วันครบรอบ 1 ปี
หลังจากวันนั้นผ่านมาจนถึงวันนี้เราสองคนก็ไม่ได้พูดคุยและไม่ได้พบเจอหน้ากันเลยกระทั่งวันครบรอบ 1 ปีที่เราสองคนรู้จักกันมาถึงฉันมานั่งรอเขาที่ร้านอาหารร้านประจำที่เราสองคนมาด้วยกันบ่อยและนับว่าเป็ร้านประจำเลยก็ว่าได้เพราะไม่ใช่เพียงแค่อร่อยเท่านั้น ร้านอาหารร้านนี้ยังอยู่ไกลจากบ้านของเราสองคนอีกต่างหากเหตุผลตลกแต่มันคือเื่จริง
3ชั่วโมงผ่านไป
นับเวลาหลังจากที่ฉันส่งโลเคชั่นให้เขาทางแชทจนมาถึงตอนนี้ก็ผ่านมาร่วม3 ชั่วโมง ข้อความของฉันที่ส่งไปถึงเขายังไม่ถูกเปิดอ่าน ทุกอย่างมันเงียบไปหมดทั้งที่เสียงเพลงที่เปิดอยู่ดังจนหูอื้อแต่ฉันกลับรู้สึกวังเวง เขาจะไม่มาพบฉันในวันนี้จริงอย่างนั้นเหรอ
ถึงแม้ว่าเราสองคนจะใช้สถานะคำว่าคู่นอน แต่ยอมรับตรงนี้เลยว่าฉันเผลอปล่อยใจไปรักเขาแล้วอย่างตั้งใจท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตาที่เดินเข้าออกร้านอาหาร ฉันได้แต่นั่งชะเง้อมองหาผู้ชายไร้หัวใจว่าเขาจะมาปรากฎตัวให้ฉันได้พบหรือไม่จนกระทั่ง
“ขอโทษนะคะคุณลูกค้าตอนนี้ได้เวลาปิดร้านแล้วค่ะ”เสียงสุภาพของพนักงานสาวประจำร้านเดินมาบอกฉันที่โต๊ะด้วยท่าทางเห็นใจคงเป็เพราะฉันสั่งอาหารมาจนเต็มโต๊ะแต่ยังไม่ได้ทานอะไรสักอย่างเหมือนรอใครและเขาไม่มา ก็ใช่นั่นแหละ เขาไม่มาจริงๆ
“ค่ะ งั้นเช็กบิลเลยค่ะ”ฉันกำลังนั่งเหม่อมองหาเขาอย่างใจจดใจจ่อจึงต้องรับกลับไปด้วยน้ำเสียงสะดุ้งใเล็กน้อยเมื่อพนักงานเดินมาบอกหลังจากที่จ่ายค่าอาหารบนโต๊ะที่ยังไม่ได้ทานสักอย่างเรียบร้อย ฉันเดินเหมือนคนที่ขาหมดแรงมาที่รถของตัวเองมันเป็ความเหนื่อยที่เกิดขึ้นในใจร่างกายฉันดูปกติทุกอย่างแต่ในใจฉันมันหมดแรงไปจนไม่เหลือ
“วันนั้นคือคำบอกลาของคุณใช่มั้ยปกป้อง”ฉันพูดพร่ำกับตัวเองในลำคอด้วยความรู้สึกที่อยากจะร้องไห้ออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไป
[แพรวนิด]
“ทำไมใจร้ายกับฉันขนาดนี้นอกจากเวลาจะไม่ช่วยให้คุณรักฉันได้แล้วเวลายังทำให้คุณใจร้ายกับฉันได้อย่างเืเย็นอีก” ฉันพูดกับตัวเองมือทั้งสองข้างจับบังคับพวงมาลัยรถเอาไว้แน่นขาที่มันแทบจะไร้เรี่ยวแรงก็เหยียบคันเร่งพอให้รถมันเคลื่อนตัวได้ น้ำตาของฉันไหลลงมาอาบทั้งสองแก้มจนเปียกปอน
ฉันไม่รู้เลยว่าวันครบรอบ 1ปีมันจะกลายเป็วันเริ่มต้นของการหายไปนอกจากฉันจะจำว่านี่คือวันครบรอบของการพบกันฉันยังลืมไม่ลงอีกว่ามันคือวันครบรอบของการหายไปโดยไม่บอกลา
เวลาผ่านไปแล้วผ่านไปเล่า
นับจากวันที่เขาไม่มาพบฉันในวันครบรอบนั้นตอนนี้ผ่านมาแล้ว 5 เดือนหน้าบ้านของเขายังเป็สถานที่ประจำสถานที่หนึ่งที่ฉันมักจะมาแวะเวียนคอยมองดูอยู่ทุกวันแต่ก็ไม่มีโอกาสได้พบเขาตามเคยงานใหม่ของเขานั่นอยู่ที่ไหนกันเขาจำเป็ต้องทิ้งบ้านไปนานขนาดนี้เชียวเหรอ
