ก่อนห้าโมงเย็นครูสมบุญได้ไปตามและฉุดกระชากทั้งผู้ใหญ่เขียดและไอ้หมีให้ไปร่วมพิธีไล่ผีทั้งเมียและลูกของผู้ใหญ่เขียดร้องไห้กระจองอแงด้วยความกลัวว่าผู้ใหญ่อาจถูกผีหลอกจนตายหรือเสียสติทั้งผู้ใหญ่และไอ้หมีต่างห้อยพระเครื่องเต็มคอ ทำนองว่าฉันมากับพระเมื่อไปถึงบริเวณพิธีก็เห็นหมอป๋องในชุดเสื้อผ้าสีขาว กำลังปูผ้าขาวบนพื้นปักเสาไม้ ผูกด้ายสายสิญจน์เข้ากับเสา ล้อมรอบพื้นที่ที่นั่งทำพิธีวางพระพุทธรูปบนแท่นบูชา พร้อมกับกระถางธูปเทียน ข้าวสาร น้ำมนต์รวมทั้งหม้อดินผ้ายันต์ที่ตระเตรียมมา มีร่มสีขาวปักไว้สำหรับกันน้ำฝนน้ำค้างเหนือพระพุทธรูปแกเอ่ยปากเชิญคนทั้งสามเข้ามานั่งภายในบริเวณที่ล้อมรอบด้วยสายสิญจน์
“เข้ามานั่งตามสบายด้านในรอให้ตะวันตกดิน เมื่อมืดแล้วข้าจะเริ่มทำพิธี” หมอป๋องบอก
“หมอป๋องรับรองว่าปลอดภัยนะ” ผู้ใหญ่เขียดถามด้วยเสียงกระเส่า
“เออ ถ้าทำตามที่ฉันบอก”
ครูสมบุญยื่นเงิน 1,500 บาทค่าจับผีให้กับหมอป๋อง
“นี้เงินของชาวบ้านนะหมออย่าทำให้คนเขาผิดหวัง” ครูสมบุญบอกด้วยเสียงเบาๆ
“ทุกคนนั่งดูและฟังอย่าตื่นใวิ่งออกนอกวงล้อมสายสิญจน์แล้วจะปลอดภัย ถ้าออกไปข้างนอกข้าไม่รับรอง” หมอป๋องย้ำแล้วแอบขยิบตากับผู้ใหญ่เขียดทำนองว่าจะแบ่งเงินให้หลังเสร็จพิธี
เมื่อได้เวลาพระอาทิตย์ลับฟ้าบรรยากาศรอบต้นไทรและศาลพระภูมิเริ่มมืดลง หมอป๋องบอกทุกคนถึงวิธีการของพิธี
“ข้าจะเริ่มสวดมนต์ไหว้ครูบาอาจารย์ร่ายเวทย์มนต์คาถา เชิญเ้าที่เ้าทางที่สิงสถิตอยู่ในศาลพระภูมิมาถามไถ่ก่อนแล้วจึงเรียกนางผีนั่นมาเจรจา ทุกคนต้องนั่งเงียบห้ามถามระหว่างที่ข้าทำพิธีห้ามส่งเสียงไม่ว่าได้ยินหรือเห็นอะไร เข้าใจไหม” หมอป๋องอธิบาย
ทุกคนพยักหน้ารับปาก ใจเริ่มเต้นแรงเริ่มกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าจะได้เห็นหรือได้ยินอะไรตามมา
หมอป๋องเริ่มจุดธูปเทียนไหว้ภาวนาท่องนะโมสามจบและปักธูปเทียนลงในกระถางก้มลงกราบพระพุทธรูปสามครั้ง แล้วนั่งขัดสมาธิหลับตาเริ่มท่องคำเวทย์มนต์คาถาตามที่ได้เล่าเรียนมา ทั้งสามคนฟังไม่รู้ว่าเป็ภาษาอะไรจะว่าใช่บาลีสันสกฤตตามที่เคยได้ยินพระสวดก็ไม่ใช่ เสียงสวดค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆแกหยุดและหยิบขวดน้ำดื่มมาจิบเป็บางครั้ง เพราะสวดนานเข้าคอจะแห้งสวดอยู่นานร่วมครึ่งชั่วโมง ก็ปรากฏร่างลางๆขี้นมาใกล้ๆศาลพระภูมิผู้ใหญ่เขียดตัวสั่นหลับตาปี๋ ไอ้หมีก้มลงกราบแล้วกราบอีกด้วยความกลัว ครูสมบุญกลัวจนตัวสั่นแต่ก็ระงับความกลัวไว้จ้องมองตาแทบไม่กระพริบ
