็ลงอักขระยันต์เอาไว้มากมาย โดยพระเถระชั้นสูงในสมัยนั้น ส่วนซากศพทหารนับหมื่นนั้น ถูกฝังลงดินใต้ต้นมะม่วง กลายเป็ปุ๋ยให้กลับต้นมะม่วงไป จนกลายเป็ป่ามะม่วงขนาดใหญ่มาจนถึงทุกวันนี้ รวมทั้งพื้นดินที่เทพกับพวกพักอยู่ ก็มีเหล่าทหารที่ล้วนตายในาในครั้งนั้นอยู่ด้วยเช่นกัน
ถึงแม้เหตุการณ์สู้รบจะผ่านประมาณสามร้อยปีแล้ว แต่ิญญาที่ตายทุกดวงกลับไม่ได้ไปผุดไปเกิด ทุกคืนจันทร์เต็มดวง พวกมันจึงออกมาปรากฏร่าง เพื่อมาต่อสู้กันอีก ชาวบ้านบริเวณนี้ ต่างรู้เื่นี้เป็อย่างดี ไม่มีใครกล้าเข้ามาพักค้างคืนในป่าแถบนี้ เพราะรู้ว่า หากใครก็ตาม ได้เข้ามาในป่ามะม่วงแห่งนี้ ในคืนพระจันทร์เต็มดวง พลังความแค้น ความอาฆาตพยาบาทของเ้าขุนสามชนก็จะมีมากที่สุด ก็จะออกมาปรากฏร่าง เพื่อเข่นฆ่าผู้คนที่ผ่านมา โดยที่คนที่เข้ามาอยู่ในป่ามะม่วง ต้องถูกมนตร์สะกดไม่ให้หนีออกไปไหน ต้องต่อสู้กันเอง ดังนั้นที่ผ่านมา พวกนายพรานหรือชาวบ้าน คนที่เดินทางผ่านป่ามะม่วง ล้วนล้มตายสูญหายไปเป็จำนวนมาก
และคืนนี้ก็เช่นกัน ิญญาของเ้าขุนสามชน ก็ค่อยๆ ปรากฏร่างขึ้นมา ข้างเจดีย์แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ อ่า ข้าได้กลิ่นเืมนุษย์อีกแล้ว ข้าไม่ได้ดื่มเืพวกมันมานานขนาดไหนแล้วเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า มีถึงสามคนเชียว สาวกของข้าทั้งหลาย จงปรากฏตัวขึ้นมา แล้วไปจับตัวพวกมันมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”
มีชายนักรบโบราณมากมายผุดขึ้นมาจากพื้นดิน จากสิบเป็ร้อย จากร้อยเป็พันทั้งหมดล้วนแต่งชุดของเมืองฉอดสมัยโบราณ มีทหารนักรบที่แต่งกายคล้ายแม่ทัพ รีบมาคำนับ แล้วหมุนตัวรับคำสั่งจากไป
เทพที่กำลังผิงไฟอยู่ สะดุ้งสุดตัวทันที เพราะว่าััได้ว่ามีกองทัพภูตผีจำนวนมากกำลังมาที่นี่ แผ่นดินเริ่มสั่นหวั่นไหว เหมือนกำลังมีกองทัพช้างม้า เดินทัพรอบๆของเทพ พลันมีปีศาจผุดขึ้นมาจากพื้นดิน พร้อมอาวุธครบมือ พร้อมกับจ้องมองเทพกับเพื่อนทั้งเขม็ง
“ ผะ ผะ ผี.....” เซกิะโตัวลอยเข้ามาด้านหลังเทพด้วยความหวาดกลัว
ส่วนพี่เซไกก็ค่อยๆ เดินเข้ามาด้านหลังเทพด้วยเช่นกัน
ทหารที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินต่างก็เดินจะเข้ามาในเขตของเทพ แต่ไม่ทันได้เข้ามาใกล้ เสียงกองทัพนับพัน ก็เคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งเข้ามาหมายจัดการกับ พวกเทพกับเพื่อน แต่ว่า ทหารที่ผุดขึ้นมารอบๆ เทพนั้น พุ่งร่างเข้าโจมตีทหารปีศาจอีกฝ่าย อย่างไม่เกรงกลัว เทพมองเห็นเสื้อผ้าของทั้งสองนั้นต่างกัน แสดงว่า ทั้งสองกองทัพผีนี้ คงจะเป็คนละฝ่าย ถึงได้ต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็ภูตผี แต่ว่า ใครถูกฟาดฟันไป ก็ตายไปอีกครั้ง แล้วพวกมันก็ฟื้นคืนชีพกลับมาต่อสู้กันอีก
