ลี่ฟางกลับถึงเรือนก็สั่งให้เสี่ยวชิงไปแจ้งบ่าวทุกคนหากพบหลินจางหย่งมาที่จวนอีกไม่ต้องให้เขาเข้ามา แล้วห้ามทุกคนพูดเื่ที่นางตั้งครรภ์ให้เขารับรู้
เมื่อนางข่มอารมณ์ที่โมโหได้แล้ว ก็คิดว่านางน่าจะพูดกับเขาให้รู้เื่ไปเลยว่านางไม่้าให้เขามารับผิดชอบตัวนาง และขอให้เขาอย่าได้มาเหยียบที่จวนของนางอีก
ด้านหลินจางหย่งเขายังคงนั่งดื่มชาในศาลาต่ออีก เขาคิดจะให้เงินนางเพื่อไม่เป็ปัญหาในภายหน้า ในเมื่อนางไม่้าให้เขารับผิดชอบ วิธีนี้คงจะดีที่สุด เขาจึงเรียกเสี่ยวเจาให้นำความไปแจ้งแก่ลี่ฟาง
"เหอะ บอกเขาข้าหาใช่หญิงคณิกาไม่ เก็บเศษเงินของเขากลับไป แล้วบอกเขาว่าไม่ต้องมาเหยียบที่จวนตระกูลจางอีก" นางโมโหจนอยากจะทำร้ายข้าวของ หากไม่ใช่แม่นมคอยลูบหลังอยู่ นางคงวิ่งหยิบมีดไปแทงเขาแล้ว
หลินจางหย่งที่ได้ยินเสี่ยวไห่นำความมาแจ้งก็นั่งอึ้ง เขานึกไปถึงว่านางจะคิดไปเช่นนั้น แต่หากเขาไม่แสดงความรับผิดชอบออกมา นางที่ไม่บริสุทธิ์แล้วจะหาสามีได้อย่างไร จึงให้เสี่ยวไห่นำความไปแจ้งอีกครั้ง
ครั้งนี้แม้แต่แม่นมจางได้ยินก็หน้าดำคล้ำไปด้วย ก่อนที่ลี่ฟางจะขาดสติแม่นมจางจึงต้องเป็คนออกไปพบหลินจางหย่งเสียเอง คุณชายท่านนี้ถึงใบหน้าจะงามราวหยก แต่นิสัยเช่นนี้ไม่สมควรเป็บิดาของคุณชายน้อยของตนเลย
"อย่าหาว่าบ่าวปากมากเลยนะเ้าคะ แต่เื่ในคืนนั้นมิมีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้น คุณหนูของบ่าวก็ไม่้าให้คุณชายรับผิดชอบ แต่หากคุณชายจะเมตตาก็ขอให้เื่คืนนั้นจบลงเพียงเท่านี้เถิดเ้าค่ะ" แม่นมจางก้มหน้าพูด น้ำเสียงของนางไม่หวาดกลัวหรือแข็งกร้าวเกินไป
"ข้าเข้าใจแล้ว เป็ข้าที่ผิดต่อนาง ฝากขอโทษนางด้วย" ในเมื่อไม่รับน้ำใจเขาก็ไม่จำเป็ต้องพูดสิ่งใด
การมาครั้งนี้ของหลินจางหย่งทำให้ภายในจวนตระกูลจางเคร่งเครียดกันอย่างมาก คนไม่รู้ว่าคุณหนูท้องก็แล้วไป หากวันใดที่รู้ขึ้นมาคงได้มาแย่งเด็กไปแน่
เื่นี้ลี่ฟางไม่กังวลเพราะยังไม่เกิดขึ้น ไล่คนออกไปครั้งนี้เขาคงเสียหน้าไม่น้อยคงไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว แต่ใครจะรู้หลินจางหย่งให้คนของเขาคอยจับตาดูลี่ฟางไว้ หากวันใดที่นางคิดจะเอาเื่นี้มาบังคับให้เขารับนางเข้าจวน เขาจะได้จัดการได้ทัน หากลี่ฟางรู้ว่าหลินจางหย่งคิดเช่นนี้ นางคงได้โมโหจนกระอักเื
