ตอนที่ 21 สองนักผจญภัยกลับมาอีกครั้ง
[เรียนรู้...เคล็ดลับวิชา พันธสัญญา เสร็จสิ้น!!]
ทันทีที่ไลท์ได้เรียนรู้ เคล็ดลับวิชา พันธสัญญาจนกระจ่างแจ้ง ทางด้านหน้าจอจากระบบก็ได้เด้งหน้าต่างที่ชื่อว่า ‘สัญญา!’ เพิ่มเติมเข้ามา
โดย้าเป็ชื่อของไลท์ ส่วนด้านล่างนั้นว่างเว้นเอาไว้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็รายชื่อของคนอื่นๆ ที่จะเข้ามาทำ พันธสัญญากับพ่อครัวหนุ่มในอนาคต
‘เหนื่อยจริงๆ พักสักหน่อยดีกว่า!!’
หลังจากเรียนรู้เคล็ดวิชาพันธสัญญาเป็ที่เรียบร้อย ตัวชายหนุ่มก็ดูจะอิดโรยและเหนื่อยล้าเป็อย่างมาก แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นจากการที่เขาได้เข้าไปสู่ห้วงมิติของระบบ ผนวกกับการเรียนเคล็ดวิชาลับ ที่ถือเป็ทักษะขั้นสูงสุด ที่โลกใบนี้เคยมีมานั่นเอง
ชายหนุ่มผล็อยหลับไปแทบจะในทันทีที่เขาล้มตัวลงนอน เขาไม่รู้ว่าเวลาที่เขาได้นอนไป นั้นผ่านไปนานแค่ไหน
เพียงแต่เขาเริ่มรู้สึกตัวขึ้นอีกที ก็เสียงจากด้านล่างที่ดังโหวกเหวกโวยวาย
‘เมื่อคืนลืม...อุ่นข้าว!! พ่อบ้าไปแล้วหรือไง ถึงได้ลืมเื่ง่ายๆ แบบนี้!!’
มันคือเสียงะโของมาร์คัส ที่ได้ปลุกให้ไลท์ที่นอนอยู่้า ถึงกับผงะตื่นขึ้นมา
ไลท์ที่ได้ยินคำพูดเกือบทั้งหมด พยายามประติประต่อเื่ราวที่เกิดขึ้น...แต่เพราะด้วยความที่ไม่เข้าใจในคำพูดของมาร์คัส หรือจับต้นชนปลายไม่ถูกกันแน่
เขากลับมองว่า กับไอ้เื่แค่ลืม อุ่นข้าวที่ทิ้งไว้ข้ามคืน มันจะเป็เื่คอขาดบาดตายสักแค่ไหนกันเชียว ถึงได้ตวาดใส่ผู้เป็พ่อและแม่ของตัวเองได้ถึงขั้นนั้น
ไลท์ไม่อาจทนเสียงที่น่ารำคาญของมาร์คัส จนกลับไปนอนต่อไม่ได้อีกแล้ว เขาลุกขึ้นพร้อมกับเปิดประตูลงไปด้านล่างอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักชายหนุ่มก็ได้มายืนเสนอหน้าอยู่ที่ร้านอาหารด้านล่างแล้ว
“พ่อกับแม่เป็บ้าไปหมดแล้วหรือไง ลืมอุ่นข้าวก็เื่หนึ่ง...แต่การรับไอ้นอกรีตมาทำงานที่ร้านของเรา พ่อกับแม่ไม่กลัวทางศาสนจักรจะมาจัดการกับพวกเราทีหลังหรือยังไง??!!”
มาร์คัสเมื่อพบเห็นไลท์ที่กำลังยืนมองอยู่ ก็พลันชี้นิ้วอ้วนๆ ของมันมาที่ตัวเขา พร้อมกับด่ากราดทุกคนอย่างไม่ไว้หน้า
“เดี๋ยวข้าวพวกนี้ เอาไปเป็อาหารให้กับพวกสัตว์ที่เราเลี้ยงก็ได้ แต่ถ้ามันมากเกินไปเดี๋ยวพ่อจะแบกมันไปที่หมู่บ้านเอง ตกลงไหม!”
