แม้ว่าเจี่ยไท่จะเป็ผู้แข็งแกร่งขอบเขตพิเศษขั้น 4 แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้อัญเชิญลึกลับเช่นนี้ เขากลับมีความรู้เพียงน้อยนิดเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นนักรบโครงกระดูกที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวตัวนี้อาจจะมีความแข็งแกร่งไม่ต่ำกว่าขอบเขตพิเศษขั้น 6
ถ้าหากไม่ใช่เพราะมีความแข็งแกร่งถึงขั้นนี้ มันไม่มีทางสร้างแรงกดดันมหาศาลขนาดนี้ได้
วินาทีต่อมา นักรบโครงกระดูกก็วิ่งถลาเข้าใส่เขา
ร่างที่ใหญ่โตของมันเมื่อเคลื่อนไหวทำให้ดูคล้ายกับูเาที่กำลังเคลื่อนที่
มือของมันไร้ซึ่งอาวุธ มีเพียงแค่มือที่เหลือเพียงกระดูกขาวโพลน นิ้วของมันทั้งเรียวและยาว
นี่แหละ...อาวุธของมัน!
นิ้วชี้เรียวยาวของมันมีลักษณะเหมือนกับมีดสั้นเล่มหนึ่ง อีกทั้งยังมีแสงสว่างสาดส่องออกมาจนทำให้เป้าหมายรู้สึกเย็นะเืไปถึงขั้วหัวใจ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าปลายนิ้วของมันจะแหลมคมขนาดไหน
นักรบโครงกระดูกใช้นิ้วชี้ที่แหลมคมประหนึ่งใบมีดจ่อมาที่เจี่ยไท่เพื่อแทงเข้าใส่ร่างของเขา
การเคลื่อนไหวไร้เสียงเช่นนี้ ไม่มีวี่แววว่าจะเกิดระลอกคลื่นแหวกอากาศที่ผันผวนแม้แต่น้อย
สิ่งนี่แหละที่น่ากลัวยิ่งกว่า!
วินาทีต่อมา นิ้วชี้ที่แหลมคมก็เจาะเข้าที่ช่องท้องของเจี่ยไท่อย่างโเี้
“พ่อคะ!”
เจี่ยเม่ยและเจี่ยปิงอวี่หน้าถอดสี พวกเธอเลิกสนใจคู่ต่อสู้ที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์และรีบหันไปพยุงร่างของเจี่ยไท่ทันที
ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษที่ได้รับการฝึกฝนร่างกาย ถ้าหากไม่ได้รับาเ็ถึงขั้นชีวิต าแบนร่างกายสามารถสมานกลับมาเป็ปกติได้ภายในระยะเวลาสั้น ๆ
ทว่าในเวลานี้ าแที่เจี่ยไท่ถูกนิ้วของนักรบโครงกระดูกเจาะเข้าที่ช่องท้องกลับไม่มีท่าทีว่าจะสมานแม้แต่น้อย
เืบริเวณช่องท้องของเขายังคงไหลออกมาไม่หยุด เขายกมือขึ้นมากุมท้องของตัวเอง ทว่าเืยังคงไหลซึมออกมาตามง่ามนิ้วและหยดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง
“พวกลูก...รีบหนีไปก่อน”
เจี่ยไท่อดทนต่อความเ็ป ขณะหันไปกระซิบกับลูกสาวทั้งสองของตัวเอง
สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ : คืนนี้เขาประมาทเกินไป...เขาทำให้ลูกสาวทั้งสองและพวกพ้องในแก๊งต้องได้รับอันตราย
“ไม่ค่ะ”
สองสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน ใบหน้าของพวกเธอเต็มไปด้วยความกังวลขณะมองหน้าพ่อของตัวเอง
นักรบโครงกระดูกไม่ได้สนใจความรักของสามพ่อลูกแม้แต่น้อย คำสั่งของเ้านายคือกำจัดเจี่ยไท่
ดังนั้นการปรากฏตัวของสองสาวที่ถลาเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้มันชะงักไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น วินาทีต่อมาการโจมตีของมันก็ถูกส่งออกมาอีกครั้ง
นิ้วที่แหลมคมของมันพุ่งทะยานเข้ามาและมีความรวดเร็วกว่าครั้งแรกมาก
ในเวลานี้เองเจี่ยเม่ยที่ยืนอยู่ข้างขวาก็รีบสาวเท้าเข้ามา
