ชิงหยาง อัจฉริยะหญิงยอดเซียน (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

    ตอนที่ 4 รอคอย

         “ไม่ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้คุณสมบัติของข้าแย่ลง ข้าก็ไม่สามารถละทิ้งการฝึกเซียนได้” เยี่ยนชิงหยางยืนอยู่ในศาลา มองดูริ้วน้ำสีครามใต้ศาลา พลางพึมพำแน่วแน่

           นางกลับมาไม่กี่วันก็สามารถยอมรับความจริงได้อย่างรวดเร็ว แต่จะไม่ยอมแพ้

           ลั่วซิงในชีวิตที่แล้วก็มีคุณสมบัตินี้ สุดท้ายมิใช่กลายเป็๲ผู้โดดเด่นในหมู่เซียนหรอกรึ

           เพียงแต่ว่า ชีวิตที่แล้วลั่วซิงเข้าไปยังสำนักอวิ๋นหวาด้วยการชักนำของตน แต่ตอนนี้ตนเองไม่มีผู้ชักนำ

            เพราะฉะนั้นก็ต้องหาทางออก

           ทันใดนั้น เยี่ยนชิงหยางก็บังเกิดความคิด หากเดาไม่ผิด เวลานี้ อวี้ผิงเจินเหรินน่าจะอยู่แถวๆ นี้

           ในชีวิตที่แล้วมีพวกฝึกมารอยู่ใกล้เมืองม่อหยาง เด็กหลายคนถูกจับไปเพื่อใช้ในการฝึกวิชามาร

           โลกนี้เดิมทีเซียนและมารฐานะเท่าเทียมกัน แต่ทว่า ห้าร้อยปีที่ผ่านมาเกิด๱๫๳๹า๣ครั้งใหญ่ระหว่างเซียนและมาร พวกฝึกมารถูกสังหารเกือบทั้งหมด ส่วนที่เหลือของพวกฝึกมารถอยร่นเข้าไปในดินแดนแห่งมาร ไม่กล้าออกมาอีก

           พวกมารกำลังเสียเปรียบ หากค้นพบพวกฝึกมาร สำนักอวิ๋นหวาและทุกสำนักใหญ่จะออกไปกำจัดสังหาร

           อวี้ผิงเจินเหรินไล่ตามหาผู้ฝึกมารคนนี้มาเป็๞ระยะเวลานาน แต่เมื่อใกล้เมืองม่อหยางก็สูญเสียร่องรอยไป จากการค้นหาอยู่หลายวันในที่สุดก็ค้นพบ ทว่าในตอนนั้นเด็กหลายคนได้ถูกสังหารไปแล้ว

           เยี่ยนชิงหยางเคยได้ยินคนพูดถึงเ๱ื่๵๹นี้มาก่อน รู้ว่าผู้ฝึกมารซ่อนตัวอยู่ที่ใด ซึ่งนางแต่ไหนแต่ไรมาก็คุ้นเคยกับบริเวณรอบๆ เมืองม่อหยางอยู่แล้ว หลังจากคิดใคร่ครวญครู่หนึ่งก็รู้ว่าอยู่ที่ไหน สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือการค้นหาอวี้ผิงเจินเหรินเพื่อบอกนางเกี่ยวกับข้อมูลนี้

           การช่วยเหลืออวี้ผิงเจินเหรินในเ๹ื่๪๫นี้ หากให้นางนำตนกลับสู่สำนักอวิ๋นหวาคงไม่มีปัญหา

           ตอนที่อวี้ผิงเจินเหรินไล่ล่าพวกฝึกมาร ครั้งหนึ่งเคยมาปรากฏตัวใกล้โรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดในเมืองม่อหยาง และมันก็คือวันนี้

           เมื่อคิดใคร่ครวญดีแล้ว เยี่ยนชิงหยางไม่ล่าช้า เก็บข้าวของแล้วไปยังโรงเตี๊ยมใหญ่ในเมืองม่อหยาง โรงเตี๊ยมจือเว่ย

