นิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว**

    Re-new ตอนที่ 34 เรียนหมอ

    ตอนที่ 34  เรียนหมอ

     

            ร้านยาถงเหรินเป็นร้านยาที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดในเมืองกล่าวกันว่าหมอซุนเจ้าของร้านยาแห่งนี้เกิดในตระกูลหมอหลวงของราชวงศ์ก่อนและมีความสามารถทางด้านการแพทย์สูงเป็นอย่างมากแม้แต่ชนชั้นสูงจากเมืองหลวงก็ยังเดินทางมาให้เขาตรวจถึงที่นี่

             

            ทันทีที่หยูเสี่ยวเฉาเข้าไปในร้านนางก็เห็นหมอแก่ ๆ ผมและเคราสีขาวที่ดูเหมือนนักปราชญ์คนหนึ่งกำลังจับชีพจรของคนไข้อยู่

             

            [ พลังวิญญาณ! มีพลังวิญญาณไปเต็มไปหมด ! ]  หินศักดิ์สิทธิ์รีบพุ่งเข้าไปที่ตู้ยาและไปเกาะติดอยู่กับตู้ที่มีพลังวิญญาณรุนแรงมากที่สุด

             

            “เด็กน้อย เจ้าไม่สบายตรงไหนรึ? ” หลังจากที่หมอเขียนใบสั่งยาสำหรับคนไข้คนนั้นเสร็จและสั่งนักเรียนของเขาให้ไปหยิบยาแล้วเขาจึงได้มีเวลาหันมาทักทายหยูเสี่ยวเฉา

             

            ฉีโตวตอบอย่างกังวลว่า“ท่านปู่ขอรับ พี่สาวของข้าได้รับบาดเจ็บที่หัวเมื่อ 3 เดือนก่อนจนเกือบตายพอฟื้นขึ้นมานางก็จำอะไรมิได้เลย ท่านปู่ช่วยตรวจดูพี่สาวของข้าให้หน่อยได้หรือไม่ขอรับ? ”

             

            หมอซุนเห็นเด็กน้อยหน้าตาดีพูดจาสุภาพจึงยิ้มอย่างพอใจและตอบว่า“นั่งลงสิ ให้ข้าลองจับชีพจรดูหน่อย”

             

            สุขภาพของหยูเสี่ยวเฉาเมื่อก่อนนี้น่าเป็นห่วงมากจริงๆ หลังคลอดออกมานางก็มีอาการป่วยหนักอยู่ตลอด ตอนนั้นหมอซุนเป็นคนช่วยชีวิตนางเอาไว้แต่เขาก็ยืนยันว่าเสี่ยวเฉาอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึง 10 ปีหากไม่คอยดูแลรักษากันให้ดี

             

            แต่หยูเสี่ยวเฉาดื่มน้ำหินศักดิ์สิทธิ์บำรุงร่างกายทุกวันอาการป่วยใกล้ตายของนางจึงหายไปแล้ว ดังนั้นนอกจากขาดการออกกำลังกายแล้ว ร่างกายของนางก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกสุขภาพของนางแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก

             

            ยังไงเสียหมอซุนก็เคยเป็นหมอหลวงมาก่อนหลังจากจับชีพจรและตรวจดูบาดแผลที่ศีรษะของนางแล้ว เขาก็พูดว่า “เจ้ามีร่างกายที่อ่อนแอมาตั้งแต่เกิดแต่มีผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ยาที่ได้ผลดีบำรุงร่างกายของเจ้า ตอนนี้ร่างกายของเจ้าแข็งแรงขึ้นมากแต่ต้องใช้แรงหรือออกกำลังให้มากกว่านี้อีกเสียหน่อย อย่ามัวขลุกอยู่แต่ในบ้านทั้งวัน”

             

            “ส่วนเรื่องความจำข้าเคยเห็นกรณีที่เหมือนเจ้ามาก่อน คาดว่าเจ้าน่าจะมีลิ่มเลือดอยู่ในหัวแล้วมันคงไปกดทับเส้นประสาทแต่ดูจากชีพจรของเจ้าแล้ว มันไม่เหมือนมีปัญหาใหญ่อะไรเลย ลิ่มเลือดน่าจะสลายไปตามเวลาแล้วเจ้าจะค่อย ๆ ฟื้นความทรงจำกลับมาได้เอง”

             