เมื่อร่างนั้นเริ่มชัดขึ้นก็บอกได้ว่าเป็คนแก่ใส่เสื้อคลุมสวมชฎาเหมือนเทพยดาทั่วไปที่เคยเห็นในละครโทรทัศน์แล้วส่งเสียงคุยกับหมอป๋อง
“ไอ้ป๋อง ข้าสิงสถิตแถวนี้มานานแล้วข้ารู้จักเอ็งดีรวมทั้งไอ้เป็ดพ่อของเอ็งด้วย มันชอบมาขอหวยทุกงวดเอ็งสวดคาถาอะไรของเอ็ง ข้าฟังแล้วรำคาญ จะพักผ่อนสักหน่อยก็มารบกวนเอ็งมาขอหวยหรือไง ข้าให้ไปแล้วซื้อกันไม่ถูก ก็กลับมาด่าว่าข้าของไหว้บูชาอาหารรวมทั้งน้ำเขียวน้ำแดงก็ไม่เอามาถวาย อดๆอยากๆมาหลายเดือนแล้วตอนนี้ข้าเลิกใบ้หวยแล้วโว้ย”
หมอป๋องลืมตาขึ้น ยกมือไหว้แล้วตอบว่า
“ท่านเทพที่เคารพ ผมไม่ได้มาขอหวยผมเชิญท่านมาเพื่อรบกวนถามไถ่อะไรบางอย่างครับผม”
“ถามอะไรก็ว่ามา รีบๆหน่อยข้าจะรีบกลับไปซ่อนตัว”
ทั้งหมอทั้งคนที่มาร่วมพิธีมองหน้ากันชักสงสัยในคำพูดของท่านเทพเ้าของศาล หมอป๋องถามต่อ
“ชาวบ้านแถวนี้เขาพูดกันว่ามีผีผู้หญิงมาอาศัยอยู่แถวนี้ท่านได้พบเห็นบ้างไหมครับ”
ท่านเทพเงียบไปพักใหญ่แต่การเป็เทพโกหกไม่ได้ ต้องพูดความจริงมิฉะนั้นจะไม่ได้ขยับขึ้นไปอยู่ชั้นเทพที่สูงกว่าหรือไปสู่ภพที่ดีกว่าเลยร่ายยาวให้ฟัง
“มีจริงว่ะ ฤทธิ์มันร้ายกาจมากอาละวาดฟาดเหวี่ยง ขนาดข้าเป็เทพยังต้องยอมแพ้ มาถึงก็ข่มขู่ข้าขอเข้ามาพักในศาลพระภูมิของข้า ข้าบอกไปว่ามันไม่เหมาะผู้หญิงกับผู้ชายไม่รู้จักกัน มาอยู่ร่วมกันไม่ได้แต่มันไม่ฟังเสียงบุกเข้ามาอยู่เลย มันบอกว่าข้างนอกมันหนาวอีกยังต้องตากแดดตากฝนทำไมข้าเป็เทพแล้วใจดำไม่ยอมช่วย ข้าก็ยอมแพ้ต้องหนีขึ้นไปซ่อนอยู่ยอดต้นไทรแถมมันยังแย่งกินของที่ชาวบ้านเอามาถวายอีกด้วย ข้านี่เลยอดๆอยากๆไม่ค่อยอิ่มท้อง”
หมอป๋องกับครูสมบุญทำหน้าพิกลจะหัวเราะก็ไม่กล้า ถามต่อไปว่า
“ท่านทราบไหมว่า มันมาจากไหนทำไมถึงมาหลอกหลอนชาวบ้านแถวนี้”
“ข้าถามมันมันบอกว่ามันถูกจับใส่หม้อดินถ่วงน้ำมานาน มันนับไม่ถูกว่านานแค่ไหนมีคนทำหม้อดินแตกมันเลยได้เป็อิสระ มันไม่รู้จักทิศทาง ไม่รู้จะไปที่ไหนมันบอกว่าชื่อ นาก บ้านเดิมอยู่แถวพระโขนงมาตามหาผัวกับลูกของมัน”
“ฟังดูเหมือนเื่ในหนังหรือละครชื่อแม่นากพระโขนง” หมอป๋องบอก ครูสมบุญพยักหน้าเห็นด้วยส่วนผู้ใหญ่เขียดและไอ้หมีเริ่มหายกลัว ขยับเข้ามาร่วมได้ยินได้ฟังด้วย
