อนุสี่แต่งเข้ามาอย่างยิ่งใหญ่ แต่ท่านแม่ทัพซ่งกลับไม่เคยย่างกรายเข้าไปในเรือนเหม่ยเจียงเลยสักครั้งเดียว เหออี๋เหนียงไม่ร้อนใจ แต่ละวันใช้ชีวิตปกติธรรมดายิ่ง
บานประตูฝั่งจวนแม่ทัพไม่เคยถูกเปิด อี๋เหนียงก็ไม่ใส่ใจ
กลับกัน ฝั่งจวนกั๋วกงมีคนแวะเวียนมาไม่ขาดสาย
กิจวัตรของเหออี๋เหนียงมีไม่มาก เช้าอ่านหนังสือ เรียนมารยาท บ้างก็เพาะปลูกพืชสมุนไพร บ่ายเรียนวิชาแพทย์กับหมอหลิวผู้เป็บิดาบุญธรรม ตกเย็นเก็บตัวเงียบในห้อง สั่งเด็ดขาดไม่ให้ผู้ใดรบกวน
สาวใช้ในเรือนไม่มีใครรู้ว่าเหออี๋เหนียงทำสิ่งใดอยู่ในนั้น
เป็เช่นนั้นมาสามเดือนแล้ว...
ถิงถิงรายงานแก่ฮูหยินใหญ่ “ั้แ่เหออี๋เหนียงแต่งเข้ามา ท่านแม่ทัพไม่มาเยือนเรือนเหม่ยเจียงเลยสักครั้งเ้าค่ะ”
“เหลวไหลจริง ๆ” เหยียนกุ้ยอิงกุมขมับ
นางรู้สึกปวดหัวกับบุตรชายผู้นี้จริง ๆ เขาตั้งแง่อะไรกับเหอซือซือนัก หรือ้าประชดประชันที่ถูกบังคับให้รับนางเข้าไปอย่างไม่เต็มใจ เช่นนั้นก็ไม่ต้องทำั้แ่แรกสิ ไม่แต่งนางเข้าไป คงไม่ทำให้เื่ราวมันแย่ถึงเพียงนี้กระมัง
นี่อะไร แต่งนางเข้าไปแล้วก็ทิ้งขว้างไม่สนใจไยดี เช่นนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน
เหอซือซือผู้นั้นก็ใจเย็นเหลือเกิน สามีไม่มาหาก็ไม่โผล่หน้าไปให้เห็น อนุนางอื่นมาหาเื่เหน็บแนมก็เฉย ตนกับสามีอยากดันให้หลานสาวนอกไส้ผู้นี้เป็ภรรยาเอกแต่ไร้ความร่วมมือก็ยากจะเป็ไปได้
ถ่วงเวลาไม่แต่งไป๋เยว่ซื่อมาจนป่านนี้ก็เต็มกลืนแล้ว เ้าลูกโง่นั่นเทียวไปเทียวมาจนจวนสกุลไป๋รบเร้างานแต่งถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แล้วด้วย
“เวลาพี่ใหญ่ไปหา พวกเขาพูดอะไรกันบ้าง”
ถิงถิงมีไหวพริบ รู้ทันทีว่าฮูหยินใหญ่ถามเื่ใด “มีบ่อยครั้งที่ท่านหมอหลิวด่าทอคุณชายใหญ่เ้าค่ะ ทุกครั้งเหออี๋เหนียงทำเพียงยิ้ม ไม่แก้ต่างแต่ก็ไม่ร่วมด่า”
“นางเป็คนเ็ามาก ใช่หรือไม่”
ถิงถิงครุ่นคิดถึงใบหน้าอ่อนโยนตอนปลูกต้นไม้ดอกไม้และสิ่งของเล็กน้อย ไปจนถึงของกินที่เหออี๋เหนียงมอบให้ ศีรษะนางส่ายรัว
“ไม่เลยเ้าค่ะ เหออี๋เหนียงเป็คนใส่ใจมาก สมุนไพรที่ปลูกล้วนไว้ทำยาให้กองทัพ ตั้งใจเรียนเื่ยาและการรักษาาแโดยเฉพาะ บ่าวแอบได้ยินอี๋เหนียงคุยกับท่านหมอหลิวว่า เื่พวกนี้สำคัญกว่า เื่รักษาโรคค่อยเรียนทีหลังได้ หากท่านแม่ทัพาเ็จะได้ดูแล... ถึงจะค่อนข้างหละหลวมกับสาวใช้ในเรือน แต่มีเมตตายิ่งเ้าค่ะ กับบ่าวเอง เมื่อเดือนก่อนก็ให้ต่างหูคู่หนึ่งเป็รางวัล”
ถิงถิงแตะต่างหูที่สวมอยู่เบา ๆ เหยียนกุ้ยอิงมองต่างหูคู่นั้น ไม่ใช่ของมีราคาอะไรนัก แต่การมอบให้สาวใช้ก็ถือว่าใจกว้างมาก
“ดูท่าเ้าจะถูกใจนายหญิงคนนี้สินะ”