ตอนที่เธอดึงกริชสีดำออกมาก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีแสงใด ๆ สะท้อนออกมาจากกริชเล่มนี้อีก
เจี่ยเม่ยต้องใช้ความพยายามอย่างมากจึงจะได้รับอาวุธชิ้นนี้มา มันคืออาวุธที่หลอมจากเหล็กดำที่แข็งแรงที่สุดในโลก ได้ยินมาว่ากริชเล่มนี้สามารถต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งขอบเขตพิเศษได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะหักเป็สองส่วน
และแล้วกระบี่กระดูกของนักรบโครงกระดูกก็ปะทะเข้ากับกริชที่แหลมคมในมือของเธอ
กระบี่กระดูกไร้เสียง...กริชไร้แสง
ทันทีที่อาวุธทั้งสองชิ้นก็ปะทะเข้าใส่กันก็เกิดเสียงดังกึกก้องไปทั่ว
ในเวลาเดียวกันแรงสั่นะเืไร้รูปร่างก็ปรากฏขึ้นและแผ่กระจายออกไปรอบ ๆ ใบไม้ที่แห้งกรังใบหนึ่งลอยขึ้นมาก่อนจะเปลี่ยนเป็ลมพายุขนาดใหญ่กวาดไปทั่วทุกสารทิศ
คนอื่น ๆ ที่กำลังอยู่ในโหมดต่อสู้ต่างพากันหยุดสู้อย่างพร้อมเพรียงกัน พวกเขารีบถอยออกไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยและจับจ้องไปที่ร่างของเจี่ยเม่ยและนักรบโครงกระดูก
แข็งแกร่งมาก!
เจี่ยเม่ยสามารถใช้กริชต้านกระบี่กระดูกได้สำเร็จ นี่คือสิ่งที่ผู้คนจากทั้งสองฝ่ายต่างก็คิดไปในทางเดียวกัน
การต่อสู้กันระหว่างนักรบกระดูกที่น่าสะพรึงกลัวและเจี่ยเม่ยสาวงามสะคราญตา รูปร่างหน้าตาที่ย้อนแย้งกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองฝ่าย ช่างเป็เื่ที่น่าตื่นเต้นดีจริง ๆ
“สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็เหล็กดำ แต่...”
เจี่ยเม่ยใช้พลังที่มีเพื่อต้านกระบี่กระดูกที่อยู่ตรงหน้า แม้ว่ากริชในมือของเธอจะไม่มีร่องรอยจากการปะทะใด ๆ แต่ภายในใจของเจี่ยเม่ยกลับไม่ได้รู้สึกยินดีแม้แต่น้อย
เมื่อครู่ตอนที่เธอรับแรงปะทะจากการโจมตีของนักรบกระดูก เธอใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อรับมือกับมัน
การที่เธอทำให้อีกฝ่ายหยุดชะงักได้ ก็แค่ช่วยให้นักรบโครงกระดูกไม่สามารถใช้พลังต่อไปได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น เวลาเพียงไม่นานพลังของมันก็จะกลับคืนมาอีกครั้ง
“แย่แล้ว มันกำลังจะโจมตีอีกครั้งแล้ว”
ตอนที่เห็นว่ากระบี่กระดูกถูกดึงกลับไป เจี่ยเม่ยก็เกิดอาการใจสั่นสะท้าน
ก่อนหน้านี้ร่างกายของเธอยังพอรับมือไหว ทว่าในเวลานี้เธอไม่สามารถรับมือได้อีกต่อไปแล้ว อีกทั้งยังเอนตัวไปด้านหน้าราวกับเสียการทรงตัว...
“ล้มไม่ได้นะ!”
เจี่ยเม่ยขบฟันแน่นและใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อยึดร่างของตัวเองด้วยการใช้เข่ายันกับพื้น ด้วยวิธีนี้จึงทำให้เธอทรงตัวได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง
“พี่!”
เจี่ยปิงอวี่ะโเรียกพี่สาวของเธอด้วยความกังวล ทว่าเธอกลับไม่สามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้
เป็เพราะเธอยังไม่สามารถเข้าสู่ขอบเขตพิเศษได้ ดังนั้นจึงไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
“ถ้าหากฉันปลุกความสามารถของตัวเองขึ้นมาได้...”
