ตอนที่ 20 ความเงียบหลังพายุรัก
แสงแดดยามเช้าทอประกายสีทองอ่อนละมุน ลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเนื้อหนาสีเทาเข้มที่ปิดสนิทไม่มิดชิดนัก แสงสลัวนั้นสาดส่องเข้ามาภายในห้องนอนกว้างขวางของเพนท์เฮาส์สุดหรู บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแ่เบา และเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของคนที่นอนอยู่ข้างกายผม
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่ััได้คือความเมื่อยล้าที่เกาะกินไปทั่วทุกสัดส่วนของร่างกาย แต่ทว่ามันกลับเป็ความเมื่อยล้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสมและความพึงพอใจอย่างประหลาด ท่อนแขนขวาของผมยังคงถูกใช้เป็หมอนหนุนให้กับศีรษะทุยสวยของคุณรสริน ในขณะที่แขนซ้ายของผมโอบรัดรอบเอวคอดกิ่วของเธอเอาไว้หลวมๆ ร่างกายของเราสองคนแนบชิดติดกันจนััได้ถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากผิวเนื้อเปลือยเปล่า
ผมก้มลงมองใบหน้ายามหลับใหลของเ้านายสาวใหญ่ที่ผมเพิ่งจะล่วงเกินเธอไปอย่างดิบเถื่อนและเร่าร้อนเมื่อคืนนี้ ภาพพายุอารมณ์อันเร่าร้อนที่ผมปลดปล่อยสัญชาตญาณดิบเข้าใส่เธอโดยไม่สนคำสั่งหรือข้อห้ามใดๆ ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ผมยังจำเสียงครางหวานหูที่สั่นสะท้าน ความร้อนผ่าวของร่องรักที่ตอดรัดตัวตนของผมอย่างบ้าคลั่ง และแววตาที่เต็มไปด้วยความสุขสมของเธอได้อย่างแม่นยำ
แต่ในเวลานี้ ผู้หญิงที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของผม กลับดูแตกต่างจากคุณรสริน เ้านายจอมดุผู้เย่อหยิ่งและเ็าที่ผมรู้จักที่บริษัทอย่างสิ้นเชิง ใบหน้าสวยคมที่ปราศจากเครื่องสำอางดูอ่อนเยาว์และไร้เดียงสา ริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยพ่นคำสั่งเฉียบขาด ตอนนี้เผยอออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอ คิ้วเรียวสวยที่มักจะขมวดเข้าหากันเวลาเคร่งเครียด บัดนี้คลายออกจนหมดสิ้น เธอดูเปราะบางและน่าทะนุถนอมจนผมอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนของเธอออกให้อย่างเบามือ
ััแ่เบาของผมทำให้ร่างบางในอ้อมแขนเริ่มขยับตัวเล็กน้อย คุณรสรินส่งเสียงครางอู้อี้ในลำคอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ดวงตาคู่คมที่เคยมองผมด้วยความดุดันและคาดโทษ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความงัวเงียและสับสน เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดลงที่ใบหน้าของผม
หัวใจของผมกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่น ผมเตรียมใจรับคำด่าทอ สายตาเ็า หรือแม้กระทั่งคำสั่งไล่ออกที่อาจจะหลุดออกมาจากปากของเธอ แต่ผิดคาด คุณรสรินไม่ได้ผลักผมออก ไม่ได้ตวาดไล่ หรือแสดงท่าทีรังเกียจใดๆ เธอเพียงแค่นิ่งเงียบ สบตาผมด้วยแววตาที่สงบนิ่งและลึกล้ำเกินกว่าที่ผมจะคาดเดาความรู้สึกได้
ความเงียบเข้าปกคลุมเราสองคนอยู่นานนับนาที เป็ความเงียบที่ไม่ได้ทำให้อึดอัด แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นอย่างประหลาด ราวกับว่าพื้นที่เล็กๆ บนเตียงคิงไซส์แห่งนี้ เป็เพียงโลกใบเดียวของเราสองคน โลกที่ไม่มีตำแหน่งเ้านาย ไม่มีลูกน้อง ไม่มีกฎเกณฑ์หรือความกดดันใดๆ มีเพียงผู้ชายและผู้หญิงสองคนที่กำลังเปลือยเปล่าทั้งร่างกายและจิตใจต่อหน้ากันและกัน
"ตื่นนานแล้วเหรอ?" ในที่สุด คุณรสรินก็เป็ฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยจากความเหนื่อยล้าเมื่อคืน แต่มันกลับฟังดูนุ่มนวลและเป็กันเองอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน
"เพิ่งตื่นครับ..." ผมตอบเสียงเบา พยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น "คุณรส... โกรธผมไหมครับ เื่เมื่อคืน..."