“ นี่..มัน...เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย ทำไม....ผีนักรบพวกนี้ถึงได้สู้กันเอง?” เซกิเอ่ยถามเทพปากคอสั่น
“ ไม่รู้ ดูต่อไปเถอะ อย่าออกจากเขตของเราก็แล้วกัน” เทพเอ่ยแค่นี้ กองทัพเมืองฉอด ที่มีมากกว่า ก็จัดการทหารกองทัพเมืองสุโขทัย จนราบ แล้วก็โจมตีเทพกับเพื่อนๆ ต่อ แต่พอเข้าเขตที่เทพ เขียนยันต์เกราะเพชรเอาไว้ พวกกองทัพผี ก็ลุกไหม้แตกสลายไปในทันที ทำให้พวกผีแม่ทัพ สั่งการให้ภูตผีตัวอื่นหยุด
จากนั้นผีแม่ทัพก็สั่งให้กองทัพภูตผีเมืองฉอด ล้อมพวกของเทพเอาไว้ ไม่นานนัก
ร่างปีศาจของเ้าขุนสามชน เ้าเมืองฉอดก็ปรากฏร่างขึ้น
“ ไม่เลวนี่เ้าหนู พวกแกเป็พวกต่างชาติหรือนี่ เหตุไฉนถึงได้มีวิชาอาคมกับเขาด้วยเล่า”
“ เป็ผี ก็อยู่ส่วนผี มายุ่งเกี่ยวอะไรกัน ถอยไปซะ มิเช่นนั้น ข้าจะทำลายิญญาของเ้าซะ” เทพเอ่ยออกไปด้วยเสียงอันดังก้องกังวานไปทั่วป่า
“ ช่างกล่าววาจา โอหังยิ่งนัก ข้าเ้าขุนสามชน ก็ได้ชื่อว่า จอมขมังเวทย์เช่นกัน
มาดูกัน ว่าใครมันจะแน่กว่ากัน” เ้าขุนสามชน อ้าปากกว้าง มีตัวต่อเสือจำนวนมากพุ่งออกมาจากปากของมัน พุ่งเข้าเขตอาคมเกราะเพชรทันที
เปรี้ยะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พรึบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เหล่าฝูงต่อเสือจำนวนมากถูกเผาตายไปจนหมด ไม่สามารถผ่านยันต์เกราะเพชรมาได้
“ ฮึ่ม โยนซากศพของกองทัพสุโขทัย เข้าใส่พวกมัน”
แม่ทัพทหารภูตผี ได้รับคำสั่ง ก็โยนซากศพทหารของสุโขทัย เข้ามาในเกราะเพชร ก็ล้วนถูกทำลายลงไปทุกตน เทพเห็นเช่นนั้น ก็อดสงสารทหารภูตผีของเมืองสุโขทัยไม่ได้ จึงส่งหุ่นพยนต์ออกไป แปดตัว พร้อมกับ ควายธนูพยนต์อีกแปดตัว แล้วเอ่ยว่า
“ จัดการพวกมันให้หมด” ควายธนูตัวใหญ่ แปดตัว พุ่งเข้าชน กองทัพทหารภูตผี ที่กำลังยกซากศพทหารสุโขทัย ที่เหลือแต่กระดูก ก็ถูกกระแทกจนกระเด็นไป ร่างิญญาก็แตกสลายหายไป จากนั้นก็มีหุ่นพยนต์ ที่รูปร่างเหมือนหุ่นศิลาออกไปไล่ทุบ เหล่าภูตผีนักรบของ เมืองฉอดจนร่างิญญาแหลกสลายไปไม่น้อย
“ บังอาจทำร้าย คนของข้า เ้าอย่าอยู่ต่อไปเลย”
