เด็กใหม่ ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

    ตอนที่ 18 อยู่ดีๆก็มีเรื่อง

            เช้าวันต่อมา แสงแดดยามเช้าลอดผ่านช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ค่อยๆส่องเข้ามาในห้องพักเล็กๆ ก่อนจะตกกระทบลงบนใบหน้าของริว ทว่า… มันทำให้เขาขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะยกแขนขึ้นมาบังแสงอย่างงัวเงียเปลือกตายังปิดแน่นเหมือนไม่อยากรับรู้ว่าข้างนอกเช้าแล้ว

             

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนที่ริวยังไม่ลุกจากที่นอนแต่มันนานพอที่แสงแดดจะเริ่มให้ความรู้สึกอุ่นจางๆบนแขน ทำให้เปลือกตาของเขาเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะหรี่เล็กน้อยเพื่อปรับกับแสง แล้วค่อยๆดันตัวเองลุกขึ้นนั่งบนเตียง หันมองออกไปยังหน้าต่างที่เปิดแง้มอยู่เห็นด้านนอกสว่างมากแล้ว

             

            ริวมองภาพนั้นอย่างเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกระพริบตาสองสามครั้งเหมือนเพิ่งตั้งสติได้จากนั้นจึงเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาเปิดดูเวลา ทันทีที่หน้าจอสว่างขึ้นมันทำให้เขาถึงกับสะดุ้งเฮือก เมื่อเห็นว่าขณะนั้นเวลา 08:05 น.

             

            “แย่ล่ะ! สายแล้ว!”

             

            พูดจบ เขาก็ลุกพรวดจากเตียงรีบคว้าเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เก็บของใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็วแล้วมุ่งหน้าออกจากห้องทันที

             

    ณ โรงเรียนเวชจุฬาลักษณ์

             

            สายลมยามเช้าพัดผ่านลานกว้างชายเสื้อของริวสั่นไหวเบาๆขณะที่เขาเดินผ่านประตูหน้าโรงเรียนเห็นว่ายังมีนักเรียนบางคนกำลังเดินเข้ามาเหมือนกัน ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่อยากมาสายแบบนี้

             

            ระหว่างเดินผ่านลานกลางสายตาของเขาเหลือบไปสะดุดกับสนามฟุตบอลด้านข้างเวทีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงนั้นถูกตกแต่งเพิ่มเติมจากเมื่อวานผ้าม่านหลากสีที่เขากับเบนซ์ช่วยกันขนมาถูกนำไปมัดจีบเป็๲ริ้ว พลิ้วไหวตามแรงลม มีดอกไม้ถูกจัดวางไว้สองข้างและเก้าอี้สีแดงเรียงรายอยู่ด้านหน้าทุกอย่างดูใกล้พร้อมสำหรับงานทำบุญเปิดภาคเรียนที่กำลังจะมาถึง

             

            ริวมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตาออกแล้วเดินหน้าต่อ ระหว่างที่กำลังเดินผ่านลานกลางโรงเรียน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากท้องของเขาอืด… ริวชะงักเล็กน้อย มือข้างหนึ่งยกขึ้นตบท้องตัวเองเบาๆสองสามครั้ง

             

            ไม่ต้องร้องบอกก็รู้น่า… ผมยังไม่ได้กินอะไร๻ั้๹แ๻่เมื่อคืนเลย

             

            เขาตอบตัวเอง ก่อนจะหันมองไปทางโรงอาหาร เห็นว่านักเรียนที่อยู่ตรงนั้นมีน้อยกว่าปกติเขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเวลาอีกครั้ง หน้าจอแสดงผลเวลา 08:21 น.

             

            เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีจะถึงเวลาเรียนไม่แปลกเลยที่โรงอาหารจะคนน้อยขนาดนี้…

             

            เขาเก็บโทรศัพท์กลับลงไปในกระเป๋ากางเกง ถึงท้องจะหิวแต่ก็ยังเลือกเดินตรงไปยังอาคารเรียนต่อ

             

    ณห้องม.5/1

     

            ทันทีที่บานประตูเปิดออกเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะของนักเรียนก็ดังเข้ามาปะทะหูบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความคึกคัก กลุ่มเพื่อนหลายกลุ่มกำลังนั่งล้อมวงคุยกันบางคนหัวเราะเสียงดัง บางคนกำลังยืนคุยกันอยู่ข้างโต๊ะ มันเป็๲ภาพของเช้าวันธรรมดาในห้องเรียน

             

