เฟยหรงเดินออกจากคฤหาสน์ไปพร้อมสวมผ้าคลุมสีดำในทันทีเพื่อปกปิดสถานะของตนเองไว้ และตรงดิ่งไปยังหอประมูลตระกูลเฟิงอย่างรวดเร็ว จนในที่สุดเฟยหรงก็มาถึงในเวลาไม่นาน เขาได้เดินเข้าไปในทันทีตรงไปพนักงานของหอประมูลในทันทีพร้อมทั้งวางตำราฝ่ามืออัสนีคลั่งและกล่าว
"ข้าเอาตำรามาประมูลและ้าพบผู้จัดการของที่นี่"เขากล่าวออกไปเช่นนั้นทำให้พนักงานที่ยืนถึงกับคิ้วขมวดในทันที เขาชำเรืองมองไปที่ตำราก่อนจะส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกมาใส่เฟยหรง
"หึ เ้ากล้าดีอย่างไรถึงได้มาหลอกหลวงโรงประมูลของเรา ตำราของเ้าหมึกอยังไม่แห้งดีด้วยซ้ำแต่กลับกล้านำมาประมูลช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ รีบไสหัวกลับไปซะ"มันกล่าวออกด้วยท่าทางหยามเหยียด แต่เฟยหรงกับมีท่าทีนิ่งเงียบและกล่าวออกไปว่า
"เ้ารู้ได้ว่าข้ามาหลอกหลวง เ้าเป็นักประเมิณหรือ??หรือว่านี่คือการต้อนรับแขกของโรงประมูลแห่งนี้กัน แต่ข้าว่ามันก็ไม่น่าจะใช่ตอนข้ามาครั้งที่แล้วข้ายังจำได้ว่าพนักงานคนอื่นยังมีมารยาทมากกว่าเ้า เื่นี้ไม่น่าจะเกี่ยวกับหอประมูลเ้าว่ามันเป็เพราะอะไรกันนะ?"เฟยหรงทำท่าทีเป็ครุ่นคิด ในคำพูดแฝงไปด้วยคำก่นด่าหนักงานผู้นี้ไปไม่น้อยจนทำให้พนักงานคนนั้นถึงกับทำสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"บัดซบ!! นี่เเกหาว่าข้าไม่มีมารยาทงั้นหรือ ข้าจะบอกให้รู้ไว้ข้าคือหัวหน้าพนักงานที่นี่เมื่อข้าพูดไปแล้วคำพูดข้าย่อมถูกต้องเสมอ"มันกล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้เฟยหรงยกยิ้มออกมาในความคิดของเขาเ้านี่ช่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำถึงกับกล้าโอ้อวดตัวเองเช่นนี้นับว่ารนหาที่เสียจริง
"ฮ่าๆๆงั้นหรือ เช่นนั้นเ้าคงจะยิ่งใหญ่ที่สุดเลยใช่หรือไม่ เป็เพียงหัวหน้าพนักงานกลับกล้าริอาจท้าทายข้า"เฟยหรงกล่าวออกไปเช่นนั้นร่างเงาของเขาหายไปในทันทีและไปโผล่ที่หน้าของหัวหน้าพนักงานที่แสนเย่อหย่ิงและอวดดีด้วยความเร็วที่แม้แต่หน่วยรักษาความปลอดภัยก็ไม่อาจที่จะตามการเคลื่อนไหวได้ทัน
"ถ้าเ้าตายนั่นก็ต้องโทษที่เ้าหยิ่งผยองจนเกินไป"เฟยหรงกล่าวเสียงเรียบเฉยมือพร้อมสันมือกำลังจะสบัดไปที่คอของอีกฝ่ายอย่างโเี้
"เปรี้ยง!"
