“ไกอา นี่พวกเราเดินมานานมากแล้วนะ ไอ้ร้านที่โครนอสหามันไปซ่อนตรงไหนอีกเนี่ย นี่มันกตลาดลึกลับแล้วนะ ยังจะต้องมาตามหาร้านลึกลับอีกหรอ” อะโพรไดท์โวยวายใส่เพื่อนสาว
“เ้าช่วยเงียบๆ แล้วมองหาผู้หญิงคนนี้ดีกว่านะอะโพรไดท์” โครนอสยื่นรูปวาดของหญิงที่เขาตามหา
“โฮ๊ะ นี่ประทานโทษนะคะ เอามือหรืออะไรวาดคะ ให้ข้าดูกี่ครั้งก็มองไม่ออกหรอก เ้าเองก็มีพลังเวทย์สูงส่ง ช่วยขยายออกมาเป็รูปเสมือนเลยได้มั๊ย” เธอว่าพลางกรอกตาไปมา แต่ยังไม่วายเหล่มองไปทางชายหนุ่มที่เดินมากัน 2 คน
ภาพหญิงสาววัยรุ่น แต่งกายทะมัดทะแมง ผมสีน้ำเงินดวงตากลมโต พุ่งเข้าสู่การมองเห็นของอะโพรไดท์และไกอา
“สวยๆ แบบนี้หาไม่ยากหรอก” ทั้ง 3 เดินมุ่งหน้าไปยังซอยที่ 39 ของถนนในตลาดลึกลับ เกือบสุดนาง ขณะที่อะโพรไดท์กำลังหยิบดาบจากร้านแถบนั้นมาลองกวัดแกว่งไปมา ไกอาก็โพล่งออกมาด้วยความดีใจ
“นั่นไง ข้าเจอแล้ว” ทั้ง 3 เดินเข้าไปหาหญิงวัยรุ่นคนนั้นที่กำลังสาละวนอยู่กับการจัดร้านจนไม่ทันสังเกตุ
“เ้าคือสุรัสนารีใช่ไหม” อะโพรไดท์เดินเข้าไปถามอย่างรีบร้อน เพราะรู้สึกอยากกลับเต็มทีแล้วเพราะที่นี่ทั้งร้อน และเธอก็รู้สึกจะแย่
“ใช่แล้วจ้ะ พี่สาวกำลังหาอะไรหยู่หรอ” เธอคนนั้นเดินออกมาจากในร้านยิ้มตาหยี สุรัสนารีคือนักล่ามือ 1 แห่งตลาดลึกลับในตำนานที่สามารถตามล่าได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็ข่าวสาร ทัพย์สิน อาวุธ บุคคลหรือแม้แต่ิญญา ซึ่งพวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็เพียงสาวน้อยเอวบางร่างน้อยหน้าตาสะสวยแบบนี้
“ข้าเอง” โครนอสเอาแขนดันให้อะโพรไดท์ถอยไปด้านหลังจนเธอทำท่างอน
“ข้ามีเื่สำคัญต้องคุยกับเ้า… ลำพัง” ผู้ฟังทำปากจู๋หรี่ตามอง
“โอ๊ะโอ พวกพี่นี่มาหาเื่ใส่ตัวอีกแล้ว ของแบบนั้นไม่มีใครเขาตามหากันหรอก เพราะมันเป็สิ่งที่…”
“อ้ะ” โครนอสยื่นเงินให้หญิงสาว 1 ถุงใหญ่
“มันเป็สิ่งที่…”
“นี่อีก …” แถมด้วยเงินอีก 1 ถุงใหญ่ “พอมะ”
“ค่อยน่าเสียเวลาคุยด้วยหน่อย เชิญข้างในเลยพรรคพวก” เธอกวักมือให้ทั้งเดินเข้าไปในร้าน
“แหม ได้เงินไปเรียกพรรคพวกเลยนะ หึ” อะโพรไดท์บ่นอุบ
ทั้ง 3 เดินตามสุรัสนารีเข้าไปภายในร้านที่เต็มไปด้วยอาวุธ และข้าวของแปลกประหลาดมากมาย บางชิ้นก็ดูเหมือนมีชีวิต บางชิ้นก็ดูเหมือนพร้อมจะจู่โจมตลอดเวลา หนำซ้ำบางชิ้นยังส่งเสียงโวยวายทักทายลั่นร้าน ไกอาทำท่าจะหยิบกระบี่เล่มหนึ่งที่มันส่องแสงแวววาวล่อสายตา
“อ๊ะๆ อย่าเชียวนะพี่สาว มือขาดเชียวนะนั่น กระบี่เล่มนี้ดุมาก” ไกอารีบดึงมือกลับ ทั้ง 3 เดินตามสุรัสนารีมาถึงด้านใน
“นั่งสิ … นี่พวกท่านกำลังตามหาหอกรัติกาลอยู่สินะ”
“เ้ารู้จักหอกรัติกาลด้วยหรอ”
“แน่น๊อน” สุรัสนารีว่าเสียงสูง
“แล้วเ้าแน่ใจได้อย่างไร ว่าที่เ้ารู้จักคือหอกรัติกาล”
“หึ หอกที่มีความยาวกว่า 2 เมตร ด้ามมีสีดำแวววาวที่เกิดจากดื่มเืของผู้คนที่มันเข่นฆ่าไป กลิ่นเหม็นคาวและสาบสางของอาคมดำทมิฬ และยังความคมกริบของมันที่ว่ากันว่าสามารถตัดูเาขนาดใหญ่ได้ในพริบตาเดียว ของที่แค่มองก็ขนลุกแบบนั้น ทำไมข้าจะแยกไม่ออกว่าเป็ศาสตราเทพ หรืออาวุธกระจอกงอกง่อย”
“ดี รีบส่งมอบมาให้ข้าได้แล้ว”
“ของหาโคตรยากแบบนั้น เงินที่ให้มามันก็จะได้แค่ข่าวนะจ๊ะ” สุรัสนารีหันมองไปยังผู้ถามที่กำลังใช้เสียงเข้มคาดคั้น
“นี่เ้าหลอกพวกข้า” โครอสเริ่มโมโห เตรียมพร้อมกางเขตมนตรา ไกอาและอะโพรไดท์ รีบถอยหลบออกมาเพราะรู้ว่าโครนอสโมโหเมื่อไร ทุกอย่างฉิบหายแน่นอน
“เอ๋… ที่นี่เป็ร้านของข้า ข้าค้าขายกับนักเวทย์มากมายมาหลายร้อยปี พวกท่านไม่คิดบ้างหรอ ว่าทำไมข้าถึงอยู่มาจนป่านนี้โดยไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาแหยม ….” สาวน้อยน่ารักวัยใสจู่ๆ แววตาก็เปลี่ยนไป
“อย่ามาเสียเืเสียเนื้อที่นี่ดีกว่า” จิตสังหารรุนแรงของเธอทำเอาทั้ง 3 เดินมาอยู่รวมกันด้วยความเจ็บใจ
“ข้าว่าอีเจ้นี่้ไม่ธรรมดาละไกอา โครนอส”
“ข้ารู้แล้วน่า”
“ว่าง่ายแบบนี้สิ ค่อยน่าคุยด้วยหน่อย” โครนอสเชิดหน้าพยักรับทราบอย่างจำยอม
“สำหรับเงินถุงที่ 1 ข้าจะแจ้งข่าวดีแก่พวกท่านว่า ข้าคือผู้ที่มีหอกรัติกาลใน”
“และเงินถุงที่ 2 ข้าก็จะขอแจ้งข่าวร้าย เพราะข้าเพิ่งขายมันให้กับผู้ชายผมสีเงินหน้าตาน่ารักกับเพื่อนหล่อๆ ผมสีฟ้าของเขาไปแล้ว”
“นังเด็กบ้าเอ้ย”
“อะไรเอ่ย ไป 3 แต่กลับมาได้เพียง 1 คิ คิ คิ” สุรัสนารีหัวเราะชอบใจ
“นังเด็กปากเสีย” ทั้ง 3 มองหน้ากันแล้วรีบวิ่งออกไปหน้าร้าน ตามหาชาย 2 คนที่สุรัสนารีพูดถึง
“ข้าไม่ไปส่งน้า ขอบคุณจ้า” สุรัสนารีโบกมืออำลาทั้ง 3
“ข้าว่าน่าจะยังไปไม่ไกล แยกกันตามหาให้ทั่ว แล้วเจอกันที่ทางออก” ทั้ง 3 คนวิ่งแยกกันเพื่อตามหาชาย 2 คนที่ว่า แต่ก็เป็อะโพรไดท์ที่เจอชายต้องสงสัยก่อนตรงใกล้ทางออกตลาดลึกลับ
‘ผมสีเงินกับผมสีฟ้า… บิงโก!’