คำถามที่อัดอั้นอยู่ในใจถูกเปล่งออกไปในที่สุด ผมก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ กลัวว่าจะเห็นความผิดหวังหรือความโกรธเกรี้ยวในแววตาคู่นั้น แต่ทว่า มือเรียวสวยของคุณรสรินกลับเอื้อมมาเชยคางผมขึ้นเบาๆ บังคับให้ผมสบตาเธออีกครั้ง
"ถ้าฉันโกรธ เธอคิดว่าฉันจะยอมนอนกอดเธออยู่แบบนี้จนถึงเช้าไหม เด็กโง่..." เธอระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็รอยยิ้มที่อ่อนหวานและดูผ่อนคลายที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น รอยยิ้มนั้นทำให้หัวใจของผมพองโตและเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"แต่ผมขัดคำสั่งคุณรส... ผมทำรุนแรงกับคุณรส..." ผมพึมพำด้วยความรู้สึกผิดปนโล่งใจ
คุณรสรินส่ายหน้าช้าๆ ขยับตัวเข้ามาซุกไซ้ใบหน้ากับแผงอกกว้างของผมราวกับลูกแมวที่้าความอบอุ่น "บางครั้ง... ฉันก็เหนื่อยที่จะต้องเป็คนออกคำสั่งตลอดเวลาตง... บางครั้งฉันก็แค่อยากเป็ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีใครสักคนคอยนำทางและปกป้อง... ซึ่งเมื่อคืน... เธอก็ทำหน้าที่นั้นได้ดีทีเดียว..."
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของเ้านายสาวใหญ่ทำให้ผมชะงักไปชั่วครู่ ผมไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่ดูเข้มแข็ง เด็ดขาด และสมบูรณ์แบบอย่างคุณรสริน จะมีความรู้สึกอ่อนแอและโหยหาการพึ่งพิงซ่อนอยู่ลึกๆ ภายในใจ
ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มของเธออย่างทะนุถนอม "คุณรสเหนื่อยมากไหมครับ... กับการที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆ อย่างไว้คนเดียว"
คำถามของผมเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจที่ถูกปิดตายมาเนิ่นนาน คุณรสรินนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ผมจะรู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นเล็กน้อยที่ซึมผ่านหน้าอก ร่างบางในอ้อมแขนเริ่มสั่นเทาเบาๆ เธอไม่ได้สะอื้นไห้เสียงดัง แต่เป็เพียงการปลดปล่อยน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่เก็บซ่อนไว้มาตลอด
"เหนื่อยสิตง... เหนื่อยมากเลย..." เสียงของเธอสั่นเครือและขาดห้วง "การเป็ผู้บริหารหญิงในวงการที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน มันไม่ง่ายเลย ทุกคนคอยจับจ้องที่จะเหยียบย่ำเมื่อฉันพลาด ฉันต้องทำตัวให้เข้มแข็ง ต้องดุดัน ต้องไร้ที่ติ เพื่อให้ไม่มีใครกล้ามาดูถูก หรือเอาเปรียบ..."
ผมลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากปากของผู้หญิงที่ผมแอบรัก
"ฉันต้องสวมหน้ากากเ้านายที่เ็าและไร้หัวใจอยู่ตลอดเวลา จนบางครั้ง... ฉันก็ลืมไปแล้วว่าตัวตนที่แท้จริงของฉันเป็ยังไง..." เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมด้วยดวงตาที่แดงก่ำและเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา "กลับมาถึงห้องนี้... มันก็กว้างขวาง สวยงาม หรูหรา แต่ตงรู้ไหม... มันว่างเปล่าและเหงาจับใจเลย... ฉันต้องนั่งกินข้าวคนเดียว ดูทีวีคนเดียว นอนบนเตียงกว้างๆ นี้คนเดียว... บางครั้งฉันก็แค่หวังว่าจะมีใครสักคนมานั่งอยู่ข้างๆ ถามฉันว่าวันนี้เหนื่อยไหม... แค่นั้นเอง..."