ฉันไม่รู้ว่าเพราะอะไรฉันถึงยังตัดใจลืมเขาไม่ได้ทั้งที่เขาอาจจะไม่เคยมีฉันเก็บไว้ในความทรงจำเลยหรืออาจจะเป็เพราะฉันตั้งใจรักเขามาั้แ่แรกหรือเปล่านะ
ลืม เป็คำสั้นๆ แต่ทำยากมาก แล้วฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนเราจะรอใครสักคนได้นานแค่ไหนและจะรักใครสักคนที่ไม่มีการพบเจอหรือพูดคุยไปได้ตลอดจริงหรือเปล่า
หรือที่จริงความไม่ชัดเจนนั้นมันชัดเจนที่สุดแล้วว่าเขาไม่มีวันมองฉันเป็ได้มากกว่าที่เขาบอกไว้ั้แ่แรกถ้าเื่นี้จะมีใครสักคนที่ผิดก็คงเป็ฉันคนเดียวที่ไม่ทำตามข้อตกลง
ฉันยืนมองออกไปนอกริมระเบียงของห้องด้วยสายตาอาวรณ์เผลอคิดทบทวนเื่ที่ผ่านมาและตัดสินใจทำบางอย่างน้ำในดวงตาทั้งสองข้างก็ไหลนองลงมาอาบแก้มจนเปียก
ฮืบบบ
เสียงสูดลมหายใจเข้า ของฉันดังขึ้นพร้อมยกมือขึ้นปาดเช็ดคราบน้ำตาบนแก้มทั้งสองข้างก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาและกดสายโทรออก
“พ่อค่ะ เื่ที่แพร เคยคุยกับพ่อไว้ตอนนี้แพร ตัดสินใจได้แล้วนะคะ เย็นนี้แพรกลับไปคุยต่อที่บ้านนะคะ”ฉันบอกพ่อตัวเองด้วยเสียงนิ่งเรียบผ่านสายการโทรก่อนจะกดวางสายและกลับบ้านไปหาพ่อและแม่ของตัวเองที่บ้านเพื่อคุยธุระกับท่านทั้งสอง
.บ้านพ่อและแม่ของแพรวนิด
“แล้วลูกจะไปวันไหน”พ่อของฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดีและอ่อนโยนหลังจากที่เราสามคนพ่อแม่ลูกคุยธุระกันจนมาถึงบทสรุปของเื่ราว
“แพร ว่าจะไปวันมะรืนนี้ค่ะจะได้มีเวลาไปเตรียมตัวก่อน”
“แพร เปลี่ยนใจไม่ต้องไปไม่ได้เหรอลูกแม่เป็ห่วง” แม่ของฉันลูบผมฉันเบาๆ เสียงที่อ่อนโยนกำลังอ้อนให้ฉันเปลี่ยนใจ
“แม่ค่ะ แพรไม่ได้ไปไหนไกลเลยถ้าว่างแพรก็กลับมาหาพ่อกับแม่ได้ตลอดเลยนะ”ฉันเอียงตัวกอดและซบลงที่อกของผู้เป็แม่พร้อมตอบท่านด้วยน้ำเสียงของเด็กขี้อ้อนคนหนึ่ง
“ให้ลูกไปเถอะคุณลูกจะได้มีประสบการณ์นำกลับมาใช้เมื่อต้องรับ่ธุรกิจครอบครัวต่อจากผม”พ่อของฉันช่วยพูดกับแม่อีกเสียงหนึ่ง อย่างที่พ่อฉันพูดนั่นแหละฉันเป็ลูกคนเดียวของบ้านธุรกิจทั้งหมดที่ครอบครัวทำอยู่ฉันจึงเป็ผู้ที่ต้องดูแลต่อเมื่อวันที่พ่อของฉันเกษียณตัวเอง
“ถ้าอย่างงั้นวันที่ลูกจะย้ายของไปที่นั่นให้พ่อกับแม่ไปส่งด้วย เข้าใจมั้ย” เสียงของผู้เป็แม่ค้อนด้วยความน้อยใจก็ท่านไม่อยากให้ฉันห่างสายตาเพราะตอนฉันไปเรียนต่อที่เมืองนอกก็ห่างอกท่านนานหลายปี
“ค่า....คุณนาย”ฉันตอบเสียงหวานลากเสียงยาน ก่อนจะหอมแก้มของผู้เป็แม่ไปหนึ่งฟอดและกอดท่าน ใบหน้าของฉันยิ้มแต่ในใจของฉันก็แอบหวั่นไหวเพราะต้องย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะอยากลืมภาพความทรงจำบางภาพออกไปเสียทีฉันปล่อยให้ตัวเองจมปลักมานานมากเกินไปแล้ว
***