“น้องชายทั้ง 2 ไม่ทราบว่าจะไปที่ไหนหรอจ้ะ” ทั้ง 2 คนหันมองมาตามเสียงทักทาย
“พี่สาวมีธุระหรือเปล่า”
“ข้ากำลังตามหาของสิ่งหนึ่งอยู่ แต่ร้านที่ข้าจองไว้บอกว่าขายให้น้องชายทั้ง 2 คนไปแล้ว”
“เอ ตอนที่พวกข้าซื้อมา ไม่เห็นทางร้านบอกว่ามีคนจองไว้เลย”
“ส่งมันมาให้ข้าเถอะน้องชาย แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเ้า”
“มาคนเดียว ทำไมเปรี้ยวจังล่ะพี่สาว”
เพียงครู่เดียว ไกอาก็วิ่งกระหืดกระหอบมาด้วยความเหนื่อย “เ้า 2 คนนี่น่ะหรอ”
“ใช่ เด็กหน้าละอ่อนต่อนแต่นแบบนี้ หวานแม่ละ”
“แก่ๆ แบบเจ้นั่นแหละ กระดูกหักไปจะต่อยากนะ”
“อะโพรไดท์ มันว่าเ้าแก่น่ะ”
“อะโพรไดท์ … จุ๊ๆๆๆ สวยสมคำร่ำลือจริงๆ ด้วย” ชายผมเงินจุ๊ปากเบาๆ
“รู้จักพวกข้าก็ดีแล้วส่งหอกนั่นมา” โครนอสที่ตามมาสมทบขู่กรรโชก
“ดีละ จะได้ไม่ต้องหาตัวให้วุ่นวาย”
“ว่าไงนะ”
“ข้าเตชินท์ นวมนตราที่ 2 แห่งรุจีมาตุ” ชายหนุ่มผมเงินแนะนำตัว
“ส่วนข้าจิรายุ นวมนตราที่ 4 แห่งรุจีมาตุ” จิรายุวาดมือในอากาศสร้างเขตมนตราขนาดใหญ่แล้วทั้งคู่ก็ลอยตัวแยกออกไป
ไกอาเริ่มเปิดศึกโดยการใช้ Stone Shatter ส่งแท่งหินหินขนาดั์พุ่งโจมตีฝ่ายตรงข้าม เตชินท์ะโหลบพร้อมกลายร่างเป็จิ้งจอก 9 หาง กางกรงเล็บพุ่งเข้าใส่ไกอา ส่วนจิรายุร่ายมนต์ให้ไอน้ำบริเวณนั้นกลายเป็ดาบหลายร้อยเล่มพุ่งโจมตีโครนอส โครนอสใช้มือทั้ง 2 ข้างของตนกางออก ปรากฏเป็บอลเวทย์มนต์ที่มีประจุไฟฟ้าส่งประกายออกมา เขาขว้างบอลทั้ง 2 ลูกเข้าสกัดการโจมตีของจิรายุจนพลังของทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง
อะโพรไดท์ที่เห็นไกอากำลังตกอยู่ในอันตรายจึงใช้ Thunder Light ปล่อยเวทย์ตัดอากาศเข้าโจมตีเตชินท์ แต่เขากลับหลบได้อย่างว่องไว แล้วใช้หางจิ้งจอกทั้ง 9 ฟาดเป็อากาศกลายเป็ริ้วพลังโจมตีไปที่ไกอาและอะโพรไดท์ที่ลอยตัวอยู่จนกระเด็นไปคนละทิศทาง
ขณะเดียวกันโครนอสที่กำลังคุ้มคลั่ง ก็ะเิพลังเวทย์ใส่จิรายุ แต่เขาก็ใช้ความกดอากาศสร้างโล่ขึ้นมาปัดป้องพลังนั้นจนมันกระเด็นใส่อะโพรไดท์ที่ไม่ทันตั้งตัวจนหมดสติแล้วร่วงลงสู่พื้น
“Earth Wall” กำแพงหินขนาดใหญ่ฝีมือไกอา ผุดขึ้นจากพื้นดินขึ้นกำบังให้ร่างของอะโพรไดท์
“อะโพรไดท์” ไกอาถึงเป็ขุนพลดาราที่มีความแข็งแกร่ง แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับช้ากมากนัก จึงไม่สามารถเข้าไปรับร่างนั้นได้ทัน แล้วจู่ๆ จิ้งจอง 9 หางก็ะโขึ้นไปใช้หลังของเขารับร่างของเธอไว้แล้วลงสู่พื้นดินอย่างนิ่มนวล ไกอาและโครนอสที่เพิ่งได้สติรีบเข้ามาดูอะโพรไดท์ที่สลบอยู่ เตชินท์จึงวางร่างนั้นลงแล้วเลียที่ใบหน้าของเธอจนเธอได้สติอีกครั้ง ก่อนกลับร่างเดิม
“วันนี้ข้า 2 คนสนุกมาก แต่ดูอาการเพื่อนของเ้าน่าจะแย่ ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ก็จงเลิกล้มแผนการของพวกเ้าซะ” เตชินท์ว่าพลางยิ้มมุมปาก แล้วทั้งคู่ก็หายตัวไปในวงเวทย์ตรงหน้าทั้ง 3 คน ไกอาและโครนอสได้แต่เจ็บใจและประคองร่างของอะโพรไดท์เ
‘อะไรเอ่ย ไป 3 แต่กลับมาได้เพียง 1 คิ คิ คิ’
“ไกอา … จากวันนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เ้าทั้ง 2 ต้องปกป้องหอกรัติกาล และนำกลับมาให้ได้”