“ จากการตรวจสอบ ของเครื่องสแกนเนอร์ดาวเทียม พวกเราตรวจพบว่า ในเทือกเขาัจำศีล มีกระดูกสัตว์หมื่นปีอยู่ ตามจุดต่างๆ อาจารย์ได้ทำสัญลักษณ์เอาไว้ ทีแรกคิดว่าจะให้เ้าไป นำมาลองทำเป็ วัตถุดิบในการสร้างหุ่นรุ่นใหม่ แต่ว่า มันอันตราย อาจารย์เลยไม่อยากให้เ้าไป” เฟยหลงมองแผนที่ ก็ขออาจารย์ใหญ่ทันที
“ ข้าจะรีบไปรีบกลับ ก่อนทีู่เาไฟะเิ”
“ เ้าเอา กล่องรับสัญญาณภาพไปดูด้วย หากว่ามันตื่นเ้าต้องรีบกลับมาโดยด่วนจำไว้ ชีวิตนั้นสำคัญที่สุด”
“ ขอรับอาจารย์”
เฟยหลงขึ้นเรือเหาะลำเล็ก แล้วมุ่งไปจุดที่พบกระดูกสัตว์โบราณหมื่นปี ที่เขาส่วนหางั เฟยหลงพบว่า มีก้อนหินรูปร่างแปลกๆ เป็เหมือนแผ่นกระดานหินสีดำหนากว่า 10 เซนต์ เรียงอยู่เป็ชั้นๆ นี่มันจะเป็ส่วนไหนของสัตว์โบราณกัน แต่ละชิ้นล้วนหนักมาก
“ นี่คือเกล็ดัโบราณ แต่ผ่านการสะสมของชั้นหินแมกมา เหมาะนำไปเป็เกราะ ชิ้นส่วนป้องกันมาก เก็บไปให้หมดโดยเร็ว”
เฟยหลงสั่งหุ่นทั้งสี่ ช่วยกันแบบกลับเข้าไปใน กำไลมิติทันที หินแผ่นกระดานเหล่านี้ มีอยู่ยี่สิบแผ่น ไม่นานก็หายวับไป เฟยหลงดูแผ่นที่อีกครั้ง แล้วไปทีู่เากลางลำตัวของัจำศีล พอไปถีงก็พบ ว่า กระดูกโบราณนั้น อยู่ในูเาด้านใน เลยให้ หุ่นปฐีทลายฟ้า ปล่อยคลื่นเสียงคำรามออกไป แผ่นดินเกิดรอยแยกเป็รูช่อง ทำให้เฟยหลงเข้าไปด้านในได้ลึกกว่า ห้าสิบเมตร ด้านในมีโพรงอากาศ เหมือนถ้ำ ด้านในพบกระดูกสัตว์โบราณที่ยังคงสภาพดีอยู่ แต่ส่วนอื่นๆ
ย่อยสลายไปหมดแล้ว เหลือกระดูกข้อสันหลังกว่า 12 ชิ้น ที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์
“ ส่วนนี้เป็สันหลังั เ้าสามารถ นำไปผสมกับเหล็กเป็แกนกระดูกหุ่นยนต์จะทำให้แข็งแรง ผสมกับอักขระยันต์ของข้า อาจป้องกัน พลังจ้าวจักรวาลขั้น 12ได้เลย” ศิลานักปราชญ์ออกมาลูบคลำแล้วบอกออกมา
เฟยหลงมีเวลาไม่มา เลยสั่งขนกลับไปทั้งหมด เหลืออีกส่วนเดียวที่อยู่ตรงส่วนหัวั ที่เป็ที่อยู่ของ ปีศาจแมกมาด้วย เฟยหลงต้องลงไปในถ้ำใกล้ปล่อยูเาไฟ พบว่ามีกระโหลกหน้าผากัชิ้นใหญ่เหลือเพียงแผ่นเดียว ส่วนอื่นล้วนย่อยสลายไปหมดแล้ว
