เป็นแมงดาในวันสิ้นโลก ด้วยระบบเทพแมงดา (NC+ ฮาเร็ม)

    ตอนที่ 22: กับดักพิษ


    ท่ามกลางป่ากล้วยชื้นเปียกและเนินดินเปียกโคลนที่ปกคลุมด้วยไอหมอกฝนหนาทึมเทา ชานนท์ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยกไฟฉายยุทธวิธีของระบบขึ้นมากดเปิดใช้งาน กะพริบแสงสว่างสีฟ้าจ้าสั้นๆ สามครั้งซ้อนเป็นสัญญาณไฟเตือนภัยเด็ดขาดลั่นแนวป่าธรรมชาติ

    *วิ้ง! วิ้ง! ...วิ้ง!*

    สิ้นสัญญาณไฟ กิ๊ฟและน้าดา (สุดา) พรานสาวใหญ่ไม่รอช้า ต่างรีบกึ่งจูงกึ่งพยุงนำทางขบวนชาวบ้านลี้ภัย ทั้งเด็กเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความหวาดกลัวและคนแก่วิ่งเหยียบย่ำดินเลนโคลนแดงลื่นเฉอะแฉะ ลัดเลาะฝ่าแนวป่าต้นยางพาราเบื้องขวาอย่างทุลักทุเล ลมพัดใบตองป่ากล้วยดังพึ่บพั่บเบาๆ ทุกคนเร่งฝีเท้าหนีอย่างรวดเร็วเข้าสู่เขต "ดงลานกับดัก" ท้ายสวนปู่ช้วน ซึ่งนนท์และกิ๊ฟเคยร่วมกันขุดและติดตั้งขวากหนามไว้ล่วงหน้าอย่างแน่นหนาก่อนหน้านี้เพื่อสกัดผู้รุกรานวันสิ้นโลก

    ไล่หลังขบวนผู้อพยพไปไม่ไกล เสียงคำรามและเสียงแผดกระหึ่มระเบิดท่อของมอเตอร์ไซค์วิบากสองคันของพวกสมุนผู้ใหญ่อรรถแผดดังสะท้านป่ายางพารา ควันไอเสียสีดำคละคลุ้งหนาทึบผสมหยาดฝนปะปนกับเสียงปลดสลักปืนยาวและเสียงสาดกระสุนปืนไรเฟิลล่าสัตว์กึกก้องสะท้อนเนินเขาป่ายางอย่างลำพองใจและป่าเถื่อน

    "หนีไปก็ตายเปล่าโว้ย! ไอ้พวกหมาจนตรอกเหี่ยวแห้ง! ยอมให้พวกกูจับตัวไปส่งผู้ใหญ่ซะดีๆ ขืนวิ่งหนีกูจะยิงกราดให้ตัวพรุนเป็นรังผึ้งคาโคลนแดงนี่แหละ! นึกเหรอว่าพวกมึงจะรอดพ้นอำนาจปืนของผู้ใหญ่อรรถไปได้!" สมุนติดปืนคนหนึ่งตะโกนสบถคำดุดันพลางบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์วิบากกวดไล่ตามเข้ามาด้วยความย่ามใจและยะโสโอหังโดยไม่ได้ระมัดระวังกับดักเบื้องหน้าแม้แต่น้อย

    ...

    สมุนของอรรถที่วิ่งก้าวตามและขับขี่รถไล่ล่าบุกเข้ามาอย่างอวดดี ทันใดนั้น เมื่อพรรคพวกแถวหน้าสามคนแรกวิ่งทะลวงทะลุพุ่มไม้เตี้ยเหยียบผ่านแผ่นไม้บางที่ประดับพรางด้วยใบตองกล้วยป่าแห้งสีเหลืองหม่นบนพื้นเลนโคลนแดงเลื่อนไหลเปียกน้ำฝน

    *กร๊อบ... โครม!!!*

    เสียงแผ่นไม้พรางหักสะบั้นและยุบถล่มลงในพริบตา ร่างของสมุนคนพาลทั้งสามคนร่วงกระแทกดิ่งลึกลงสู่หลุมกับดักขนาดใหญ่ลึกเกือบสองเมตรที่นนท์ขุดพรางไว้เบื้องล่าง ฝุ่นดินและเศษตองแห้งพ่นกระจายว่อน ทันใดนั้น เสียงร้องครวญครางและเสียงกรีดร้องด้วยความโหยหวนเจ็บปวดทรมานสุดชีวิตดังแผดก้องลั่นป่ายางสลัวอย่างน่าสยดสยองสะท้านแก้วหู

    "อ๊าก!!! ขาของกู! ช่วยด้วย! ไม้ไผ่เสียบทะลุหมดแล้ว! ร้อน... ร้อนแผลเหลือเกิน! แผลมันเปลี่ยนสีแล้วโว้ย!"