“ใช่ๆ เดี๋ยวแม่จะรีบไปหุงข้าวให้ใหม่เดี๋ยวนี้แหละ รับรองว่าเสร็จทันก่อนที่เพื่อนลูกจากในหมู่บ้านจะมาที่ร้านอย่างแน่นอน”
คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ พยายามพูดพลางเสนอทางออก เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ในวันนี้ที่ร้านอาหารสามเวลา จะมีกลุ่มเพื่อนของมาร์คัส มาแวะกินอาหาร เพื่อที่จะตั้งกลุ่มปาร์ตี้กันออกเดินทางไปล่า มอนสเตอร์ที่หุบเขาลึกภายในป่าดาราฉาย ฉะนั้นแล้วมาร์คัสจึงเสนอตัว ขอเป็คนทำอาหารเลี้ยงกลุ่มเพื่อนๆ เหล่านี้ด้วยตัวของเขาเอง
แต่ทว่า...กว่าที่มาร์คัสจะมาบอกเื่นี้ให้กับคุณตาและคุณยายได้รับทราบ ก็เมื่อไม่กี่ชั่วโมงในก่อนหน้านี้เท่านั้น
ส่วนเมื่อวานที่มาร์คัส ได้สร้างเื่สร้างราวจนเกือบต้องตายด้วยน้ำมือของสองนักผจญภัยที่ชื่อ โทมัสและจิม มันก็เอาแต่กลัวอีกฝ่ายจนหัวหด จนหลงลืมเื่นี้ไปและก็พึ่งจะมาโวยวายเรียกร้องเอาป่านนี้!!
“พ่อกับแม่ ทำให้ผมต้องขายขี้หน้า!! ไม่ได้ดั่งใจเลย เวรเอ๊ย!”
มาร์คัสโกรธจนฟาดงวงฟาดงา ทั้งๆ ที่ความผิดเกือบทั้งหมด ล้วนเป็มันที่สร้างเื่
แน่นอนว่าคุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ ก็มีส่วนผิดอยู่บ้างเล็กน้อย...ตรงที่ทั้งสองคน ดันหลงลืมที่จะอุ่นข้าว เอาไว้เหมือนเช่นทุกวันๆ
เพราะโดยปกติแล้ว หน้าที่ในส่วนนี้จะเป็มาร์คัสที่เป็คนทำ หากแต่เกิดเื่เมื่อวานขึ้นเสียก่อน ทำให้หน้าที่ภายในร้าน กลายเป็ทับซ้อนกันไปหมดนั่นเอง
ไลท์ที่เฝ้าดูอยู่วงนอก ยังคงส่ายศีรษะให้กับการกระทำของมาร์คัสเหมือนเช่นทุกที เขาพยายามที่เปิดใจและเข้าใจมุมมองของมาร์คัสแล้ว เพราะในโลกก่อน ก็มีผู้คนลักษณะนี้อยู่ไม่มากก็น้อย ‘ผู้คนที่คิดว่าโลกทั้งใบต้องหมุนรอบตัวเอง!’ ดังนั้นไลท์จึงถือว่ามีภูมิคุ้มกันต่อคนประเภทนี้อยู่บ้าง
สำหรับมาร์คัส ไลท์พยายามที่จะเข้าใจอีกฝ่ายอย่างถึงที่สุดแล้ว แต่มันก็เกินสามัญสำนึกที่ไลท์จะคบค้าสมาคมหรือรักษาความสัมพันธ์อันดีด้วยไหว
เขาพอแล้วกับการที่จะผูกมิตรและเป็เพื่อนกับมาร์คัส หากอีกฝ่ายยังคงทำนิสัยเฉกเช่นนี้ คงต้องมีสักวันที่ไลท์จะไม่ยอมอยู่เฉยๆ คงต้องมีฟาดปากกันไปข้างอย่างแน่นอน
แต่ในขณะเดียวนั่นเอง
‘กรุ้งกริ้ง!!’
