"ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มแหยๆ "ตอนแรกว่าจะซื้อเข็มเงินเสร็จแล้วค่อยไปหาอะไรกินสักหน่อย"
ใครจะไปรู้ว่าจะต้องมาพัวพันกับเรื่องแบบนี้เข้าจนได้
คุณยายมองต่งเสี่ยวเสี่ยวที่รับปากเธอแล้วก็ยิ้มอย่างใจดีและพูดชวน "ถ้าอย่างนั้นฉันขอเลี้ยงข้าวคุณหมอเป็นการตอบแทนเล็กๆน้อยๆ ได้ไหมคะ?"
พูดจบเธอก็สั่งลูกชายให้อยู่เฝ้าเฉินเฉินที่นี่
เสิ่นหวยกับหลี่ต้าจ้วงจึงถูกปล่อยทิ้งไว้ตรงนั้น
เสิ่นหวยอยากจะพูดอะไรสักหน่อยแต่ด้วยฝีมือทางการแพทย์ของเขา หลายปีมานี้เขาหาเงินได้เยอะจริงๆ
ก่อนหน้านี้ชายร่างท้วมกับหญิงชราต่างก็ให้ความไว้วางใจเขามากแต่พอคืนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดออกมาแบบนั้นแล้ว ท่าทีของพวกเขากลับเปลี่ยนไปทันที
"หมอเสิ่นขอผมนั่งพักตรงนี้หน่อยนะครับ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับคุณยายเพิ่งเดินออกไปได้ไม่ทันไรสีหน้าของชายร่างท้วมก็เริ่มเย็นชาลงทันที
สีหน้าของเสิ่นหวยไม่สู้ดีนัก เขา...จะพูดยังไงดี?
เขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเลย!
ถ้าไม่ใช่เพราะเปิดเผยความจริงในคืนนี้...เขาก็คงยังคิดว่าตัวเองกำลังรักษาคนไข้อยู่จริงๆ
แต่หลายปีมานี้เห็นได้ชัดว่าเขากำลังกอบโกยผลประโยชน์ไม่ใช่หรือ?
หรือว่า...
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเสิ่นหวยรีบลุกขึ้นยืน มองหลี่ต้าจ้วงที่อยู่ข้างๆ "เก็บของแล้วพรุ่งนี้ออกไปซะ ที่นี่เล็กเกินไป ไม่เหมาะกับคนอย่างแก!"
"ไม่นะ..."
หลี่ต้าจ้วงไม่พูดอะไรสักคำเขาพยายามทำตัวเองให้หดเล็กที่สุด "อาจารย์ครับอย่าไล่ผมไปเลย"
เขาร้อนใจจนแทบจะร้องไห้ออกมา"อาจารย์ก็รู้ว่ากว่าผมจะได้เข้ามาที่นี่มันยากแค่ไหน..."
"ฉันรู้อยู่แล้วว่ากว่าแกจะเข้ามาได้ลำบากแค่ไหนถึงได้พยายามอดทนกับแกมาตลอด!" เสิ่นหวยพูดพลางหายใจหอบเขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องไปขอคำแนะนำจากต่งเสี่ยวเสี่ยว "แต่ตอนที่ฉันไม่อยู่ แกกลับเสนอหน้ารักษาคนไข้เอง!"
"แกคิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าแกคิดอะไรอยู่?"น้ำเสียงของเสิ่นหวยเย็นลงเรื่อยๆ จนบรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้น"ถ้ามีเงิน แกคงหนีออกจากคลินิกของฉันไปนานแล้ว!"
เสิ่นหวยดูออกทันทีว่าเขากำลังวางแผนอะไรอยู่
"อาจารย์ฟังผมก่อนครับ" หลี่ต้าจ้วงอยู่ที่นี่มานาน เขาแทบจะไม่เคยเห็นเสิ่นหวยโกรธขนาดนี้มาก่อนเขาร้อนใจจนเหงื่อท่วมตัว "ผมออกไปไม่ได้จริงๆเรื่องคืนนี้เป็นความผิดของผมเอง ผมขอโทษครับ"
"แกไปเถอะ" เสิ่นหวยพูดจบก็หันไปพูดคุยกับชายร่างท้วมอีกสองสามคำก่อนจะรีบร้อนวิ่งตามออกไป
หลี่ต้าจ้วงยืนอยู่ข้างๆ กำหมัดแน่นแววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
ทั้งหมดเป็นเพราะต่งเสี่ยวเสี่ยวถ้าไม่ใช่เพราะเธอ แล้วเขาจะถูกไล่ออกมาได้ยังไงกัน?
"ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นนักงั้นก็ให้เธอได้จัดการเองไปเลย!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกับคุณยายเขาไปนั่งในร้านอาหารเล็กๆแถวนั้น หลังจากนั้นจึงสั่งอาหารง่าย ๆ สองสามอย่าง
พอเห็นเมนูที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวสั่งคุณยายก็สั่งเนื้อเพิ่มอีกสามจานกับซุปหนึ่งถ้วยอย่างไม่ลังเล"เป็นผู้หญิงต้องกินให้เยอะหน่อยสิ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ปฏิเสธ
พออาหารมาถึงคุณยายก็ถามถึงอาการของเฉินเฉิน ต่งเสี่ยวเสี่ยวตอบตามความจริงว่าต้องใช้เวลาประมาณสามเดือนอาการถึงจะดีขึ้น
ทั้งสองคุยกันอย่างสนุกสนานต่งเสี่ยวเสี่ยวเองก็กินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย "คุณยายคะจะว่าอะไรไหมคะ ถ้าหนูจะห่ออาหารพวกนี้กลับไปด้วย?"
คุณยายพยักหน้า"แม่หนูที่แสนดี เธอมีแฟนหรือยัง? ถ้ายังละก็..."
หลังจากที่ได้พูดคุยกันมาประมาณครึ่งชั่วโมงคุณยายก็รู้สึกชอบต่งเสี่ยวเสี่ยวมากจริง ๆ แต่เธอพูดยังไม่ทันจบ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รับอาหารที่ห่อไว้จากบริกรด้วยท่าทีจนใจ"หนูคงต้องขอโทษด้วยนะคะ หนูแต่งงานแล้วค่ะ"
"หา?" หญิงชราเบิกตากว้างทันที"แม่หนู เธอแสนดีขนาดนี้ แล้วนี่เธอแต่งงานกับคนแบบไหนกัน?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกุมขมับถ้าไม่ใช่เพราะเธอมาจัดการเรื่องยุ่งๆ พวกนี้ เจ้าของร่างเดิมคงไม่มีชีวิตดีๆแบบนี้หรอก?
"คุณยาย ชมเกินไปแล้วค่ะฉันก็แค่คนธรรมดาๆ เท่านั้น" ต่งเสี่ยวเสี่ยวถืออาหารที่ห่อไว้แล้วพูดขอโทษคุณยายอย่างจริงจัง ทั้งสองเพิ่งเดินออกมาจากร้านเสิ่นหวยก็รีบวิ่งตามมาอย่างเร่งรีบ
เขาเหงื่อท่วมเต็มตัว"คุณหมอ ผมตามหาคุณตั้งนานแน่ะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ทันพูดอะไรเขาก็มองไปที่ดวงตาของเธอ "จริงๆแล้วผมป่วยมานานแล้ว ผมมักจะรู้สึกไม่สบายใจ เจ็บแปลบๆ ที่ท้องน้อย"
"ผมเคยจับชีพจรตัวเองแต่จับชีพจรแล้วก็ไม่พบปัญหาอะไร อาการป่วยก็ยังคงอยู่เหมือนเดิมเมื่อกี้ผมเพิ่งนึกออก เลยอยากจะมาหาคุณ..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเข้าใจทันทีที่เขามาก็เพื่อมาขอคำยืนยันจากเธอ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองเสิ่นหวยที่ร้อนใจจนเหงื่อท่วมตัว "อาจารย์ของคุณเคยบอกคุณไหมว่าการแพทย์แผนจีนไม่ได้รักษาแค่โรค แต่ยังรักษาอาการทางใจด้วยคุณควรจะช่วยเหลือผู้คนด้วยใจจริงแต่คุณกลับไม่เคยทำตามปณิธานเดิมที่เคยตั้งเอาไว้หลายปีมานี้คุณกอบโกยเงินทองไปตั้งมากใช่ไหม? ตัวเองเป็นหมอแต่กลับไม่ค่อยเข้มงวดและควบคุมตัวเอง คุณป่วยก็ไม่แปลกหรอก" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดถึงตรงนี้แล้ว เธอก็ไม่พูดอะไรต่อ
หลังจากแลกเบอร์โทรศัพท์กับคุณยายแล้วเธอก็ถืออาหารที่ห่อไว้และเข็มเงินที่ได้มากลับไปที่โรงพยาบาล
เสิ่นหวยยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นอยู่นาน จู่ๆก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาตบหน้าผากตัวเองแล้วรีบวิ่งกลับบ้านทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยยังไม่ทันได้พูดอะไร ฉินไห่เยว่ที่นอนอยู่บนเก้าอี้นั่งก็สูดจมูกฟุดฟิด"หอมจังเลยค่ะ หนูหิวอีกแล้ว!"
