กาลเวลาสองเดือนเต็มล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว นับั้แ่วันแห่งพิธีปลุกพลังอันสะท้านฟ้าะเืดิน ณ จัตุรัสกลางมหานครฉางเฟิงวันนั้น ชีวิตภายในเรือนไม้หลังเล็กอันเงียบสงบของสองแม่ลูก เฉิน หลิว และ เฉิน ฮ่าวหราน ดำเนินไปอย่างเงียบเชียบยิ่งกว่าเดิม หากแต่ภายใต้ความสงบนั้น กลับเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ความกังวล และความลับที่ต้องซ่อนเร้นอย่างสุดกำลัง พลังสายฟ้าสีครามทองอันเป็เอกลักษณ์ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างของเฉิน ฮ่าวหรานนั้น เปรียบประดุจัอัสนีแรกเกิดที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจอันยิ่งใหญ่ ลึกล้ำ และเหนือกว่าพลังธาตุสายฟ้าทั่วไปอย่างเทียบกันไม่ได้ หากแต่ในขณะเดียวกัน มันก็เกรี้ยวกราด ดื้อรั้น พยศ และยากที่จะควบคุมให้เชื่องได้โดยสมบูรณ์
ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมานี้ ฮ่าวหรานต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับพลังอันแปลกใหม่และทรงอานุภาพนี้ด้วยความยากลำบากและอดทนอย่างยิ่งยวด ทุกครั้งที่เขามีอารมณ์พลุ่งพล่าน ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ หรือโกรธเคือง พลังงานสายฟ้าที่ควบคุมไม่ได้มักจะสำแดงฤทธิ์เดชออกมา ประกายไฟสีครามเล็กๆ มักจะแลบแปลบปลาบออกมาตามปลายนิ้วของเขาโดยไม่รู้ตัว หรือบางครั้งก็ส่งผลให้วัตถุรอบข้างสั่นะเืหรือเกิดไฟฟ้าสถิตอย่างรุนแรง เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เขากลายเป็คนพูดน้อยลง ระมัดระวังในการแสดงออกทางอารมณ์มากขึ้น พยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาความสงบของจิตใจเอาไว้ตลอดเวลา การฝึกโคจรพลังลมปราณ "ชำระกายา" ที่เคยทำเป็กิจวัตร กลายเป็สิ่งสำคัญยิ่งกว่าเดิม มันช่วยให้เขาสามารถสงบพลังงานที่ปั่นป่วนภายในร่างลงได้บ้างในระดับหนึ่ง แต่นั่นก็เป็เพียงการประทังอาการไว้ชั่วคราวเท่านั้น หาใช่การแก้ไขที่ต้นเหตุไม่
เฉิน หลิว เฝ้ามองดูการเปลี่ยนแปลงและความยากลำบากของบุตรชายอยู่ทุกขณะด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และความวิตกกังวลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน นางพยายามอย่างสุดกำลังที่จะสอนสั่งเทคนิคการทำสมาธิ การควบคุมลมหายใจ และหลักการพื้นฐานที่สุดในการรวมพลังสมาธิเท่าที่ความรู้ความสามารถของนางจะอำนวย เพื่อช่วยให้เขาสามารถ "สื่อสาร" และ "ทำความเข้าใจ" กับพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่สถิตอยู่ในร่างของตนเองได้มากขึ้น แต่นางรู้ดีแก่ใจว่า พลังงานระดับ "อัสนีา" นั้น ลึกล้ำและซับซ้อนเกินกว่าที่หมอยาธรรมดาอย่างนางจะสามารถชี้แนะได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย มัน้าการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง หรือเคล็ดวิชาเฉพาะทางที่เหมาะสม ซึ่งเป็สิ่งที่เกินกำลังความสามารถของนางและยากจะหาได้ในนครฉางเฟิงอันห่างไกลแห่งนี้ ความกังวลและความหนักใจฉายชัดขึ้นในแววตาของนางทุกวัน ยามค่ำคืน นางมักจะใช้เวลาอยู่กับการศึกษาตำราโบราณเกี่ยวกับธาตุสายฟ้าและแผนที่ต่างๆ อย่างเงียบๆ เพียงลำพัง เพื่อพยายามหาหนทางข้างหน้าสำหรับอนาคตของบุตรชายอันเป็ที่รัก