เป็นางที่แสดงท่าทีออกมามากจนเกินไป ทุกครั้งไม่ว่าจะพบเจอเื่หนักแค่ไหนนางล้วนควบคุมอารมณ์ตนเองได้เป็อย่างดี อาจจะเป็เพราะนางตั้งครรภ์อารมณ์ของนางจึงแปรปรวน
หลายวันมานี้นอกจากเื่ของหลินจางหย่งแล้ว ที่เหลือล้วนเป็เื่ที่ทำให้เบิกบานใจ การค้าขายรถเข็นเด็ก มีพ่อค้าจากเมืองอื่นเดินทางเข้ามาสั่งซื้อเป็จำนวนมาก เหล้านอกจากที่ส่งให้เหลาสุราเลี่ยงฟาที่เหลือล้วนกลั่นเป็สุราบริสุทธิ์เก็บไว้ทั้งหมดเพื่อจัดส่งให้หมออู่
หลินหยางคือคนที่หลินจางหย่งให้คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของจวนตระกูลจาง เขาจะเขียนจดหมายเพื่อแจ้งความเปลี่ยนแปลงในจวนส่งไปให้หลินจางหย่งเสมอ
คุณหนูจางลี่ฟางอาเจียนบ่อยครั้ง ร่างกายซูบผอมลงไปมากคงตรอมใจที่ปฏิเสธการติดตามนายท่าน
ท่านหมออู่มาที่จวนตระกูลจางทุกสามวัน คุณหนูจางคงป่วยหนักจริง
หลินจางหย่งขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด นางจะตรอมใจจนล้มป่วยจริงหรือ เช่นนั้นเหตุใดนางต้องปฏิเสธเขาทันทีโดยไม่คิดเสียดาย หรือนางจะป่วยหนักอยู่ได้ไม่นานจึงไม่ยอมเป็อนุของเขา หลินจางหย่งคิดไปไกล เพียงแค่อ่านข้อความของหลินหยาง
"ในเมื่อนางป่วยหนักก็ไม่ต้องตามดูแล้ว ปล่อยให้นางได้ใช้ชีวิตที่เหลือ" เขาให้หลินจงตอบจดหมายหลินหยาง งานทางเมืองหานตงใกล้จะได้ข้อสรุปแล้ว
คนของบ้านเดิมฮูหยินท่านเ้าเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคนของแคว้นเซี่ย เขาต้องแปลกใจที่โม่โฉวนางกล้ากระทำทุกอย่างลับหลังเยี่ยนหวง ส่วนเยี่ยนหวงก็หลงฮูหยินรองที่เพิ่งจะได้เป็ฮูหยินเอกไม่นานนี้จนไม่รู้เื่ราวที่เกิดขึ้น ถึงอย่างไรก็คงจะต้องได้รับผลกระทบไปด้วย
โม่โฉวไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่ชายของนางที่ให้นางช่วยปลอมแปลงเอกสารออกนอกแคว้นทุกครั้งมิได้เดินทางไปทำการค้า แต่เขาลอบติดต่อขายข้อมูลที่หลอกถามได้จากนางและท่านเ้าเมืองถึงจำนวนทหารและเสบียงทหารของชายแดน เื่ราวนี้ท่านเ้าเมืองย่อมต้องทราบเพราะเสบียงที่จัดส่งจะต้องผ่านเมืองหานตงเขาจะต้องเป็คนดูแลจนกว่าเสบียงจะผ่านไปยังอีกเมืองหนึ่ง
หลินจางหย่งทำอะไรล้วนแล้วแต่รวดเร็วเพียงไม่กี่วันเขาก็หาหลักฐานมาได้จนครบ จวนตระกูลเยี่ยนเหมือนฟ้าผ่าลงกลางจวน ทุกคนมิได้ทันตั้งตัว เ้าหน้าที่ก็เข้าตรวจค้นจวนเสียแล้ว จวนตระกูลโม่ก็เช่นกัน โม่โฉวใกลัวจนเป็ลมไม่รู้กี่ลอบ ได้แต่สาปแช่งพี่ชายตนเองอยู่ในใจ