ถิงถิงถูกเย้าจึงยิ้มเขิน “ฮูหยินใหญ่เ้าคะ เหออี๋เหนียงดีกว่าคุณหนูไป๋มากเ้าค่ะ คุณหนูไป๋ผู้นั้นมาจวนแม่ทัพทีไรวางตัวราวกับเป็นายหญิงของจวน สาวใช้คนไหนทำไม่ถูกใจก็ตีหน้าเศร้าให้คุณชายใหญ่เห็น พอลับหลังนางแล้วคุณชายใหญ่ก็จะลงโทษสาวใช้นางนั้น”
นางเล่าไปก็เบ้ปากไป “ตอนเหออี๋เหนียงแต่งเข้ามาใหม่ ๆ คุณหนูไป๋ยังมาหาถึงเรือน กล่าวฝากฝังให้ดูแลคุณชายใหญ่อย่างนั้นอย่างนี้ ชมว่าเรือนเหม่ยเจียงงดงาม โอ้อวดว่าจะไปบอกคุณชายใหญ่ให้ตกแต่งเรือนที่ปลูกใหม่เช่นเดียวกัน แต่ละคำล้วนกดเหออี๋เหนียงให้ต่ำ ยังพยายามส่งคนเข้ามาในเรือนด้วย โชคดีที่เหออี๋เหนียงไม่หลงกล ไม่เช่นนั้นบ่าวคงได้เอากระบี่ที่ซ่อนไว้ออกมาเช็ดทำความสะอาดแล้ว”
“พวกเ้าดูแลเสี่ยวซือให้ดี ด้านนอกมีคนของยุทธภพปะปนเข้ามาไม่น้อย พี่ใหญ่กำชับให้ระวังไว้ เหอซือซือผู้นี้คงมีเื้ั” สามียังไม่กล้าสืบสาวหรือขุดคุ้ย นางก็ไม่้าทำเช่นกัน เกิดพี่ใหญ่รู้เข้า คงจะมองหน้ากันไม่ติดจริง ๆ แล้ว
เหยียนกุ้ยอิงบอกกับสาวใช้ว่า “เ้ากลับไปบอกเสี่ยวซือว่าข้าอยากพบ ให้นางมาหาข้าสักประเดี๋ยว”
“เ้าค่ะ”
เหยียนกุ้ยอิงกลัดกลุ้ม เหอซือซือเจอนางกับสามีบ่อยกว่าเจอบุตรชายคนโตเสียอีก เช่นนี้แล้วจะสานสัมพันธ์ได้อย่างไร
ขณะที่ผู้อื่นกล่าวว่านางไม่เดือดเนื้อร้อนใจ แท้จริงหาได้เป็เช่นนั้นไม่
เหอซือซือรู้สึกเสียหน้าและเสียใจตอนมีคนมาเยาะเย้ยถึงเรือน รู้สึกน้อยใจคนผู้นั้นที่หลบหน้านางมาหลายเดือน รู้สึกเจ็บแปลบตอนไป๋เยว่ซื่อมาหา
แต่นางควรจะแสดงออกอย่างไร นางไม่รู้จริง ๆ
เหอซือซือมองบานประตูที่ไม่เคยถูกเปิดออกโดยสามีอย่างเหม่อลอย นางมักไปปลูกสมุนไพรและดอกไม้ใกล้ ๆ เพราะอยากเงี่ยหูฟังว่ามีใครมาหรือไม่
อยากรู้ว่าด้านหลังประตูนั่นมีเขาหรือไม่
บริเวณนั้นถูกใช้จนเต็มพื้นที่ ไร้ที่ว่างให้ปลูกหรือวางสิ่งใดได้อีก เหอซือซือจึงเลิกไปวนเวียน ทำเพียงนั่งมองจากจุดที่ห่างออกมา
“อี๋เหนียงเ้าคะ”
“อืม” นางขานรับเสียงเนือยโดยที่ไม่ละสายตาจากประตู
ถิงถิงรับใช้ใกล้ชิดเพียงผู้เดียว เห็นภาพนี้อยู่บ่อยครั้ง ใครบอกว่าอี๋เหนียงสี่เ็า ไม่จริงเลย นางเพียงแสดงออกไม่เก่งเท่านั้น
“ฮูหยินใหญ่เรียกพบเ้าค่ะ”
“...ข้ารู้แล้ว” นางรับคำ พักใหญ่ถึงหันมา “อาหญิงมีเื่สำคัญใดกัน”
“บ่าวไม่ทราบ”
“ให้าุโรอนานไม่ดี พวกเรารีบไปกันเถอะ” นางลุกขึ้นยืน มองประตูอีกพักหนึ่งแล้วจึงละสายตา
เหอซือซือเดินผ่านสวนที่เดิมเป็สวนดอกไม้นานาแต่ตอนนี้กลายเป็พืชสมุนไพรและดอกไม้ที่มีสรรพคุณทางยาไปหมดแล้ว
นางมองลานที่ให้ต่อเติมกำแพง การก่อกำแพงตอนนี้พอเห็นเป็รูปเป็ร่างแล้ว รู้สึกพอใจมากทีเดียว
“บอกให้ช่างก่อกำแพงให้สูงขึ้นอีกหน่อย”
กำแพงที่ก่อเสร็จแล้วด้านหนึ่งค่อนข้างสูง ถิงถิงถามอย่างไม่แน่ใจ “สูงสักเท่าใดเ้าคะ”
เหอซือซือตอบเสียงเรียบ “สูงอีกเท่าหนึ่ง”
อีกเท่าหนึ่ง?
