ผ่านไปชั่วครู่ใหญ่ๆ การฝึกฝนของเทียนจุนยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เขาโคจรลมปราณอย่างต่อเนื่อง ดูดกลืนพลังปราณเซียนที่แม้จะเบาบาง แต่ก็ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเขาอย่างไม่ขาดสาย
ปราณเซียนเ่าั้แทรกซึมไปทั่วทั้งเส้นลมปราณ ขัดเกลาร่างกาย เสริมสร้างความแข็งแกร่งทุกขณะ กระแสพลังภายในร่างของเขาเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งคลื่นพลังไร้สภาพแผ่ออกมาจากร่างของเขาอย่างเงียบงัน
ลมปราณภายในปะทุขึ้นเสมือนสายน้ำที่ไหลทะลักผ่านเขื่อนที่ถูกทำลาย
ณ เวลานี้ เทียนจุนได้ ทะลวงผ่านขีดจำกัดของตนเองอีกครั้ง ระดับของเขาได้ก้าวเข้าสู่ หลอมกายาขั้นที่สี่ เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ดวงตาของชายหนุ่มพลันลืมขึ้น แสงสีทองในม่านตาส่องประกายวูบวาบท่ามกลางความมืดมิด สะท้อนรัศมีแห่งพลังอันศักดิ์สิทธิ์
“ระดับนี้.. คงเพียงพอให้ข้าออกเดินทางไปยังเทือกเขาัได้แล้ว!”
เขาครุ่นคิดกับตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างสงบนิ่ง
หลังจากที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว และไม่รอให้ชาวบ้านหรือผู้เฒ่าชราตื่นขึ้นมา ร่างของเขาก้าวออกจากที่นั่งบริเวณหน้าหมู่บ้าน ยืนมองไปรอบๆเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะค่อยๆยกมือขึ้นประสานกันเป็สัญลักษณ์แห่งความเคารพ ส่งให้กับชายชราที่อยู่ด้านใน
“…ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง!”
แม้จะเป็คำพูดเพียงสั้นๆที่เอ่ยออกมาแ่เบา แต่กลับเต็มไปด้วยความหมาย จากนั้นร่างของเขาก็ก้าวเดินออกไปจากหมู่บ้าน ก้าวผ่านเส้นทางแห่งความเงียบสงัด ทิ้งไว้เพียงร่องรอยของฝ่าเท้าบนผืนดิน และแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณที่เริ่มฉายทอขึ้นมา
ยามเมื่อดวงตะวันเริ่มทอแสงขึ้นเหนือขอบฟ้า
บ้านเรือนในหมู่บ้านก็เริ่มมีความเคลื่อนไหว ชายชราตื่นขึ้นมาเพื่อเริ่มต้นทำกิจวัตรประจำวันของตน เขาขยับร่างกายเล็กน้อย สูดลมหายใจรับอากาศยามเช้า และเตรียมตัวออกไปเก็บสมุนไพรเช่นทุกวัน
แต่แล้วเมื่อสายตาของเขากวาดมองไปทั่วบริเวณบ้าน สิ่งที่เขาเห็นคือร่องรอยของฝ่าเท้าที่ทอดยาวออกไปจากหมู่บ้าน
และเมื่อกวาดสายตาไปรอบๆ สิ่งที่เขาไม่เห็นก็คือ
“ไอ้หนุ่มนั่น..”
ชายชราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวอย่างแ่เบา แล้วเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เฮ้อ.. เ้าหนุ่ม ในเมื่อเ้าไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้านนี้”
“งั้นก็จงก้าวเดินไปยังเส้นทางที่เ้า้าเถอะ”
“และขอให้เ้าประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่เ้ากระทำ”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดาย
เพราะถึงเขาจะรู้ดีว่า เด็กหนุ่มผู้นั้นมิใช่บุคคลธรรมดา
แต่ในสายตาของชายชราแล้ว เขาก็เป็เพียง เด็กคนหนึ่ง ที่ตนได้มอบที่พักพิงให้ เพียงเท่านั้น
ย้อนกลับมายังอีกด้านหนึ่ง เวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว (1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง)
เทียนจุนกำลังก้าวเดินไปตามเส้นทางที่ทอดยาว สองเท้าของเขาเหยียบลงบนพื้นดินที่แห้งแล้ง ทิศทางของเขาคือทาง ตะวันออก มุ่งหน้าไปยังเทือกเขาัและอาณาเขตของเมืองที่อยู่ไกลออกไป
เมืองเทียนตง เป็สถานที่ที่เต็มไปด้วยอดีตอันเลวร้ายของเทียนจุนคนเก่า
ที่แห่งนั้นเป็จุดที่ชายหนุ่มถูกขับไล่ ถูกเหยียดหยาม ถูกทอดทิ้ง หากเป็เมื่อก่อน ตัวตนเดิมของเทียนจุนคงอยากกลับไปล้างแค้นทันที
แต่เขา—ไท่ซวนเทียนจุน—ไม่มีความจำเป็ต้องเดินไปหาความตายด้วยตัวเอง
“ยังไงซะ… ลูกผู้ชายจะแก้แค้น สิบปีก็ยังไม่สาย”
เขาพูดขึ้นในลำคอ พลางเหลือบตามองท้องฟ้าเหนือศีรษะ
“ไว้รอให้ข้ามีพลังอำนาจมากกว่านี้ก่อนเถอะ..”