พอได้ยินเสียงเล็กๆ ที่ติดจะอ้อนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ทั้งขำทั้งเอ็นดู "ลุกขึ้นมากินอะไรหน่อยเถอะ"
ฉินไห่หยางยังไม่นอนเขากำลังนั่งอยู่ริมหน้าต่าง พอมองเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับมาก็ดีใจเขาไม่ได้รีบกินอะไร แต่กลับมองไปที่แผลของเธอ
พอมองเห็นสายตาที่ทั้งเอ็นดูทั้งขบขันของต่งเสี่ยวเสี่ยวฉินไห่หยางก็หันหน้าหนีเหมือนอย่างเคย "ผมแค่กลัวว่าต่อไปจะไม่มีใครดูแลพ่อเพราะบางเรื่องผมกับไห่เยว่ทำแทนไม่ได้"
"จ้าๆๆ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าเด็กผู้ชายคนนี้ขี้อายเธอเลยไม่ได้พูดอะไร
ฉินซู่ก็ยังตื่นอยู่เธอจึงวางอาหารไว้บนโต๊ะ "ตอนบ่ายกินข้าวเร็วไปหน่อยคงจะหิวแล้วสินะ กินอะไรหน่อยเถอะแล้วค่อยพักต่อ พรุ่งนี้ฉันก็ต้องกลับแล้ว"
พอมองเห็นสายตาแปลกๆ ของทุกคนเธอก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้คร่าวๆ
"ฉันไม่ได้ตกลงกับตาแก่นั่น"ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลอกตา "เป็นหมอแผนจีนแท้ๆแต่วิ่งนิดหน่อยก็หอบ รวยจนล้นฟ้า พุงก็ยื่นขนาดนั้น จะเป็นคนดีได้ยังไงกัน?"
ระหว่างที่เธอกำลังพูดฉินซู่ก็สังเกตเห็นว่า เวลาต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดเรื่องพวกนี้คิ้วของเธอมักจะเลิกสูงขึ้น แถมบางครั้งมุมปากยังแอบยกขึ้นเล็กน้อยอีกด้วย
ถึงจะทำหน้าตาหยิ่งๆ อยู่ก็เถอะแต่ฉินซู่กลับรู้สึกว่า เธอเป็นตัวของตัวเองดีจริงๆ
"กินเถอะ" พอฉินซู่พูดฉินไห่เยว่กับฉินไห่หยางก็ถือชามขึ้นมากินข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย
แต่ตอนที่พวกเขากินอยู่นั้นต่งเสี่ยวเสี่ยวก็สังเกตเห็นปัญหาบางอย่าง
ตอนที่เธอไปกินข้าวกับคุณยายพอเห็นเมนูและผักที่ร้าน เธอสังเกตว่ามีผักให้เลือกหลากหลายก็จริงแต่เมนูกลับมีเพียงไม่กี่อย่าง ไม่ได้มีรสชาติที่หลากหลายเหมือนในยุคหลังๆ
เธอเข้าใจดีว่าอาหารการกินในยุคนี้ยังขาดแคลนแต่นี่มันขาดแคลนมากเกินไปหรือเปล่า?
คิดไปคิดมาต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง ในหัวก็เกิดความคิดดี ๆ ขึ้นมา
ในเมื่อยุคนี้วิธีการทำอาหารไม่ได้หลากหลายขนาดนี้งั้นเธอน่าจะลองใส่ใจเรื่องทำอาหารให้มากขึ้นหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ?
ลองดูว่าจะสามารถใช้เส้นทางนี้หาเงินได้หรือเปล่า
ถ้าสามารถเปิดร้านอาหารเพื่อหาเงินได้จริงๆครอบครัวของพวกเขาก็ไม่ต้องลำบากอีกต่อไป!