บทที่ 2 เสี่ยวเสี่ยวไม่ต้องกลัว พ่ออยู่นี่!
Trigger Warning : ความรุนแรง, เพศ
ในห้องนอนของบ้านเช่า
จู่ ๆ หลิงอี้ที่กำลังฝึกฝนอยู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หว่างคิ้ว
"ความรู้สึกแบบนี้..."
"เสี่ยวเสี่ยวกำลังตกอยู่ในอันตราย?!"
หลิงอี้ลืมตาโพลง พุ่งชนหน้าต่างห้องนอน กระโจนลงมาจากชั้นสี่ แล้ววิ่งอย่างบ้าคลั่งไปยังประตูทางเข้าหมู่บ้าน
ด้วยความที่เขาบรรลุถึงขั้นกลั่นลมปราณระดับสาม ทั้งร่างของเขาจึงเปรียบเสมือนกระบี่คมกริบ ทิ้งร่องรอยลึกไว้บนพื้นหิมะที่หนาทึบ
เมื่อเขาวิ่งมาถึงประตูหมู่บ้าน ภาพตรงหน้าทำให้เขาแทบจะพังทลายลงตรงนั้น
เสี่ยวเสี่ยวนอนคว่ำอยู่อย่างสิ้นหวังบนพื้นหิมะหนาทึบ มือน้อยและใบหน้าเล็ก ๆ ถูกแช่แข็งจนเป็สีม่วง ขาข้างหนึ่งพับอยู่ใต้ร่างอย่างแปลกประหลาด ดูเหมือนเด็กน้อยกำลังจะสิ้นใจ
"เสี่ยวเสี่ยว!!" หลิงอี้ะโเสียงดัง วิ่งเข้าไปคุกเข่าข้างเสี่ยวเสี่ยว มือทั้งสองพยายามจะอุ้มลูกสาว แต่กลับตื่นตระหนกจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร
"เสี่ยวเสี่ยวไม่ต้องกลัว... เสี่ยวเสี่ยวไม่ต้องกลัว... พ่ออยู่นี่... พ่ออยู่นี่..."
หลิงอี้ผู้เคยเป็จักพรรดิเซียนที่เหล่าเซียนทั้งหลายคารวะ บัดนี้กลับเหมือนเด็กน้อยที่ไร้ที่พึ่ง ปล่อยให้น้ำตาไหลรินลงมา
แม้หลิงอี้จะเ็ปรวดร้าว แต่เขาไม่ได้ลังเล รีบใช้วิชาบันทึกกลืนฟ้าทันที เพื่อถ่ายเทพลังิญญาที่เหลือไม่มากของตนทั้งหมดเข้าสู่ร่างของเสี่ยวเสี่ยว ช่วยรักษาลมหายใจสุดท้ายเอาไว้ด้วยการหล่อเลี้ยงของพลังิญญา เด็กน้อยที่เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายค่อย ๆ มีลมหายใจที่ชัดเจนขึ้น ฝ่ามือและแก้มก็ค่อย ๆ กลับมาแดงระเรื่อ
เมื่อหลิงอี้ถ่ายทอดพลังิญญาสุดท้ายเข้าสู่ร่างของเด็กน้อย เธอก็ลืมตาขึ้นในที่สุด
แต่เมื่อเธอเห็นว่าเป็หลิงอี้ ใบหน้าของเธอก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวทันที "พ่อจ๋า หนูขอโทษ อย่าตีหนูเลยนะ เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ตั้งใจล้ม เสี่ยวเสี่ยวจะลุกขึ้นเดี๋ยวนี้..."
เสี่ยวเสี่ยวพูดพลางลุกขึ้นยืน แต่ความเ็ปจากขาที่หักทำให้เธอล้มลงกับพื้นทันที
"พ่อจ๋า… ขาของเสี่ยวเสี่ยวเจ็บ เสี่ยวเสี่ยวลุกขึ้นไม่ได้… พ่อไม่ตีเสี่ยวเสี่ยวได้ไหม?"
เมื่อเห็นความหวาดกลัวบนใบหน้าของลูกสาววัยสามขวบ หัวใจของหลิงอี้รู้สึกเหมือนถูกมีดนับพันเล่มกรีดเฉือน
เขาเคยเป็คนเลวร้ายแค่ไหนกันนะ ถึงทำให้ลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเองต้องกลัวถึงขนาดนี้?
เด็กล้มเป็เื่ปกติธรรมดา ทำไมฉันถึงได้ตีและด่าเธอแบบนั้น?
และขาข้างนี้ก็เห็นได้ชัดว่าถูกคนหัก แต่เมื่อเห็นฉัน เธอกลับไม่ได้บ่นหรือร้องไห้ แต่กลับพยายามทำตัวเข้มแข็งและลุกขึ้น...
การเป็พ่อที่ไม่สามารถเป็ที่พึ่งให้กับลูกสาวได้ แล้วจะเป็พ่อไปทำไมกัน?