“เอ็งคิดจะทำอะไรกับนางผีนี่” ท่านเทพถาม
“ผมคิดว่าต้องร่ายเวทมนต์คาถาเรียกมาคุยไล่ให้ออกไปจากหมู่บ้าน ถ้าไม่เชื่อฟังต้องจับใส่หม้อเอาไปถ่วงน้ำซะ” หมอป๋องตอบ
ท่านเทพอมยิ้มแล้วรีบเปลี่ยนทำหน้าเคร่งเครียดให้คำตักเตือน
“ไอ้ป๋อง วิชาความรู้ด้านเวทย์มนต์คาถาของเอ็งมันยังไม่ถึงขั้นสู้กับผีหรือเรียกผีได้หรอกวิชาของเอ็งมันแค่ขั้นอนุบาล เมื่อกี้คาถาที่เอ็งเรียกข้ามานั้นมันไม่ขลังพอข้ามาเพราะที่เอ็งมาท่องอะไรนั้นมันฟังดูแล้วน่ารำคาญ หนวกหูจนข้านอนไม่หลับเลิกล้มความคิดที่จะเรียกมันมาเสียเถอะ อิทธิฤทธิ์มันแรงกล้ามากเอ็งสู้มันไม่ได้แน่ ขนาดข้ายังต้องหนีเลย”
ทั้งหมอป๋อง ครูสมบุญผู้ใหญ่เขียดและไอ้หมีหน้าเริ่มถอดสี แต่หมอป๋องแข็งใจตอบ
“ผมรับเงินค่าทำพิธีจากชาวบ้านมาแล้วให้คืนไปก็เสียดายและเสียชื่อหมอป๋องด้วย ยังไงก็ต้องขอลองจนถึงที่สุด”
“ข้าเตือนเอ็งแล้ว ไม่ฟังก็ตามใจตอนนี้มันกำลังไปตามหาผัวกับลูกอยู่ในแถวหมู่บ้าน เอ็งไม่ต้องสวดคาถาเรียกหรอกสักพักมันคงกลับมา เออ เงินค่าทำพิธีที่เอ็งรับมา ช่วยซื้อปัจจัยมาถวายข้าบ้างข้าไม่อยู่ดูละโว้ย ขอให้โชคดี” แล้วท่านเทพก็หายวับไปในพริบตา
ผู้ใหญ่เขียดสะกิดเอวหมอป๋อง
“ข้าว่าเราเชื่อท่านเทพเถอะเลิกพิธีแล้วกลับบ้านกันดีกว่า”
ไอ้หมีก็สนับสนุนด้วยหลังจากได้ฟังที่ท่านเทพบอก ตอนนี้ความศรัทธาที่มีต่อหมอป๋องแทบไม่เหลืออยู่
“ไม่ได้ ข้ารับเงินมาแล้วข้าไม่ยอมเลิกและไม่ยอมคืนเงินด้วย” หมอป๋องยืนกราน
“ถ้าเอ็งเลิก งานไม่สำเร็จข้าต้องเอาเงินไปคืนชาวบ้าน” ครูสมบุญย้ำ
“ข้าขอให้ทุกคนไว้ใจในตัวข้าข้าเคยทำมาแล้วหลายครั้ง ต้องสำเร็จแน่นอนท่านเทพอาจพูดลองใจพวกเราว่าใจแข็งพอไหม”หมอป๋องให้ความมั่นใจทั้งที่ตัวเองไม่ค่อยมั่นใจ
ทุกคนยอมกล้ำกลืนความกลัว เพราะถ้าออกจากวงด้ายสายสิญจน์กลับไปเองมืดๆอาจเจอผีระหว่างทาง ยังไงก็ยอมเชื่อหมอแกสักครั้งหมอป๋องก็เริ่มพิธีใหม่ตามที่แกทำตอนแรกเริ่มทำั้แ่ทุ่มกว่าไปร่วมชั่วโมงก็ยังไม่อะไรเกิดขึ้น แกหยุดพักดื่มน้ำเพราะท่องคาถาจนคอแห้งน้ำลายเริ่มเหนียว ขณะเดียวกันเริ่มมีลมพัดเบาๆหมาในหมู่บ้านเริ่มเห่าหอนรับกันเป็ทอดๆ ทั้งผู้ใหญ่เขียด ครูสมบุญไอ้หมีเริ่มอยู่ไม่เป็สุข ผมและขนเริ่มลุกซู่หมอป๋องเริ่มทำการสวดมนต์คาถาเรียกผีใหม่หลังจากได้น้ำกลั้วคอทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องถามมา