            จ้าวฮันเริ่มร้อนใจเมื่อได้ยินว่ามีลิ่มเลือด“ท่านหมอขอรับ มียาอะไรที่ช่วยให้ลิ่มเลือดหายไปเร็วกว่านี้หรือไม่ขอรับ ? ”

             

            หมอซุนมองเสื้อผ้าเก่าๆ ของสองพี่น้องแล้วส่ายหน้า “ยาทุกอย่างจะมีบางส่วนที่เป็นพิษถ้าไม่จำเป็นก็อย่ากินเลยจะดีกว่า”

             

            นอกจากนั้นยาก็แพงมากอีกด้วยถ้าใช้เพียงแค่ชั่วครู่มันก็จะไม่ได้ผล แต่ครอบครัวของเด็กหญิงคนนี้ก็คงไม่มีปัญญาจ่ายค่ายาแพงๆ เป็นเวลานานหรอกมิใช่รึ ? ถึงยังไงก็ไม่ได้มีปัญหาใหญ่อะไรอยู่แล้ว ตอนนี้นางยังเด็กมากจำอดีตไม่ได้ก็ไม่ได้ส่งผลมากนักมิใช่รึไง ?

             

            หยูเสี่ยวเฉาพอจะเดาความคิดของหมอซุนได้นางจึงพูดขึ้นว่า “ขอบคุณมากเจ้าค่ะท่านปู่ ! ท่านปู่พูดแบบนี้ข้ากับครอบครัวของข้าก็สบายใจแล้วค่าตรวจเท่าใดรึเจ้าคะ ? ”

             

            “ข้ามิได้สั่งยาอะไรเลยไม่ต้องจ่ายหรอก เด็กน้อย เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าคนที่ช่วยดูแลสุขภาพร่างกายของเจ้าเป็นผู้ใดกัน? ” หมอซุนอดรู้สึกชื่นชมหมอที่เก่งกาจคนนั้นไม่ได้

             

            เมื่อได้ยินว่าพี่สาวของเขาสบายดีฉีโตวก็รู้สึกโล่งอกและร่าเริงขึ้นอีกครั้ง “ท่านปู่ขอรับปกติหมอโหยวที่หมู่บ้านตงชานเป็นคนดูแลสุขภาพของพี่รอง เขาเก่งมาก ๆ เลยขอรับ พี่สามได้แผลใหญ่ที่หัวเลือดไหลอาบหน้า แต่หมอโหยวรักษาเพียงไม่กี่วันพี่สามก็หายแล้วขอรับ ! ”

             

            “หมู่บ้านตงชาน ?โหยวหย่งรึ ? ” หมอซุนอดหัวเราะพร้อมกับส่ายหัวไม่ได้  โหยวหย่งเป็นหมอชาวบ้านที่เรียนยากับเขาอยู่ช่วงหนึ่งเขาจึงรู้ถึงระดับความสามารถทางการแพทย์ของโหยวหย่งดีกว่าใครเขาไม่เชื่อเด็ดขาดเลยว่าโหยวหย่งจะรักษาอาการบาดเจ็บถึงตายได้ด้วยทักษะทางการแพทย์อันอ่อนด้อยของเขา

             

            อย่างไรเสียเขาก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควร ถ้าพวกเขาไม่อยากบอกแล้วจะบังคับพวกเขาไปทำไม ?

             

            หินศักดิ์สิทธิ์ดูดพลังจากแหล่งพลังที่รุนแรงที่สุดเสร็จแล้วมันส่งเสียงเรอออกมาอย่างพอใจ แต่มันก็ยังไม่รู้จักพอและอยากดูดซับพลังเพิ่มอีก ไม่ว่ายุงจะตัวเล็กแค่ไหนมันก็ยังมีเนื้ออย่างน้อยการดูดซับพลังก็เป็นวิธีการเพิ่มพลังที่ง่ายกว่าการแช่น้ำ

             

            หยูเสี่ยวเฉาถึงกับปากกระตุกเมื่อเห็นมันออกจากตู้‘โสม’ ไปที่ตู้ ‘เห็ดหลินจือ’  ตายแล้ว !หมอคนนี้เป็นหมอที่เก่งและมีเมตตา ถ้าเขาเสียสมุนไพรมีค่าไปเพราะนางแล้วล่ะก็ นางก็จะกลายเป็นคนชั่วร้ายไม่สำนึกบุญคุณมิใช่รึ

             

            หยูเสี่ยวเฉาห้ามเจ้าหินศักดิ์สิทธิ์อย่างเข้มงวดนางขอบคุณท่านหมอหลายครั้งแล้วรีบออกจากร้านยาพร้อมกับน้องชายของนางทันที

             

            [ ไฟลนก้นเจ้าอยู่รึไงกัน? รอจนข้าดูดพลังเสร็จค่อยออกไปไม่ได้รี ? ] หินศักดิ์สิทธิ์เริ่มหงุดหงิดถ้ามันได้ร่างวิญญาณมาแล้ว มันคงจะข่วนนางแน่ พลังวิญญาณอันล้ำค่าของมันการฟื้นพลังของมัน...