    ภายในก้นหลุมมืดชื้นแฉะ ขวากไม้ไผ่ป่าแหลมเปี๊ยบกลายพันธุ์ที่แข็งเหนียวราวกับปลายหอกเหล็กกล้า ปักตระหง่านเรียงรายชี้ฟ้าทะลวงปักทะลุฝ่าเท้า ปลายเท้า ทิ่มแทรกเข้าสู่หน้าอก ลำตัวของชายหนุ่มสามคนอย่างทารุณไร้ปรานี ยิ่งไปกว่านั้น ปลายแหลมของขวากไม้ไผ่ทุกเล่มยังถูกเคลือบหนาชโลมไปด้วยพิษยางไม้ป่ากลายพันธุ์สีม่วงคล้ำดำมะเมื่อมที่นนท์กับสมเกียรติช่วยกันสกัดเคี่ยวบ่มไว้ในวันก่อน ซึ่งแฝงไอออร่ามานาสังหารระดับยีน

    พิษร้ายแรงจากยางไม้กลายพันธุ์ซึมผ่านแผลเปิดสดๆ พลันกระจายทำลายระบบประสาทและทำลายเนื้อเยื่ออย่างโหดเหี้ยมรวดเร็ว บาดแผลและผิวหนังของคนเจ็บทั้งสามพลันเปลี่ยนสีพุพองขึ้นเป็นสีม่วงคล้ำปนดำในเวลาไม่กี่วินาที ร่างกายสั่นสะท้านชักกระตุกเกร็งอ้าปากกว้างสูดลมหายใจติดขัดดวงตาเหลือกค้างหมดสภาพการต่อสู้จมกองเลือดสีดำคล้ำส่งกลิ่นคาวและกลิ่นยางพิษฉุนกึกอวลทั่วหลุมมรณะ ชายหนุ่มทั้งสามสิ้นใจเสียชีวิตคาที่อย่างน่าสยดสยองคาก้นหลุมกับดักสิ้นชื่อคนพาลในพริบตา

    กับดักดงลานนี้คือผลงานการออกแบบที่นนท์ภาคภูมิใจ ในโลกที่ปืนและกระสุนเริ่มมีจำกัด การใช้ทรัพยากรธรรมชาติมาผสมผสานพลังระบบมานาคือหนทางรักษาความปลอดภัยของค่ายที่ดีที่สุด และผลลัพธ์ของมันก็พิสูจน์แล้วในตอนนี้ว่าทรงอานุภาพเพียงใดในการบดขยี้ขวัญกำลังใจศัตรู

    ...

    พวกสมุนที่ไล่ตามมารอบหลังเห็นเพื่อนร่วมแก๊งร่วงหล่นหลุมและดิ้นทุรนทุรายตายอย่างน่าอนาถต่อหน้าต่อตา ต่างพากันเหยียบเบรกจนมอเตอร์ไซค์ล้มคว่ำและหยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน ใบหน้าซีดเผือดสับสนวุ่นวายหวาดผวาสุดขีดกับความอำมหิตของกับดักที่คาดไม่ถึงและรุนแรงสะท้านขวัญจนมือไม้สั่นเทาไม่กล้าก้าวเท้าสืบต่อ

    น้าดาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและปราดเปรียวด้วยสัญชาตญาณพรานป่าลึกลับ ร่างระหงปีนขึ้นไปซุ่มอยู่บนกิ่งไม้สูงของต้นยางพาราใหญ่อย่างเงียบกริบไร้สุ้มเสียง ในมือจับคันหน้าไม้ขึ้นมาพาดลูกศรแหลมคม เล็งสอดสายตาผ่านพุ่มไม้ลงสู่เป้าหมายสมุนปืนยาวที่ยืนสั่นงันงกด้านหลังอย่างใจเย็นสะกดลมอารมณ์แววตาคมดุราวกับนกเหยี่ยวป่าล่าเหยื่อ นนท์และกิ๊ฟที่ลอบมองอยู่ยังต้องทึ่งในความเฉียบขาดและความนิ่งสงบของพรานสาวใหญ่รายนี้ที่สมกับเป็นผู้สืบทอดสายเลือดโบราณ