เ้าขุนสามชน ขยายร่างสูงใหญ่ขึ้นมาคล้ายเปรต แล้วถอนต้นมะม่วงที่ใหญ่พอๆ กับ เสาไฟฟ้า แล้วฟาดใส่ต้นไม้ที่ได้ลงอักขระยันต์เกราะเพชรเอาไว้
โครม ๆ ๆ ๆ !! ต้นไม้ที่เกือบสิบต้นที่ได้ลงอักขระยันต์เกราะเพชรป้องหักโค่นลงไปจนหมด
“ ทาเคชิ ยันต์เกราะเพชรทำไมถูกทำลายง่ายดายเช่นนี้” เซกิพูดด้วยความใแล้วเตรียมวิ่งหนี
“ ยันต์เกราะเพชรป้องกันภูตผีปีศาจ แต่ไม่ได้ป้องกันการทำลายล้างเช่นนี้ เตรียมตัวต่อสู้” เทพเอ่ยจบ ก็ชักดาบซามูไรเวทย์ออกมา พร้อมขณะนี้ กองทัพภูตผีเมืองฉอด ที่มีจำนวนมาก หลุดเข้ามาจากการป้องกันของหุ่นพยนต์ทั้ง 16 ตัว เข้าโจมตีพวกของเทพแล้ว ทั้งสามคนเข้าฟาดฟันภูตผี จนร่างแตกสลายหายไปเป็จำนวนมากไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ พวกของเทพได้เลยแม้แต่น้อย
เทพพุ่งกระโจนเหยียบหัวของกองทัพภูตผี แล้วลอยตัวบนฟ้า ฟันดาบเข้าใส่เปรตเ้าขุนสามชน ที่ยืนมองอย่างดูแคลนเทพ ใช้มือหมายตบใส่ร่างเล็กๆ ที่พุ่งเข้ามา แต่ว่าพอคมดาบฟันเข้าที่ฝ่ามือ เปรตเ้าขุนสามชน ถึงกับร้องลั่น แผลที่ฝ่ามือเกิดเป็เพลิงไหม้เผาผลาญลุกลามขึ้นไปที่แขน เปรตเ้าขุนสามชน ถึงกับต้องดึงตัดมือตัวเองจนขาดเพื่อไม่ให้ ลุกลามไปที่อื่น
เทพไม่หยุดวิ่งไปที่พื้น ฟันฉับ เข้าที่ข้อเท้า จนขาดออกจากกัน เปรตเ้าขุนสามชน ถึงกับร้องออกมาอีกครั้งด้วยความเ็ป ล้มตัวหงายหลังไปนอนกับพื้น
เทพะโเหยียบร่างของเปรตไปยืนบนหน้าอก แล้วแทงดาบซามูไรเวทย์เข้ากลางหน้าอกของมัน
ฉึก !! อ๊ากกกกกกกก !!! ร่างของเปรตขุนสามชนกลายร่างเหมือนมนุษย์ ถูกเทพเหยียบเข้าที่กลางลำตัว ร่างกำลังสลาย ระหว่างจะสลายเ้าขุนสามชนเอ่ยออกมาอย่างอ่อนแรงว่า
“ทำไม ดาบของเ้าทำลายิญญาของข้าได้เช่นนี้”
“ ดาบของข้านั้นลงพระเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ ของแนวทางพราหมณ์ ที่เน้นทำลายปีศาจโดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจาก แนวทางพุทธ ที่เน้นความเมตตา ปราณี ต่อสรรพสิ่ง ไม่ต้องห่วง ต่อไปเ้าจะไม่ต้องไปผุดไปเกิด เพื่อใช้เวรใช้กรรมอีกต่อไป”
“ ดี ข้าเองก็ทุกข์ทรมานมามากแล้ว...” ขุนสามชนหลับตายินดี ร่างปีศาจก็ค่อยๆ สลายหายไปจากโลกใบนี้ เหล่ากองทัพภูตผี ต่างหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว ก้มลงคุกเข่าต่อหน้า เทพกับทั้งสองกองทัพ
เทพเปิดเนตรที่สาม มองหายันต์ที่สะกดร่างของกองทัพภูตผี จนในที่สุดก็พบว่า
