ตอนที่ 106: หมายเรียกสัญญารักเดือด
เสียงตัดสายสัญญาณจากโทรศัพท์ดาวเทียมนิรภัยตรากษัตริย์ดังกริกทิ้งความเงียบงันบีบคั้นหัวใจและลมหายใจของพวกเราสามคน คาริมเสนาบดีใหญ่ค่อยๆ วางมือถือลงบนเตียงช้าๆ แววตาเรียวคมของสิงโตทะเลทรายมีประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวไม่ยอมก้มหัวให้แก่กลุ่มขุนนางเก่าแก่ที่จ้องคอยแทงข้างหลังและหวังแย่งชิงสัมปทานน้ำมันล้านบาร์เรลของตระกูลฟาร์ฮาน ทาริกยืนนิ่งขบกรามแน่นจนเป็นลอนนูนเด่นชัดด้วยความเคียดแค้น กล้ามเนื้อแขนแกร่งสีเข้มกุมอาวุธปืนพกคู่ใจแน่นพยักหน้ารับคำท้าทายชะตากรรมหลวงด้วยความพร้อมพลีชีพหากเกิดเหตุการณ์เลวร้ายเหนือกฎหมายใดๆ ส่วนฉันทรุดกายนั่งโอบกอดทารกฝาแฝดทั้งสองในอ้อมอก E ยักษ์ของฉันแน่นหนาด้วยความตื่นตระหนกตกใจสุดขีด น้ำตาอุ่นๆ เริ่มซึมรอบเบ้าตาอีกครั้งด้วยความหวาดหวั่นต่อคณะศาสนศาสตร์ดูไบที่เคร่งครัดในจารีตประเพณีโบราณที่ป่าเถื่อน คาริมเอื้อมมือแกร่งมาบีบมือฉันแน่นหนาเพื่อส่งผ่านพลังใจและความอบอุ่นบำบัดจิตใจ "ไม่ต้องกลัวมะนาวคนดีของฉัน... คราวนี้พวกเราจะสู้ไปด้วยกันจนถึงที่สุดเหนือกฎมณฑียรบาลดูไบ ไม่มีใครพรากพวกเจ้าและทายาทของเราออกไปจากอกฉันได้อีกแล้ว" และนั่นคือคำมั่นสัญญารักที่เริ่มต้นขึ้นเพื่อนำทางพวกเราไปสู่จุดตัดสินชะตากรรมครั้งใหญ่ที่สุดในโลกทรายสวาทแห่งบัลลังก์หลวงดูไบชั่วนิรันดร์กาล
พวกเราไม่ยอมเสียเวลาแม้เพียงหนึ่งนาที คาริมและทาริกรีบกุลีกุจอจัดเตรียมสัมภาระสำคัญและเอกสารข้อมูลระบบขุดเจาะพลังงาน สัญญาจดหมายตราตั้งพิเศษจากองค์ราชันทั้งหมดเพื่อใช้เป็นข้อต่อรองขัดขวางศัตรู ส่วนเจ้าหญิงอามิราที่ทราบบัญญัติข่าวร้ายรีบก้าวเดินเข้ามาร่วมทัพในห้องแต่งตัว ใบหน้าเลอโฉมสะคราญของเธอดูเย่อหยิ่งดุดันและแฝงเพลิงโทสะอย่างเห็นได้ชัดเมื่อสิทธิ์เหนือน่านน้ำและคนรักของเธอกำลังโดนข่มขู่ทำลายล้างจากพวกขุนนางเก่า "ฉันจะเดินทางไปพิจารณาคดีนี้ร่วมกับพวกแกด้วย คาริม! คณะศาสนศาสตร์หัวเก่าพวกนั้นกล้าดีอย่างไรถึงส่งหมายเรียกปลดแอกขุนนางสัมปทานน้ำมันของพวกเรา คืนนี้ฉันจะขอยืนยันความรักและสัญญาสี่เส้าของเราต่อหน้าสภาราชวงศ์ดูไบให้ตกตะลึงกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว!" อามิราประกาศกังวานพลางเอื้อมมือลูบหัวปลอบโยนเด็กแฝดในห่ออ้อมผ้าที่กำลังขยับสายตามองดูบิดามารดาด้วยความไร้เดียงสารอบข้าง