             

            หยูเสี่ยวเฉาทำหน้านิ่งนางพูดกับเจ้าหินไร้เหตุผลในใจ  [ไปทำลายสมุนไพรของคนอื่นเขาแบบนั้นยังคิดว่าตัวเองทำถูกอยู่อีกรึ ? ]

             

            [ ข้าไปทำลายสมุนไพรของคนอื่นตอนไหนกัน? เจ้ามนุษย์โง่เง่า ! คิดว่าพอข้าดูดพลังของมันแล้วมันจะใช้การไม่ได้เยี่ยงนั้นรึ? เหลวไหล ! พลังงานวิญญาณที่ข้ากินน่ะมนุษย์อ่อนแออย่างเจ้าใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำเก็บเอาไว้ก็เสียของเปล่า ๆ ! ]

             

            [ ถ้าไม่หุบปากข้าจะไม่พาเจ้ามาที่ร้านยานี้อีก ! ] ในฐานะเจ้านายนางมีวิธีของตัวเองในการควบคุมมันอยู่ ง่ายจะตายไป !

             

            หินศักดิ์สิทธิ์นิ่งอึ้งไปแวบหนึ่งแต่มันก็ปรับตัวตามสถานการณ์ได้และเริ่มทำตัวน่ารัก [ เจ้านาย ท่านช่างเป็นเจ้านายที่ยอดเยี่ยมเสียจริง !ยอดเยี่ยม ยิ่งใหญ่ เกรียงไกร !  น่าทึ่งยิ่งกว่าเทพีแห่งวิญญาณและแข็งแกร่งกว่าเง็กเซียนฮ่องเต้...]

             

            [ หยุดหยุดเลย ! เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว !พูดแบบคนปกติไม่ได้หรือเยี่ยงไร ?   เจ้าจะเป็นสัตว์เลี้ยงของใครได้ถ้าไม่รู้วิธีประจบคนน่ะ? ] หยูเสี่ยวเฉาแสดงท่าทีวางมาดแบบสุดๆ

             

            ‘สัตว์เลี้ยง? เจ้าสิสัตว์เลี้ยง ตระกูลเจ้าทั้งตระกูลก็เป็นสัตว์เลี้ยง ! ’ หินศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าบึ้งและบ่นพึมพำ [ ให้เลียแข้งเลียขางั้นรึ ? ขาเหม็น ๆ สกปรก ๆ แล้วเหตุใดข้าจะต้องเลียด้วย...]

             

            หยูเสี่ยวเฉาทะเลาะกับหินศักดิ์สิทธิ์ไปตลอดทางและไปถึงสถานที่ที่พวกเขานัดพบกับเฒ่าจางอย่างรวดเร็ว

             

            เฒ่าจางส่งฟืนเสร็จแล้วและกำลังรอพวกเขาอยู่หยูเสี่ยวเฉาทักทายเขาอย่างอ่อนหวานและส่งถุงขนมให้กับเขา “ท่านปู่จางคะเราโชคดีที่เจอท่านปู่เข้าพอดี เยี่ยงนั้นข้าก็ไม่รู้ว่าจะเดินมาถึงเมืองไหวหรือไม่? นี่เป็นของเล็ก ๆ น้อย ๆ จากพวกเรา ท่านปู่โปรดรับไว้ด้วยเถอะเจ้าค่ะ”

             

            แม้ว่าขนมถุงเล็กๆ จะไม่ได้แพงมากมายอะไร แต่เฒ่าจางก็รู้ว่าต่อให้เขาขายฟืนมาได้ก็คงไม่มีปัญญาซื้ออย่างแน่นอนสำหรับเด็ก ๆ นั้นการหาเงินมิใช่เรื่องง่าย ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธ

             

            “เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าคนแก่ๆ อย่างปู่จะชอบกินขนม ? พวกเจ้าเก็บไว้กินกันเองเถอะ เฉาเอ้อร์ เจ้ายังต้องกินยาอยู่หรือไม่? เก็บเอาไว้กินหลังกินยาขม ๆ มันช่วยได้มากเลยนะ !”