ในขณะที่สันมือของเฟยหรงกำลังจะถึงคอของอีกฝ่ายนั่นเองก็มีชายวัยกลางคนมาหยุดการโจมตีเอาไว้และทำให้พนักงานคนนั้นหลุดรอดจากความตายไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ตัวมันกลับขาสั่นและมีของเหลวสีเหลืองไหลออกมาจากกางเกงก่อนจะนั่งฟุบลงไปพร้อมทั้งสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"สหายน้อย พอเท่านี้ได้หรือไม่คนของทางเราๆจะลงโทษด้วยตัวเองรับรองว่าจะทำให้เ้าพึงพอใจอย่างแน่นอน"ชายวัยกลางคนกล่าวเช่นนั้นพร้อมกับมือที่ดาบไปด้วยเื ความจริงแล้วเขาไม่ต้องลงมาและปล่อยให้ชายหนุ่มเบื้องหน้านี้สังหารพนักงานคนนี้ก็ได้แต่นั่นจะทำให้ชื่อเสียงของหอประมูลต้องเสียหาย เื่เช่นนี้สมควรเป็ทางหอประมูลเป็ผู้จัดการเองจึงจะเหมาะสมที่สุด
"โอ้แล้วท่านเป็ใครกันใยต้องมาขวางข้า"เฟยหรงกล่าวด้วยความสงสัย ชายวัยกลางคนหัวเราะเบาๆก่อนจะกล่าวแนพนำตัวเอง"ฮ่าๆๆชายชราคนนี้คือผู้จัดการหอประมูลแห่งนี้มีนามว่า เฟิงหย่ง"
เมื่อได้รับรู้เช่นนั้นเฟยหรงไม่กล่าวอะไรอีกต่อไปเขาเพียงมองไปที่พนักงานที่เขาหมายจะฆ่าเมื่อครู่ก่อนจะเค้นเสียงเบาๆ "ข้าหวังว่าผู้จัดการหอประมูลจะจัดการขั้นเด็ดขาดนะ"
"ไม่ต้องกังวลไปข้าจะจัดการอย่างเป็ธรรมแน่ เอาละเราไปคุยเื่ธุระกิจกันดีหรือไม่"เฟิงหย่งกล่าวเช่นนั้นก่อนจะผายมือเชิญเฟยหรงเข้าไปด้านในห้องรับรองในทันทีซึ่งเฟยหรงก็เดินเข้าไปและไม่ได้กล่าวอะไรต่ออีก
"เอาตัวมันออกไป!! และทำให้มันรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ๆมันจะทำกร่างและใช้อำนาจของหอการค้าหยามเยียดผู้อื่นได้"เฟิงหย่งกล่าวเพียงเท่านั้นเหล่าหน่วยรักษาความปลอดภัยก็ลากพนักที่เย่อหยิ่งออกไปในทันที ในเวลานี้แม้มันจะขอร้องเช่นไรก็ไม่มีใครเห็นใจมันอีกต่อไปแล้ว มันถูกลากออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและว่างเปล่าอย่างถึงที่สุดราวกับรับรู้ถึงชะตากรรมตนเองว่าจะโดนอะไรบ้างต่อจากนี้ และนั่นย่อมไม่ใช่เื่ดีสำหรับมันอย่างแน่นอน
ชายวัยกลางคนเฟิงหย่งเมื่อกล่าวลงโทษพนักงานแล้วเขาก็พลันมองไปที่ห้องรับรองที่เฟยหรงเดินเข้าไปด้วยแววตาที่หลากหลาย จากที่เขาได้ประมือกับอีกอย่างทำให้รับรู้ได้ว่าชายคนนี้ยังเด็กมากจริงๆแถมยังเป็มือกระบี่ที่เก่งจากมากอีกด้วยที่ทำให้คนระดับราชันอย่างเขาได้แผลโดยการโจมตีเดียวเช่นนี้ หากมีคำจำกัดความใดที่จะใช้ได้สำหรับเด็กคนนี้ในความคิดของเฟยหย่งมีเพียงคำเดียวนั่นคือ 'มหัศจรรย์' การที่จะเข้าสู่จิตกระบี่ว่ายากแล้วแต่การที่มือกระบี่ลงมือโดยไม่ใช้กระบี่เช่นนี้หาดูได้ยากกว่าและมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำได้และหนึ่งในนั้นคือชายเบื้องหน้าของเขานี่เอง
