




@งานเลี้ยง&แถลงข่าวบริษัท ชวากร กรุ๊ป
เสียงกดแฟลตรัวๆจากกล้องถ่ายรูปของบรรดานักข่าวดังขึ้นอย่างไม่ขาดสายเพื่อเก็บภาพบรรยากาศภายในงานแถลงข่าวและเลี้ยงต้อนรับหุ้นส่วนรายใหญ่ที่ตกลงมาร่วมลงทุนกับชวากรกรุ๊ป
แน่นอนว่าข่าวนี้ทั้งบรรดาสื่อและคนในวงการธุรกิจต่างให้ความสนใจกับเื่นี้เป็อย่างมาก เนื่องจาก บ.ชวากรกรุ๊ป เป็บริษัทใหญ่ที่มีชื่อเสียงมายาวนานและสร้างรายได้อย่างมหาศาลในแต่ละปีได้ตกลงเซ็นสัญญาร่วมลงทุนกับนักธุรกิจไฟแรงจากแคนาดาผู้ที่ถูกกล่าวขานในวงการธุรกิจจากแถบยุโรปว่าเป็นักสร้างเงินมือฉกาจที่อายุน้อยที่สุดจนได้รับฉายาว่า 'พ่อมดแห่งวงการธุรกิจ' และที่สำคัญคือแทบจะไม่มีใครเคยได้เห็นหน้าตาจริงๆของเขาเลย
สถานที่ในการทำสัญญาถูกจัดขึ้นในรูปแบบงานเลี้ยงตอนรับ ซึ่งแน่นอนว่ามีนักธุรกิจในวงการมากหน้าหลายตาเข้ามาร่วมเป็สักขีพยานในการเซ็นสัญญานี้
สุชาติ ชวากร ผู้เป็เ้าของงานเดินควงคู่มากับดรุณีภรรยาคนปัจจุบันของเขาตามด้วยดลยาลูกสาวคนสวยของดรุณีกับสามีเก่าที่เสียชีวิตไปั้แ่ดลยายังเป็เด็ก
โรสรินที่ควงคู่มากับปรเมศร์สามีของเธอต้องหงุดหงิดั้แ่งานยังไม่เริ่มเมื่อดรุณีผู้เป็แม่เลี้ยงและดลยาที่เป็แค่ลูกติดของดรุณียืนเชิดหน้าชูคออยู่เคียงข้างสุชาติพ่อของเธอที่กำลังยืนให้สัมภาษณ์กับนักข่าวด้วยความหมั่นไส้ ทั้งๆที่สองแม่ลูกนั่นเป็เพียงแค่กาฝากที่มาอาศัยอยู่ในบ้านและคอยกัดแทะทรัพย์สมบัติของเธออย่างไม่รู้สึกละอายใจ.
ปรเมศร์เริ่มเอือมระอากับความใจแคบของภรรยาจึงต้องเดินเลี่ยงไปอีกทางเพราะโรสรินนมักจะพาลมาลงที่เขาอยู่เสมอ
"อ้าวตะวัน...ทำไมมายืนหลบอยู่ตรงนี้ล่ะ"
ปรเมศร์เดินเข้ามาทักทายทานตะวันที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆเวที
"เอ่อ..."
ทานตะวันยังไม่ทันได้พูดอะไรโรสรินก็เดินปึงปังเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
"เมศร์คะ! โรสตามหาคุณอยู่ตั้งนาน"
"แล้วนี่มายืนลับๆล่อๆ อะไรกันอยู่ตรงนี้!? " โรสรินถามขึ้น
"ตะวันก็มาดูแลความเรียบร้อยในงานไงคะ" ทานตะวันบอกกับพี่สาวอย่างเหนื่อยใจ
"แล้วคุณละคะเมศร์?จะบอกโรสได้รึยัง?"