“ นี่คือกระโหลกหน้าผากั เป็ส่วนที่แข็งแกร่งที่สุด ควรนำไปสร้างอาวุธจะดีที่สุด” เฟยหลงต้องให้หุ่นทั้งสี่ช่วยกันขนย้าย เพราะชิ้นมันใหญ่มาก แต่ในที่สุดก็นำไปเก็บไว้ด้านในกำไลมิติจนหมด เฟยหลงมองเ้า ปีศาจแมกมา มันลืมตาขึ้นมาแล้ว เฟยหลงะโขึ้นเรือเหาะแล้วรีบหนีไปในทันที
ตูม ! ตูม ! ตูม ! ูเาไฟะเิออกมา พร้อมกันทั้งสามลูก กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า หินหนืดแมกมาจากใต้ดินพุ่งขึ้นมาทะลุปากปล่องูเาไฟ กลายเป็ ลาวา ไหลลงสู่แม่น้ำ ที่กลายเป็สายธารลาวา ที่ จักรพรรดิเซาท์ซิตี้ ได้ทำขึ้น เพื่อไม่ไหลผ่านกลางเมือง แต่ว่า สิ่งที่หวังเอาไว้ไม่เป็ดังที่คิด มีแผ่นดินไหว ไปตามแนวรอยต่อแผ่นดินแยกผ่ากลางเมืองหลวง แผ่นดินบางส่วน ก็ทรุดตัวลงไป เหล่าจักรพรรดิ แล้ว ฝ่ายลอร์ด และขุนนางต่างๆ อยู่ในยานอวกาศบนฟ้ามองดูอย่างสลดใจ ไม่รู้ว่าจะช่วยได้อย่างไร ถึงแม้ว่า จะมีการย้ายอพยพผู้คนไปจนหมดเมืองแล้ว ก็ตาม
ทันใดนั้นเอง ปีศาจแมกมา ก็ตื่นขึ้นมาโผล่ออกมาจากใต้ดิน ด้านูเาไฟลูกแรกถูทำลายสิ้น ลาวาไหลทะลักเข้ามาในเมือง กลุ่มควัน คลุ้งไปทั่ว ยานบินลอยอยู่บนท้องฟ้า ต่างใช้ลำแสงเลเซอร์ และ ขีปนาวุธยิงถล่ม ปีศาจแมกมา อย่างไม่ยั้ง
ยานพิฆาตลำใหญ่ั์ จาก ดาวกางเขน ส่งมาช่วยจำนวน 10 ลำ ต่างใช้พลังไอเย็นพ่นใส่ ปีศาจแมกมา แต่ไม่สามารถ หยุดมันได้
เฟยหลงหนีตายออกมาได้อย่างหวุดหวิด หันกลับไปมองด้วยความใ ไม่คิดว่า
ปีศาจแมกมา มันจะใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ เวลามันเดินไปที่ใด พื้นดินล้วนถูกเพลิงผลาญเผาไหม้เป็จุลไปหมด จรวดขีปนาวุธ แสงเลเซอร์ ต่างระดมยิงใส่มันไม่หยุด แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้
ส่วนราชครูเฝิงจ้านบัดนี้เปลี่ยนเป็ใช้แขนกลไปแล้ว ยืนมองดูอยู่กับ รัชทายาทต้วนไห่
“ ท่านราชครู เอายังไงกับมันดี รู้สึกว่า มันแข็งแกร่งกว่าที่เราคิดเอาไว้นะ”
“ ไม่น่าเชื่อ ว่าจะมีปีศาจแมกมาที่แข็งแกร่งเยี่ยงนี้ จากข้อมูลที่เคยพบ มันตัวไม่ใหญ่ขนาดนี้ เกรงว่า งานนี้ แผ่นดินทวีปใต้ คงพบภัยพิบัติใหญ่หลวงแน่ พลังงานของมันสามารถยืนหยัดอยู่ได้ 7 วันตามตำราเคยบอกไว้ พวกเราต้องรอถึงวันนั้นถึงจะลงมือโจมตีมันได้ พอมันล้มลงเมื่อไร ร่างของมันจะกลายเป็อัญมณีบุศราคัมทันที”
