วันต่อมาที่ห้อง ICU
“คุณหมอคะอาการคุณพ่อจะดีขึ้นบ้างไหมคะ” ลันถามหลังจากที่หมอเข้ามาตรวจดูอาการของคมสันต์
“หมอก็รับปากไม่ได้นะครับ มันก็อยู่ที่ตัวคนไข้ด้วยว่าเขาจะสู้ไหวแค่ไหนตอนนี้ทำได้เพียงประคับประคองไปแบบนี้เท่านั้นก่อนครับถ้าอย่างโชคดีหน่อยก็อาจจะกลายเป็เ้าชายนิทราแต่ถ้าโชคร้าย....ครอบครัวก็ต้องทำใจไว้ด้วยครับ”
คำอธิบายจากหมอทำให้ลันได้แต่กุมมือของพ่อน้ำตาไหลออกมาเงียบๆเกือบเดือนแล้วที่เธอเทียวมาเฝ้าคุณพ่อซึ่งนอนนิ่งไม่ขยับไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเลย
ชลันธรรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด
“ลัน มีแขกมาขอพบน่ะ”
สุจินต์เดินเข้ามาบอกหลานสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบบัญชีร้าน่นี้เธอพบที่มาของเงินแปลกๆหลายอย่างที่กำลังหาคำตอบอยู่
“เอ..ใครเหรอคะน้าจิน”หญิงสาวทำหน้าสงสัยเพราะมั่นใจว่าไม่ได้นัดลูกค้าหรือซัพพลายเออร์เ้าไหนไว้
“น้าก็ไม่เคยเห็นหน้านะแต่เขาบอกว่ารู้จักกับพี่คมสันต์น่ะ”
“อ๋อถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวลันรีบออกไปค่ะ”
ก๊อกก๊อก ลันเคาะประตูห้องประชุมขนาดย่อมแล้วเปิดเข้าไป
“สวัสดีค่ะชลันธร เป็ลูกคุณพ่อคมสันต์ค่ะ”เธอยกมือไหว้แขกผู้มาเยือนที่ลุกขึ้นยืนแล้วหันหน้ามาหาเธอ
“สวัสดีครับผมเขตวิทย์ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” เขาว่าพร้อมยื่นมือไปตรงหน้าหญิงสาว
ด้วยมารยาทลันจำใจต้องยื่นมือไปจับกับผู้ชายร่างสูงตรงหน้าอย่างเสียไม่ได้ท่าทีเขาดูเหมือนพวกนักธุรกิจ แต่หน้าตาไม่ค่อยน่าคบสักเท่าไหร่ในสายตาของเธอ อาจจะดูไปทางเหยียดๆเสียด้วยซ้ำ
“พ่อคุณเป็ยังไงบ้างครับ”เขาถามหลังจากที่นั่งลง
“อาการทรงตัวตอนนี้ยังไม่ได้สติค่ะ คุณหมอบอกว่าอย่างดีก็มีโอกาสที่จะเป็เ้าชายนิทราด้วยค่ะ”ปลายเสียงแ่ไปเมื่อพูดถึงสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นกับพ่อของเธอ
“ผมเสียใจด้วยนะครับ”เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ว่าแต่ที่คุณเขตวิทย์มานี่...”เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่รู้จุดประสงค์ในการมาเยือนของเขาเลยถามออกไป
เขตวิทย์ไม่ตอบแต่ยื่นซองเอกสารให้เธอแทน ชลันธรรับมาพร้อมกับค่อยๆเปิดซองดูเอกสารด้านในเธออ่านมันอย่างละเอียดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดขึ้นมา
“ทำไมพ่อถึงไม่บอกเลย” ชลันธรพึมพำกับตัวเองเบาๆ หลังจากอ่านมันไปหลายรอบพร้อมกับตรวจดูเอกสาร หลักฐานและลายเซ็นจนมั่นใจว่าเป็ลายมือและลายเซ็นของพ่อเธอแน่นอน