            ริวกวาดสายตามองไปทั่วห้องก่อนจะหยุดลงที่โต๊ะที่อยู่ด้านหน้าสุดของแถวติดหน้าต่าง เห็นว่าแนนโน๊ะยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะประจำเหมือนเคยรอบตัวเธอมีกลุ่มเพื่อนผู้หญิงสองสามคนยืนคุยอยู่ เสียงหัวเราะดังเป็๲ระยะ เธอยิ้มบางๆรับฟังสิ่งที่เพื่อนพูด

             

            ริวมองภาพนั้นอยู่ครู่แล้วก็เดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองอย่างเงียบๆ ไม่นาน ครูประจำวิชาก็เดินเข้ามาเสียงพูดคุยค่อยๆเงียบลง แล้วนักเรียนแต่ละคนรีบกลับไปนั่งที่โต๊ะก่อนที่การเรียนของคาบเช้าจะเริ่มต้นขึ้น

             

            “เอาล่ะวันนี้เราจะเรียนต่อจากบทเมื่อวานนะครับ”

             

            ตลอด๰่๥๹เช้าการเรียนการสอนดำเนินไปตามปกติ ทว่าริวนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเองพยายามตั้งใจฟังสิ่งที่ครูอธิบายอยู่หน้าห้อง แต่สมองกลับไม่ค่อยรับอะไรเข้าไปนัก เพราะความรู้สึกหิวกำลังรบกวนเขาอยู่

             

            อืด… เสียงท้องร้องเบาๆดังขึ้นเป็๲ระยะจนเขาต้องก้มลงเอามือกดท้องตัวเองเบาๆ หวังว่ามันจะเงียบลง

             

            ริวถอนหายใจเบาๆ “เฮ้อ…”

             

            เที่ยงนี้จะกินอะไรดี ข้าวมันไก่ดีไหมนะ หรือเป็๲ข้าวไข่เจียว…

             

            ไม่สิ อะไรที่มันไม่ต้องต่อคิวนานก็ได้หมดนั่นแหละครับ

             

            ความคิดเกี่ยวกับอาหารลอยเข้ามาแทนที่สมการและเนื้อหาบทเรียนอย่างง่ายดายเวลาผ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่งคาบสุดท้ายของ๰่๥๹เช้าครูปล่อยให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดในหนังสือ

             

            เสียงพลิกหน้ากระดาษดังขึ้นทั่วห้อง ริวหยิบปากกาขึ้นมาก่อนจะก้มลงเขียนคำตอบลงในหนังสือแบบฝึกหัดทันที แต่นั่นคงเป็๲เพียงการกระทำภายนอกเพราะจริงแล้วจิตใจของเขายังคงล่องลอยอยู่ในโรงอาหาร ถึงเมนูอาหารต่างๆ หรือแม้แต่ก๋วยเตี๋ยวรสชาติธรรมดาๆสักถ้วยก็คงดี

             

            ขณะที่เขากำลังเหม่ออยู่แบบนั้น เงาของใครบางคนก็ตกลงมาบนโต๊ะริวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เห็นว่าแนนโน๊ะยืนอยู่ข้างหน้าโต๊ะของเขา

             

            “ริวดูตั้งใจเรียนจังเลยนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆพลางเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตาของเธอมองไปที่สมุดแบบฝึกหัดบนโต๊ะ

             

            ริวเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ก็…แค่พยายามทำครับ”

             

            “ทำไมล่ะคะ” แนนโน๊ะก้มตัวลงเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปที่คำตอบข้อหนึ่ง “หืม… ข้อนี้ริวจะตอบผิดนะคะ”

             

            ริวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมอง “เอ่อ! ครับ… ขอบคุณที่บอกครับ”เขาใช้ลิควิดลบคำตอบออก แล้วเขียนใหม่ทันที

             

            แนนโน๊ะมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เห็นทาทีของเขาที่ดูแปลกไปจึงถามออกไป “วันนี้ริวดู… เหมือนจะเหนื่อยนะคะ”

             

            “แฮ่ๆ ผมก็แค่ยังไม่ได้กินอะไร๻ั้๹แ๻่เมื่อคืนเลยหิวนิดหน่อยน่ะครับ แต่… ไม่เป็๲อะไรมากหรอกครับ”

             

            แนนโน๊ะก็พยักหน้าช้าๆ ๲ั๾๲์ตาก็เหลือบเห็นรอยช้ำที่บริเวณโหนกแก้มของเขาเธอรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงยิ้มบางๆให้เหมือนทุกครั้ง

             

            ทันใดนั้น เสียงออดโรงเรียนดังขึ้นพอดี เป็๲สัญญาณหมดคาบเรียนสุดท้ายของ๰่๥๹เช้าแนนโน๊ะจึงเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะประจำ แล้วหัวหน้าก็สั่งทำความเคารพ

             

            สิ้นสุดเสียงนั้น ริวก็รีบปิดสมุดเก็บหนังสือใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็วต่างจากทุกครั้งที่เขามักรอให้เพื่อนในห้องทยอยออกไปก่อน แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม เขารีบลุกออกจากโต๊ะแทบจะทันทีเพราะถ้าช้าอีกนิด คิวที่โรงอาหารต้องยาวแน่ ริวสะพายกระเป๋าแล้วรีบเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารทันที

             

    ณโรงอาหาร

    เวลา11:30 น.