ในขณะเดียวกัน ข่าวลือเื่ "ยุวชนอัสนี" แห่งตระกูลเฉินผู้ลึกลับ ก็ค่อยๆ แพร่กระจายไปในหมู่ผู้คนในนครฉางเฟิงอย่างช้าๆ แม้ส่วนใหญ่จะยังจำกัดอยู่ในวงแคบๆ ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น หรือผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่สายตาของผู้คนที่มองมายังฮ่าวหรานและมารดาของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยเป็เพียงความสงสัยใคร่รู้ในฐานะหมอยาต่างถิ่น บัดนี้มันกลายเป็ความสงสัยในพลังอำนาจ ความหวาดหวั่นในปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ และบางครั้งก็เจือปนด้วยความริษยาในพร์อันน่าเหลือเชื่อนั้น ทำให้เด็กชายยิ่งรู้สึกอึดอัด แปลกแยก และ้าเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่อยากออกไปเผชิญหน้ากับสายตาเ่าั้
บ่ายวันหนึ่ง เฉินหลิวจำต้องไหว้วานให้ฮ่าวหรานออกไปซื้อสมุนไพรที่ร้านยาเ้าประจำซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรอกนัก เนื่องจากสมุนไพรที่นาง้าใช้ปรุงยาให้ชาวบ้านคนหนึ่งหมดลงกะทันหัน ด้วยความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการพบปะผู้คนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขากลับเขาจึงตัดสินใจเลือกใช้เส้นทางลัดผ่านตรอกเล็กๆ ที่เงียบสงัดและไม่ค่อยมีคนสัญจรผ่าน ซึ่งปกติแล้วมักจะปลอดภัย
แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะยังคง้าทดสอบเขาต่อไป เมื่อเขาถูกดักหน้าดักหลังโดยกลุ่มเด็กวัยรุ่นอันธพาลสามสี่คนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี กลุ่มเด็กเหล่านี้ถูกนำโดย หวัง หู่ บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของเถ้าแก่ร้านผ้าไหม "แพรพรรณหมื่นบุปผา" ผู้ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์วันปลุกพลังด้วย และดูเหมือนจะยังคงเก็บความไม่พอใจและความริษยาไว้ในใจ
"เฮ้! นั่นมันใครกันน่ะ! อ้อ เ้าเด็กสายฟ้าขี้ขลาดแห่งตระกูลเฉินนี่เอง!" หวัง หู่ ะโขึ้นเสียงดัง แววตาเต็มไปด้วยความโอหัง ดูถูก และความ้าที่จะหาเื่อย่างชัดเจน "หายหน้าหายตาไปตั้งนานสองนาน นึกว่ากลัวจนมุดหัวอยู่ในกระดอง ไม่ออกมาเจอผู้เจอคนเสียอีก!"
เฉิน ฮ่าวหราน ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพยายามอย่างยิ่งที่จะสะกดอารมณ์โกรธที่เริ่มก่อตัวขึ้น "ข้ากำลังจะกลับเรือน ได้โปรดหลีกทางให้ข้าด้วย"
"ใจเย็นๆ ก่อนสิเพื่อนยาก!" หวัง หู่ ก้าวเข้ามายืนขวางทางไว้ พร้อมกับลูกสมุนอีกสามคนที่เข้ามาล้อมกรอบเขาไว้ ยิ้มเยาะอย่างน่าหมั่นไส้ "ไอ้พลังสายฟ้าแปลกๆ ที่เ้าแสดงออกมาวันนั้นน่ะ มันของจริงหรือแค่ฟลุ๊คกันแน่? หรือว่าเป็แค่อุบายหลอกลวงที่แม่เ้าสร้างขึ้นมา? แสดงให้พวกข้าดูหน่อยสิว่ามันเป็ยังไง!"
"ข้าไม่มีสิ่งใดจะแสดงให้พวกท่านดูทั้งนั้น!" ฮ่าวหรานตอบเสียงแข็ง รู้สึกถึงพลังงานสายฟ้าในร่างที่เริ่มเดือดพล่านขึ้นมาด้วยโทสะและความกลัวที่ปะปนกัน 'ข้าต้องรีบไปจากที่นี่!'
"เหอะ! ปากดีนักนะ!" หวัง หู่ เห็นท่าทางขัดขืนของฮ่าวหรานก็ยิ่งได้ใจและรู้สึกเสียหน้า เขาง้างมือขึ้น หมายจะสั่งสอนเด็กที่ต่ำต้อยกว่าตนเอง ผลักเข้าที่หน้าอกของฮ่าวหรานอย่างแรง!