เฮลิคอปเตอร์จู่โจมทหารหลวงสีดำทอดปีกร่อนลงจอดลานจอดข้างวิลล่าพวกเราขึ้นบินแหวกฟ้าแหวกสายชลมุ่งตรงสู่นครหลวงดูไบอย่างรวดเร็วปานลมพายุทะเลทราย เม็ดฝนหลวงซัดผ่านกระจกห้องโดยสารสะท้อนไฟนีออนของตึกระฟ้าของดูไบที่อยู่เบื้องล่าง ฉันนั่งเงียบๆ แนบชิดกับอกอุ่นของทาริกที่มีกลิ่นอายชายดิบและกลิ่นเหงื่อจางๆ คลุกเคล้ากลิ่นน้ำนมแม่ที่เพิ่งเสร็จศึกรักบำบัดรักษาตัวคาริม ความร้อนรุ่มจากสัมผัสบำบัดรักษาพยาบาลคาริมบนเตียงนอนวิลล่าเมื่อครู่ยังคงอุ่นวาบในท้องน้อยปลุกเร้าอารมณ์รักเบาๆ ทาริกใช้ปลายนิ้วหนาของเขาเกลี่ยจูบปลอบโยนขมับฉันเบาๆ "มาดามครับ... ทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี ผมจะใช้ร่างกายของผมเป็นโล่กำบังกระสุนและคมดาบให้คุณและลูกแฝดเอง ขอเพียงคุณมีรอยยิ้มและใจสู้ไปกับพวกเราจนสุดทาง" ฉันพยักหน้ารับคำทาริกซาบซึ้งในหัวใจของชายผู้องอาจและซื่อสัตย์ยิ่งกว่าชีวิตคนนี้ที่คอยเคียงข้าง
เมื่อ ฮ. ลงจอดบนดาดฟ้าตึกกองบัญชาการรักษาความปลอดภัยหลวงดูไบ รถยนต์ซีดานกันกระสุนสีดำนำพาพวกเราเดินทางมาถึงทางเข้า "พระราชวังหลวงมณฑียรบาลดูไบ" ทันควัน พระราชวังขนาดยักษ์สีขาวสลักทองประดับประดาระบบรักษาความปลอดภัยทหารหลวงนับร้อยนายยืนถือปืนกลเบารักษาการณ์แน่นหนาเสมือนมีศึกสงครามเดือดพล่าน บรรยากาศภายในพระราชวังเงียบสงบกดดันจนได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงของพวกเราสะท้อนกำแพงหินอ่อน คาริมในชุดประจำชาติขาวหรูปักดิ้นทองก้าวเดินนำหน้าอย่างสง่างามราวกษัตริย์ผู้มีบารมีล้นพ้น ทาริกในเครื่องแบบผู้บัญชาการทหารหลวงสีน้ำเงินเข้มสะพายกระบี่ทองคำยาวสง่าเดินเคียงข้างขนาบซ้ายสะท้อนความองอาจ ส่วนฉันอุ้มลูกฝาแฝดสวมชุดส่าหรีสีส้มทองทอประกายเปิดเผยสรีระอวบอัดสะโพกผาย E ยักษ์กลมกลึงเคียงคู่เจ้าหญิงอามิราที่สวมชุดสตรีหลวงยาวหรูสะกดทุกสายตาข้าราชบริพารและทหารที่จ้องมองมาและซุบซิบกระซิบกระซาบเรื่องมาดามเอเชียคนใหม่ที่ท้าทายกฎมณฑียรบาล