เสียงของกระดิ่งหน้าร้านก็พลันดังขึ้น
ชายหนุ่มนักผจญภัยสองคน โทมัสและจิมที่เคยมาเป็ลูกค้าของเมื่อวาน วันนี้ทั้งสองคนได้กลับมาที่ร้านแห่งนี้อีกครั้ง
สีหน้าของทั้งสองคน ดูออกได้ในทันทีว่า ทั้งสองคน ต่างรีบร้อนกันมาที่ร้านแห่งนี้มากขนาดไหน
“ข้าวไข่เจียวหมูสับ 2 ไม่สิ ขอ4จานไปเลย ขอเป็ฝีมือของพ่อครัวท่านนั้น!!”
โทมัสและจิม เมื่อจับจ้องที่นั่งของตัวเองได้แล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มต้นสั่งอาหารที่อยากจะกิน โดยไม่ลืมที่จะระบุตัวพ่อครัวให้รับรู้โดยทั่วกัน ว่าพวกเขาอยากจะกินรสมือของใครกันแน่
มาร์คัสผงะถอยไปหลบอยู่ด้านหลัง พ่อกับแม่ ที่ตัวมันพึ่งจะตวาดใส่อีกฝ่าย ด้วยความลนลานประหนึ่งสุนัขขี้ขลาด ทันทีที่พบเห็นสองนักผจญภัยที่มันเกือบจะมีเื่กันเมื่อวันก่อน ได้กลับมาเหยียบที่ร้านของมันอีกครั้ง
“พวกแกสองคน กล้าดียังไงที่กลับมาที่นี่...ร้านของเราไม่ต้อนรับพวกแก จงกลับไปซะ!!” มาร์คัสพูดออกมา ทั้งๆ ที่ตัวมันเอง ยืนหลบอยู่หลังพ่อแม่ที่แก่ชรา
“หมอนี้อีกแล้วเหรอ?” โทมัส ไม่ได้สนใจคำพูดของมาร์คัส ที่พยายามไล่ตนเองเลยแม้แต่น้อย
วันนี้โทมัสและจิมนั้นอารมณ์ดีมากๆ อีกทั้งยังตั้งตารอเพื่อให้ถึงตอนเช้าเร็วๆ เพื่อที่จะกลับมากินข้าวไข่เจียวแสนอร่อย ฝีมือผู้าุโอย่างไลท์ อยู่ตลอดทั้งคืน
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็การกวนน้ำให้ขุ่นและทำให้ผู้าุโอย่างไลท์ไม่พอใจ โทมัสและจิมจึงเลือกที่จะสงบปากสงบคำ ไม่สร้างปัญหาโดยไม่จำเป็
“ขอโทษเื่เมื่อวานที่เกิดขึ้นด้วย...พอดีพวกเราหิวมากเกินไปหน่อย เลยเข้าใจผิดไปบ้าง ฉะนั้นโปรดรับคำขอโทษจากพวกเราทั้งสองคนด้วย!!” จิมที่เป็องครักษ์ประจำตัวของโทมัสและแฝงตัวมาในคราบนักผจญภัย ได้ยืนขึ้นเพื่อกล่าวคำขอโทษแก่มาร์คัส
มาร์คัสที่เห็นอีกฝ่ายกำลังขอโทษตนเองอย่างนอบน้อมก็รู้สึกแปลกใจพิกล พลางคิดว่าที่อีกฝ่ายนอบน้อมถึงเพียงนี้ คงเป็เพราะกลัวว่าตนเอง จะยกพวกมาเล่นงานพวกมันทั้งสองคนในวันนี้สินะ
เพราะถึงอีกไม่นาน กลุ่มเพื่อนของมันจากหมู่บ้านดาราฉาย ก็จะเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว!!