เจี่ยปิงอวี่ใช้มือข้างหนึ่งประคองร่างของพ่อ ส่วนมืออีกข้างกำแน่นด้วยความแค้นใจ
ตอนนี้เธอภาวนาอยากให้ความสามารถของตัวเองถูกปลุกขึ้นมาเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือทุกคนที่อยู่ที่นี่
“ไม่เป็ไร เสียวอวี่”
เจี่ยเม่ยค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เธอหันมายิ้มให้เจี่ยปิงอวี่เล็กน้อยเพื่อปลอบใจน้องสาว
“พี่เป็ผู้มีพร์ขอบเขตพิเศษขั้นหนึ่งนะ”
นิ่งดุจขุนเขา!
แสงสว่างที่เคยปรากฏขึ้นบนตัวของเจี่ยไท่ได้ปรากฏขึ้นบนร่างกายของเจี่ยเม่ยแล้ว เป็การเรียกใช้ทักษะนิ่งดุจขุนเขาที่แข็งแกร่งกว่าที่เจี่ยไท่เปิดใช้เมื่อครู่
“สำเร็จแล้ว ระดับสูงสุด!”
เจี่ยไท่ที่ยืนอยู่ด้านหลังเปล่งเสียงพึมพำออกมาราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น แม้แต่เขาก็คิดไม่ถึงว่าลูกสาวคนโตของตัวเองจะเข้าใจทักษะนิ่งดุจขุนเขาและเข้าถึงได้เหนือกว่าเขาด้วย
เจี่ยปิงอวี่เองก็มองพี่สาวของเธอราวกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
“พี่เก่งขนาดนี้ต้องต้านการโจมตีของนักรบโครงกระดูกได้อย่างแน่นอน ไม่สิ...บางทีพี่อาจจะชนะมันก็ได้นะ”
“ชิ ไม่สนุกเลยสักนิด”
เมื่อเห็นว่าการโจมตีทั้งสองครั้งไม่สามารถปลิดชีพสองพ่อลูกตระกูลเจี่ยได้ หลิวซิ่นก็แสดงสีหน้าไม่พอใจขึ้นมา ตอนนี้เขาหมดอารมณ์ที่จะเล่นแมววิ่งไล่จับหนูแล้ว
ดวงตาของหลิวซิ่นที่อยู่ใต้หมวกเผยให้เห็นถึงความโเี้ที่ซ่อนอยู่ในนั้น
นักรบโครงกระดูกเกิดการเปลี่ยนแปลง มันยกมือขึ้นและพุ่งตัวออกไปอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่เพียงแค่นิ้วชี้แค่นิ้วเดียวเท่านั้น นิ้วทั้งห้านิ้วของมันเปลี่ยนเป็กรงเล็บที่แหลมคมราวกับใบมีด การโจมตีกำลังพุ่งเป้าไปที่ร่างของเจี่ยเม่ย
ถ้าหากถูกกรงเล็บของมันแทงเข้าใส่ร่างกาย ร่างกายของเธอต้องแหลกเป็ส่วน ๆ แน่นอน
“อย่าคิดว่าจะต้านการโจมตีนี้ได้”
หลิวซิ่นเห็นท่าทางของเจี่ยเม่ยที่กำลังทำท่าราวกับจะต้านการโจมตี ภายในใจก็รู้สึกมีความสุขที่ได้กดขี่ข่มเหงอีกฝ่าย เขาเชื่อมั่นว่าการโจมตีนี้จะต้องสร้างความหวาดกลัวให้พวกเธออย่างแน่นอน
นิ้วทั้งห้านิ้วถูกวาดออกไป การโจมตียังถูกส่งออกไปสองครั้งอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากเสียง
การโจมตียังคงรวดเร็วเหมือนกับก่อนหน้านี้ ส่วนพลังปราณของเจี่ยเม่ยก็ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็ลมปราณูเาั์ที่พุ่งทะยานออกไป
“ชิ้ง!”