“ความจริงผมก็ไม่ได้อยากมาทวงหรือซ้ำเติมอะไรหรอกนะ แต่ว่านี่มันก็เลยเวลาชำระมาแล้วก่อนหน้านี้พ่อคุณก็ไม่ได้เป็ลูกหนี้ที่ดี ชำระล่าช้ามาตลอดผมให้โอกาสมาหลายครั้งแล้ว ตอนนี้คงให้ไม่ได้แล้วจริงๆแล้วยิ่งอาการพ่อคุณเป็แบบนี้ผมยิ่งไม่มั่นใจ” น้ำเสียงจริงจังพร้อมกับสายตาค่อนข้างเอาเื่จนทำให้ชลันธรนึกหวั่นใจ
“พอจะให้โอกาสเราอีกสักครั้งได้ไหมคะคุณก็เห็นว่าพ่อลันอยู่ในสภาพไหน ลันเองก็เพิ่งจะเข้ามาดูธุรกิจต่อจากพ่อเพิ่งจะศึกษาได้ไม่เท่าไหร่เองนะคะ” เธอรวบรวมความกล้าต่อรองไป
“ผมรู้แล้วผมล่ะ เงินไม่ใช่น้อยๆที่พ่อคุณกู้ไป ถ้ายึดตามสัญญาเดือนนี้คือเดือนสุดท้ายที่พ่อคุณต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอกทั้งหมดไม่งั้นผมก็ต้องยึดตามโฉนดนี้ ทั้งบ้าน....ทั้งร้าน”ว่าพลางเพ่งมองไปยังใบหน้าซีดเผือดของชลันธร
“ขอชำระดอกเบี้ยก่อนได้ไหมคะแล้วลันจะรีบหาเงินมาคืนคุณทั้งหมด” เธอยังใจแข็งต่อรองอีกหน
“ถ้าจะจ่ายดอกเบี้ยตอนนี้เลยก็ได้นะแต่ยังไงผมก็ยืนยันว่าต้นทั้งหมดต้องชำระคืนตามกำหนด”
ชลันธรนั่งนิ่งลำพังตอนนี้เงินหมุนในร้านยังไม่พอจ่ายดอกให้เขาเลย ไหนจะค่าจ้างลูกน้องแต่ละเดือนค่ารักษาของพ่อเธออีก
“แล้วถ้าหากว่า.....ลันยอมปล่อยให้คุณยึดคุณจะดูแลพนักงานที่นี่อยู่ไหมคะ” เธอถามเผื่อไว้หากหมดทางสู้จริงๆ
“ตอบตรงๆผมคงไม่เก็บร้านเล็กๆแบบนี้ไว้ครับ”คำตอบที่เฉียบขาดทำให้น้ำตาชลันธรไหลพราก ทำไมเขาใจดำขนาดนี้
“แต่...ผมก็มีข้อเสนอให้คุณเหมือนกันนะ”เขาเอ่ยต่อหลังจากเงียบไปทั้งคู่
“อะไรคะ..”ถามออกไปด้วยเสียงเบาโหวง เพราะเธอก็แอบกลัวกับข้อเสนอของเขาอยู่เหมือนกัน
“ผมอยากให้คุณไปสมัครเข้าทำงานที่บริษัทหนึ่งให้ได้ในตำแหน่งเลขาประธาน”
“เอ๊ะ..บริษัทอะไรคะแล้วทำไมฉันต้องทำงานที่นั่น หรือว่าเป็บริษัทของคุณ”
“เปล่าไม่ใช่บริษัทผมหรอก เอาเป็ว่าถ้าคุณรับข้อเสนอนี้ ผมจะยกหนี้ทั้งหมดให้และจะให้ทุนเพื่อพยุงกิจการต่อก้อนหนึ่งรวมถึงดูแลค่ารักษาพยาบาลของพ่อคุณทั้งหมด”
ชลันธรนิ่งไปกับข้อเสนอ
“บอกเหตุผลได้ไหมคะว่าทำไมกับแค่เข้าทำงานบริษัทหนึ่ง ต้องให้ผลตอบแทนมากขนาดนี้”เธอถามเพราะรู้สึกได้ว่าคงไม่ใช่เป็การทำงานธรรมดาๆแน่
“เหตุผลคุณไม่จำเป็ต้องรู้หรอกและคุณก็ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองอะไรมากนัก คุณมีแค่สามทางเลือกหลัก คือตกลงทำงานให้ผม กับ ปล่อยให้ผมยึดกิจการและทุกอย่าง....หรือ ถ้าหากมีทางหาเงินทั้งต้นและดอกมาคืนให้ผมภายในสิ้นเดือนนี้ได้ก็ถือว่าจบกัน”เขาพูดพร้อมปรายหางตามอง
“........”
