จ้าวยุทธภพเหนือฟ้า

    เพลิงอสูร

    ย้อนกลับมาตอนที่หลินปิง เดินจากไป
    "พี่แพนด้าไปคนเดียวอย่างงี้ ไม่ไปช่วยเขาเหรอค่ะ" คลิสตินถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นหลินปิงเดินเข้าป่าไปพร้อมกับผู้ฝึกยุทธระดับเกือบ 70 กว่า หยิงฉางได้ยินก็ส่ายหน้าไปมาอย่างไม่ใส่ใจ
    "หลินปิงไม่เป็นอะไรหรอก ไอ้หมอนั้นเก่งจะตายไป" เมย์กับคลิสตินที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วสงสัย ว่าระดับแค่ 35 จะทำอะไรระดับเกือบ 70 ได้ถ้าอีกฝ่ายฟื้นฟูร่างกายเสร็จ หยิงฉางเหมือนได้ยินคำพูดในใจ ก็ตอบกลับขึ้นมาทันที
    "เอาเถอะน่า อย่าใส่ใจเลย" ว่าจบ หยิงฉางก็เงยหน้ามองสมุนของกิลวิหกเพลิงต่อสู้กับ บอสม้าเพลิงเท้าไฟของเขาอย่างเหน็บเหนื่อย ซึ่งหยิงฉางก็พึ่งรู้ว่า ถ้าเป็นผู้เล่นคนอื่นหรือสัตว์อสูรตัวอื่นอยู่ใกล้มันระยะ 50 เมตร จะทำให้ไม่สามารถออกจากเขตแดนมันได้ เหมือนกับเราสู้กับบอสพิเศษของเกมแล้วต้องฆ่าให้ได้ ไม่ก็รอเวลาจนหมด ซึ่งดูเหมือนว่าสมุนทั้ง 3 จะโง่ที่ไปสู้กับมัน เพราะถึงแม้ระดับมันจะน้อย แต่ทักษะวงแหนแห่งไฟ ของมันก็สามารถใช้ได้เกือบทุกๆ 2 นาที ซึ่งเป็นระยะเวลาเดียวกันกับตอนสู้ครั้งแรก 
    และแน่นอนว่าเมื่อบอสของเขาไม่ออกจากวงแหวนแห่งไฟ มันก็จะไม่สลายไป ทำให้ผู้คนหลายๆคนที่อยู่ในระยะ 50 เมตรต้องหนีกันอย่างน่าสงสาร
    "อ๊ากกก!" เสียงร้องดังโหนหวนของผู้เล่นคนหนึ่ง ทำให้คนอื่นๆหันไปมอง
    "เวรละ ลืมไปเลยว่ายังเหลือผู้นำเผ่าอยู่" หยิงฉางกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นผู้เล่นคนอื่นๆต่างโดนไล่เก็บกวาดไปมาราวกับกองเอกสารก็ไม่ปาน
    "ทุกคน! ปล่อยพวกโง่นั้นไว้...เรามาที่นี้เพื่อจัดการกับผู้นำเผ่าเท่านั้น" โอ้! เพลิงอสูรแสดงความเป็นหัวหน้าขึ้น ทำให้คนอื่นต่างทำตามอย่างไม่ลังเล และแน่นอนว่าพวกเขาฆ่ามันสำเร็จแน่ เพราะมีระดับเกือบ 70 เยอะมากในกิลของวิหกเพลิง
    หยิงฉางมองไปยังกลุ่มคนเกือบร้อยเดินไปอย่างไม่เป็นระเบียบ แต่ก็พอดูได้ ผ่านไปไม่นานก็เกิดการปะทะขึ้นระหว่างกิลวิหกเพลิง กับผู้นำเผ่าพันธุ์โกเลม
    ฮู้มมม!