    *ฟุ่บ! ...ฟุ่บ!*

    เสียงดีดสลักกลไกหน้าไม้เบาหวิวดุจสายลมพัดผ่าน ลูกศรพรานแหลมกริบยิงเจาะทะลุขมับขวาของยามคนหนึ่งร่วงคว่ำหน้ากระแทกเลนดินดังปึกโดยไม่มีโอกาสร้องอ้อนวอนขอชีวิต น้าดาสไลด์ดึงคันยิงซ้ำอีกนัดอย่างฉับไว ลูกศรดอกที่สองพุ่งเจาะขั้วหัวใจของสมุนปืนไรเฟิลอีกคนส่งร่างหงายหลังฟาดดินแน่นิ่งไปอย่างไร้เสียงรบกวนป่าทึบฝนตก ฝีมือการยิงแผลงศรอันเด็ดขาดรวดเร็วของสาวใหญ่พรานป่าสะท้อนความเป็นสายเลือด Mystic Hunter อย่างน่าเกรงขาม

    ...

    ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน ชานนท์ใช้ประโยชน์จากระบบพรางตัวของเกราะเทวะเคลื่อนกายดุจผีไร้เงามุดผ่านดงใบกล้วยอย่างรวดเร็ว พุ่งชาร์จเข้าประชิดด้านข้างของสมุนที่เหลืออยู่ นนท์ยื่นมือแกร่งทรงพลังหนุน 'แรงช้างสาร' เข้ากระชากปืนยาวไรเฟิลล่าสัตว์ออกจากมือของคนร้ายอย่างเด็ดขาด แล้วกดบีบใช้แรงมือขยำหักลำกล้องเหล็กกล้าคดงอเบี้ยวผิดรูปจนพังเสียหายใช้งานไม่ได้ทันที สมุนปืนตาเหลือกตกใจสุดชีวิตกับแรงมหาศาลปานยักษ์ปักหลั่นที่โผล่จากความว่างเปล่าหักเหล็กดิบแหลกคามือ

    นนท์ส่งกระแสความคิดสั่งการผ่านจิตสัมผัสในหัวของกิ๊ฟทันที: *"กิ๊ฟ! ลงมือได้เลย!"*

    กิ๊ฟรับคำสั่งทางจิตสัมผัส เธอดีดตัวพุ่งข้ามเนินโคลนไปปลดล็อกรอกไม้สลักที่ยึดกับดักซุงไม้ยักษ์ท้ายสวนทันที!

    *ครืนนน... ฟิ้ว!!!*

    ซุงไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่ยาวสองเมตรครึ่งที่ผูกรั้งแกว่งเหวี่ยงลงมาจากยอดไม้อย่างรวดเร็วปานลมกรดพัดผ่าน กระแทกเข้ากึ่งกลางหน้าอกและแผ่นหลังของสมุนคนพาลสองคนปะทะอย่างรุนแรงปังใหญ่สนั่นป่าลั่นสะเทือน!

    *กร๊อบ... อั่ก!!!*

    เสียงกระดูกซี่โครงพังและปอดแตกสะท้านทรวง ร่างของสมุนทั้งสองคนกระเด็นลอยละลิ่วตกลงไปนอนสลบคาคราบโคลนเปียกเลือดจมลงในดินเลนไร้ทางต่อสู้ ปืนยาวร่วงหลุดมือกระแทกหินแน่นิ่งไป

    ...

    สมุนของอรรถสองคนสุดท้ายที่อยู่แนวหลังสุด เมื่อจ้องมองเห็นภาพพรรคพวกโดนบดขยี้แหลกลาญและกับดักมรณะดักสังหารรอบทิศทาง ต่างพากันหวาดกลัวตัวสั่นเทิ้มจนปัสสาวะแทบราด ขวัญหนีดีฝ่อโยนปืนยาวทิ้งในโคลนแล้วบิดมอเตอร์ไซค์วิบากเลี้ยวกลับรถบิดกระชากหนีเตลิดข้ามเนินเขาหลังค่ายหายวับไปอย่างทุลักทุเลสุดกำลังชีวิตไร้ทางสู้ต่อสิ้นท่ายอดคนพาล

    นนท์ยกมือส่งสัญญาณห้ามกิ๊ฟและน้าดาไล่ตาม: "อย่าตามพวกมันไปครับ! ในป่ามืดค่ำอาจมีฝูงซอมบี้อื่นซุ่มอยู่ รีบนำคนเจ็บและชาวบ้านผู้อพยพเข้าสู่กำแพงค่ายชั้นในบ้านสวนก่อน แพรเตรียมยารอรักษาอยู่!"