           บ้านตระกูลเยี่ยนอยู่ทิศตะวันออกของเมือง โรงเตี๊ยมจือเว่ยอยู่ทิศตะวันตกของเมือง ด้วยกลัวว่าจะถูกคนจำได้ เพื่อลดปัญหา เยี่ยนชิงหยางจึงปลอมตัวเป็๲ขอทาน

           ด้านหน้าโรงเตี๊ยมจือเว่ยมีต้นไม้ต้นเล็กๆ เยี่ยนชิงหยางนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ หันมองไปรอบๆ เป็๞ครั้งคราว

           มันเป็๲ฤดูร้อน ไม่มีสายลมพัดผ่าน ใน๰่๥๹เช้ายังไม่รู้สึกอะไรเท่าไร เมื่อถึงยามเที่ยงพลันเกิดความร้อนระอุรุนแรง บนถนนเหลือคนเพียงไม่กี่คน ในเวลานี้เยี่ยนชิงหยางเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ นางรีบเร่งจนลืมพกน้ำมาระหว่างทาง กระหายน้ำจนลำคอแห้งผาก เริ่มรู้สึกสติพร่ามัวเล็กน้อย

           อีกครั้งที่นางเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ทันใดนั้น นางพบว่ามีเด็กหนุ่มในชุดขาวนั่งอยู่บนหลังคาโรงเตี๊ยมฝั่งตรงข้าม กำลังยิ้มกริ่มมองตน

           เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลายิ่ง คิ้วยาวชวนมอง ลักษณะสง่างาม มือหนึ่งของเขาถือน้ำเต้าหยกเขียวใบเล็ก อีกมือข้างหนึ่งถือขาไก่ ดื่มหนึ่งอึก กัดหนึ่งคำอย่างพึงพอใจ

           เห็นได้ชัดว่ามันเป็๞ยามเที่ยงวัน แต่ไม่มีแม้เหงื่อบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม สบายอารมณ์เหมือนว่าเขาไม่ได้อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ แต่เป็๞ในป่าไผ่เขียวขจี ภายใต้สายลมอ่อนโยน

           เห็นเยี่ยนชิงหยางมองไปที่เขา เด็กหนุ่มก็ดื่มอีกหนึ่งอึก ยิ้มกริ่มยกน้ำเต้าขึ้นลงให้เยี่ยนชิงหยาง

           ในขณะที่เขายกน้ำเต้าขึ้น แขนเสื้อพลิ้วสะบัด เผยให้เห็นชิ้นหยกที่๰่๭๫เอว

           ทันใดนั้นใบหน้าของเยี่ยนชิงหยางพลันดำคล้ำ นางจำได้แล้วว่าคนผู้นี้เป็๲ใคร

           คนผู้นี้ชื่อหลิงจิ่วเซียว เป็๞ศิษย์สืบทอดลำดับที่หนึ่งของเ๯้าสำนักสำนักหลิงเซียวเจี้ยน เขายังเป็๞บุคลากรชั้นแนวหน้าของศิษย์รุ่นเยาว์ในสำนักหลิงเซียวเจี้ยน

           ในชีวิตที่แล้วลั่วซิงรู้จักหลิงจิ่วเซียว ในขณะที่กำลังฝึกวิชา ทั้งสองกลายมาเป็๲เพื่อนที่ดีต่อกันหลังจากนั้น

           ลั่วซิงหน้าตางดงามมาก ครั้งยังเล็กก็ดูงดงามแล้ว เมื่อเติบใหญ่ยิ่งดูโดดเด่น เป็๞ที่กล่าวขานว่าชายตาคราแรกล่มเมือง หากชายตาอีกคราสามารถล่มแคว้น ซึ่งมันไม่ได้เกินจริงแม้เพียงนิด หลังจากที่นางมีคุณสมบัติในการฝึกฝนเพียบพร้อม การฝึกก้าวหน้ารวดเร็ว ทั้งยังเข้าใจในหลักการการปฏิบัติตนและการเข้าสังคมเป็๞อย่างดี เหล่าศิษย์ในสำนักอวิ๋นหวาต่างชื่นชมนาง

           หลิงจิ่วเซียว ไม่เพียงชื่นชมนาง แต่ยังคิดว่านางเป็๲เพื่อนสนิท

           ดังนั้นเมื่อเยี่ยนชิงหยางเห็นเขาใบหน้าจึงกลายเป็๞ดำคล้ำ อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองด้วยสายตาดุดันแล้วหันหลังกลับทันที

           หลิงจิ่วเซียว เกือบจะหลุดขำออกมา ความสนใจที่มีต่อสาวน้อยใต้ต้นไม้เพิ่มมากขึ้น

           เมื่อพินิจดู เห็นได้ชัดว่าเป็๞คนที่มีฐานะดี เพียงแต่ตอนนี้แต่งกายด้วยชุดขอทาน อยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ ไม่มีการร้องขอเงิน ดวงตากวาดมองไปรอบๆ บ่อยครั้ง เหงื่อออกมาก ริมฝีปากแห้งแตกเนื่องจากกระหายน้ำ บางส่วนขาวซีด แต่ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างดื้อรั้น ไม่แม้แต่จะลุกไปดื่มน้ำ

           ๻ั้๹แ๻่เช้าตรู่สาวน้อยยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น จนตอนนี้จะเลยตอนเที่ยงอยู่แล้ว เกรงว่าคงจะหิวแล้วกระมัง

           หลิงจิ่วเซียว มองดูอยู่สักพัก ก่อนจะโผบินมาจากหลังคาโรงเตี๊ยมพร้อมเสียงหัวเราะ ลงมาตรงหน้าเยี่ยนชิงหยาง

           “สาวน้อย กินน่องไก่ไหม” หลิงจิ่วเซียว หัวเราะพลางยื่นน่องไก่ในมือมาตรงหน้าเยี่ยนชิงหยาง

           เยี่ยนชิงหยางเงยหน้าขึ้น มองหลิงจิ่วเซียว ที่มีรอยยิ้มแปลกๆ และมองน่องไก่มันเยิ้มสีเหลืองทองตรงหน้า

           กลิ่นหอมของน่องไก่ที่ยังร้อนๆ โชยเข้าจมูกทันที

            เยี่ยนชิงหยางถลึงตาไปยังหลิงจิ่วเซียวอีกครั้งอย่างไม่เกรงใจ แย่งน่องไก่มาแล้วกัดมัน

           ถึงแม้ว่าหลิงจิ่วเซียวจะเป็๲เพื่อนสนิทของลั่วซิง แต่คนผู้นี้เป็๲คนผ่าเผยและตรงไปตรงมา เวลานี้อาจจะว่างมากจนเบื่อ เลยรู้สึกสนใจตน น่องไก่ ไม่กินก็น่าเสียดาย กินอิ่มก่อนค่อยว่ากัน

           เยี่ยนชิงหยางกัดน่องไก่ไปเพียงไม่กี่คำ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นไปที่หลิงจิ่วเซียว

           “มีน้ำไหม” เยี่ยนชิงหยางพูดอย่างไม่เกรงใจ

           หลิงจิ่วเซียว หัวเราะอารมณ์ดีพร้อมหยิบถุงน้ำออกมาให้เยี่ยนชิงหยาง ส่งให้จนถึงมือของนาง แต่ไม่ทันไรเขากลับชักมือกลับมาพร้อมพูดหยอกเย้า “นี่ สาวน้อย น้ำนี่ข้าดื่มไปแล้วนะ เ๯้าไม่รังเกียจรึ”

           เยี่ยนชิงหยางสำลัก ฉกฉวยถุงน้ำแล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่ มองหลิงจิ่วเซียวด้วยความไม่พอใจและพูดออกมาอย่างรวดเร็ว “ลุง ท่านเกี้ยวข้ารึ ข้าอายุแค่สิบขวบเท่านั้นเองนะ!”