“จากนั้น ข้าจะกลับไปคิดบัญชีแค้นทุกอย่างให้สาสม!”
แต่นั่นคือเื่ของอนาคต ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งก่อน
เขาสะบัดความคิดในหัวทิ้งไป และเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเล็กน้อย
แต่แล้วขณะที่เขากำลังเดินทางอยู่นั้น ท่ามกลางเส้นทางอันเงียบสงัด เสียงฝีเท้าของม้าก็ดังกึกก้องขึ้นจากเบื้องหน้า
“ตึง! ตึง! ตึง!”
กลุ่มคนจำนวนหลายสิบคนควบม้าฝุ่นตลบ พุ่งตรงมายังเส้นทางที่เทียนจุนกำลังเดินอยู่
พวกเขาสวมชุดหนังสัตว์เก่าๆ แต่ละคนล้วนพกพาอาวุธ ทั้งดาบ หอก และกระบองขนาดใหญ่ ดวงตาของเทียนจุนหรี่ลงเล็กน้อย ขณะจับจ้องไปยังชายวัยกลางคนที่ขี่ม้าอยู่ด้านหน้าของขบวน ทั้งสองสบสายตากันชั่วขณะ เหมือนกำลังสำรวจซึ่งกันและกัน
“พวกนี้มัน… โจรป่า”
เทียนจุนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน ย่อมเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันที พวกโจรป่ากลุ่มนี้ไม่ได้ออกเดินทางเพื่อความบังเอิญแน่นอน
พวกมันต้องมีเป้าหมายบางอย่าง
แต่ไม่นาน กลุ่มโจรป่าก็ควบม้าผ่านไป โดยไม่ได้เข้ามาหาเื่เขาแต่อย่างใด ระหว่างที่ขบวนกำลังเคลื่อนผ่าน หนึ่งในลูกน้องของกลุ่มโจรป่าหันไปเอ่ยถามชายวัยกลางคนที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้า
“หัวหน้ากลุ่มเหริน! ทำไมพวกเราไม่ปล้นชายหนุ่มคนนั้น?”
ชายที่ถูกเรียกว่าหัวหน้ากลุ่มเหริน ได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว ก่อนจะส่งเสียงเย้ยหยันออกมา
“หึ! แกไม่เห็นสภาพของมันหรือไง”
เขาแค่นเสียง ก่อนจะหันไปมองทางด้านหลัง
“สภาพแบบนั้น… จะมีอะไรให้พวกเราปล้นกันอีก”
“แถมฆ่าไปก็ไม่ได้อะไรสักหน่อย”
เขาพูดพลางสะบัดบังเหียนให้ม้าควบต่อ
“ยังไงซะ พวกเราก็ไม่ได้มีเป้าหมายที่มัน”
“เป้าหมายของพวกเรา คือหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลจากนี้ต่างหาก!”
“ไปกันได้แล้ว!”
เมื่อคำสั่งถูกส่งออกมา เหล่าลูกน้องโจรป่าก็เร่งม้าให้วิ่งเร็วขึ้น ก่อนที่ขบวนของพวกมันจะค่อยๆ เคลื่อนออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
“หมู่บ้าน หมายถึงหมู่บ้านที่ข้าเพิ่งจากมาเมื่อไม่นานนี้น่ะหรือ!”
พอคิดเช่นนั้น แววตาของเทียนจุนพลันเปลี่ยนไปในทันที!