พวกเราก้าวเดินเข้าสู่ "ห้องไต่สวนพิจารณาคดีลับสภาราชวงศ์" ห้องโถงเพดานสูงลิ่วที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมหินอ่อนแกะสลักสีทองสลัว มีเก้าอี้ไม้โอ๊กแกะตราสัญลักษณ์คณะตัดสินเรียงรายล้อมเป็นวงกลมสูงชันดูน่าเกรงขามดุดัน ด้านกึ่งกลางห้องโถงมีลานทรายครีมโบราณสำหรับใช้ในพิธีการศาสนา บนแท่นเก้าอี้สูงชั้นบนสุดปรากฏร่างของขุนนางเก่าแก่ดูไบและคณะผู้ตัดสินศาสนจักรผู้มีหนวดเคราสีขาวยาวในชุดโต๊บยาวสีขาวและดำยืนสบตากวาดมองพวกเราด้วยสายตาชิงชังปนเย้ยหยันดุจผู้ถือคำพิพากษาโทษทัณฑ์ความตายและพร้อมจะขยี้พวกเราให้จมดินทรายสวาท
"ชีคคาริม อัล-ฟาร์ฮาน... และพวกร่วมทางทุกคน!" ผู้นำศาลศาสนาสูงสุด นามว่าเสนาเฒ่าฮามิด เอ่ยขึ้นเสียงก้องกังวานแหบแห้งทว่าทรงพลังอำนาจกดขี่ข่มเหงชวนหัวใจสะท้านสั่นคลอน "พวกเจ้าได้รับความไว้วางใจให้คุมสัมปทานน้ำมันล้านบาร์เรลและตำแหน่งเกียรติยศสูงสุด ทว่าพวกเจ้ากลับทำเรื่องเสื่อมเสียศีลธรรมลบหลู่เกียรติยศดูไบและประเพณีอันดีงามของแผ่นดินทรายสวาทแห่งนี้อย่างป่าเถื่อนและไร้ยางอายชวนอนาถใจ!"
ฮามิดเอ่ยพลางยกแท็บเล็ตหลวงกดฉายภาพสัญญาณวิดีโอสดขึ้นสู่หน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์กึ่งกลางห้องโถงหลวง ภาพวิดีโอนั้นฉายรูปเหตุการณ์ความคาวโลกีย์กามารมณ์สี่เส้าของพวกเราในตำหนักและวิลล่าส่วนตัวอย่างละเอียดลออชัดเจนเต็มหน้าจอ (คลิปที่ผู้พันฟาริสแอบบันทึกและส่งสปายแอบถ่ายระบบ 5G ก่อนจะโดนทาริกบดทำลายพินาศ) ภาพของฉันร่างอวบอัด E ยักษ์นอนเปลือยกายกระตุกระรัวรับแก่นกายคาริมและทาริกสลับหน้าหลังอย่างเร่าร้อนเสียวซ่านบีบคั้น โดยมีอามิราแอบส่องแววตาเย้ายวนอยู่ริมสระน้ำ รสน้ำรักและหยาดนมแม่ชุ่มโชกเตียงสวาทแสดงความพรั่งพรูเสร็จสมเย้ายวนใจชวนละลายศีลธรรม ฉันรู้สึกอายสั่นหน้าแดงซ่านซบหน้าลงกับห่อตัวลูกฝาแฝดด้วยความขัดแย้งในใจอย่างรุนแรง ศีลธรรมความละอายของสาวไทยตอกย้ำให้ฉันอยากมุดแผ่นดินหนีทว่าความรักและความภักดียังคงเหนี่ยวรั้งให้ฉันยืนหยัดข้างสามีขุนนางใหญ่และยอดองครักษ์ผู้เปรียบเสมือนชีวิตของฉันชั่วนิรันดร
"คลิปภาพบัดสีนี้แสดงให้เห็นว่าเสนาบดีใหญ่คาริมและผู้บัญชาการทหารทาริกมัวเมาในกามารมณ์สำส่อน ร่วมรักวิปริตสามคนสี่คนกับนังแม่บ้านเอเชียชั้นต่ำคนนี้! นี่คือความอัปยศที่สภาราชวงศ์และผู้นำศาสนาไม่อาจยอมรับได้ คาริม... เจ้าต้องเซ็นเอกสารยินยอมสละสิทธิ์การคุมพลังงานดูไบและขับเนรเทศนังผู้หญิงไทยคนนี้พร้อมสายเลือดกบฏแฝดของนางออกนอกประเทศทันควันเพื่อกู้ชื่อเสียงดูไบกลับมาให้บริสุทธิ์!" ฮามิดยื่นคำขาดแววตาเหี้ยมเกรียมสบตากดดัน