คิดถึงตรงนี้ หลิงอี้ก็ต่อยตัวเองอย่างแรงสองครั้ง แล้วกอดเสี่ยวเสี่ยวแน่นพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น "เสี่ยวเสี่ยว พ่อขอโทษ พ่อผิดเอง พ่อไม่น่าตีลูกหรือด่าลูกแบบนั้น พ่อผิดเอง! พ่อผิดเอง!"
เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ยินคำขอโทษของหลิงอี้ เพราะความเ็ปรุนแรงที่หัวเข่าทำให้เธอมึนงง แต่ถึงอย่างนั้นเธอยังพยายามฝืนบอกหลิงอี้ว่า "พ่อรีบไปช่วยแม่เร็ว คนเมื่อวานจับแม่ไปแล้ว พ่อ… ช่วยแม่ด้วย..." พูดจบ เสี่ยวเสี่ยวก็ทนไม่ไหว และหมดสติไปด้วยความเ็ปทันที
หลิงอี้มองดูลูกสาวที่ยังขมวดคิ้วแม้ในยามหลับ เขาอยากจะฉีกร่างตัวเองเป็ชิ้น ๆ ด้วยความรู้สึกผิด
แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษตัวเอง เขาต้องไปช่วยฉีซืออวิ๋น เข่าเล็ก ๆ ถูกทุบจนแตก แม้จะส่งไปโรงพยาบาลตอนนี้ก็ไม่แน่ว่าจะรักษาได้ เป็ไปได้ว่าในอนาคตเด็กน้อยอาจต้องนั่งรถเข็น
แม้จะต่อกระดูกได้ ก็น่ากลัวว่าจะเดินกะเผลกไม่มั่นคง
หาก้ารักษาให้หายขาด ทำได้เพียงพึ่งพาการบำเพ็ญเซียนเท่านั้น
แต่ด้วยพลังการฝึกกลั่นลมปราณระดับสามตอนนี้ไม่สามารถทำให้กระดูกงอกใหม่ได้ เว้นแต่จะปรุง 'โอสถซุ่ยอวี้' ขึ้นมา
หลังจากชั่งใจแล้ว หลิงอี้ก็อุ้มลูกสาวพุ่งเข้าไปในห้องเช่า เขาถ่ายทอดพลังิญญาที่เพิ่งฟื้นฟูเข้าสู่ร่างกายของลูกสาวอีกครั้ง เพื่อให้เธอนอนหลับได้สบาย
ส่วนตัวเขาก็ล็อกประตูห้องให้เรียบร้อย ก่อนออกจากหมู่บ้าน แล้วรีบมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
'คนเมื่อวาน' นอกจากจางข่ายแล้วจะเป็ใครไปได้อีก?
"แม้แต่เด็กก็ยังกล้าลงมือ ไม่ฆ่าแล้วจะเก็บไว้ทำอะไร?"
......
หมู่บ้านจัดสรรชิงอวิ๋น
จางข่ายและคนอื่น ๆ ผลักฉีซืออวิ๋นเข้าไปในห้องชุดขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แล้วยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู ไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้
ในที่สุดฉีซืออวิ๋นก็ได้พบกับผู้อยู่เื้ั คุณชายสามแห่งตระกูลฉิน ‘ฉินเทียนซื่อ’
"คุณฉี ผมส่งคนไปเชิญคุณหลายครั้งแล้ว แต่คุณปฏิเสธทุกครั้ง ช่างเชิญมาได้ยากจริง ๆ"
ในห้องชุดเปิดเครื่องปรับอากาศและระบบทำความร้อนใต้พื้น อุณหภูมิพอเหมาะ ฉินเทียนซื่อสวมเสื้อคลุมผ้าไหมบางเบา ถือแก้วไวน์ชื่นชมเส้นสายร่างกายของฉีซืออวิ๋นอย่างไม่สนใจสิ่งใด
"บ้าไปแล้ว!" ฉีซืออวิ๋นพูดอย่างโกรธเคือง แล้วหมุนตัวไปที่ประตู แต่ประตูห้องถูกล็อกด้วยโซ่เหล็กจากด้านนอก ไม่ว่าเธอจะพยายามออกแรงแค่ไหนก็เปิดไม่ออก
"คุณฉี ในอากาศที่หนาวเย็นขนาดนี้ คงมีคนเข้าออกหมู่บ้านของคุณน้อยมากสินะ?" ฉินเทียนซื่อไม่รีบร้อนแต่อย่างใด เขาจิบไวน์แดงช้า ๆ พลางกล่าว
ฉีซืออวิ๋นได้ยินคำพูดนั้นแล้วตกตะลึง "คุณหมายความว่ายังไง?"
"ถ้าผมไม่ส่งคนไปพาลูกสาวคุณไปโรงพยาบาล คุณคิดว่าจะมีใครพบเธอไหม?"
"..." ฉีซืออวิ๋นรู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่า ร่างกายของเธอทรุดลงทันที
"อย่าบอกนะว่าสามีขี้เมาของคุณจะออกไปตามหาลูกสาว มันยังไม่น่าเชื่อถือเท่ากับการขอร้องให้ผมปล่อยคุณไปเสียอีก"
ฉีซืออวิ๋นนึกถึงหลิงอี้ที่เมาหัวราน้ำแล้วรู้สึกสิ้นหวัง
เธอไม่ได้บ่น แต่รีบคุกเข่าลงกับพื้นและอ้อนวอนฉินเทียนซื่อ "คุณฉิน ได้โปรด ปล่อยลูกสาวของฉันไปเถอะ"
"ฮ่า ๆ..." ฉินเทียนซื่อเห็นดังนั้นก็หัวเราะ "เมื่อกี้ยังทำตัวเป็สตรีผู้บริสุทธิ์อยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงมาขอร้องแล้วล่ะ?"