    ขบวนผู้อพยพทุกคนเคลื่อนเข้าสู่ประตูค่ายสวนปู่ช้วนอย่างปลอดภัย หมอแพรรีบจัดเตรียมอุปกรณ์แพทย์ ยาสามัญประจำบ้านและสมุนไพรรักษาแผล และทำความสะอาดแผลปฐมพยาบาลคนป่วยและเด็กๆ อย่างอ่อนโยน ปลอบโยนเด็กๆ ที่สั่นเทาด้วยนมอุ่นและผักต้มกลายพันธุ์วิเศษจนชาวบ้านต่างตื้นตันก้มกราบขอบคุณนนท์และสองสาวด้วยน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความตื้นตันใจ

    แปลงผักกลายพันธุ์สีทองมรกตที่ส่องแสงวิบวับอยู่ในค่ายเปรียบเหมือนดินแดนสรวงสวรรค์ที่ชุบชีวิตผู้ลี้ภัยจากความอดอยากหิวโหย ทุกคนกวาดสายตามองรอบข้างด้วยความซาบซึ้งและรู้สึกโชคดีอย่างที่สุดที่รอดชีวิตมาพบเจอนนท์และค่ายแห่งนี้ ยิ่งน้ำบาดาลที่ผ่านพลังออร่ามานาทำให้พวกเขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่กลับคืนมา

    ทว่าความโล่งใจก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อน้าดาพรานป่าสาวใหญ่วัยสามสิบห้าเดินเข้ามาใกล้นนท์หลังล้างคราบโคลนที่เนื้อผิวสีน้ำผึ้งเต่งตึงของเธอออก เผยให้เห็นดวงตาคมของเธอที่เต็มไปด้วยความจริงจังระคนตึงเครียด หมอแพรยืนกุมชุดปฐมพยาบาลอยู่ข้างๆ มีสีหน้าซีดเผือดลงทันควันเมื่อได้ยินคำอธิบายของน้าดา น้าดาเอ่ยปากบอกข่าวน่ากลัวสะท้านอกแก่นนท์ด้วยน้ำเสียงกระซิบจริงจัง:

    "ชานนท์... ศึกนี้พวกมันแค่มาหยั่งเชิงแกะรอยตามฉันเฉยๆ แต่ข่าวร้ายจริงคือตอนนี้ผู้ใหญ่อรรถส่งคนไปทำเขื่อนดินขนาดใหญ่ปิดกั้นลำธารต้นน้ำธรรมชาติเหนือน้ำตกสามยอดกักน้ำสะอาดไว้คนเดียว และส่งสาส์นขู่ด่วนผ่านมาทางชาวบ้านผู้ลี้ภัยว่า... ถ้าค่ายบ้านสวนเกษตรของพวกคุณไม่ยินยอมส่งมอบข้าวปลาเสบียงผักกลายพันธุ์วิเศษทั้งหมด และส่งตัวผู้หญิงสวยๆ สองคนคือกิ๊ฟและหมอแพรไปสังเวยเป็นส่วยบำเรอพวกมันที่ค่ายด้านล่างในคืนนี้... มันจะจุดระเบิดปล่อยน้ำเสียสารเคมีอุตสาหกรรมเก่าจากบ่อขยะพิษเหนือน้ำตกราดลงมาทำลายลำธารธรรมชาติท่วมแปลงผักสมุนไพรของค่ายปู่ช้วนให้เน่าตายพังพินาศหมดสิ้นในคืนนี้แน่นอน! แปลงผักกลายพันธุ์ที่เป็นหัวใจของค่ายนี้จะแห้งเหี่ยวและเสียหายถาวรจนไม่มีน้ำสะอาดกลับมาใช้ได้อีกเลยในวันสิ้นโลกอันแสนโหดร้ายนี้!"