โรสรินหันมาเล่นงานสามี เพราะน้องสาวของเธอพูดถูก...นี่มันเป็งานที่ทานตะวันจะต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว
"โธ่โรส! ผมแค่จะมาถามกำหนดการในงาน คุณจะมาเซ้าซี้อะไรนักหนา!"ปรเมศร์ตำหนิภรรยา
"ตะวันขอตัวไปเข้าห้องน้ำนะคะ" ทานตะวันพูดขึ้นและเดินออกมาทันที

ทานตะวันออกมาเดินเล่นด้านนอกของงานเพราะเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาตามกำหนดที่แขกคนสำคัญของงานจะเดินทางมาถึงที่นี่
ในส่วนของการบริหารทานตะวันสังเกตว่าพ่อของเธอจะตั้งความหวังไว้กับหุ้นส่วนคนนี้มากเพราะทานตะวันมักจะได้ยินปรเมศร์พี่เขยของเธอมาพร่ำพูดถึงหุ้นส่วนคนนี้ว่าเขาประสบความสำเร็จจนร่ำรวยมหาศาลและเก่งกาจมากจนเป็ที่กล่าวขานในวงการของนักธุรกิจแถบยุโรป
ถ้าเขาเก่งกาจขนาดนั้นจริงเธอก็ขอชื่นชมกับความสามารถของเขา แต่เดี๋ยวนะ!! เหมือนเธอเคยได้ยินปรเมศร์พูดถึงหุ้นส่วนคนนั้นว่าธีธัศนี่นา
ทานตะวันขนาดคิ้วขึ้นเมื่อนึกถึงชื่อนี้....ภาพใบหน้าของผู้ชายคนนั้น แววตาของเขาและเสียงะโของเขา....
"ผมชื่อ ธีธัศ นะ"
ทานตะวันพยายามสลัดความคิดที่แสนจะเพ้อเจ้อนี้ออกไปจากหัวของเธอ....จากที่เธอได้ยินปรเมศร์คอยสาธยายถึงความเก่งกาจและความร่ำรวยของหุ้นส่วนที่ชื่อที่ธีธัศอยู่บ่อยๆ ทำให้ทานตะวันคิดว่าคนที่ประสบความสำเร็จได้มากขนาดนี้ นอกจากความเก่งกาจที่มีแล้ว หุ้นส่วนคนนี้น่าจะต้องทำงานและมีประสบการณ์มานานมากเลยทีเดียว
ทานตะวันกำลังคิดว่าเขาน่าจะอายุมากจนเกือบจะรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเธอ แต่ผู้ชายที่ชื่อธีธัศคนนั้นดูอายุยังน้อยเกินไป...จึงเป็ไปไม่ได้ที่โลกมันจะกลมขนาดนั้น...
ตอนนี้แขกเริ่มทยอยมาในงานกันเยอะแล้ว พ่อมอบหมายให้เธอเป็ดูแลทุกอย่างในงานคืนนี้ แต่ทานตะวันไม่ค่อยชินกับการออกงานสังคมนัก อีกอย่างเหตุผลหลักที่พ่อของเธอจัดงานนี้ขึ้นมาเพราะมันเป็งานเลี้ยงฉลองการจับมือกันทางธุรกิจอย่างเป็ทางการกับ ดร.ธีธัศ อัศวะเทวา หุ้นส่วนที่พ่อบอกว่าเขาเป็นักลงทุนและเ้าของอสังหาริมทรัพย์จากแคนาดา
แต่ทานตะวันไม่ค่อยรู้เื่อะไรมากนัก เธอไม่ได้เรียนจบด้านบริหารเพราะรู้ตัวว่าไม่มีหัวไปทางด้านนี้เหมือนกับโรสรินผู้เป็พี่สาว โชคดีที่พ่อไม่ได้บังคับเธอ...ทานตะวันจึงได้เรียนต่อในทางที่เธอชอบ
ทานตะวันมีความฝันอยากจะเป็นักการทูตเธอจึงเลือกเรียนรัฐศาสตร์สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเพิ่งจะเรียนจบมา ผู้เป็พ่อจึงขอให้เธอมาช่วยงานที่บริษัทเพราะตอนนี้บริษัทกำลังมีปัญหาโดยให้เธอมาดูแลด้านการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าต่างประเทศ ทานตะวันเองก็เห็นว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไรเพราะเธอก็เรียนจบมาทางนี้อยู่แล้วและเธอก็สามารถพูดได้หลายภาษาเพราะมีครูต่างชาติมาสอนพิเศษให้ั้แ่เด็กๆแล้ว
"ใกล้ถึงเวลาแล้วสินะ"
ทานตะวันพูดขึ้นเมื่อดูเข็มนาฬิกา งานใกล้จะเริ่มแล้ว ทานตะวันคิดว่าป่านนี้แขกคนสำคัญของงานคงใกล้จะมาถึงแล้วหญิงสาวจึงเดินเข้าไปในงานอีกครั้ง
ธีธัศเดินเข้ามาในงาน...ที่จริงเขามาถึงที่นี่นานแล้วแต่ยังไม่อยากเข้าไปในงาน ชายหนุ่มจึงเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ด้านนอก
ในระหว่างที่ธีธัศกำลังเดินเข้ามาในงานนั้น ชายหนุ่มได้เห็นทานตะวันเดินผ่านหน้าเขาไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว...