"อั่ก!" ฮ่าวหรานเซถอยหลังไปสองสามก้าว ความเ็ปบริเวณหน้าอกและความรู้สึกถูกหยามเกียรติอย่างรุนแรง ทำให้การควบคุมอารมณ์และพลังงานที่เปราะบางอยู่แล้ว ขาดสะบั้นลงในทันที!
เปรี้ยง!
โดยที่เขาไม่ได้ตั้งใจ! สายฟ้าสีครามเข้มเส้นเล็กแต่รุนแรงและรวดเร็วสายหนึ่ง พลันะเิออกมาจากฝ่ามือขวาของฮ่าวหราน! มันพุ่งเฉี่ยวใบหน้าของหวัง หู่ ที่กำลังแสยะยิ้มไปเพียงนิดเดียว! ก่อนจะฟาดลงบนพื้นศิลาเื้ัเสียงดังสนั่น! เกิดเป็รอยไหม้เกรียมสีดำเป็วง พร้อมกับกลิ่นโอโซนไหม้จางๆ!
กลุ่มของหวัง หู่ ตกตะลึงจนหน้าซีดเผือด! ถอยกรูดไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว!
"นะ... นี่เ้า... เ้ากล้าใช้พลังทำร้ายข้างั้นรึ!" หวัง หู่ ใกลัวจนแทบล้มทั้งยืน แต่เมื่อเห็นว่าตนเองไม่ได้รับาเ็อะไร ความกลัวก็แปรเปลี่ยนเป็ความโกรธจัดและความอับอาย "ไอ้สารเลว! มันมีพลังจริงๆ! รุมกระทืบมันเลย!"
สิ้นเสียงคำสั่ง ลูกสมุนทั้งสามคนก็พุ่งเข้าใส่ฮ่าวหรานอย่างบ้าคลั่งทันที!
'แย่แล้ว!' ฮ่าวหรานตื่นตระหนกสุดขีด เขารู้ดีว่าตนเองสู้แรงคนจำนวนมากกว่าไม่ได้แน่! 'ข้าต้องหนี! ต้องรีบหนีไปให้พ้น!' เขาหันหลังกลับ เตรียมออกวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่ในเสี้ยววินาทีที่อันตรายกำลังจะคืบคลานเข้ามาถึงที่สุดนั้น! เขาก็พลันรู้สึกถึงความอบอุ่นสายหนึ่งที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนลึกที่สุดของจิติญญา! เสียงทุ้มนุ่มลึกอันเก่าแก่ โบราณ และทรงพลังเสียงหนึ่ง ดังก้องขึ้นในห้วงสำนึกของเขาอย่างชัดเจน:
【ตรวจพบเจตนาประทุษร้ายอย่างชัดเจนต่อผู้สืบทอดสายเื】
【กำลังประเมินระดับภัยคุกคาม... ระดับ: ต่ำมาก】
【กำลังเปิดใช้งานระบบช่วยเหลือเบื้องต้น... 'มรดกแห่งซวนหยวน'】
ภาพตรงหน้าของฮ่าวหรานพร่าเลือนไปชั่วขณะ ราวกับมีกระแสข้อมูลและความรู้บางอย่างที่ไม่อาจเข้าใจได้ ไหลบ่าพรั่งพรูเข้ามาในจิตใจของเขาอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน! มันคือข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมโดยรอบอย่างละเอียด! เส้นทางการหลบหลีกที่เป็ไปได้! และการประเมินพลังและความเร็วของศัตรูที่กำลังไล่ตามมา!
【ตรวจพบเส้นทางหลบหนีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ณ ทิศเบื้องขวา... พบอุปสรรคเล็กน้อย... แนะนำให้ะโข้าม...】
'นี่... นี่มันสิ่งใดกัน!?' ฮ่าวหรานอุทานอยู่ในใจด้วยความสับสนและตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด 'เสียง? ความรู้? ภาพ? มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน!'
"จับมันให้ได้! อย่าให้มันหนีไปได้!" เสียงของหวัง หู่ ะโไล่หลังมาติดๆ!