กรงเล็บกระดูกปะทะเข้ากับลมปราณูเาั์ราวกับดาวอังคารมาเจอกับหิมะน้ำแข็งเย็นะเื
เสียงเบา ๆ ดังขึ้น จากนั้นของกรงเล็บกระดูกก็เจาะเข้าใสู่เาั์ได้อย่างง่ายดาย
ลมปราณูเาั์ของเจี่ยเม่ยแตกกระจายราวกับเศษกระจก วินาทีต่อมาเสียง “เพล้ง” ดังขึ้นพร้อมกับพลังปราณที่แตกกระจุยกระจายออกจากกัน
เจี่ยเม่ยได้รับผลกระทบสะท้อนกลับจากลมปราณูเาั์ เธอกระอักเืออกมาจนกระเซ็นไปบนแขนของนักรบโครงกระดูกที่กำลังพุ่งเข้าใส่ร่างของเธอ
นักรบโครงกระดูกไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย เป้าหมายของมันยังคงอยู่และกำลังเล็งไปที่กะโหลกศีรษะของเจี่ยเม่ย
“ใช่แล้ว แบบนี้แหละ”
เมื่อเห็นว่านักรบโครงกระดูกกำลังจะจัดการกับเจี่ยเม่ยได้สำเร็จ ใบหน้าของหลิวซิ่นก็แสดงอาการตื่นเต้นออกมา
แม้ว่าภายในร่างกายจะได้รับาเ็ แต่สายตาของเจี่ยเม่ยแม้ว่าใน่แรกจะตื่นตระหนก แต่เธอกลับสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว
“ฉันต้องรับมือกับมันให้ได้”
เมื่อเห็นว่ากรงเล็บกำลังพุ่งตรงเข้ามา เจี่ยเม่ยก็ะโบอกตัวเองภายในใจ
เธอรวบรวมพลังปราณภายในร่างกาย จากนั้นก็ส่งไปที่กริชในมือของตัวเองและฟาดเข้าใส่กรงเล็บที่อยู่ตรงหน้า
กรงเล็บของนักรบโครงกระดูกมีความแข็งแรงเป็อย่างมาก อีกทั้งยังได้เปรียบกริชเหล็กดำของเจี่ยเม่ย ท้ายที่สุดการโต้ตอบเพื่อรับการโจมตีของนักรบโครงกระดูกในครั้งสุดท้ายจึงไร้ผล
เธอรู้สึกได้ถึงพลังงานขนาดใหญ่ที่สะท้อนกลับมาที่แขนของตัวเอง ด้วยเหตุนี้แขนของเธอจึงอ่อนกำลังลงอย่างฉับพลันและเผลอผ่อนแรงจับกริชในมือโดยไม่รู้ตัว
กริชในมือของเธอกระเด็นลอยออกไปตามแรงสะท้อนกลับก่อนจะปักเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ด้านหลังซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล ปลายกริชที่แหลมคมเจาะและตรึงอยู่บนต้นไม้แห้งกรังในทันที
“น่ากลัวชะมัด”
ยังไม่ทันที่เจี่ยเม่ยจะได้คิดทบทวนว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป ภาพตรงหน้าของเธอก็ถูกเปลี่ยนเป็ความมืดมิด เธอถูกกรงเล็บกระดูกของนักรบโครงกระดูกตะปบอย่างดุเดือด
“เม่ยเอ๋อร์!”
“พี่!”
“เจี่ยไท่ ตัดสินใจด้วยตัวเองเถอะ อย่างน้อย ๆ ฉันจะได้ไว้ชีวิตลูกสาวทั้งสองคนของนาย”
หลิวซิ่นเห็นว่าเจี่ยเม่ยถูกนักรบโครงกระดูกควบคุมแล้ว ท่าทางและแววตาของเขายากเกินกว่าที่จะคาดเดาความรู้สึกนึกคิดได้ เขากำลังมองมาที่เจี่ยไท่เพื่อให้อีกฝ่ายตัดสินใจเลือกทางออกด้วยตัวเอง
เมื่อเห็นนักรบโครงกระดูกที่แข็งแกร่ง เจี่ยไท่ก็รู้สึกได้ถึงความขมขื่นภายในใจ : ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้รับชัยชนะ
“พ่อ อย่าไปฟังมันนะ!”
เจี่ยเม่ยไม่สามารถหมุนตัวกลับมาได้ เธอจึงทำได้เพียงแค่ะโออกมาสุดเสียง “มันไม่มีทางไว้ชีวิตพวกเรา”
ตอนนี้ลูกสาวคนโตถูกนักรบโครงกระดูกควบคุมแล้ว เจี่ยไท่รู้ดีว่าสิ่งที่ลูกสาวของเขาพูดถูกต้องทุกอย่าง แต่เขายังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ?
เขาหันไปมองลูกสาวคนเล็กที่กำลังใช้ไม้ตะบองสั้นฟาดเข้าใส่แขนของนักรบดโครงกระดูกอย่างไม่หยุด ทว่าสิ่งเ่าั้กลับไม่สามารถสร้างาแให้กับนักรบโครงกระดูกได้แม้แต่น้อย
เจี่ยไท่ยกมือขึ้นมาด้วยความสิ้นหวัง วินาทีต่อมาเขาก็ใช้ฝ่ามือของตัวเองตบไปที่กะโหลกศีรษะของตัวเองด้วยความรู้สึกที่จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด...