เมื่อเข้ามาในบาเรียสีดำสิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือวิหารขนาดใหญ่มีรูปปั้นสวมผ้าคลุมยืนเรียงรายด้านซ้ายและขวาโดยมีทางเดินอยู่ตรงกลางระหว่างรูปปั้นเ่าั้
' ที่นี่คือวิหารของเทพแห่งความตายไม่ผิดแน่ เพียงแต่......'
ดวงตาสีโลหิตจ้องมองเข้าไปในวิหารเบื้องหน้า ที่นั่นมีห้องใต้ดินกำลังผนึกอะไรบางอย่างเอาไว้ด้านใต้ แถมสิ่งที่โดนผนึกก็แผ่ออร่าสีเทาออกมาไม่หยุดหย่อนอย่างบ้าคลั่ง
มิหนำซ้ำออร่าเหล่านี้ยังมีกลิ่นอายที่น่าสะอิดสะเอียนเป็ภัยต่อสิ่งมีชีวิตทุกประเภท
ค็อกแค่กๆ
เดธชำเลืองมองเ้าของเสียงเห็นหญิงสาวที่เคยมีเื่กับชายฉกรรจ์ 3 คนนอกบาเรียกำลังส่งเสียงไอด้วยสีหน้าทุกข์ทรมานเหมือนคนป่วย
แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังคงกำดอกไม้ในมือแน่นอย่างระมัดระวังประดุจสมบัติล้ำค่าแสนสำคัญ และเดินผ่านรูปปั้นเข้าไปในวิหารเพื่อสวดมนต์ภาวนาต่อเทพแห่งความตายเหมือนทุกวัน
[ อีฟ ] Lv: 15
อายุ: 18
อาชีพ: แม่มด
ค่าพลังเวทย์: 2400
ค่าพละกำลัง: 600
ค่าพลังิญญา: 9500
ความสามารถพิเศษ: เวทมนตร์ธาตุไฟ , เวทมนตร์ธาตุมืด
สถานะ: ป่วย , ติดพิษ , เหยื่อของ โรคระบาด(Pestilence )
.
.
.
เดธตรวจสอบค่าสถานะของหญิงสาวอยู่ครู่หนึ่งพบว่าอีกฝ่ายมีค่าพลังิญญาค่อนข้างสูงหากเปรียบเทียบกับมนุษย์คนอื่น
เหตุผลที่มีพลังิญญาสูงขนาดนี้น่าจะเกิดจากการที่หญิงสาวคลุกคลีอยู่ในวิหารแห่งนี้เป็เวลานานและเผลอดูดซับเอาพลังิญญาเข้าร่างกายโดยไม่รู้ตัว
ค็อกแค่กๆ
เสียงไอดังออกมาจากวิหารอีกครั้ง หญิงสาวนามว่า อีฟ คนนี้มีสถานะติดพิษเนื่องจากััออร่าสีเทาทุกวัน
' คนธรรมดาทั่วไปไม่สามารถมองเห็นออร่าสีเทาที่เล็ดรอดออกมาจากชั้นใต้ดินของวิหารได้ เหนือสิ่งอื่นใดวิหารแห่งนี้เก่าแก่เกินไปจนอาจกลายเป็ภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในอีกไม่ช้า.....'