ได้มีอักษรอักขระยันต์สะกดเอาไว้ เทพเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็ว แล้วใช้ดาบเวทย์กรีดอักษรอักขระยันต์ที่เขียนเอาไว้ไปหลายตัวอักษร แล้ว ฟันเหล็กล่อฟ้าที่ปักกลางเจดีย์จนขาดสะบั้น เปรี้ยง !! ฟ้าผ่าลงมาเจดีย์ดินสะกดิญญา จนพังทลาย ิญญาภูตผีทั้งสองกองทัพ ก็ค่อยๆ สลายหายไปในอากาศ บางิญญาก็กลายเป็ดวงดาวเล็กขึ้นไปบนท้องฟ้า บางดวงิญญาก็ถูกดูดลงไปในพื้นดิน
“ จบสิ้นเสียที ไปสู่ที่พวกเ้าควรอยู่เถอะ”
เซกิกับเซไก กับ หุ่นพยนต์ทั้ง 16 วิ่งเข้ามาหาเทพด้วยความตื่นเต้น
“ ผีพวกนี้มาจากไหนกัน?” เซกิเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ มันบอกว่า มันชื่อเ้าขุนสามชน ถ้าข้าจำไม่ผิด เมื่องสามร้อยปีก่อน มันยกกองทัพเข้ามาตีเมืองสุโขทัย แต่สุดท้ายชนช้าง พ่ายแพ้ ถูกเ้าชายรามคำแหง ฟันตายคาคอช้าง กองทัพถูกสังหารสิ้น เ้าชายรามคำแหงได้สั่งผู้ที่มีคาถาอาคมสะกดิญญาทั้งกองทัพเอาไว้ไม่ให้ไปผุดไปเกิด จะได้ไม่ต้องมาแก้แค้นในชาติภพหน้าได้อีก พอดีคืนนี้เป็คืนจันทร์เต็มดวง พวกมันมีฤทธิ์เดชมาก จึงออกมาเพื่อดูดเืมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ แต่โชคร้าย มาเจอพวกเรา” เทพสรุปสั้นๆ
“ ผีดิบ พวกมันเป็ผีดิบอย่างนั้นรึ?”
“ ข้าไม่รู้ แต่เื่ร้ายผ่านไปแล้ว พวกเราพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้จะได้ออกเดินทางแต่เช้า” ทั้งหมดพักผ่อน พอตอนเช้าก็เดินทางต่อ พบกับชาวเมืองตาก ที่เห็นพวกของเทพผ่านมาจากป่ามะม่วง ก็แตกตื่นใ มีชายชราผู้หนึ่ง เข้ามาถามว่า
“ พ่อหนุ่มทั้งสาม เมื่อคืนนี้ พวกเ้าไม่เจออะไรในป่ามะม่วงเลยรึ?”
“ เจอซิ แต่พวกเราได้จัดการพวกมันเรียบร้อยแล้ว” เซกิยืดอกกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ นี่พวกเ้าจัดการกับกองทัพภูตผีได้แล้วอย่างนั้นรึ?”
“ ใช่แล้ว ต่อไปนี้ พวกชาวบ้านไม่ต้องกลัวกองทัพผีพวกนั้นแล้ว” เซไกเอ่ยแทนเทพที่ไม่เอ่ยอะไรสักคำ
ชายชรากับชาวบ้านได้แต่สงสัย ไม่อยากจะเชื่อเื่ที่ พวกของเทพเล่ามา
“ แล้วพวกเ้าจะไปไหนกัน ดูแล้วเ้าไม่ใช่คนดินแดนนี้”
“ พวกเรามาจากกรุงศรีอยุธยา จะไปเมืองเมาะตะมะ ไม่ทราบว่า ท่านลุงจะพอบอกหนทางที่สะดวกได้หรือไม่?” เทพเอ่ยขึ้นมาบ้าง
“ เมาะตะมะหรือ ผ่านห้วยแม่สอดแล้ว ข้ามแม่น้ำสาละวินไป ก็ถึงแล้ว แต่ได้ข่าว่า เมืองเมาะตะมะ กำลังถูกพวกหงสายึดเอาไว้ ห้ามผู้ใดเข้าออก พวกเ้าคงมาเสียเที่ยวเปล่าแล้ว”
“ พวกหงสายึดไว้แล้ว พวกเราทำยังไงดี?” เซกิมองหน้าเทพเพื่อรอคำตอบ
“ ไม่ว่าอย่างไร พวกเราก็จะต้องเข้าเมืองเมาะตะมะให้ได้”......