คาริมขยับตัวก้าวไปข้างหน้าขวางหน้าจอมอนิเตอร์ แววตาสิงโตทรายไม่มีรอยสั่นไหวหัวเราะเสียงต่ำกังวานน่าเกรงขามดุดัน "ฮามิด... และคณะผู้พิพากษาทุกท่าน! คลิปภาพนี้คือผลงานของพวกกบฏผู้พันฟาริสที่แอบลักลอบเข้ามาติดตั้งกล้องแอบถ่ายเพื่อแบล็กเมล์ทำลายฉันในการคุมน้ำมันดูไบ ครอบครัวของฉันได้รับสิทธิ์และการประกาศคุ้มครองสถานะมาดามเกียรติยศพิเศษจากองค์ราชันอย่างถูกต้องตามกฎหมายดูไบ ครอบครัวสี่เส้าของเราคือพยานแห่งความรักแท้และการร่วมเดินทางที่ยินยอมพร้อมใจปราศจากการบีบบังคับขืนใจใดๆ ทั้งสิ้น แกไม่มีสิทธิ์ปลดแอกขุนนางสัมปทานน้ำมันของฉันด้วยเรื่องความรักส่วนตัวที่งดงามนี้!"
เสนาเฒ่าฮามิดขบฟันแน่นดวงตาหรี่เล็กดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อกึ่งกลางพายุทะเลทราย เขาหันไปสบตากับคณะผู้พิพากษาขุนนางศาสนาที่พยักหน้าตอบรับกันอย่างสมรู้ร่วมคิดและประสงค์ร้าย ก่อนจะเล็งสายตาคมกริบลงมาท้าทายหัวใจสั่นระริกของพวกเราสามคนผัวเมียชวนตระหนกตกใจ
"รักแท้และการยินยอมพร้อมใจอย่างนั้นรึ คาริม? นังผู้หญิงไทยคนนี้เป็นเพียงคนรับใช้ต้อยต่ำที่อาจโดนอำนาจเงินตราและยศถาของเสนาบดีใหญ่อย่างเจ้าบีบบังคับกักขังบำเรอกามารมณ์ศาสนจักรดูไบมีกฎบัญญัติโบราณชี้วัดการพิสูจน์ตัณหาความรักและสัญญารักสี่เส้า หากเจ้าและทาริกยืนยันว่านี่คือการสมยอมยินยอมของสัญญารักสี่เส้าและไม่มีการขืนใจใดๆ จริง... พวกเจ้าทั้งสามคน คาริม ทาริก และมะนาว ต้องจัดพิธีร่วมรักพิสูจน์ตัณหาหลวงเหนือกฎมณฑียรบาลดูไบต่อหน้าคณะผู้พิพากษาและขุนนางศาสนาในวิหารกลางลานทรายแห่งนี้เดี่ยวนี้ทันควัน! หากนังมาดามไทยสั่นกลัวและไม่ปฏิเสธตัณหาของพวกเจ้าอย่างรักใคร่จริงใจต่อหน้าพวกเรา เราจึงจะรับรองความบริสุทธิ์ของพวกเจ้า แต่ถ้านางขัดขืนแม้เพียงนิดเดียว... คาริมและทาริกต้องโดนประหารชีวิตสถานเดียวและเนรเทศนังคนเอเชียคนนี้กลับประเทศโดยทันที!"
คำพิพากษาท้าทายชะตากรรมกามารมณ์หลวงอันแสนดิบเถื่อนและระทึกใจดังกึกก้องท้องพระโรงลับบีบเค้นสติของแม่บ้านไทยอย่างฉันให้สั่นสะท้านหวาดตระหนกสุดขีดกับบทพิสูจน์รักต่อหน้าสายตาคนนับสิบชี้ชะตาความเป็นความตายชั่วนิรันดร์กาลของสามีและชู้รักสุดห่วงใย!