หากนางไม่ละโมบอยากได้ส่วนแบ่งจากการค้าระหว่างแคว้นของพี่ชายจนต้องลอบใช้ตราท่านเ้าเมืองเพื่อให้พี่ชายตนเข้าออกง่ายก็คงไม่พบจุดจบเช่นนี้ เยี่ยนหวงที่ไม่รู้เื่ก็ต้องรับความผิดด้วย เขาโดนปลดออกจากตำแหน่งเ้าเมืองยึดทรัพย์ทั้งหมดพร้อมเนรเทศไปใช้แรงงานที่ชายแดน
โม่โฉวถึงกับโดนตัดสินปะา หากจะกล่าวอ้างว่าไม่รู้แต่สิ่งที่นางกระทำลงไปร้ายแรงถึงขั้นเรียกว่าขายชาติได้เลย ตระกูลโม่ไม่มีคนรอดจากเหตุการณ์นี้สักคนเดียว เยี่ยนซินก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย ถึงนางจะไม่ได้โดนเนรเทศเช่นบิดา แต่ในจวนก็ไม่มีทรัพย์สินเหลือแล้ว บ่าวไพร่ล้วนแต่ถูกขายออกไป อนุในเรือนก็เหมือนผึ้งแตกรัง ต่างหนีตายโดยไม่สนใจใครทั้งสิ้น
เยี่ยนซินถึงกับบากหน้าไปขอร้องกู้หลิวหยางให้ช่วยเหลือตน นางยังหวังให้เขารับนางเข้าเป็อนุก็ยังดี เมื่อไม้ใหญ่เช่นบิดาล้มใครจะสนใจสตรีที่เคยทำร้ายคนรักของเขาเช่นนาง แต่เขาก็ยังให้บ่าวส่งตั๋วเงินให้นางถึงหนึ่งร้อยตำลึง หากนางมีหัวคิดเงินก้อนนี้นางก็สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง
นับว่ากู้หลิวหยางไม่ได้ให้เงินกับเยี่ยนซินอย่างสูญเปล่าเขาถามถึงที่อยู่ของลี่ฟางจากนาง แต่เยี่ยนซินรู้เพียงว่าลี่ฟางจะไปอยู่เรือนที่เป็สินเดิมของมารดานางแต่ไม่รู้ว่าที่ไหน เพราะจวนที่เป็สินเดิมของจางลี่จิ่นมีสามที่ อยู่หานโจว โยวซานและหานตง ในหานตงนางไม่ได้อยู่แน่ ก็คงต้องตามหาจากอีกสองที่ที่เหลือแทน
โยวซานนั้นอยู่ทางตอนใต้ของแคว้น ที่จางลี่จิ่นมีเรือนนี้อยู่ในสินเดิมเป็เพราะตอนนั้นนางเดินทางไปเที่ยวกับบิดามารดา บิดาของนางจึงสร้างเรือนพักตากอากาศใกล้ชายทะเลให้นางเมื่อนางออกเรือนจึงอยู่ในสินเดิมของนางด้วย
ไม่ใช่ลี่ฟางไม่คิดจะไปอยู่ที่โยวซานแต่เพราะต้องเดือนทางนับเดือนนางจึงยังไม่คิดจะไป ตอนนี้อีกเื่ที่นางคิดคือติดต่อบ้านเดิมของมารดาให้ได้ อย่างน้อยก็อยากตอบแทนตระกูลจางแทนร่างเดิมเสียหน่อย
วันที่เยี่ยนหวงโดนเนรเทศ ต้องผ่านเมืองหานโจว ลี่ฟางที่รู้ข่าวก็ให้พ่อบ้านจางนำเงินไปให้บิดาติดตัว พร้อมทั้งติดสินบนทหารควบคุมตัวให้ช่วยเมตตาบิดาของนางสักหน่อย นี่คือสิ่งที่นางที่ได้ชื่อว่าเป็บุตรสาวจะแสดงความกตัญญูได้ หากบิดาของนางไปถึงชายแดนแล้วค่อยคิดอีกที อย่างไรเขาก็ยังเหลือความเมตตายกสินเดิมให้นางตอนออกจากตระกูล