“พวกแกมาทำอะไรกันที่นี่”
ทุกคนหันขวับไปทางด้านหลังเห็นผู้หญิงผมยาว แต่งตัวแบบคนโบราณ ท่อนบนคาดสไบ ท่อนล่างนุ่งผ้าถุงยาวครึ่งน่องไอ้หมีทำท่าเหมือนจะเป็ลมล้มพับ เพราะมันเคยเห็นมาก่อน
“อ้อ มาทำพิธีไล่หรือจับฉันเหรอะแกเป็ใคร มาลองดูกับฉันสักตั้งก็ได้” ผีนางนากขู่
“ข้ามาขอให้แกออกไปจากหมู่บ้านแกหลอกหลอนทำให้ชาวบ้านเขากลัวจนไม่กล้าทำมาหากินในตอนกลางคืน ข้าขอแกดีๆอย่าให้ต้องใช้วิธีบังคับ” หมอป๋องข่มใจตัวเอง ขู่ตอบด้วยเสียงสั่นๆ
“จะอยู่หรือจะไปมันเื่ของข้าไอ้หมอผีกำมะลอ ข้าจะหลอกให้พวกแกหัวโกร๋น”ว่าแล้วผีแม่นากก็ขยายตัวโตขึ้นจนสูงกว่าเดิมสองสามเท่าตัว ตาแดงเหมือนดวงไฟ
หมอป๋องแทบช็อคตอนไล่ผีปอบผีกระสือไม่ได้เจอผีที่แสดงอิทธิฤทธิ์แบบนี้แกหลับตาแล้วพนมมือท่องคาถารัวๆ ผิดๆถูกๆ มือไม้สั่นไปหมด ส่วนผู้ใหญ่เขียดครูสมบุญและไอ้หมีต่างกอดกันกลม ขนลุกซู่ ผมบนหัวตั้งชี้ท่องนะโมพุธโทขอให้คุณพระมาช่วย
“พวกแกจะออกไปจากที่นี่เองหรือจะให้ข้าไล่”ผีนางนากยืนมือยาวออกมา ทำท่าเหมือน้าจับตัว “ข้าจะหักคอแหกอกพวกแกทุกคน”
หมอป๋องยังไม่ยอมแพ้หยิบข้าวสารที่ปลุกเสกมา สัดใส่เข้าไปที่ร่างของผีนางนากปากก็ท่องคาถาที่เล่าเรียนมา ผีนางนากหัวเราะเสียงดังน่ากลัว
“เอาข้าวสารมาขว้างทิ้งทำไมมันใช้กับข้าไม่ได้หรอก ไอ้หมอปลอม เวทย์มนต์คาถาของแกมันใช้ไม่ได้”
ผีนางนากยิ่งหัวเราะเสียงดังขึ้นไปอีกผสมกับเสียงหมาหอนโหยหวนชวนให้ขนหัวลุกนางนากแผลงฤทธิ์ด้วยเริ่มให้มีลมพายุพัดแรงขึ้น แรงขึ้นเรื่อยๆจนร่มที่ปักไว้แท่นพระ เครื่องทำพิธี สายสิญจน์ปลิวกระจาย ผู้ใหญ่เขียดลุกขึ้นพร้อมทั้งะโ
“กูไม่อยู่แล้วโว้ยใครจะเก่งจะกล้าก็ตามใจ”
ว่าแล้วแกก็โกยแน่บเป็คนแรกไอ้หมีและครูสมบุญตามไปติดๆ หมอป๋องเห็นท่าไม่ดีก็ไล่ตามไปบ้างเสียงหัวเราะแบบเยาะเย้ยของนางนากดังติดหูทุกคน ถ้าเป็การวิ่งแข่งกันในสนามกีฬาทั้งสี่คนคงจะชนะเข้าเส้นชัยก่อนนักวิ่งคนอื่นๆ
w
รุ่งเช้าข่าวกระจายไปทั่วทั้งสองหมู่บ้านว่าคณะหมอผีวิ่งหนีกันกระเจิง หมอป๋องรีบหนีออกจากหมู่บ้านแต่เช้า ไม่อยู่สู้หน้าใครและกลัวว่าต้องคืนเงินค่าทำพิธีครูสมบุญขาเคล็ดเพราะล้มลุกคลุกคลานตลอดทางไอ้หมีและผู้ใหญ่เขียดถึงกับนอนจับไข้ละเมอด้วยความกลัว