    เสียงร้องคำรามเตือนพวกสวะหนอนแมลงตรงหน้านับร้อย พริบตาต่อมาก็เกิดเสียงแผ่นดินสั่นไหว เบื้องหลังของโกเลมร่างยักษ์ 7 เมตรปรากฏกองทัพโกเลมยิบย่อยนับร้อย เคลื่อนตัวมา
    หยิงฉางแสระยิ้มอย่างชมชื่น เขาไม่รอช้าเปิดโปรแกรมในเกมถ่ายวีดีโอไว้ทันที เพราะเขาต้องการดูการวางแผนของอีกฝ่าย และต้องการที่จะเก็บดูไว้เพื่อศึกษาการวางท่าและเพลงดาบ รวมไปถึงทักษะของอีกฝ่ายและระยะเวลาการใช้ทักษะ
    "พวกเราอย่าไปกลัว...ถึงแม้เราจะเป็นผู้เล่นมีเลือดมีเนื้อแต่เราก็มีสมอง เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวพวกโกเลมโง่ๆพวกนี้" โอ้! เสียงร้องของผู้เล่นกิลวิหกเพลิงดังขึ้น ทำให้คนอื่นๆไม่กล้าขัด และเดินห่างจากการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้นแบบห่างๆ
    "แสดงความแกร่งกล้าของเราออกมาให้โลกยุทธภพได้ประจักษ์ซะ" โอ้! 
    "ลุยยย!" เฮ้! ฮู้มมม! เสียงของทั้งสองฝ่ายผสานกันอย่างลงตัว ราวกับจับวาง วินาทีต่อมาก็เกิดสงครามระหว่างผู้เล่นกิลวิหกเพลิงกับกลุ่มโกเลมขึ้น
    "ไป! ปีกซ้าย ปีขวาจัดตั้งค่ายกลวงล้อมไว้ ส่วนฉันและคนอื่นๆจะรับมือกับผู้นำเผ่าเอง" โอ้! วินาทีต่อมาผู้เล่นนับสิบก็ไปคนละทางทันที ที่ได้คำสั่ง เพลิงอสูรพุ่งตัวมาหาผู้นำเผ่าโกเลมเป็นคนแรกเพื่อรับดาเมจทั้งหมด
    "รับไปซะ! ดาบอสูรมังกรเพลิง!" ก๊าซซ! ตูม! มังกรสีส้มขนาดใหญ่กระแทกเข้ากับหน้าอกผู้นำเผ่าอย่างแรงจนเกิดระเบิดขึ้น หยิงฉางรับรู้ได้ทันทีว่านั้นมีความรุนแรงกว่าระเบิดเพลิงของเขาหลายสิบเท่า
    ฮู้มมม! เสียงคำรามดังโหร้องด้วยความเจ็บ ทำให้คนอื่นๆแทบจะยกยิ้มด้วยความยินดี วินาทีต่อมาก็เกิดออร่าสีฟ้าแพร่ออกมาจากผู้เล่นกลุ่มหนึ่ง
    "วิชาลับคลื่นมวลอัดแน่น" ตูมม! ฮู้มมม! ผู้เล่นทั้ง 10 คนล้อมรอบผู้นำเผ่าโกเลมและใช้ทักษะบางอย่างพร้อมกันทำให้ร่างของผู้นำเผ่ายุบไปหลายนิ้วๆ เพลิงอสูรไม่รอช้ากระโดดเหินตัวขึ้นเพื่อสังหาร
    "ตายซะ! ดาบอสูรมังกรเพลิง" ฮู้ม! ตูมมม! อ๊ากก! วินาทีต่อมาผู้นำเผ่าโกเลมก็กระทืบเท้าที่พื้นอย่างแรง จนทำให้ผู้เล่นทั้ง 10 คนเสียการเคลื่อนไหวอย่างแรงและกระเด็นออกมาในที่สุด เพลิงอสูรเห็นเช่นนั้นก็รีบเร่งจัดการทันที แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่เขาคาดการณ์จะพังหมด 
    พริบตาต่อมาหมัดขนาดใหญ่ก็ปะทะเข้าดาบของเพลิงอสูรอย่างแรงก่อนจะเกิดการรเบิดขึ้นอย่างทักษะ แต่ด้วยระดับที่กว่าโกเลม ทำให้เพลิงอสูรกระเด็นออกไปหลายสิบเมตรพร้อมกับโกเลมที่กระเด็นไปไม่กี่เมตร
    "เอาละสิ...ต่อจากนี้จะทำอย่างไงต่อไอ้ไฟแช็ค" หยิงฉางกล่าวขึ้นพร้อมกับมองไปยังทั้งปีกซ้ายและปีกขวาที่กำลังคุมได้ดีเยี่ยม และการต่อสู้ทั้ง 2 ฝั่งเขาคิดว่า น่าจะไม่เกิน 10 นาทีพวกโกเลมยิบย่อยน่าจะตายกันหมด
