บทที่ 3การรอคอยแสนยาวนานอากาศเย็นจัดยามย่ำรุ่ง ปลุกผู้ป่วยบนตั่งนุ่มให้ฟื้นคืนสติ แพขนตาหนาโบกสะบัดไปมา ก่อนดวงตาเรียวรีทรงเสน่ห์เปิดออก ความเจ็บปวดที่ถาโถมเข้าใส่ ทำให้หลินเหมยกุ้ยรับรู้ได้ว่า นางหวนกลับมายังดินแดนของตนเองอีกครั้งแล้วมือขาวนวลกุมหน้าอกแน่น บังคับลมหายใจเข้าออกช้า ๆ กระทั่งเสียงหอบกระชั้นกลับมาราบเรียบสม่ำเสมอ เมื่อความเจ็บปวดทุเลาลงจนจางหายไปหมดสิ้น เด็กสาวจึงยันตัวลุกขึ้นนั่งหลินเหมยกุ้ยชะงัก เมื่อเห็นสตรีคุ้นตานางหนึ่งนอนซบหน้าอยู่ข้างกาย ใบหน้าขาวนวลไม่ได้งดงามชวนตะลึงแต่ดึงดูดสายตาที่สุด เด็กสาวจ้องมองอยู่นาน ก่อนหลุบตาลงด้วยความหมองเศร้าการกระทำของหลินเหมยกุ้ยที่มีต่อว่านหนิงฮวาตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา ช่างเลวร้ายนัก เด็กสาวไม่มั่นใจว่า ความฝันอันยาวนานที่ตนเองเห็นเป็นเรื่องจริงหรือไม่หากงิ้วเลื่องชื่อโรงนั้นคือ งิ้วแห่งความจริงที่บอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดในชีวิต ว่านหนิงฮวาคือสตรีที่รักนางสุดหัวใจ ยอมสละให้นางได้แม้กระทั่งชีวิต แต่นางกลับ หูเบา หลงเชื่อคำพูดปั้นแต่งของอู๋ฟางเซียน ทำลายความจริงใจของสตรีตรงหน้านับครั้งไม่ถ้วนโชคดีที่สวรรค์ให้โอกาสหลินเหมยกุ้ยมีชีวิตใหม่อีกครั้ง โชคดีที่นางจดจำเรื่องราวทั้งหมดในกล่องสี่เหลี่ยมแสนอัศจรรย์ได้ หากสิ่งที่นางเห็นเป็นเรื่องจริง นางจะไม่พลาดพลั้งดั่งเดิมอีก นางจะปกป้องทุกคนที่นางรักและรักนาง ไม่ให้เหตุการณ์ร้ายกล้ำกรายพวกเขาเด็ดขาด หลินเหมยกุ้ยชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจเอื้อมมือไปเขย่าบ่าบอบบาง พลางเอ่ยเรียกเสียงอ่อนหวานแรงสัมผัสแผ่วเบาและเสียงเรียกซ้ำ ๆ ข้างหู ปลุกว่านหนิงฮวาให้ลืมตาตื่น นางสะลึมสะลือกวาดตามองรอบตัวด้วยความงุนงง ทันทีที่ดวงตาสองคู่สบเข้าด้วยกัน นางผลุนผลันลุกขึ้นด้วยความตกใจ“คะ.คุ..ณหนูใหญ่ ตื่นนานแล้วหรือเจ้าคะ ข้าขออภัย ข้าจะรีบออกไปตามท่านประมุขและฮูหยินรองมาพบเจ้าค่ะ”น้ำเสียงของว่านหญิงฮวาเต็มไปด้วยความร้อนรน หญิงสาวตกใจจนทำอันใดไม่ถูก นางตั้งใจหลบออกไปจากห้องก่อนหลินเหมยกุ้ยตื่น แต่ความเหนื่อยล้าสะสม ทำให้นางผล็อยหลับไป จึงไม่รู้ว่าเด็กสาวได้สติตั้งแต่เมื่อไรว่านหนิงฮวาไม่อยากให้หลินเหมยกุ้ยมีโทสะ นางกลัวว่าอาการป่วยจะ ทรุดหนักลงไปอีก หญิงสาวหมุนตัวเดินจากไป แต่เสียงเรียกแผ่วเบาที่ดังขึ้น ทำให้ฝีเท้าเร่งรีบหยุดชะงักลง“แม่เล็ก ข้าหิวน้ำเหลือเกิน ท่านตักน้ำให้ข้าสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”‘แม่เล็ก’คำเรียกขานแสนสั้นกลับสร้างความหวานล้ำในอก