ด้วยความเชื่อว่าผู้ใหญ่เขียดโดนผีเข้าสิงเพราะมีอาการละเมอทั้งคืนทางครอบครัวเลยพาผู้ใหญ่ไปหาพระครูแดง เ้าอาวาสวัดใหม่บางปลาให้ทำพิธีไล่ผีเรียกขวัญคืนมาพอดีกับป้าเที่ยงและชาวบ้านอีกหลายคนพากันมาทำบุญถวายเพลเพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านพระครูซึ่งท่านเองก็ได้ข่าวเื่การวิ่งหนีผีและพิธีการล้มเหลว ท่านเป็คนท้องถิ่นบวชเรียนปฏิบัติธรรมมานานกว่า 30พรรษา ดำรงตัวอยู่ในพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดมีเมตตากรุณากับชาวบ้านมาก ทำให้ทุกคนมีความศรัทธาและเคารพนับถือ
หลังจากเสร็จการฉันเพลพระครูก็ทำพิธีรดน้ำมนต์เรียกขวัญคืนให้กับผู้ใหญ่เขียดและบอกครอบครัวให้รู้ว่า
“ไม่มีผีอะไรเข้าสิงในร่างของผู้ใหญ่หรอกแกกลัวมากจนขวัญกระเจิง ตอนนี้ได้น้ำพระพุทธมนต์ไปแล้ว ให้ไปพักผ่อนวันสองวันก็คงดีขึ้น”
แล้วท่านก็มารับฟังการขอความช่วยเหลือจากกลุ่มชาวบ้านป้าเที่ยงทำหน้าที่เป็ผู้ร้องขอ
“ท่านพระครู คงทราบแล้วว่าพวกเราไปว่าจ้างไอ้หมอผีปลอมให้ช่วยจับผีผู้หญิงที่มาหลอกหลอนชาวบ้านอยู่ตอนนี้ ไอ้หมอผีมันวิ่งหนีกันตูดเปิดเงินค่าจ้างก็ไม่ได้คืน” แล้วพูดต่อ
“อยากรบกวนขอให้ท่านพระครูช่วยไล่ผีจับผีใส่หม้อไปถ่วงน้ำพวกเราจะได้ทำมาหากินกันเหมือนเดิมตอนนี้อีฉันขาดทุนขายของไม่ค่อยได้เหมือนเมื่อก่อน”
พระครูยิ้มเล็กน้อย
“มิน่าหมู่นี้ โยมเที่ยงไม่ค่อยมาทำบุญที่วัดอาตมาไปบิณฑบาตตอนเช้าก็ไม่ออกมาตักบาตร ให้แต่หลานเอาบะหมี่ซองมาถวายให้”
“ตอนนี้มันฝืดเคืองจ๊ะ ท่านพระครู ต้องลดค่าใช้จ่าย”ป้าเที่ยงยิ้มอายๆ “ท่านพระครูช่วยได้ไหมเ้าคะไล่อีผีผู้หญิงออกไปให้พ้นจากหมู่บ้าน”
ท่านพระครูกระแอมไล่เสมหะที่ติดคอ สีหน้ายิ้มแย้มแล้วตอบว่า
“อาตมาไม่ได้ร่ำเรียนเื่เวทย์มนต์ด้านมืดหรือพวกไสยศาสตร์ทำได้แค่การแผ่เมตตาไปให้ คงไปไล่ไปจับเขาไม่ได้หรอกโยม” ท่านพระครูชี้แจง“เมื่อคืนอาตมาได้นั่งวิปัสสนาเพ่งทางใน พบว่าเขาเป็ิญญาที่พลัดหลงเข้ามากำลังหลงทางไม่รู้ว่าจะไปทางไหน”
“ท่านพระครูจะแนะนำอย่างไร ต้องให้พวกเราทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาไปผุดไปเกิดใหม่ได้หรือไม่หรืออย่างไร เ้าคะ” ป้าเที่ยงขอคำแนะนำต่อ
“ทำอย่างนั้นก็ดี แต่คงช่วยให้เขาไปเกิดใหม่ไม่ได้คืนนี้อาตมาจะนั่งทางใน ติดต่อขอร้องให้ท่านเวสสุวรรณช่วย รู้จักท่านเวสสุวรรณกันใช่ไหมท่านเป็เ้านายหรือหัวหน้าของผีและพวกิญญาสัมภเวสีที่เร่ร่อนอยู่ในโลกภพนี้”ท่านพระครูอธิบาย “แต่สำเร็จหรือไม่มันขึ้นอยู่กับว่าท่านยินดีมาพบอาตมาหรือเปล่า”