    "มาแล้ว.."หยิงฉางหันไปมองเพื่อนยากของเขา ที่กลับมาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้มไม่ปกปิด เขาเห็นก็ยิ้มอ่อนๆ ส่วน 2 สาวก็เดินเข้ามาดูร่างกายหลินปิงอย่างเป็นห่วง ทำให้หยิงฉางรู้สึกหึงเล็กน้อย เพราะเขาก็อยากโดนดูแลอย่างนั้นบางเหมือนกัน
    "อะ! หยิงฉางมานี้หน่อย" หลินปิงพูดขึ้นพร้อมกับบอก 2 สาวว่ามีธุรเล็กน้อย หยิงฉางที่เห็นก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เพราะเขาก็โดนลากคออย่างนี้เป็นประจำ เมื่อเดินมาได้ 50 กว่าเมตร หลินปิงก็พูดขึ้นทันที
    "ฉันได้ธนูระดับ 6 ดาบใหญ่ระดับ 6 ดาบปกติ ระดับ 6 และคัมภัร์ยุทธ 2 เล่ม" หยิงฉางพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะหยิบธนูระดับ 6 ใส่กระเป้าและคว้าคัมภีร์ทั้ง 2 เปิดอ่านทันที 
    ซึ่งอันแรกคือคัมภีร์ติดตัว เป็นคัมภีร์ที่จะทำให้ผู้ใช้มีความเร็วเพิ่มขึ้น 2% (ไม่สามารถเพิ่มได้) ส่วนอันที่ 2 ก็เป็นคัมภีร์ติดตัวเหมือนกัน แต่จะทำให้ผู้ใช้ลดดาเมจของอีกฝ่ายได้ 1% (ไม่มีสามารเพิ่มได้) แน่นอนว่าทั้งสองอันนี้เป็นระดับต่ำทั้งหมด
    "ฉันเอาคัมภีร์ลดดาเมจละกัน" หยิงฉางพูดขึ้น เพราะความเร็วนั้น เขาเร็วมากพอแล้ว ส่วนลดดาเมจนั้นเขาค่อนข้างจะชอบทีเดียว เพราะมันจะช่วยให้ปอกแขนแห่งกาลเวลาของเขาทำงานได้ดีขึ้น นี๊สเดียวก็ตามที
    "เรียนรู้!" พริบตาต่อมาที่หยิงฉางเรียนรู้เสร็จ หลินปิงก็ทำตามทันที เมื่อทั้งสองทำอะไรเสร็จสิ้น ก็เดินกลับมายังจุดเดิมทันที
    "จะเอาอย่างไงต่อกับไอ้พวกสวะนั้นละ" หลินปิงพูดขึ้นด้วยใบหน้าโหดๆ
    "หึ! ฆ่ามันน่ะสิ...ตอนนี้ฉันมีแผนเจ๋งๆแล้ว แต่ต้องหาที่ซ่อนก่อน" หลินปิงได้ยินก็ยกยิ้มขึ้น
    "ฉันต้องกันคนหนีรึเปล่า" หยิงฉางส่ายหน้าไปมา
    "นายตอนนี้ทำอะไรไม่ได้หรอก ต้องรอให้พวกเราระดับสูงกว่านี้หน่อย แต่! ถ้าจะจัดการมัน ฉันต้องอยู่ด้วย ไม่งั้นนายอาจจะไม่สวรรค์" หลินปิงพยักหน้ารับ และถามต่อ
    "แล้วเราจะต้องไปไหนต่อละ" หยิงฉางชี้ผ่านจากกองขี้เถาไปยังข้างทางเข้าที่มีพุ่งหญ้าจำนวนมหาศาลที่สามารถเล่นซ่อนแอบได้เลยทีเดียว ซึ่งบอสม้าเพลิงของเขาก็หายไปนานแล้วตั้งแต่เพลิงอสูรสู้ได้สักพัก และแน่นอนว่าคนในนั้นตายเรียบหมด 
    ซึ่งเขาก็ได้จำนวนเงินเล็กน้อยกับค่าประสบการณ์นิดเดียว เพราะหยิงฉางตี้อยู่นั้นเอง เมื่อทั้งสองได้แผน เขาก็ไปบอก 2 สาวว่าจะเดินเล่นรอบๆ เมย์กับคลิสตินได้ยินก็ไม่ขัดอะไร เพราะเธอก็อยากจะพักเหมือนกัน เมื่อหยิงฉางและหลินปิงเห็นว่าทางโล่งแล้ว ก็ดีดตัวไปยังจุดมุ่งหมายทันที
    .