สะกดว่านหนิงฮวาให้ตกอยู่ในภวังค์ หญิงสาวเดินใจลอยไปตักน้ำกลับมาส่งให้ ดวงตาแดงก่ำจ้องผู้พูด ไม่กระพริบ นางกลัวเหลือเกิน กลัวว่าภาพที่เห็น คำพูดที่ได้ยินจะเป็นเพียงความฝัน เมื่อนางตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะกลายเป็นหมอกควันสลายหายไป“คุณหนูใหญ่ต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่เจ้าคะ”ว่านหนิงฮวารับถ้วยเปล่ามาถือไว้ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความกระวนกระวายใจ นางไม่รู้ว่าหลินเหมยกุ้ยคิดทำสิ่งใดกันแน่ เด็กสาวจะกลับมาเป็นลูกเลี้ยงแสนรักเหมือนเดิม หรือแค่หาเรื่องหยอกเอิน ล้อเล่นกับความรู้สึกของนางเหมือนเช่นทุกครั้ง“กุ้ยเอ๋อ”คำพูดเบาหวิวราวกับปลิวไปตามลม ทำให้คิ้วโก่งยกสูงขึ้น“คุณหนูใหญ่หมายความเช่นไรหรือเจ้าคะ”ว่านหนิงฮวารอฟังคำอธิบาย ไม่ได้หนีหายไปเหมือนทุกครั้ง“ข้าอยากให้แม่เล็กเรียกข้าว่ากุ้ยเอ๋อ สนทนากับข้าเหมือนดั่งอดีต ตอนนี้ข้ารู้สึกหิวยิ่งนัก ไม่รู้ว่าแม่เล็กพอจะลงมือปรุงอาหารให้ข้าทานได้หรือไม่ ข้าไม่ได้ทานอาหารฝีมือท่านมานานแล้ว แม่เล็กต้องปรุงให้ข้าสุดฝีมือเลยนะเจ้าคะ”วาจาออดอ้อนอ่อนหวาน ทำให้หยาดน้ำตาที่ฝืนกลั้นเอาไว้หลั่งไหลลงมา ไม่ขาดสาย ว่านหนิงฮวาสะอื้นไห้จนหลินเหมยกุ้ยหน้าเจื่อน นางรู้ดีว่าการขอให้ หญิงสาวอภัยเป็นเรื่องยากลำบากและเห็นแก่ตัวยิ่งนัก นางขอแค่นับจากนี้ไป ความสัมพันธ์ของพวกนางจะดีขึ้น ไม่ย่ำแย่เหมือนครั้งอดีต“ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าทำตัวร้ายกาจกับท่าน ทำเรื่องไม่เหมาะไม่ควรมากมาย ยามนี้ข้าสำนึกผิดแล้ว แม่เล็กอภัยให้กุ้ยเอ๋อได้หรือไม่เจ้าคะ”หลินเหมยกุ้ยจ้องมองดวงตาอ่อนโยนของอนุตระกูลหลิน พลางเอ่ยทุกคำพูดออกมาจากใจ นางหวังว่าทุกอย่างยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง“กุ้ยเอ๋อพูดจริงหรือ เจ้าไม่ได้หยอกล้อแม่เล็กเล่นใช่หรือไม่”ว่านหนิงฮวาลังเลใจ นางเดินเข้าไปหาลูกเลี้ยงด้วยท่าทางกล้า ๆ กลัว ๆ“ข้าพูดจริงเจ้าค่ะ แม่เล็กให้อภัยข้านะเจ้าคะ”หลินเหมยกุ้ยเอ่ยย้ำ พลางยืนยันหนักแน่น ก่อนโน้มตัวเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่น“แม่เล็กดีใจเหลือเกิน แม่คิดว่าชาตินี้จะไม่มีโอกาสได้กอดเจ้าเช่นนี้อีกแล้ว กุ้ยเอ๋อไม่ต้องกังวล ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม่ไม่เคยโกรธเคืองเจ้าเลย ขอแค่เจ้าเชื่อมั่นในตัวแม่ เชื่อมั่นในความรักที่แม่มอบให้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว”ว่านหนิงฮวากระชับวงแขนแน่น ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็มาถึงเสียที“ข้าจะไม่มีวันทำแบบนั้นกับท่านอีกแล้ว”หลินเหมยกุ้ยให้คำสัญญา ต่อจากนี้ไปนางจะไม่ทำตัวโง่เขลาเช่นเดิมอีก นางจะเป็นคนใหม่ ดูแลเอาใจใส่แม่เล็กให้ดีที่สุด นางจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหน ทำอันตรายหญิงสาวได้อีกเด็ดขาด“ดีเหลือเกิน”ว่านหนิงฮวาแย้มยิ้มทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มกว้างที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา ตอนนี้นางมั่นใจได้แล้วว่า สิ่งที่ตนเองยึดมั่นมาตลอดเวลาเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องนางตัดสินใจไม่ผิดที่ยอมทำตามคำสั่งเสียสุดท้ายของนายหญิง ยอมนำความรับผิดชอบยิ่งใหญ่มาใส่ไว้ในชีวิตของตนเอง ถึงจะมีช่วงเวลาเลวร้ายไปบ้าง แต่ทำให้นางได้เรียนรู้ว่า ความรักและการเสียสละโดยไม่หวังผลตอบแทนเป็นเช่นไรนางตัดสินใจไม่ผิดที่รอคอยให้หลินเหมยกุ้ยเข้าใจว่า นางไม่ใช่ผู้แย่งชิง แต่เป็นผู้ที่พร้อมจะมอบทุกสิ่ง แม้กระทั่งชีวิตอันไร้ค่าของตนเองนางตัดสินใจไม่ผิดที่เชื่อมั่นว่า วันที่หลินเหมยกุ้ยยอมรับนางจากใจจริง เลิกเชื่อทุกสิ่งที่อู๋ฟางเซียนจงใจปั้นแต่งจะมาถึงในเร็ววันว่านหนิงฮวาโอบกอดเด็กสาวแน่น ซึมซับช่วงเวลาอ่อนหวานให้เนิ่นนานที่สุด ก่อนปล่อยร่างนุ่มนิ่มออกจากอ้อมแขนด้วยความอาลัย แล้วรีบร้อนจากไป แจ้งข่าวให้ทุกคนรับรู้ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นางตรงไปยังโรงครัว เตรียมของโปรดมื้อใหญ่ให้ลูกเลี้ยงแสนรักทันทีเมื่อรู้ว่าบุตรสาวได้สติ หลินอี้หยางรีบรุดไปหานางที่เรือนนอนอย่างรวดเร็ว เขาเห็นว่ากู้เถียนสงล่วงหน้ามาถึงก่อนและกำลังตรวจอาการให้หลินเหมยกุ้ย เขาจึงนั่งรอฟังผลการรักษาอย่างใจจดใจจ่อ แต่ดวงตาทรงอำนาจไหววูบ เมื่อเห็นคิ้วเข้ม ขมวดแน่นเป็นปม“ผู้ใช้โอสถกู้ บุตรสาวของข้าเป็นเช่นไรบ้าง อาการของนางมีอันใดผิดปกติหรือไม่”หลินอี้หยางร้อนใจ ยิ่งกู้เถียนสงตรวจอาการของหลินเหมยกุ้ยนานเท่าไร ความกังวลใจของเขายิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น“เรียนท่านประมุข อาการของคุณหนูดีขึ้นมากแล้ว เพียงให้ทานโอสถบำรุงกำลังสักสองสามเทียบ พักผ่อนให้มากสักหน่อย ไม่เกินสามวันก็สามารถลงจากตั่งได้ ท่านอย่าได้วิตกกังวลไปเลย”กู้เถียนสงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มสุขุม พยายามปกปิดความสงสัยเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดสังเกตเห็น หลังยื้อชีวิตของหลินเหมยกุ้ยกลับมาจากปรโลกได้สำเร็จ เขาตรวจร่างกายของนางอย่างละเอียด พบว่านางมีร่างกายอ่อนแอ เนื่องจากได้รับความกระทบกระเทือนบางอย่าง เขาสอบถามหลินอี้หยางได้ความว่า เด็กสาวเกิดก่อนกำหนด ทำให้ร่างกายของนางอ่อนแอ เขาจึงเตรียมสมุนไพรสำหรับปรุงโอสถปรับปราณสมดุลเอาไว้ให้แต่เมื่อหลินเหมยกุ้ยได้สติ อาการที่กู้เถียนสงตรวจพบในครั้งแรกหายไป ราวกับนางไม่เคยเจ็บป่วยมาก่อน ผู้ป่วยอาการสาหัสกลับอ่อนเพลียเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์ทำให้กู้เถียนสงประหลาดใจเหลือเกิน เขาพยายามหาคำตอบ แต่กลับไม่มีสิ่งใดยืนยันได้เลยแม้แต่น้อย“หากไม่ได้ผู้ใช้โอสถกู้ช่วยเหลือ บุตรสาวของข้าคงสิ้นใจไปแล้ว บุญคุณของท่านในครั้งนี้ ข้าต้องตอบแทนในสักวันอย่างแน่นอน”หลินอี้หยางประสานมือทำความเคารพผู้ใช้โอสถที่อายุน้อยกว่าตนเอง เต็มพิธี“ท่านประมุขอย่าได้กล่าวเช่นนี้เลย เกรงใจเกินไปแล้ว”กู้เถียนสงคำนับกลับอย่างนอบน้อม ยามนี้ในใจของเขาเริงร่า การสร้างบุญคุณครั้งใหญ่กับหนึ่งในผู้นำสูงสุดของเขตแดน ถือเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง“รบกวนท่านประมุขสั่งบ่าวรับใช้ นำอาหารมาให้คุณหนูใหญ่ทานสักนิดเถิด ส่วนข้าและผู้ติดตามขอตัวไปปรุงโอสถบำรุงกำลังก่อน อีกราว 1 เค่อ ข้าจะให้ผู้ติดตามนำโอสถที่ปรุงเสร็จแล้วมามอบให้” [1 เค่อ = 15 นาที]กู้เถียนสงแจกแจงรายการอาหารที่หลินเหมยกุ้ยสามารถทานได้ และยังไม่ควรทานในเวลานี้ให้หลินอี้หยางฟังอย่างละเอียด ก่อนเดินตามบ่าวรับใช้ไปยังห้องปรุงโอสถ เขาไม่ได้พูดเรื่องที่ตนเองติดใจสงสัยออกมา ผู้ป่วยอาการดีขึ้น การรักษาจบลงด้วยดี ย่อมดีกว่าจบลงด้วยความสูญเสียมิใช่หรือ“ข้าเข้าใจแล้ว ผู้ใช้โอสถกู้ตามสบายเถิด”หลินอี้หยางรับรายการอาหารแล้วยื่นให้ว่านหนิงฮวา สีหน้าของประมุขหนุ่มสดใสขึ้นทันตา ต่างจากก่อนหน้านี้ราวคนละคนยามหลินเหมยกุ้ยอาการทรุดหนัก หลินอี้หยางสั่งให้รองพ่อบ้านอันตามผู้ใช้โอสถชื่อดังมาทำการรักษา แต่ได้รับคำตอบว่า‘ผู้ใช้โอสถเฉินติดธุระสำคัญไม่ได้อยู่ในเมืองหลวง ไม่สามารถเดินทางมารักษาอาการป่วยให้คุณหนูหลินได้’คำพูดโป้ปดของบ่าวรับใช้ในเรือนผู้ใช้โอสถชื่อดัง ตามคำบอกเล่าของ รองพ่อบ้านคนสนิท สร้างความหนักใจให้หลินอี้หยางยิ่งนัก เขารู้สึกราวกับฟ้าถล่มใส่ คิดไม่ออกเลยว่าจะช่วยเหลือบุตรสาวได้อย่างไร เมื่อเห็นอันจิ้งชิงพาผู้ใช้โอสถแปลกหน้ากลับมา เขาจึงคว้าโอกาสเอาไว้ทันที การตัดสินใจของเขาถูกต้อง ผู้ใช้โอสถหนุ่มท่าทางธรรมดา กลับมีฝีมือเก่งกาจจนน่าตกใจ กู้เถียนสงสามารถช่วยชีวิตของบุตรสาวที่ลมหายใจขาดหาย