“รู้จักและเคยได้ยิน เ้าคะ เคยขอหวยจากท้าวเวสสุวรรณบ่อยๆ”ป้าเที่ยงและชาวบ้านตอบเป็เสียงเดียวกัน
“ถ้างั้นให้อาตมาลองติดต่อดูคืนนี้นะ” ท่านพระครูบอก“เอาละได้เวลาอาตมาต้องปฏิบัติธรรมอีกสักหน่อย แล้วต้องจำวัดต่อ”
ทุกคนก็กราบลาท่านออกจากวัดไป
w
คืนนั้นเวลาค่อนข้างดึก บรรยากาศมืดสนิทเพราะเป็คืนข้างแรมและท้องฟ้ามืดมิดปกคลุมด้วยเมฆฝนฟ้าแลบแปล๊บแปล๊บเป็ครั้งเป็คราว
“นางนาก ออกมาหาข้าหน่อย” น้ำเสียงดังฟังดูแล้วมีอำนาจมาเรียกิญญานางนากอยู่ที่ต้นไทรหน้าศาลพระภูมินางนากได้ยินเสียงเรียกก็ปรากฏตัวออกมา เห็นร่างสูงใหญ่หน้าตามีเขี้ยวโค้งเหมือนยักษาสวมชุดเหมือนพวกนักรบใส่เกราะแบบลิเก มือถือตะบอง ร่างนั้นสูงเกือบเท่าต้นไทรท่าทางทรงอำนาจอิทธิฤทธิ์
“ท่านเป็ใคร หน้าตาเหมือนั์แถวโรงลิเก มาเรียกข้าทำไม”นางนากถาม ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวและแผลงฤทธิ์แปลงร่างนางให้สูงใหญ่เท่าเทียมกัน
“เ้าไม่รู้หรือว่าข้าเป็ใคร เอาละข้าจะบอกเ้าข้าคือท้าวเวสสุวรรณเป็เทพและเป็นายผู้ควบคุมผีและพวกิญญาสัมภเวสีที่เร่ร่อนทั้งหลายในภูมิภพนี้”
“ข้าไม่เคยได้ยินหรือเคยรู้มาก่อนใครแต่งตั้งท่านให้เป็นายคอยควบคุมพวกผีและิญญาเร่ร่อน”
“ข้าเป็เทพและเป็นายพวกเ้ามาั้แ่สมัยดึกดำบรรพ์เ้าและคนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่ปัจจุบันนี้มีคนรู้จักข้ามากขึ้นเพราะมาบูชาขอหวยกับข้าทุกงวด มีรูปปั้นของข้าอยู่เกือบทุกวัดข้านี่รำคาญไม่เคยใบ้หวยให้ใครเลย แต่มีไอ้พวกพ่อค้าหัวใสมันเอาตัวเลขไปใส่ไว้ในธูป พอจุดเผาแล้วจะมีตัวเลขหวยปรากฎออกมาหรือเอาน้ำตาเทียนหยดลงในอ่างหาเลขหวย แล้วอ้างว่าข้าเป็คนให้ตัวเลขมันหลอกลวงกันชัดๆ”
ท้าวเวสสุวรรณบ่นต่อ“มันน่าสงสารไอ้มนุษย์พวกนี้ ไม่รู้จักทำมาหากิน คิดแต่จะรวยทางลัดเล่นแต่หวยเล่นการพนัน หรือไม่ก็ไปแบมือขอให้คนอื่นช่วย ไม่ยอมช่วยตัวเอง”
นางนากมองด้วยสายตาแปลกๆคิดในใจว่าท่านช่างขี้บ่นเหมือนคนสูงอายุทั่วไป
“ท่าน้าอะไร มาหาข้าทำไม”
“มีชาวบ้านแถวนี้เขามาร้องเรียนผ่านท่านพระเ้าอาวาสวัดบ้านบางปลาว่าเ้ามาอาละวาดหลอกหลอนให้พวกเขาเกรงกลัว จนแทบไม่ได้ทำมาหากินพวกเทพหลายๆองค์แถวนี้พากันอดอยาก เพราะไม่มีใครกล้ามากราบไหว้ถวายปัจจัย”