"สัตว์ประหลาดโดยแท้ ไม่คิดว่าในเมืองเล็กๆเช่นนี้จะมีคนแบบนี้อยู่"เฟยิงหย่งกล่าวออกไปเช่นนั้นก่อนจะเดินตามเฟยหรงเข้าไปในห้องรับรอง
"ขอโทษที่ทำให้คอยไม่ทราบว่าสหายน้อยจะนำสิ่งใดมาประมูลหรือ"เมื่อเข้ามาด้านในห้องเฟิงหย่งกล่าวถามในทันทีเพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา ทางได้เฟยหรงจึงได้หยิบตำราขึ้นมาอีกครั้งและวางลงบนโต๊ะที่อยู่ด้านหน้า
"ตำราทักษะหมัดอัสนีคลั่งระดับปฐี"เฟยหรงกล่าวเพียงนั้นๆเฟิงหย่งถึงกับดวงตาเบิกกว้างและหยิบตำราที่เฟยหรงให้มาพิจารณาอย่างรอบคอบ
"นี่มัน!!มันคือของจริง สหายน้อยทำไมเ้าถึงเอามันมาประมูลละ ตำราทักษะระดับปฐีมีค่ามากสำหรับเมืองระดับต่ำเช่นนี้!!"เฟยหย่งกล่าวด้วยท่าทีที่แตกตื่น ทักษะระดับปฐีนั้นแม้ในชีวิตเขาจะได้เห็นมากบ้างแต่ก็ไม่มีใครคิดจะนำมันมาประมูลเช่นนี้เพราะมันคือตำราระดับสูงของคนในเมืองเช่นนี้เลยก็ว่าได้
"ข้า้าเงินและทรัพยากรณ์"เฟยหรงกล่าวเพียงสั้นๆทำให้คำถามของเฟิงหย่งนั้นกลายเป็เื่ไร้สาระในทันที ใช่หากคนไม่้าเงินจะนำสมบัติเช่นนี้มาประมูลได้อย่างไร เฟิงหย่งในเวลานี้รู้สึกว่าเขาได้ถามเื่ที่ไม่ควรจะถามไปเสียแล้วดังนั้นเขาได้แต่ยิ้มเจื่อนแล้วกล่าวต่อ
"ตกลงสหายน้อย การประมูลจะเริ่มในอีกสามวันข้างหน้าและสองส่วนของการประมูลจะถูกหักเป็ค่าธรรมเนียมไม่ทราบว่าสหายน้อยตกลงหรือไม่"เฟยหรงพยักหน้ารับทันที ทำให้เฟิงหย่งนั้นยกยิ้มขึ้นมาและได้มอบตราสีรูปหงษ์สีทองให้กับเฟยหรงและนั่นคือตราแสดงตนเป็สมาชิกระดับพิเศษของหอประมูลตระกูลเฟิงที่สามารถใช้ได้ทุกสาขาและทุกเมือง
ซึ่งเฟยหรงก็รับมันแต่โดยดีก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกมา เขาไม่อยากจะเสียเวลาอีกต่อไปและจะกลับไปยังห้องของเขาเพื่อที่จะทำการปลดผนึกกายาัะขั้นที่สอง กายัเงินเสียที เขารู้ตัวดีแม้จะ้าเดินทางอย่างอิสระสักเพียงใดแต่ก็ไม่อาจที่จะละเลยการฝึกฝนได้ เพราะในสายตาของเขานั้นการที่จะมีอิสระได้ในโลกใบนี้จำเป็ต้องมีความแข็งแกร่งด้วย หากไร้พลังการใช้ชีวิตในโลกนี้ก็ล้วนแต่ลำบากยากเข่นยิ่ง
'ชาติที่แล้วข้าเกิดเป็คุณชายแห่งตระกูลเฟยที่สูงส่งในแดน์จึงมิจำเป็ต้องลำบากมากมาย แต่ในชีวิตนี้ข้าได้มาเกิดในโลกที่ไม่รู้จักและยังอยู่เพียงทวีประดับต่ำเท่านั้นดังนั้นข้าจึงไม่อาจที่จะละเลยเื่ความแข็งแกร่งของตนเองได้ ในโลกนี้แข็งแกร่งคือที่สุดความถูกต้องสามารถกำหนดได้ด้วยความแข็งแกร่ง ดังนั้นข้าจึงต้องแข็งแกร่ง'ชายหนุ่มคิดในใจ และเดินตรงกลับคฤหาสน์ในทันที
และแน่นอนเขาไม่รอช้าอีกต่อไปเทเืงูที่ซื้อมาลงในถึงไม้ขนาดใหญ่ทันทีและลงไปแช่มัน ในครานี้ด้วยฤทธิ์ของพลังหยางและพิษที่อยู่ในเืของงูนั้นทำอะไรเขาไม่ได้อีกต่อไปแถมมันยังดูเหมือนเป็ยาบำรุงให้เขาด้วยซ้ำ ชายหนุ่มเร่งโคจรทักษะบ่มเพาะเทพันิรันทร์กาลอย่างรวดเร็ว กายของเขาจากที่เคยมีเกล็ดสีทองแดงบัดนี้ค่อยๆแปรเปรียนเป็สีเงินทีละน้อยๆจนในที่สุดห้าชั่วยามผ่านไปมันก็กลายเป็สีเงินทั้งหมด