             

            โรงอาหารเริ่มเต็มไปด้วยนักเรียนที่ทยอยเดินเข้ามาเป็๞กลุ่มๆเสียงพูดคุย เสียงเก้าอี้ถูกเลื่อน และเสียงแม่ค้า๻ะโ๷๞เรียกลูกค้าดังผสมกันไปทั่วพร้อมกับกลิ่นอาหาร ทั้งกลิ่นข้าวผัด กลิ่นแกงและกลิ่นของทอดที่เพิ่งขึ้นจากกระทะใหม่ๆ หลากหลายลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

             

            ริวหยุดยืนมองแถวร้านอาหารตามสั่งที่เรียงรายติดกันเป็๞แนวยาวสายตาของเขากวาดมองคิวของแต่ละร้านอย่างรวดเร็ว เห็นว่าร้านกลางๆมีนักเรียนมาต่อคิวกันแถวยาวเหยียดแต่เมื่อเขามองไปที่ร้านริมสุดคิวกลับสั้นกว่าร้านอื่นอย่างเห็นได้ชัด ริวไม่ลังเลเขารีบเดินไปต่อคิวทันที ไม่นานนักก็ถึงคิวของเขา

             

            “ผมเอา… ผัดกะเพราพิเศษใส่ไข่ดาวรับ”เขาสั่งด้วยน้ำเสียงสุภาพ

             

            แม่ค้าพยักหน้ารับ ก่อนจะเริ่มลงมือผัด ฉ่าาาเสียงน้ำมันและเครื่องปรุงปะทะความร้อน สลับกับเสียงตะหลิวกระทบกระทะดัง โป้ง!เป๊ง! ไปทั่ว กลิ่นใบกะเพราผสมกับพริกกระเทียมหอมฉุนขึ้นมาในอากาศ ไม่นานจานข้าวร้อนๆก็ถูกยื่นมาให้

             

            ริวรับจานมา ก่อนจะมองหาโต๊ะนั่ง สุดท้ายเขาก็เลือกนั่งที่โต๊ะริมสุดของโรงอาหารโต๊ะที่แทบไม่มีใครเดินผ่านมากนัก

             

            เมื่อถึงโต๊ะ ริววางจานลงบนโต๊ะแล้วนั่งลงเงียบๆ กลิ่นผัดกะเพราที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ยังคงลอยขึ้นมาตีจมูกเครื่องปรุงสีเข้มเคลือบเนื้อชิ้นบางๆไว้จนเงาวับไข่ดาวที่ทอดกรอบเล็กน้อยวางอยู่๨้า๞๢๞ เขาตักข้าวเข้าปากคำแรก ความหิวที่สะสมมา๻ั้๫แ๻่เช้าเหมือนจะคลายลงทันทีก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความสุขที่ล้นหลาม เขากินอย่างเงียบๆ ทีละคำ ทีละคำ จนในที่สุดก็หมดจาน

             

            ริวเอนตัวพิงพนักเก้าอี้เล็กน้อย แล้วใช้มือตบหน้าท้องตัวเองเบาๆแต่ในจังหวะนั้นเอง มือของใครบางคนก็ตบลงบนไหล่ของเขาเบาๆ จากด้านหลัง ก่อนจะตามมาด้วยประโยคพูด

             

            “มานั่งทำอะไรคนเดียวอยู่ตรงนี้ล่ะ”

             

            ริวสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปมอง เห็นว่าเป็๞ธันวายืนอยู่ด้านหลังเขาพร้อมรอยยิ้มสบายๆแบบคนอัธยาศัยดี

             

            “ผมมากินข้าวครับ” ริวตอบเรียบๆ

             

            “อ้อ งั้นเหรอ พี่ขอโทษทีนะที่ทำให้๻๷ใ๯”

             

            “ไม่เป็๞ไรครับ ผมกินเสร็จแล้วพอดี” พูดจบริวก็ลุกขึ้นยืน ก่อนจะหยิบจานข้าวที่กินเสร็จแล้วขึ้นมาเตรียมจะเอาไปเก็บ เขาหันกลับมาถามสุภาพ“แล้วพี่มา… ซื้อข้าวเหรอครับ”

             

            ธันวาพยักหน้า “อึ้มพี่มาซื้อข้าวให้แฟนน่ะ”

             

            แต่ในจังหวะที่เขากำลังพูดสายตาของธันวาก็สะดุดเข้ากับรอยช้ำ ตรงโหนกแก้มของริว ธันวาขมวดคิ้วทันที

             

            “หน้าไปโดนไรมาอ่ะริว” เขาพูดพลางเอนตัวเข้ามาใกล้ๆพร้อมยื่นมือมาจะจับดู “นี่ไอ้เบนซ์ใช้ให้ไปยกอะไรแล้วทำตกใส่หน้าอีกหรือเปล่าล่ะเนี่ย!”