“ข้าไม่ได้มาหลอกหลอนใครข้ามาตามหาผัวกับลูกของข้า ที่พลัดพลากหายจากกันไปนานแล้วหากหาพบแล้วข้าก็จะพาไปอยู่กันอย่างสงบ ไม่รบกวนใคร”
ท้าวเวสสุวรรณมองนางนากด้วยความสงสาร
“เอาละ ข้าเห็นใจแต่ข้าต้องเอาตัวเ้าออกไปจากที่นี่ หาที่อยู่ให้เ้าใหม่จะได้ไม่เที่ยวไปหลอกหลอนให้คนแถวนี้กลัวอีกต่อไป”
“ข้าไม่ไป ท่านมาบังคับข้าไม่ได้”นางนากเริ่มโกรธขึ้นเสียง ตาเริ่มลุกแดงเหมือนดวงไฟ
“เ้าจะดื้อดึงขัดคำสั่งข้าไม่ได้ ถ้าไม่ยอมข้าต้องใช้กำลังบังคับเ้าไม่มีพลังพอที่จะต่อสู้กับข้าได้หรอก”
“ก็ลองดู” นางนากเริ่มแสดงอิทธิฤทธิ์บังคับให้ลมพัดแรงและหินกรวดทรายลอยพุ่งเข้าใส่ท้าวเวสสุวรรณ
ท้าวเวสสุวรรณยกมือขึ้นโบกปัดเป่าทุกอย่างก็สงบลง สะบัดมืออีกครั้ง ร่างนางนากก็ย่อเล็กลงเหลือขนาดคนธรรมดาทั่วไปสะบัดมืออีกครั้งก็มีเชือกอาคมผูกรัดรอบร่างของนางนากแล้วค่อยๆรัดแน่นจนต้องดิ้นรนร้องไห้โหยหวนด้วยความเ็ป
“เ้ายอมแพ้หรือไม่ถ้ายอมข้าจะปลดเชือกออกให้ แล้วมาฟังเื่ที่ข้าจะบอกเ้า”
“ยอมแล้วเ้าคะ มันปวดเหลือทนปล่อยข้าเถอะ ข้ายอมแล้ว”
แล้วเชือกอาคมถูกปลดออกเพียงแค่การโบกสะบัดมือของท้าวเวสสุวรรณ
“นั่งลงให้เรียบร้อยแล้วตั้งใจฟังข้า”
นางนากทรุดลงนั่งพับเพียบพนมมือรับฟัง
ท้าวเวสสุวรรณเงียบไปพักหนึ่ง ถอนหายใจแล้วพูดว่า
“เ้าเป็ิญญาที่ตกสำรวจจากบัญชีของท่านยมทูตเพราะเ้าถูกจองจำไว้ในหม้อดินมานานข้าได้แจ้งให้ท่านยมทูตทราบและท่าน้าเอาิญญาของเ้าไปชดใช้กรรมที่รอเ้าอยู่ทันที”
พูดแล้วทิ้ง่ไปนิดหนึ่ง
“แต่ข้าได้ต่อรองท่านยมทูตไว้เพราะเ้าก็ได้ใช้กรรมจากการถูกกักขังมานานพอสมควรและเ้าก็เสียชีวิตตอนคลอดลูกั้แ่ยังวัยสาว พลัดพรากจากครอบครัวที่รักข้าจึงขอโอกาสให้เ้าได้ทำความดีสะสมเพิ่มเติม ไปช่วยผู้คนที่้าความช่วยเหลือซึ่งข้าไปลงมือทำเองไม่ได้ มันไม่เหมาะไม่ควร และเมื่อถึงเวลาที่ข้ากำหนดไว้เ้าต้องกลับไปชดใช้กรรมกับท้าวยมราช เมื่อชดใช้ครบถ้วนแล้ว เ้าจึงจะได้ไปเกิดในภพที่ดีกว่าสูงกว่าเ้ายอมรับโอกาสที่ข้าหยิบยื่นให้ไหม”
“ข้าขอกราบคารวะในความเมตตาของท่านที่มีต่อข้า ข้าอยากจะรับแต่ข้ายังไม่เข้าใจ ขอทราบว่าข้าต้องทำอย่างไร” นางนากสะอื้นตอบ
“เอาละ นี่คือรายละเอียดข้าจะให้เ้าไปสิงสู่ในร่างกายของหญิงสาวคนหนึ่งที่ชีวิตต้อแตกดับไปตามกรรมที่ถูกกำหนดไว้ในโชคชะตาโดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้:”