ความรู้สึกเ็ปและสงสารแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของผมอย่างจัง ผมไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้ภาพลักษณ์ที่สง่างามและทรงอำนาจนั้น คุณรสรินต้องทนแบกรับความโดดเดี่ยวและความกดดันมากมายขนาดไหน เธอเก่งกาจ สวยงาม ร่ำรวย แต่กลับโหยหาสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือความอบอุ่นและการมีใครสักคนเคียงข้าง
"ผมอยู่นี่แล้วครับคุณรส..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงจัง ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มเนียนใสของเธออย่างเบามือ "ั้แ่นี้ไป คุณรสไม่ต้องทนเหงา หรือทนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอีกแล้วนะครับ... ถึงผมจะเป็แค่พนักงานตัวเล็กๆ เป็แค่เด็กผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง แต่ผมพร้อมที่จะเป็ที่พักพิงให้คุณรส... พร้อมที่จะรับฟัง พร้อมที่จะกอดคุณรสไว้แน่นๆ แบบนี้ทุกครั้งที่คุณรส้า..."
คุณรสรินมองหน้าผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันใจ เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ก่อนจะโผเข้ากอดผมแน่น ซุกหน้าลงกับซอกคอของผม ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายอีกต่อไป
ผมกอดตอบเธอด้วยความรักและความห่วงใยทั้งหมดที่มี ลูบแผ่นหลังและจูบซับที่ขมับของเธอซ้ำๆ เพื่อถ่ายทอดความอบอุ่นและคำสัญญาว่าผมจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ ในวินาทีนี้ กำแพงแห่งสถานะ เ้านายกับลูกน้อง ช่องว่างระหว่างวัย ได้พังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงหัวใจสองดวงที่กำลังเชื่อมโยงและเยียวยากันและกันด้วยสายใยแห่งความรู้สึกที่ลึกซึ้งและบริสุทธิ์
เราสองคนกอดกันเนิ่นนาน ปล่อยให้ความเงียบและความอบอุ่นทำหน้าที่เยียวยาาแในใจ เสียงสะอื้นของคุณรสรินค่อยๆ สงบลง เปลี่ยนเป็เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและผ่อนคลาย เธอผละออกจากอ้อมกอดของผมเล็กน้อย สบตาผมด้วยดวงตาที่กลับมาเปล่งประกายสดใสอีกครั้ง
"ขอบใจนะตง... ขอบใจที่อยู่ตรงนี้... ขอบใจที่ทำให้ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไป..." เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยความรัก
"ผมเต็มใจครับคุณรส... เพราะผม... รักคุณรสครับ..." คำสารภาพรักที่เก็บซ่อนไว้มานาน ถูกเอ่ยออกมาอย่างเป็ธรรมชาติและออกมาจากส่วนลึกของหัวใจ
คุณรสรินหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที เธอยิ้มเขินๆ แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ก่อนจะรั้งคอผมลงไปประทับจุมพิตที่ริมฝีปากอย่างแ่เบาและเนิ่นนาน เป็จูบที่ไม่ได้เร่าร้อนหรือรุนแรงเหมือนเมื่อคืน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความหวานละมุน ความอ่อนโยน และความรู้สึกรักที่ส่งผ่านถึงกันอย่างลึกซึ้ง
เราผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง สบตากันด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข ผมกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด ปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปอย่างช้าๆ ในความเงียบสงบที่แสนงดงามนี้
แต่ในขณะที่หัวใจของผมกำลังอิ่มเอมไปด้วยความสุข ความคิดบางอย่างก็เริ่มแทรกซึมเข้ามาในหัว ความเป็จริงที่เราทั้งคู่ต้องเผชิญ วันจันทร์ที่จะถึงนี้ เราก็ต้องกลับไปสวมบทบาทเ้านายกับลูกน้องเหมือนเดิม ความสัมพันธ์ของเราจะดำเนินต่อไปอย่างไรในสายตาของคนอื่น และที่สำคัญ แผนการในวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้... เราสองคนจะได้ใช้เวลาร่วมกันในฐานะคนรักอย่างที่ใจปรารถนาหรือไม่
พายุรักเมื่อคืนได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบและความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างลึกซึ้ง แต่ผมรู้ดีว่า บททดสอบที่แท้จริงของความรักครั้งนี้... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*