“ฮ่าฮ่า เป็เด็กเป็เล็ก เมื่อรู้ตัวว่าทำผิดก็ดีแล้ว...ถ้าเช่นนั้นพวกแกทั้งสองคน ก็จงก้มหัวโค้งคำนับให้กับฉันคนนี้ซะ!!” มาร์คัสลำพองขึ้นมาในทันทีที่เห็นอีกฝ่าย ยอมล่ามือให้
มันเดินอ้วนๆ ออกมาเบื้องหน้า หมายตั้งใจจะให้อีกฝ่าย ก้มโค้งคำนับให้กับมัน!!
โทมัสและจิม ที่ถูกอีกฝ่ายได้คืบจะเอาศอก...สั่งให้โค้งคำนับ ทั้งๆ ที่ศักดิ์ของตัวเอง คนหนึ่งเป็เ้าชายของดินแดนทางเหนือกับอีกคนเป็หัวหน้าองครักษ์ แน่นอนว่ามีหรือที่ทั้งสองคนจะยินยอม
ทั้งสองคนเืขึ้นหน้า ความเดือดดาลที่ถูกหยามเกียรติ พลันปะทุ
หากแต่ว่าทั้งสองคนกลับเลือกที่จะข่มมันเอาไว้อย่างสุดกำลัง! ได้ยินไม่ผิด ทั้งสองคนแม้ภายในจะเดือดดาลราวกับูเาไฟกำลังปะทะ แต่ทว่าทั้งสองคนกลับยิ้มแย้มออกมา ราวกับไม่เป็อะไร
“เ้าของร้าน พวกเราเป็เพียงผู้น้อยไม่รู้ประสีประสา ตอนนี้ก็รู้ตัวแล้วว่าทำผิดไป...ฉะนั้นท่านอย่าได้ถือสาและเอามาใส่ใจเลย!” โทมัสตอบกลับด้วยความนอบน้อม
“ฉันสั่งให้โค้งคำนับขอโทษก็ทำสิโว้ย!!” มาร์คัสยังคงดื้อแพ่งไม่ยินยอม
แต่ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ ก็เป็อีกครั้งที่พระเอกอย่างไลท์ ได้เข้ามายืนคั่นระหว่างกลาง
‘พระเอกมักจะมาตอนเวลานี้เสมอ!’ ไลท์ยิ้มเยาะให้กับการกระทำของตัวเอง
แต่กระนั้นสีหน้าและท่าทางที่เขาแสดงออกมา นั้นกลับแฝงได้ด้วยความเอาจริงเอาจัง จนคนอื่นๆ ไม่ได้สังเกตเห็นถึงด้าน*เบียว*ของเขา
“พอได้แล้วมาร์คัส อย่าให้มันถึงขั้นต้องโค้งคำนับเลย!!” ชายหนุ่ม ก้าวอาดๆ ออกมา โดยไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด ว่าั้แ่ที่ตื่นมา จนถึงตอนนี้
ขาที่เคยหักของเขา มันกลับไม่รู้สึกเจ็บหรือปวดมากเท่าไหร่...จนมันแทบจะกลับมาเป็ปกติแล้วก็ว่าได้!!
*เบียว ย่อมาจากคำว่า ‘จูนิเบียว’ เป็ศัพท์สแลงในภาษาญี่ปุ่น ที่ใช้นิยามถึงความคิดและการกระทำที่แปลกประหลาด ที่คิดว่าตัวเอง เท่ๆ คูลๆ เป็ต้น*
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
ตารางการลงนิยายทุกวันเวลา 18.00
(ในอนาคตอาจมีการปรับตารางลงใหม่เพื่อให้ตัวผู้แต่งมีเวลาพัก ขอบคุณครับ)