“เ้าต้องช่วยเหลือผู้คนที่ถูกข่มเหงรังแกผู้คนที่้าความช่วยเหลือที่เ้าได้ไปพบเห็น”
“เ้าจะทำชั่วหรือร่วมมือกับคนชั่วไม่ได้”
“ข้าเป็เทพ ข้าจะฆ่าใครไม่ได้ แต่จะให้เ้าทำหน้าทีแทนเ้าจะทำร้ายเอาชีวิตคนชั่วให้ตายไปได้แต่ต้องเป็คนชั่วช้าที่สมควรได้รับโทษและถึงกำหนดที่ต้องสิ้นอายุขัยเท่านั้นข้าจะสื่อผ่านกระแสจิตััให้แก่เ้าว่าคนชั่วคนไหนที่ชะตาขาดถึงเวลาที่ต้องตาย”
“เ้าลงมือทำร้ายเพื่อสั่งสอนคนชั่วคนเลวได้แต่จะเอาชีวิตพวกมันไม่ได้ เว้นแต่เมื่อข้าบอกเท่านั้น”
“เ้าจะมีความสัมพันธ์ที่ล้ำลึกกับผู้ชายไม่ได้ถ้าเ้ามี ิญญาเ้าจะหลุดออกไปใช้กรรมเก่าทันที”
“ข้าจะให้พลังกายพลังจิตและอำนาจอิทธิฤทธิ์บางอย่างแก่เ้าไปใช้ห้ามนำมันไปใช้ในทางที่ผิดหรือในทางที่ไม่สมควร ไม่เช่นนั้นพลังและอำนาจที่มอบให้จะเสื่อมหายไป”
“เ้าสามารถถอดิญญาออกจากร่างเดินทางไปไหนมาไหนได้หรือถอดจากร่างหนึ่งไปสู่อีกร่างหนึ่งได้ เ้ามีดวงตาที่มองเห็นผีิญญาและสัมภเวสีในภพนี้ได้ ถ้าเ้า้าเห็น”
“เ้าจะสามารถมองย้อนเห็นอดีตของเ้าเองได้ด้วยการปฏิบัติธรรมเพิ่มเติมยิ่งเข้าถึงธรรมะมากจะยิ่งมองย้อนเห็นได้ไกลมากขึ้นการปฏิบัติธรรมจะเพิ่มพลังจิตให้แก่เ้าเ้าสามารถใช้พลังนี้สะกดจิตคนและควบคุมสิ่งแวดล้อมได้หลายอย่าง”
“ข้าจะคอยติดตามดูแลเ้า เมื่อเ้าได้สะสมทำความดีได้มากพอและถึงเวลาที่สมควรเ้าจึงได้รับการปลดปล่อยไปชดใช้กรรมกับท่านยมราช”
“เ้าจะยอมรับและทำตามเงื่อนไขได้ไหม”ท้าวเวสสุวรรณถาม
“ถ้ามันเป็โอกาสที่ข้าได้ทำความดีและได้ไปกำเนิดในภพที่ดีกว่าข้ายอมรับและทำตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนดให้ข้า เ้าคะ”นางนากยอมรับแต่โดยดีและถามต่อว่า
“ข้าจะมีโอกาสได้พบผัวและลูกของข้าไหม เ้าคะ”
“ตอนนี้มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ดับจิตไปแล้วที่โรงพยาบาลอายุรุ่นราวคราวเดียวกับตอนที่เ้าเสียชีวิต ข้าจะส่งเ้าไปสิงสู่ร่างกายของนางเ้าต้องปรับตัวปรับความคิดสมัยโบราณกาลของเ้าให้เข้ายุคสมัยของนางต้องใช้เวลาเรียนรู้สิ่งใหม่ๆของนางที่แตกต่างจากสมัยของเ้านับเป็ร้อยปี”
“ส่วนการเื่ผัวและลูกของเ้านั้นเ้าต้องใช้ความพยายามเสาะหาเอง การมองย้อนเห็นอดีตที่ข้ามอบให้จะช่วยเ้าได้ด้วยผ่านการปฏิบัติธรรมเท่านั้น เอาละ บัดนี้ได้เวลาที่เ้าต้องไปแล้ว”
ั้แ่นั้นมาหมู่บ้านบางปลาและหมู่บ้านป่าหลายก็กลับสู่ปกติสุข
w