ความสูงของกำแพงทั้งหมด จะประมาณสอง่ตัวคนเชียวนะ ลานโล่งตรงนั้น เหออี๋เหนียงจะใช้ทำอันใดกันแน่ ถิงถิงได้แต่เก็บความสงสัยไว้ เหออี๋เหนียงค่อนข้างพูดน้อย ถึงจะมีความอดทนในการอธิบาย แต่สาวใช้เช่นตนซักไซ้เ้านายก็คงไม่ดีนัก
“เสี่ยวซือ มาแล้วหรือ”
ฮูหยินใหญ่จวนกั๋วกงยังคงกล่าวกับอนุของบุตรชายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมีเมตตา
เหอซือซือไม่ได้ทำตัวเ็า นางมีรอยยิ้มบางเบาให้คนผู้นี้เสมอ น้ำเสียงฟังดูกระตือรือร้น บ่อยครั้งยังเป็ฝ่ายหาหัวข้อสนทนามาชวนคุยด้วย
“อาหญิงเรียกหาข้า มีเื่ใดหรือเ้าคะ”
เหยียนกุ้ยอิงเรียกหลานสาวนอกไส้ให้นั่งลงข้าง ๆ จากนั้นกวาดตามองสาวใช้ในห้องปราดหนึ่ง เหล่าสาวใช้ก็ย่อตัวลงแล้วออกไปอย่างรู้หน้าที่
เหยียนกุ้ยอิงที่เป็ทั้งแม่สามีและอาหญิงถอนหายใจขณะมองดูสตรีตรงหน้า
“เสี่ยวซือ อาหญิงมีเื่อยากถามเ้าสักเื่ ไม่รู้ว่าจะสะดวกใจหรือไม่”
หากไม่แน่ใจว่านางสะดวกใจหรือไม่แล้วจะถามขึ้นมาทำไม คำถามนี้ไม่้าคำตอบ เหอซือซือจึงมองด้วยสายตาเรียบเฉย
เหยียนกุ้ยอิงชะงักกับความเ็าที่อยู่ ๆ ก็แผ่ออกมา เมื่อเจอกับคนเช่นนี้ตนก็ไม่รู้ว่าจะพูดหรือทำเช่นไรจึงจะดี
“เ้าแต่งเป็อนุให้เทียนเหิงหลายเดือนแล้ว มีสิ่งใดไม่ชอบใจหรืออึดอัดใจหรือไม่ เ้าไม่ต้องกลัว ไม่ว่าสิ่งใดก็พูดคุยกับอาหญิงได้เสมอ”
หญิงสาวหลุบตาลง นึกเย้ยหยันอยู่ในใจ นอกจากบิดาบุญธรรมแล้วหาผู้ใดปรารถนาดีต่อตนอย่างจริงใจนั้น ยากจริง ๆ สตรีผู้ใจดีมีเมตตานางนี้เพียงกลัวบิดาบุญธรรมไม่พอใจ จึงทำดีต่อตน ถ้านางหวังดีอย่างที่ปากว่ากายแสดงออกจริง นางจะไม่มามัวเสียเวลาถามเช่นนี้
ทั้งจวนแม่ทัพและจวนกั๋วกงนี้ มีเื่ใดที่อีกฝ่ายไม่รู้ด้วยหรือ ถ้านางจะลงมือก็ทำไปนานแล้ว
“ไม่มีเ้าค่ะ”
อีกฝ่ายมีสีหน้าจนใจ “เสี่ยวซือได้รับความอยุติธรรมก็อย่าเก็บไว้ในใจ เพียงบอกอาหญิงมา อาหญิงจะไปจัดการให้เ้าเอง”
เหอซือซือยังคงยืนยัน “ไม่มีจริง ๆ เ้าค่ะ”