"คุณชายฉิน ฉันผิดไปแล้ว ฉันขอร้อง ให้ฉันไปช่วยลูกสาวก่อน ถ้าคุณยอมให้ฉันพาลูกสาวไปส่งโรงพยาบาล ต่อไปฉันจะทำตามทุกอย่างที่คุณสั่ง"
"ตอนนี้ถึงผมจะปล่อยคุณไป คุณก็ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงกว่าจะกลับไปถึง คุณคิดว่าลูกสาวของคุณจะทนได้หรือ?"
"ฉินเทียนซื่อ!"
"ไม่ต้องรีบร้อน ผมสั่งให้คนพาลูกสาวของคุณไปโรงพยาบาลแล้ว ถ้าคุณเชื่อฟังคำสั่งอย่างว่าง่าย ฉันจะให้พวกเขาไปเรียกหมอ ไม่อย่างนั้น..." ฉินเทียนซื่อวนแก้วไวน์ในมือ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยการข่มขู่อย่างชัดเจน
คำพูดเหล่านี้ล้วนเป็คำโกหกที่เขาใช้หลอกฉีซืออวิ๋น เพราะเขารู้ดีว่าจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของฉีซืออวิ๋นก็คือลูกสาว
"คุณปล่อยให้พวกเขาเข้าโรงพยาบาลเถอะ ฉัน… ฉันจะเชื่อฟังคุณตลอดไป" ฉีซืออวิ๋นทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
"ไม่ใช่ในอนาคต แต่เป็ตอนนี้!"
ฉินเทียนซื่อแยกขาออก โบกมือเรียกฉีซืออวิ๋น "มานี่ ทำให้ฉัน"
ฉีซืออวิ๋นนึกถึงลูกสาวที่ั้แ่เกิดมาก็ไม่เคยมีชีวิตที่ดี ทุกวันต้องหวาดกลัวการถูกหลิงอี้ทุบตีด่าว่า หรือไม่ก็ต้องทนหนาวและหิวโหย ตอนนี้ยังถูกคนทำร้ายจนขาหัก ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย...
น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่หยุด
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่พอนึกถึงว่าลูกสาวต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในโลกนี้ เธอคงทำใจไม่ลง
ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียวที่จะช่วยลูกสาวได้ แม้เธอจะไม่เต็มใจ แต่ก็ยังลุกขึ้นยืนราวกับซากศพ แล้วเดินไปหาฉินเทียนซื่อ
"เดี๋ยวก่อน ใครอนุญาตให้เธอยืนขึ้นมา? เมื่อเป็สุนัขตัวเมียก็ต้องทำตัวเป็สุนัขตัวเมียสิ คลานมาหาฉันเดี๋ยวนี้!"
ฉีซืออวิ๋นชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาของเธอเหลือบมองจานผลไม้บนโต๊ะอีกครั้ง จากนั้นเธอก็คุกเข่าลงและค่อย ๆ คลานไปหาฉินเทียนซื่อทีละก้าว
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินเทียนซื่อก็หัวเราะลั่น พลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาถ่ายวิดีโอ "ฮ่า ๆ ๆ ฉีซืออวิ๋น โอ้! ฉีซืออวิ๋น ฉันนึกว่าเธอจะมีความบริสุทธิ์สักแค่ไหน สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขตัวเมียของฉันนั่นแหละ!"
ฉีซืออวิ๋นก้มหน้าลง พลางคำนวณระยะทาง
เมื่อเธอเห็นขาโต๊ะกลาง เธอก็ลุกขึ้น คว้ามีดผลไม้จากจานผลไม้บนโต๊ะ แล้วจ่อที่ลำคอของฉินเทียนซื่อด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด
"สั่งคนของคุณให้พาลูกสาวฉันไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้!" เสียงพูดเพิ่งจะจบลง ฉีซืออวิ๋นก็รู้สึกถึงความเ็ปอย่างรุนแรงที่ข้อมือ เธอไม่สามารถจับมีดไว้ได้อีกต่อไป
เคร้ง!
ฉินเทียนซื่อตบหน้าฉีซืออวิ๋นอย่างแรง
"ในอนาคตฉันจะได้รับมรดกหลายร้อยล้าน เธอคิดว่าฉันจะต่อสู้ไม่เป็เลยหรือ? เป็สุนัขตัวเมียดี ๆ ไม่ได้ กลับอยากเป็สุนัขที่กัดคน ถ้าอย่างนั้นก็อย่าโทษว่าฉันไม่สุภาพเลย!" พูดจบ ฉินเทียนซื่อก็ะโออกไปนอกประตู "พวกแกรีบเข้ามาเดี๋ยวนี้!"