เฟยหรงลืมตาตื่นขึ้นมาพลางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เขามองไปที่ร่างกายของเขาที่มีเงาเกล็ดสีเงินปรากฏขึ้นด้วยความตื่นเต้นในเวลานี้เพียงแค่ชายหนุ่มใช้กำลังกายอย่างเดียวก็สามารถโค้นคนที่อยู่ระดับเดียวกันได้สบายๆหากเจอคนระดับเหนือกว่าเขาก็ใช้พลังปราณประสานและสู้ได้ไม่อยาก แต่หากมีช่องว่างมากเกินไปเฟยหรงก็มั่นใจว่าจะหนีได้ นี่คือความมหัศจรรย์ของกายและเส้นลมปราณของัระดับพระเ้าที่มีมากกว่าคนปกติราวกับดวงดาวและฝุ่นผง
"เท่านี้กายของข้าก็แข็งแกร่งมากพอที่จะะเิคนที่อยู่ในขั้นผสานแก่นแท้ขั้นที่หนึ่งได้อย่างง่ายดาย นี่มันมหัศจรรย์จริงๆคงต้องขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้ข้าได้รับเ้าหอคอยเทพัมา"เฟยหรงกล่าวก่อนที่จะสวมเสื้อและเดินออกไปจากห้องที่บริเวณด้านหน้านี้มีเฟยหลินและเฟยเหลียงกำลังนั่งเฝ้าอยู่ นั่นทำให้เฟยหรงรู้สึกดีไม่น้อยที่มีคนสนิทที่คอบเป็ห่วงและซื่อสัตย์กับเขาเช่นนี้
"เฟยหลิน เฟยเหลียง เ้าอยากจะเรียนวิชากับข้าหรือไม่"เฟยหรงกล่าวออกมาในทันทีทำให้สองพี่น้องที่อยู่ด้านหน้าถึงกับทำสีหน้าประหลาดพร้อมกล่าวว่า "นายน้อยท่านยังอยู่แค่ระดับแรกเริ่มขั้นสี่นะขอรับ ส่วนพวกข้าอยู่ขั้นที่หกแล้ว ท่านจะสอนพวกข้าได้อย่างไร"
เฟยหรงเมื่อได้ยินคำกล่าวของสองพี่น้องนั้นเขาก็ไม่ได้กล่าวโทษทั้งสองแต่อย่างใดและเดินไปหักกิ่งไม้บางเรียวมาหนึ่งกิ่งท่ามกลางความสงสัยของทั้งสองคน
"พวกเ้าว่ากิ่งไม้นี้สามารถตัดหินก้อนนั้นได้หรือไม่"เฟยหรงกล่าวพร้อมทำท่าทีพิจารณากิ่งไม้อันเล็กที่อยู่ในมือของเขา คำถามนี้ทำให้เฟยหลินและเฟยเหลี่ยงตอบพร้อมกันเลยว่า "ไม่มีทางเป็ไปได้"ในความคิดของพวกเขานั้นแม้แต่กระบี่ยังยากที่จะตัดท่อนซุงขนาดใหญ่เลยนับประสาอะไรกับกับกิ่งไม้เล็กๆที่อยู่ในมือของเฟยหรง
เฟยหรงไม่ได้กล่าวอะไรต่อเขาเพียงสบัดกิ่งไม้ไปทางหินก้อนใหญ่ที่อยู่ห่างจากเขาประมาณสี่เมตร คลื่นกระบี่ไร้รูปลักษณ์ถูกปลดปล่อยออกมาและตัดผ่านหินก้อนนั้นไปอย่างง่ายดายและทำให้หินที่ดูราวกับแข็งแกร่งถูกแบ่งออกเป็สองท่อนในพริบตา
ภาพเบื้องหน้านี้ทำให้ทั้งเฟยหลินและเฟยเหลียงมองกันตาโตเป็ไข่ห่านปากอ้ากว้างแสดงถึงความตกตะลึงอย่างถึงขีดสุด ในไม่ช้าความตกตะลึงนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ความเคารพเลื่อมใสและมองไปที่นายน้อยของพวกเขาด้วยดวงตาที่เป็ประกาย เฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นเขาแทบจะหลุดขำออกมาพร้อมกล่าวสั้นๆ "ว่าไงจะเรียนหรือไม่"