พลังิญญาซึ่งคอยประคับประคองวิหารและบาเรียเริ่มเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา คาดว่าอีกไม่เกิน 1 ปีบาเรียจะพังทลายลงและส่งผลให้เ้าของออร่าสีเทาซึ่งถูกผนึกอยู่ในชั้นใต้ดินได้รับอิสระ
สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้เป็เ้าของออร่าทรงพลังไม่น้อยเลยทีเดียว
[ โรคระบาด ]
อายุ: 5,335,000 ปี
อาชีพ: อดีต 1 ใน 4 จตุรอาชา
ค่าพลังเวทย์: 0
ค่าพละกำลัง: 0
ค่าพลังิญญา: 37,000,000,000,000
' 1 ใน 4 จตุรอาชา? ' เดธรู้สึกคุ้นหูเหมือนเคยได้ยินอาชีพของสิ่งมีชีวิตที่โดนผนึกใต้วิหารจากโลกใบเดิมของเขา
หากจำไม่ผิดเื่ราวของ 4 จตุรอาชาเปรียบเสมือนตำนานวันสิ้นโลกหรือตำนานวันพิพากษาซึ่งเขียนอยู่ในคัมภีร์ของศาสนาคริสต์
ว่ากันว่าเมื่อใดที่จตุรอาชาทั้ง 4 ปรากฏกายจะเกิดหายนะใหญ่หลวงไปทั่วโลก มีคนตายมากมายราวผักปลาจากาสมรภูมิและความอดอยาก
โดยสมาชิก 4 จตุรอาชาประกอบด้วย:
1 :โรคระบาด (White Horse Strife) เป็จตุรอาชาผู้นำพาโรคร้ายมาสู่มนุษยชาติ
2: า (Red Horse War) เป็จตุรอาชาผู้ทำให้ทั่วทั้งโลกเต็มไปด้วยไฟา
3: ความอดอยาก (Black Horse Famine ) เป็จตุรอาชาผู้ทำให้มนุษย์ตกอยู่ในความอดอยากยากแค้น
4: ความตาย (Pale Horse Death ) เป็จตุรอาชาที่ทรงพลังมีอำนาจมากที่สุดเหนือกว่า 3 จตุรอาชาคนอื่นและเป็ผู้นำพาความตายมาสู่โลก
แต่ว่าเมื่อ 1 แสนปีก่อนดวงิญญาของจตุรอาชาแห่งความตาย (Pale Horse Death )หรือเทพแห่งความตายได้แตกดับสาปสูญไปตลอดกาลเพราะมหาาเทพมารจนตอนนี้เหลือเพียง 3 จตุรอาชา
' ช่างน่าใจริงๆ ที่โรคระบาดซึ่งเป็ 1 ใน 4 จตุรอาชาถูกผนึกอยู่ใต้วิหารแห่งนี้...' เดธไม่แปลกใจเลยว่าทำไมออร่าสีเทามีกลิ่นอายน่าสะอิดสะเอียนเพราะมันเป็กลิ่นอายเต็มไปด้วยโรคร้ายนั่นเอง
' ถ้าเป็ไปได้ข้าก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตำนานวันสิ้นโลกอย่าง 4 จตุรอาชา...'
เดธหันหลังกลับเตรียมตัวออกจากวิหาร ทว่าทันใดนั้นเสียงๆ หนึ่งได้ลอยมาตามสายลมกระซิบข้างหูของเขา
[ เ้าเป็ใคร? ทำไมเ้ามีกลิ่นอายเหมือนความตาย (Pale Horse Death).....จงตอบข้ามาซะ!]
น้ำเสียงแหบแห้งดังก้องกังวานกระทบเซลล์ประสาทหู มันเป็น้ำเสียงเยือกเย็นแฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยวแทบสามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตได้โดยง่ายเพียงแค่เผลอฟังมัน
ยมทูตหยุดชะงักหันกลับมองไปที่วิหารและเอ่ย...
" หืม? เ้าััถึงตัวตนของข้าได้งั้นเหรอ... " ขณะนี้เดธกำลังผนึกพลังิญญาของตัวเองเอาไว้ ไม่มีทางที่จตุรอาชาแห่งโรคระบาดจะััถึงการมีอยู่ของเขาได้อย่างแน่นอน
เหนือสิ่งอื่นใดค่าพลังิญญาของเดธสูงกว่าจตุรอาชาหลายเท่า เป็ไปไม่ได้เลยที่ตัวตนของเขาจะถูกค้นพบโดยคนที่อ่อนแอกว่า
[ อย่าริอาจตั้งคำถามกับข้า! จงตอบมาว่าทำไมเ้าถึงมีกลิ่นอายเหมือนกับจตุรอาชาแห่งความตาย ]
น้ำเสียงเต็มไปด้วยโทสะดังก้องกังวานอีกครั้ง สาเหตุที่จตุรอาชาแห่งโรคระบาดโกรธเกรี้ยวขนาดนี้เป็เพราะมันถูกจตุรอาชาแห่งความตายผนึกใต้วิหารมาหลายแสนปี
ความจริงแล้วจตุรอาชาแห่งโรคระบาดไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าเดธอยู่ที่วิหารแห่งนี้ เพียงแต่กลิ่นอายแห่งความตายซึ่งเอ่อล้นออกมาจากร่างยมทูตมันเข้มข้นเกินกว่าจะผนึกเอาไว้ได้ทั้งหมด
เหนือสิ่งอื่นใดจตุรอาชาแห่งโรคระบาดกำลังเข้าใจผิดคิดว่าการที่มันไม่สามารถััได้ถึงการมีอยู่ของเดธเป็เพราะอีกฝ่ายอ่อนแอจนแทบััตัวตนไม่ได้
[ จงตอบคำถามของข้า!]
".........."
เดธนิ่งเงียบไม่ได้ตอบคำถามของจตุรอาชา และไม่้าเสวนาหรือยุ่งเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าเท่าที่จะเป็ไปได้
อย่างไรก็ตามเป้าหมายหลักของเดธคือการพักผ่อนใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทำสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำหลังจากเคยทุกข์ทนในขุมนรกนับพันปี
ทว่าขณะกำลังเดินทางออกจากวิหาร ยมทูตก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินคำพูดของจตุรอาชาแห่งโรคระบาด
[ เชิญออกไปจากที่นี่ตามสบาย เพียงแต่!....จงจำเอาไว้ว่าเมื่อใดที่ข้าเป็อิสระ เมื่อนั้นเ้าจะไม่มีวันพบความสงบสุข เ้าผู้ซึ่งมีกลิ่นอายแห่งความตายจะต้องถูกข้าทำลาย...]
" ทำลาย? " นิ้วมือที่มีแต่กระดูกชี้ไปทางจตุรอาชาแห่งโรคระบาดพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันแสนเยือกเย็น
" เ้าคิดว่าตัวเองมีความสามารถพอที่จะทำลายความสงบสุขของข้า? "
ตอนนี้พลังิญญาได้ถูกปลดผนึกออกมาแล้วส่งผลให้ออร่าแห่งความตายแผ่กระจายออกจากร่างของยมทูตจนเมืองลอยฟ้าถึงกับสั่นะเืรุนแรง
พลังเวทย์ซึ่งเป็แหล่งพลังงานหลักช่วยประคับประคองให้เมืองแห่งนี้ลอยตัวเริ่มปั่นป่วนทำให้เมืองค่อยๆ ดิ่งลงเข้าใกล้มหาสมุทรเรื่อยๆ
[ ปะ.....เป็ไปไม่ได้! เ้ามีพลังิญญามากขนาดนี้ได้ยังไง!]
จตุรอาชาแห่งโรคระบาดตื่นตะหนกเมื่อรับรู้พลังิญญาที่แท้จริงของเดธ จำนวนพลังิญญาขนาดนี้มันมากกว่าจตุรอาชาทั้งหมดเสียอีก
[ เ้า....ไม่สิ! ท่านเป็ใครกันแน่.....ด้วยพลังิญญามากมายมหาศาลเช่นนี้เป็ไปได้ยังไงที่ข้าจะไม่รู้จักท่านหรือเคยพบท่านมาก่อน...]
สรรพนามที่จตุรอาชาใช้เรียกเดธเปลี่ยนจาก เ้าเป็ท่าน ตอนนี้มันไม่กล้าท้าทายสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
ทว่ายมทูตไม่ได้สนใจคำถามก่อนหน้านี้ของอดีตจตุรอาชาแห่งโรคระบาด ถือเคียวในมือตรงเข้าไปในวิหารพลางปลดปล่อยพลังิญญาออกมากดดันจนอีกฝ่ายทรุดตัวลงไปกับพื้นไม่อาจต่อต้านอำนาจของยมทูตได้
อย่างที่รู้กันดีว่ายมทูตตนนี้้าเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากสามารถหลุดพ้นจากขุมนรกอันมืดมิดไร้แสงตะวัน ทว่าวันนี้กลับมีใครบางคน้าทำลายความสงบสุขของเขา
และแน่นอนว่ามันผู้นั้นจะต้องชดใช้อย่างสาสม!!!
" จงมลายสิ้นสู่ความว่างเปล่า..."
เคียวดำทมิฬง้างขึ้นเตรียมทำลายดวงิญญาเบื้องหน้าให้สาปสูญตลอดกาล
[ หยุดก่อน.....ถ้าท่านทำลายข้า จตุรอาชาที่เหลือจะไม่อยู่เฉยแน่ ]
จตุรอาชาแห่งโรคระบาดพยายามหาหนทางรอดพ้นจากสถานการณ์ตรงหน้า แต่ช่างน่าเสียดายที่คู่สนทนาไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัวจตุรอาชาตนอื่นเลย
' ออร่าแห่งความตายนี่มันอะไรกัน? มันเข้มข้นกว่าจตุรอาชาแห่งความตายจนเทียบไม่ติด..'
เมื่อมองเข้าไปภายในดวงตาสีโลหิตของยมทูต สิ่งที่รอคอยคือความมืดมิดอันไร้จุดสิ้นสุดแสนะเืแฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายจนจตุรอาชาถึงกับสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
เหนือสิ่งอื่นใดหากเคียวทมิฬซึ่งมีกลิ่นอายอันน่าหวาดหวั่นเล่มนั้นฟันลงมา ต่อให้เป็ดวงิญญาของพระเ้าก็คงาเ็สาหัสยากจะรักษาเป็ปกติแน่!