ฮ่าวหรานสะบัดศีรษะอย่างแรงเพื่อไล่ความสับสนออกไป! เขาไม่มีเวลามาครุ่นคิดถึงที่มาของเสียงประหลาดนี้ในตอนนี้! เขาตัดสินใจเชื่อมั่นในข้อมูลและความรู้สึกที่เพิ่งได้รับมานั้นอย่างไม่มีเงื่อนไข! ออกวิ่งสุดกำลัง! เลี้ยวขวาเข้าสู่ซอยแคบๆ ที่ระบบแนะนำ! ะโข้ามถังไม้เก่าๆ และกองขยะที่ขวางทางอยู่ได้อย่างคล่องแคล่วราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว! เสียงวิ่งไล่ตามและเสียงสบถของหวัง หู่ ยังคงดังตามมาติดๆ อยู่เื้ั แต่ด้วยเส้นทางที่ซับซ้อนวกวนและความช่วยเหลืออันน่าประหลาดจากระบบนั้น เขาก็สามารถสลัดการไล่ล่าอันน่ารำคาญนั้นหลุดไปได้ในที่สุด!
เขาวิ่งกลับมาถึงหน้าเรือนหลังเล็กด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก! รีบผลักประตูเข้าไปแล้วลงสลักกลอนอย่างแ่า!
"แฮ่ก... แฮ่ก... แฮ่ก..." เขายืนพิงประตู หอบหายใจอย่างหนัก ตัวยังคงสั่นเทาจากความกลัวและความตื่นเต้นระคนกัน
เฉินหลิวซึ่งได้ยินเสียงผิดปกติ รีบออกมาจากห้องปรุงยา เห็นสภาพของบุตรชายก็รีบเข้ามาประคองด้วยความเป็ห่วงอย่างยิ่ง "ฮ่าวหราน! เกิดอะไรขึ้นลูก! ทำไมถึงมีสภาพเช่นนี้!"
ฮ่าวหรานเล่าเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟังด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่หายตื่นตระหนก ั้แ่การถูกดักทำร้ายโดยหวัง หู่ การพลั้งมือปล่อยพลังสายฟ้าออกไป และรวมถึงเื่เสียงและความรู้ประหลาดที่ปรากฏขึ้นมาช่วยเหลือเขาในการหลบหนีด้วย
เฉินหลิวฟังเื่ราวทั้งหมดอย่างตั้งใจ สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนไปหลายครั้ง จากความกังวลเป็ความตระหนกเมื่อได้ยินเื่การใช้พลัง และกลายเป็ความครุ่นคิดอย่างลึกซึ้งเมื่อได้ยินเื่ระบบประหลาด สุดท้ายแววตาของนางก็ฉายประกายแห่งความแน่วแน่และความเด็ดเดี่ยวออกมา นางเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปอย่างระแวดระวังครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาสบตาบุตรชายด้วยแววตาที่จริงจังยิ่งกว่าครั้งใด "พอแล้ว ฮ่าวหราน การซ่อนตัวอยู่ในนครฉางเฟิงแห่งนี้ ไม่ใช่ทางออกที่ปลอดภัยสำหรับเ้าอีกต่อไปแล้ว" นางตัดสินใจอย่างเด็ดขาด "มีเพียงสถานที่เดียวเท่านั้นในตอนนี้ ที่จะพอให้เ้าได้เรียนรู้วิธีควบคุมพลัง และเติบโตได้อย่างปลอดภัยภายใต้สายตาของผู้เชี่ยวชาญ... นั่นคือ สถาบันเทียนซวน! ข้าเพิ่งได้รับข่าวมาว่าการสอบคัดเลือกศิษย์ใหม่ประจำปีกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกประมาณหนึ่งเดือนข้างหน้านี้ เราต้องไปที่นั่น!"
ฮ่าวหรานที่ยังคงเหนื่อยล้าและมึนงงกับเื่ราวทั้งหมด มองความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในดวงตาของมารดา เขาพยักหน้าอย่างอ่อนล้า "ขอรับ... ท่านแม่ ข้าจะไปกับท่าน" ในยามนี้ เขาเพียง้าสถานที่ที่ปลอดภัยจากอันตรายรอบตัว และบางที สถาบันอันเลื่องชื่อแห่งนั้นอาจจะมีคำตอบเกี่ยวกับพลังและระบบประหลาดในตัวเขาได้
"ดีมาก!" เฉินหลิวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวและหนักแน่น "เช่นนั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม เราจะออกเดินทางโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! ก่อนที่เื่ของเ้าจะแพร่กระจายไปมากกว่านี้!"
โชคชะตาได้ขีดเส้นทางใหม่ให้แก่เด็กชายแล้ว เบื้องหน้าคือการเดินทางอันยาวไกลและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน สู่สถาบันเทียนซวนอันยิ่งใหญ่ สถานที่ที่จะกำหนดอนาคตของเฉิน ฮ่าวหราน ไปตลอดกาล
(จบตอนที่ 3)