“ผมให้เวลาตัดสินใจจนถึงพรุ่งนี้ก่อนเที่ยงแล้วกันตัดสินใจยังไงก็โทรบอกผม” เขาวางนามบัตรให้เธอแล้วเดินออกไปโดยไม่รอคำตอบ
5 ปีที่แล้ว
ณ บ้านเจริญกิจไพศาล หลังเสร็จสิ้นงานศพคุณปู่ณรงค์ ลูกๆทั้ง 6 คนรวมถึงหลานๆก็นั่งพร้อมหน้าอยู่ที่โต๊ะประชุมใหญ่กลางบ้านเพื่อฟังพินัยกรรมของคุณปู่ จากทนายประจำตระกูล
หลังจากอ่านพินัยกรรมจบทำให้เขตวิทย์ ไม่พอใจเป็อย่างมาก เนื่องจากพ่อของเขาที่เป็ลูกชายลำดับที่ 5 ได้รับมรดกเพียงที่ดินที่สระบุรี 50 ไร่และหุ้นตามสัดส่วนในกิจการเซียงกงเท่านั้นและลูกๆคนอื่นๆส่วนใหญ่ก็ได้ที่ดินตามกรุงเทพฯและปริมณฑลลดหลั่นกันไปและเป็ผู้ถือหุ้นในกิจการเซียงกงสัดส่วนที่เท่าๆกันซึ่งทุกคนก็ไม่ได้รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจแต่อย่างใดที่คุณณรงค์จะให้คุณนพกิจเป็ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็ประธานเซียงกงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและยกบ้านหลังใหญ่นี้ให้แต่คุณนพกิจได้เสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ด้วยอุบัติเหตุ มรดกจึงตกเป็ของ นพเก้าลูกชายคนเดียวของเขาโดยปริยายเพราะคุณนพกิจทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้เป็พ่อมาโดยตลอด จนกิจการขยายใหญ่โตจนทุกวันนี้
“ผมขอยกตำแหน่งประธานให้คุณน้าอรณีดูแลแทนครับผมต้องดูแลบริษัทของผม คงจะดูแลและบริหารได้ไม่ดีเท่าน้าณีสัดส่วนหุ้นผมจะเฉลี่ยให้ทุกท่านเท่าๆกัน ผมกับคุณแม่ขอรับไว้แค่ 5% ครับ” นพเก้า หรือ เก้า กล่าวขึ้นหลังจากทนายไพศาลอ่านพินัยกรรมจบลง และทุกคนก็ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด
เหตุเพราะนพเก้ามีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็ของตัวเองอยู่แล้วและตอนนี้บริษัทของเขามีผลประกอบการที่ดีแบบก้าวะโเป็บริษัทรับเหมาก่อสร้างอันดับต้นๆของเมืองไทยเลยก็ว่าได้และเขารู้สึกว่า เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในกิจการของคุณปู่สักเท่าไหร่จึงอยากให้พี่น้องของพ่อท่านอื่นๆได้ดูแลไป แม้ว่าเขาจะเป็หลานรักของคุณปู่แค่ไหนเขาก็ไม่เคยใช้โอกาสนี้ในการขออภิสิทธิ์ในทรัพย์สินมากกว่าคนอื่นๆ คุณณรงค์หว่านล้อมให้เขามารับ่กิจการต่อจากตนเองบ่อยแค่ไหนนพเก้าก็ไม่ใจอ่อน จนคุณณรงค์ถอดใจ
และด้วยความที่มีลูกชายเพียงแค่สองคน คือคุณนพกิจ พ่อของนพเก้า และ ยิ่งยศ พ่อของเขตวิทย์ที่เหลือเป็ลูกสาวทั้งหมด จึงทำให้เขตวิทย์หวังเต็มที่ตอนที่พ่อของนพเก้าเสียไปคิดว่าทายาทที่จะรับ่กิจการเซียงกงต่อก็คงจะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากพ่อของตนแต่คุณปู่ก็ดันยกให้นพเก้า หลานคนโปรดไปเสียได้ มิหนำซ้ำตัวเขตวิทย์เองก็ไม่ค่อยจะลงรอยกับนพเก้าสักเท่าไหร่เพราะทั้งสองคนมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเหมือนกัน แข่งขันกันมาั้แ่เริ่มอายุของพวกเขาเท่ากันเพราะคุณนพกิจ มีบุตรช้าทั้งสองคนจึงเป็เหมือนไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด และครั้งนี้เขาก็มองว่า นพเก้าทำตัวเป็คนดีเอาหน้ากับญาติผู้ใหญ่คนอื่นๆ
ครืดดดด ครืดดดด
“ครับ..”
“สวัสดีค่ะชลันธรนะคะ”
“ครับว่ามาเลย”
“ที่คุณเขตวิทย์ให้ไปคิด...ตกลงว่าลันรับข้อเสนอนะคะ”
ชลันธรตอบออกไปเธอนอนคิดมาทั้งคืนกว่าจะตัดสินใจได้เธอทนเห็นทุกอย่างที่พ่อกับแม่สร้างมาด้วยความลำบากเพื่อให้เธอได้มีชีวิตที่ดีขึ้นพังทลายไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่ต่อสู้เลยไม่ได้เธอตั้งใจว่าหากเขาจะให้เธอทำอะไรเธอก็จะทำให้เต็มที่เพื่อรักษาบ้านร้านและชีวิตพ่อของเธอไว้