ธีธัศเผลอมองตามทานตะวันเข้าไปในงานจนสุดสายตาอย่างไม่รู้ตัว ในสายตาของธีธัศ...คืนนี้ทานตะวันดูสวยสะกดตาเขาราวกับว่าเธอคือเ้าหญิงที่หลุดออกมาจากโลกนิยายจริงๆ
"คืนนี้เธอสวยมากใช่มั้ยครับ"
ริวลูกน้องคนสนิทพูดขึ้นยิ้มๆเมื่อเห็นธีธัศมองทานตะวันจนเผลอเดินตามเธอไปโดยไม่รู้ตัว
"ก็ดูงั้นๆ สวยกว่านี้ฉันก็เจอมาเยอะแล้ว"
ธีธัศหลุดจากภวังค์ ชายหนุ่มเริ่มทำหน้าตึงแล้วขยับสูทให้เข้าที่พร้อมกับหันมามองริวลูกน้องคนสนิทที่โตมาด้วยกันด้วยสายตาคาดโทษ
หลังจากที่เขาได้พลาดมอบหมายหน้าที่ให้ริวอยู่ที่นี่แล้วคอยติดตามรายงานทุกอย่างที่เกี่ยวกับทานตะวันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ั้แ่นั้นมาไอ้ลูกน้องคนนี้ก็มักจะพูดดักคอหรือทำตัวเหมือนรู้ทันเขาอยู่เสมอ
"จัดงานได้สวยดีนี่"
ธีธัศเอ่ยขึ้นเมื่อเข้ามาเห็นบรรยากาศภายในงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบหรูและมีสไตล์ ชายหนุ่มเห็นบรรยากาศบนเวทีเต็มไปด้วยหมู่มวลพฤกษาและบรรดาดอกกุหลาบอีกหลากหลายสายพันธุ์ซึ่งหาชมได้ยากได้ถูกนำมาประดับประดาไว้ในงานนี้อย่างลงตัวราวกับมันคือโลกในนิยาย...นี่คงเป็เวทีที่ใช้แสดงสินค้าสินะ...
เขายอมรับว่าคนที่เนรมิตงานในคืนนี้คงจะเป็คนที่ให้ความใส่ใจต่อรายละเอียดที่คนอื่นมักจะมองไม่เห็น ธีธัศสังเกตได้จากทุกอย่างภายในงานที่หาจุดให้เขาตำหนิไม่ได้เลย
ก่อนธีธัศจะเดินทางมาถึงที่งาน ริวได้รายงานให้เขาทราบข้อมูลคร่าวๆแล้วว่าศัตรูของเขาจะใช้โอกาสนี้นำสินค้าออกมาแสดงในงานเพื่อทำการตลาดไปในตัวด้วย
"ทุกอย่างที่เ้านายเห็น...มันเป็ฝีมือของคุณทานตะวันหมดเลยนะครับ" ริวบอกกับเ้านายหนุ่ม
"หึ! สุชาติมันคงจะตั้งความหวังไว้สูง...มันคงคิดว่าฉันจะมาช่วยมันกอบกู้กิจการที่มันยักยอกจากคนอื่นมาสินะ มันถึงได้ทุ่มทุนซื้อใจหุ้นส่วนของมันขนาดนี้"
ธีธัศเอ่ยถึงคนที่กล้าหักหลังคนที่เป็เพื่อนร่วมสาบานและลงมือฆ่าพ่อแม่เขาอย่างสมเพช
"ดูเหมือนมันจะรับรู้การมาของเ้านายแล้วนะครับ" ริวพูดขึ้น
ธีธัศปรับสีหน้าเป็ปกติเมื่อเห็นธีธัศและภรรยาเดินตรงมาตอนรับขับสู้เขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"นี่ผมมาช้าไปรึเปล่า?" ธีธัศเอ่ยถามขึ้น
"ไม่หรอก คุณเป็ตรงต่อเวลาอย่างที่ผมเคยได้ยินมาจริงๆ อีกอย่างตัวจริงคุณก็ยังเด็กกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก"สุชาติบอกกับนักธุรกิจรุ่นลูกอย่างชื่นชม
"ผมยินดีที่ได้ร่วมงานกับคนมีความสามารถอย่างคุณนะ" สุชาติส่งมือให้ธาดา
"ผมก็ยินดีมากครับ...ที่ได้มีโอกาสมาร่วมลงทุนกับบริษัทที่มีชื่อเสียงและเป็อับดับต้นๆของเอเชียอย่างชวากร กรุ๊ป "
ทั้งสองจับมือกันโดยมีนักข่าวถ่ายรูปไว้ได้และสัมภาษณ์นักธุรกิจทั้งสองทันที
***********************