ให้กลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง“คุณหนูใหญ่ แม่รองจะสั่งโรงครัวให้เตรียมอาหาร ท่านอยากทานสิ่งใด เป็นพิเศษหรือไม่”อู๋ฟางเซียนยิ้มหวาน เอ่ยถามลูกเลี้ยงอย่างเอาใจ แต่ถ้อยคำห่วงใยกลับทำให้ดวงตาสีดำสนิทฉายความเยียบเย็นออกมาหากหลินเหมยกุ้ยไม่ได้เห็นความร้ายกาจของอู๋ฟางเซียนในงิ้วแห่งความจริงมาก่อน นางคงหลงคิดว่า ความเอาใจใส่ที่ฮูหยินรองมอบให้ เกิดจากความรักใคร่ ในตัวนางอย่างแท้จริง แต่หลังจากได้เห็นเรื่องราวทั้งหมด ทุกคำพูด ทุกการกระทำของสตรีหน้าไหว้หลังหลอก ทำให้เด็กสาวรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก“ฮูหยินรองไม่ต้องลำบากหรอกเจ้าค่ะ แม่เล็กได้จัดเตรียมอาหารไว้ให้ข้าเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงตรวจเทียบอาหารที่ทำ กับรายการที่ผู้ใช้โอสถกู้มอบให้เท่านั้น”คำตอบที่ได้รับ ทำให้รอยยิ้มกว้างบนใบหน้างดงามแข็งค้างไปครู่หนึ่ง“คุณหนูใหญ่ยังไม่หายดีใช่หรือไม่ เหตุใดถึงเรียกแม่รองว่าฮูหยินรองกันเล่า”คำเรียกขานต่างจากยามปกติ สร้างความไม่สบายใจให้อู๋ฟางเซียนจนนางหลุดยิ้มบิดเบี้ยวออกมา‘ฮูหยินรองกับแม่เล็กเช่นนั้นหรือ’เหตุใดหลินเหมยกุ้ยถึงเรียกนางอย่างห่างเหิน แต่กลับเรียกนางเมียบ่าวอย่างใกล้ชิดสนิทสนม เหตุใดเด็กสาวตรงหน้าถึงได้แตกต่างจากลูกเลี้ยงผู้โง่เขลาของนางเสียเหลือเกิน“ท่านสงสัยอันใดกัน ท่านเป็นฮูหยินรองของตระกูลหลิน ข้าเรียกขานท่านด้วยตำแหน่งอันทรงเกียรติเช่นนี้ย่อมถูกต้องแล้ว”หลินเหมยกุ้ยแสร้งกล่าววาจาไร้เดียงสา แต่ในใจอยากฉีกกระชากสตรีตรงหน้าให้แหลกเป็นชิ้น หญิงสาวที่ภายนอกอ่อนหวาน แต่จิตใจเลวทรามดั่งมารร้าย นางไม่เรียกขานด้วยถ้อยคำหยาบคาย นับว่าให้เกียรติอู๋ฟางเซียนอย่างยิ่งแล้วชีวิตอันเลวร้ายของหลินเหมยกุ้ยตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งเติบใหญ่ ล้วนมีสตรีตระกูลอู๋เป็นผู้จัดการอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น ความผิดพลาดในทุกช่วงชีวิตที่เห็นผ่าน งิ้วแห่งความจริง ควรได้รับการแก้ไขเสียที นางจะทวงคืนทุกอย่างพร้อมจัดการสตรี หน้าไหว้หลังหลอกผู้นี้ให้สิ้นซากแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของอู๋ฟางเซียน หลินเหมยกุ้ยมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ หานางต้องการเปลี่ยนชีวิตของตนเองใหม่ทั้งหมด นางต้องเปลี่ยนจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตย่อยยับเสียก่อน โอกาสที่ได้รับกลับคืนมาต้องคุ้มค่าไม่เสียเปล่า ยามนี้นางหูตาสว่างมองเห็นทิศทางการดำเนินชีวิตได้ชัดเจนเลยทีเดียว