             

            เมื่อเกวียนวัวเริ่มเคลื่อนที่เกวียนก็เริ่มสั่นหยูเสี่ยวเฉาไม่รับขนมที่เฒ่าจางส่งคืนมาให้ แล้วชี้ไปที่ถุงอีกถุงในมือของน้องชาย“ข้าหยุดกินยามานานแล้วเจ้าค่ะ อีกทั้งพวกเรายังมีอีก ! ท่านปู่เอากลับไปให้หลานชายของท่านปู่กินก็ได้เจ้าค่ะ ! ”

             

            ปฏิเสธอยู่สักพักเฒ่าจางก็ต้องยอมรับถุงขนมไปอย่างช่วยไม่ได้‘เฒ่าหลิวมีหลานสาวที่ดีจริง ๆ ! ทั้งฉลาดและมีน้ำใจสวรรค์ได้โปรดให้เด็กคนนี้มีชีวิตอยู่นาน ๆ ด้วยเถิด’

             

            “เฉาเอ้อร์ปู่จางมาส่งฟืนที่เมืองทุก ๆ 2 วัน ถ้าเจ้าอยากเข้าเมืองก็ไปรอที่สี่แยกปู่จะออกเดินทางหลังจากมื้ออาหารเช้า”

             

            เสี่ยวเฉาได้ขึ้นเกวียนฟรีแลกกับขนมหนึ่งถุงคุ้มค่าอย่างแท้จริง !

             

            หลังจากกล่าวลาเฒ่าจางแล้วพวกเขาก็เดินต่อไปอีกไกลพอสมควรท้องฟ้ามืดแล้วในตอนที่เด็กทั้งสามมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน

             

            ในยุคโบราณไม่มีความบันเทิงอะไรให้ผู้คนมากนักปกติพวกเขาจะเริ่มทำงานกันตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นและพักผ่อนกันตอนพระอาทิตย์ตกดังนั้นในตอนนี้จึงไม่มีชาวบ้านให้เห็นมากนัก

             

            “คนข้างหน้านั่นดูเหมือนท่านหมอโหยวเลย”จ้าวฮันตาดีสุดและจำร่างมืด ๆ ที่เห็นอยู่ไกล ๆ ได้

             

            พวกเขารีบเดินเข้าไปหาหมอโหยวทันทีหยูเสี่ยวเฉาทักทายผู้มีพระคุณของนางอย่างอบอุ่น “ท่านปู่โหยวไปไหนมารึเจ้าคะ ? ”

             

            “อ้าว ! เสี่ยวเฉา ! เจ้าเพิ่งกลับมาจากในเมืองรึ ? ” หมอโหยวมองสองพี่น้องอย่างใจดีและตอบอย่างมีความสุขว่า“ปู่เพิ่งลงมาจากภูเขาน่ะ”

             

            จ้าวฮันพูดต่อว่า“ท่านหมอโหยว เหตุใดวันนี้ถึงลงมาช้าล่ะขอรับ ? ข้าเคยเตือนแล้วนี่ว่าบนภูเขามีสัตว์ป่าอยู่มากมายยิ่งยามโหย่วยิ่งอันตรายนะขอรับ”

             

            “พอดีวันนี้ข้ามัวแต่หาสมุนไพรเพลินน่ะจะไม่ทำอีกแล้วล่ะ ” หมอโหยวตอบ

             

            “ท่านปู่โหยวขอรับท่านปู่บอกพวกเราได้นะขอรับว่าอยากได้สมุนไพรอะไร พวกเราไปวางกับดักบนภูเขากับท่านพี่ฮันบ่อยๆ ถ้าพวกเราเห็นพวกเราจะได้เก็บมาให้ได้ขอรับ ! ”ฉีโตวแนะนำอย่างฉลาด

             

            หมอโหยวลูบเคราแล้วหัวเราะ“เจ้าหนูเจ้าจำสมุนไพรได้รึ ? มิใช่ว่าจะเอาพวกวัชพืชกลับมาหรอกรึ ? ”

             

            “หากข้าจำมิได้ท่านปู่โหยวก็สอนพวกเราสิขอรับ! พี่สามบอกว่าข้าฉลาดมาก  อีกทั้งตอนนี้ข้าจำตัวอักษรได้เกิน200 ตัวแล้วด้วย ! ” ฉีโตวยืดอกตอบอย่างมั่นใจ