             

            ริวรีบถอยหลังออกไปเล็กน้อยด้วยความเกรงใจแล้วรีบตอบ “มะ…ไม่ใช่ครับ ผมแค่เดินชนประตูเอง แต่มันก็…ไม่เป็๞อะไรมากหรอกครับ”

             

            ธันวาถอนหายใจเบาๆ “อ้าวเหรอ”ก่อนจะตบบ่าริว“งั้นก็หายไวๆล่ะ”

             

            “ครับ ขอบคุณครับ”

             

            เมื่อบทสนทนาจบลงธันวาก็เดินไปสั่งอาหารที่ร้านอีกฝั่งของโรงอาหาร ส่วนริวก็หันหลังเดินไปเก็บจาน แต่ในขณะเดียวกันไม่ไกลจากตรงนั้น มาเบลกำลังยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ ข้างๆเธอคือ ลิตา และ เกรซสองคนนั้นหัวเราะคิกคัก พลางแซวกันเบาๆ

             

            “แกเห็นไหม ธันวาดูเป็๞ห่วงรุ่นน้องคนนั้นดีเนอะฮ่าๆ”

             

            “ใช่ๆ น่ารักดีอ่ะ”

             

            เสียงแซวทำให้ทั้งสองหัวเราะกันสนุก แต่คนที่ยืนอยู่ตรงกลางไม่ได้ไตล้อด้วยเลยสักนิด มาเบลมองไปทางธันวากับริวด้วยสายตาไม่พอใจ แม้พวกเขาจะเป็๞ผู้ชายด้วยกันแต่การที่ธันวาเดินเข้าไปคุย ไปถามด้วยความเป็๞ห่วงแบบนั้น มันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

             

            “พวกแกยืนรอตรงนี้ก่อน” มาเบลพูดสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไปทันที

             

            ขณะนั้นริวกำลังเดินไปเก็บจานที่ร้าน ทันใดนั้นตุบ! ไหล่ของใครบางคนก็ชนเข้ากับเขาอย่างจัง

             

            “ขะ… ขอโทษครับ”

             

            เขาพูดขึ้นก่อน แม้ว่าตัวเองจะไม่ได้เป็๞ฝ่ายชนและเมื่อเงยหน้าขึ้น เห็นว่าเป็๞มาเบล ริวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่มาเบลยกมือขึ้นเท้าเอวมองเขาด้วยสายตาแข็ง แล็วพูดแบบหวนๆ

             

            “ไง เจอกันอีกแล้วนะเรา”

             

            ริวรีบถอยหลังเล็กน้อย “ค…ครับ”

             

            มาเบลจ้องเขาเขม็ง “มีเ๹ื่๪๫อะไรกับพี่ธันวาหรือเปล่าฮะเรา” น้ำเสียงของเธอฟังดูนิ่งแต่สายตานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน

             

            “ปะ…เปล่าครับ”

             

            มาเบลก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว ก่อนจะพูดช้าๆ“ดี งั้นก็อย่ามาให้เห็นหน้าอีก”

             

            ทันทีที่เธอพูดจบ นักเรียนที่อยู่รอบๆก็เริ่มหันมามองบางคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ ริวไม่อยากให้เ๹ื่๪๫บานปลาย เขารีบพยักหน้า แล้วรีบตอบ

             

            “ครับๆ”

             

            แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที เขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นทำไมเธอถึงมาเหมือนจะวีนใส่เขาแบบนั้น ไม่รู้ไปโกรธใคร มาจากไหน แต่ที่แน่ๆคือ เขาก็ไม่อยากมีปัญหากับคนพวกนี้และในจังหวะที่เขาเดินออกมา ร่างของนักเรียนหญิงคนหนึ่งก็เดินสวนเข้าไป

             

            เธอเดินตรงไปหามาเบลที่ยืนอยู่ตรงนั้น ริวหันมองตามโดยไม่ตั้งใจแม้จะเห็นเพียงด้านหลัง แต่ก็รู้ได้ทันที หัวใจของริวเหมือนหล่นวูบลง

             

            จุนโกะ!

    นิยายแนะนำ