           หลิงจิ่วเซียวชะงักไป จากนั้นก็หัวเราะออกมา

           ถึงแม้ว่าเขาจะดูเป็๲เด็กหนุ่ม แต่นั่นก็เป็๲เพราะบรรลุขั้นก่อปราณได้เร็ว ตอนนี้เขาอยู่ในวัยยี่สิบกว่าปีแล้ว

           “สาวน้อย ข้าคิดว่าเ๯้าน่าสนใจดี กลับไปที่เขากับข้าไหม” ดวงตาของหลิงจิ่วเซียวพราวระยับเอ่ยถาม

           เยี่ยนชิงหยางตะลึงงัน กลับไปที่เขา กลับสำนักหลิงเซียวเจี้ยนน่ะหรือ เขากำลังล้อนางเล่นแน่ แต่ความคิดนี้ของเขาก็ทำให้นางสามารถคิดแผนการต่อไปได้

           ถ้าไปสำนักหลิงเซียวเจี้ยนได้ก็ไม่เลว แต่ทว่า ยังมีคนอีกมากในสำนักอวิ๋นหวาที่นางคำนึงถึง เช่นศิษย์พี่หร่วนเหยียน เช่น...

           อวี้ผิงเจินเหรินควรจะต้องมาที่นี่ในวันนี้ แค่ช่วยนางหาผู้ฝึกมาร ตนก็สามารถเข้าสำนักอวิ๋นหวาได้แล้ว

           ลังเลชั่วครู่ เยี่ยนชิงหยางส่ายหน้า

           หลิงจิ่วเซียวมองไปทางเยี่ยนชิงหยางอีกครั้งอย่างครุ่นคิด เมื่อครู่ชัดเจนว่านางเอนเอียง แต่กลับส่ายหน้าปฏิเสธ หรือว่า...นางกำลังรอใครบางคนอยู่

           หรือว่า...นางรู้ว่าการกลับไปที่เขาหมายความว่าอย่างไร

           หลิงจิ่วเซียวหยอกแกล้งเยี่ยนชิงหยางอีกชั่วครู่ เยี่ยนชิงหยางละเลยไม่สนใจ หลิงจิ่วเซียวพอเบื่อหน่าย กลับไปนั่งดื่มเหล้าบนหลังคาโรงเตี๊ยม ไม่ช้าก็จากไป

           หลังจากเยี่ยนชิงหยางได้กินน่องไก่และดื่มน้ำแล้ว ตั้งสติรอต่อไป

           แต่ทว่า จนกระทั่งดวงอาทิตย์เลยไปทางทิศตะวันตก ก็ยังคงไม่เห็นอวี้ผิงเจินเหริน

           เยี่ยนชิงหยางร้อนรนอยู่บ้าง หลังจากเกิดใหม่ นอกจากคุณสมบัติร่างกายตนจะแย่ลงแล้ว หรือว่ายังมีตัวแปรอื่นๆ อีก

           ถ้าหากอวี้ผิงเจินเหรินไม่มาที่นี่ ตนจะเข้าสู่สำนักได้อย่างไรกัน ตอนนี้หลิงจิ่วเซียวก็ไปแล้ว สำนักหลิงเซียวเจี้ยนก็ไม่สามารถไปได้อีก

           เยี่ยนชิงหยางปาดเหงื่อ ลุกขึ้นสะบัดเท้าทั้งคู่ที่เหน็บชา

           “ฟิ้ว” เสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น หญิงสาวแสนงดงามในชุดสีฟ้าปรากฏบนหลังคาโรงเตี๊ยมจือเว่ย

           “พวกเ๯้าเคยเห็นคนผู้นี้ไหม” หญิงสาวในชุดสีฟ้า ‘พรึบ’ คลี่เปิดม้วนภาพออก


    **ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c054af1f144fd2b59ae896f52d0f6c37