             

            เมื่อได้ยินคำแนะนำของฉีโตวหยูเสี่ยวเฉาก็คิดถึงน้ำแช่หินศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา นางอาจจะช่วยคนที่นางห่วงใยได้อย่างเปิดเผยด้วยวิธีนี้หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง นางจึงพูดขึ้นมาว่า “ท่านปู่โหยวเจ้าคะ ขอข้าเรียนหมอกับท่านปู่ได้หรือไม่เจ้าคะ? ”

             

            หมอโหยวเฝ้ามองเสี่ยวเฉาเติบโตขึ้นมาเขาห่วงใยเด็กหญิงคนนี้ยิ่งกว่าหลานของตัวเองเสียอีกในใจของเขาหยูเสี่ยวเฉาก็เป็นเหมือนหลานแท้ ๆ ของเขาเองดังนั้นเขาจึงตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด “ได้สิ ! หากเจ้าไม่คิดว่ามันน่าเบื่อ เยี่ยงนั้นก็เริ่มเรียนจากการแยกแยะสมุนไพรก่อนเลย! ”

             

            แม้ว่าเขาจะโม้ว่าตัวเองเป็นศิษย์ของหมอซุนแห่งร้านยาถงเหรินแต่เขาก็ได้เรียนมาแค่ขั้นพื้นฐานเท่านั้นความรู้ทางการแพทย์ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษจะสอนให้กับลูกชายเท่านั้น มิใช่ลูกสาว ยิ่งคนนอกมิต้องพูดถึงเลย

             

            ดังนั้นหมอโหยวจึงได้เรียนแค่ความรู้ขั้นพื้นฐานทั่วๆ ไปเท่านั้น ไม่มีอะไรให้ต้องปิดบังซ่อนเร้น ถ้าอยากเรียนกับเขา เขาก็มิได้หวงวิชาแต่อย่างใด

             

            หยูเสี่ยวเฉากับน้องชายของนางเป็นห่วงเจ้ากวางโรพวกเขาจึงกล่าวลาหมอโหยวและไปที่บ้านของจ้าวฮันทันที ป้าจ้าวได้ทอดถั่วเฮเซลนัทเอาไว้แล้วนางเอาใส่เสื้อด้านหน้าของสองพี่น้องแล้วพูดว่า “กินกันก่อนสิถ้าเอากลับบ้านเยอะเกินไป ประเดี๋ยวก็มีคนแย่งเอาไปอีก ! ป้ายังมีอีกเยอะ ถ้าอยากกินอีกพรุ่งนี้ก็มากินที่นี่ ! ”

             

            หยูเสี่ยวเฉารับคำเสียงดังในใจของนางครอบครัวของท่านป้าจ้าวสำคัญกว่าคนบางคนที่ได้ชื่อว่าญาติของนางเสียอีก ไม่เห็นจำเป็นจะต้องเอื้อเฟื้อกับญาติตัวเองมากจนเกินไป

             

            หยูเสี่ยวเฉาถือเฮเซลนัทด้วยมือข้างหนึ่งส่วนมืออีกข้างก็เอาเฮเซลนัทใส่ปาก  นางกะเทาะเปลือกออกแล้วกินเนื้อข้างในอย่างมีความสุขบางครั้งนางก็จะเอาเฮเซลนัทใส่ปากน้องชายหลังกะเทาะเปลือกออกแล้ว

             

            ส่วนเจ้ากวางโรซื่อบื้อนั้นพวกเขาไม่ต้องห่วงอะไรมันเลยแค่พรมน้ำหินศักดิ์สิทธิ์บนกางเกง เจ้าตัวเล็กก็เดินตามพวกเขาต้อย ๆ เสียแล้วมันว่าง่ายยิ่งกว่าฉีโตวเสียอีก

             

            “เฉาเอ้อร์ ! ฉีโตว ! เหตุใดพวกเจ้าถึงออกไปเล่นกันจนมืดค่ำเอาป่านนี้? นี่ยังมิได้กินข้าวเย็นกันใช่หรือไม่ ? ”เงาร่างสูงปรากฏขึ้นบนเส้นทางที่นำไปสู่บ้านของพวกเขา ท่านพ่อกลับมาถึงบ้านก่อนจริงๆ ด้วย เขาช่างเดินได้เร็วมากจริง ๆ !

             

    คล้ายกับเรื่องนิยายแปล ทุ่งรวงทอง **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    58.22M 2245