“ รอก็รอ แต่รู้สึกว่า พวกกองทัพดาวกางเขนจะมีคนมาสบทบอีกนะ พวกมันจะรู้ไหมว่า สุดท้ายร่างของเ้าปีศาจแมกมา จะกลายเป็บุศราคัม”
“ ตำราค้นหาอัญมณีพระเ้านี้ มีเฉพาะคนของจ้าวดวงดาวทั้งห้าเท่านั้น เป็ไปได้ว่า พวกมันน่าจะรู้เช่นกัน ถึงเวลาคงต้องแย่งชิงกัน ใครเร็วกว่าคนนั้นก็ได้ไป”
ในขณะที่แผ่นดินไหวเริ่มบานปลายไปทั่ว มันเริ่มลามไปรอบๆ เมืองหลวงเซาท์ซิตี้
เริ่มเข้าใกล้เมืองบลูเมาท์เทนเข้าไปทุกที ชาวเมืองเริ่มเตรียมตัวอพยพ หนีอีกรอบ
ในขณะที่ปีศาจแมกมา ก็ร่างกายกับขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย กองทัพกางเขนเข้ามาสมทบ ก็ไม่อาจหยุดยั้งมันได้ ในขณะทีู่เาไฟะเิ ปีศาจแมกมาก็อาละวาด
เฟยหลงก็ทนไม่ไหวถามศิลานักปราชญ์ ว่า
“ อาจารย์ท่านเป็ถึงศิลานักปราชญ์ บอกวิธีจัดการ เ้าปีศาจแมกมา หน่อยได้ไหม”
ขณะที่ศิลานักปราชญ์จะเอ่ยตอบ ท้องฟ้าก็ปรากฏดอกบัวสีขาวลอยมา มีหญิงสาวคลุมหน้าใส่ชุดขาวทั้งชุด ยืนบนดอกบัวสีทอง คล้ายกับเทพธิดาจาก์
แล้วปล่อยน้ำออกจากขวดในมือออกมา ปรากฏเป็สายน้ำคล้ายกับฝนตกลงมาจากท้องฟ้า ปกคลุมูเาไฟทั้งสาม ทำให้ความร้อนที่พวยพุ่ง พลันดับสนิทลงไป ความร้อนของแมกมาในใต้ดิน ก็ลดอุณภูมิลงเข้าสู่ภาวะปกติ
ปีศาจแมกมา ร่างกายพอถูกชโลมด้วยน้ำฝนศักดิ์สิทธื ร่างกายก็ค่อยๆ แข็งตัวกลายเป็หิน แล้วก็ค่อยๆ สลายกลายเป็เศษหินเหลือแต่ก้อนอัญมณีบุศราคัมลอยอยู่ จากนั้นก็ถูก รัชทายาทต้วนไห่ พุ่งตัวเข้าไปแย่งชิงอัญมณีบุศราคัมก่อนทันที โดยมีคนจากกองทัพดาวกางเขนอีกสามคนพุ่งตัวเข้าไปเช่นกัน แต่ทุกคนหามีความไวเท่าสตรีชุดขาวไม่ หินอัญมณีบุศราคัมถูก ดึงมาอยู่ในมือของนางโดยที่ไม่มีใครแย่งได้ทัน ราชครูเฝิงจ้าน แอบอยู่ด้านหลัง พุ่งฝ่ามือลอบทำร้าย
สตรีชุดขาวอย่างรวดเร็ว เพื่อจะแย่งชิง อัญมณีบุศราคัม แต่ว่า ช้ากว่าเ้าเหมียวน้อยที่ขว้างเข็มสังหารเข้าใส่หน้าของราชครูเฝิงจ้าน ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว !!! แต่ราชครูเฝิงจ้านใช้แขนเหล็กกันเอาไว้ แต่ก่อนที่ฝ่ามือจะถึง ร่างของหญิงสาว ดอกบัวทองที่นางยืนอยู่ก็ปล่อยกลีบนับร้อยกลีบอันคมกริบออกมา พุ่งเข้าใส่ร่างของราชครูเฝิงจ้าน กระเด็นกระดอนไป
เฟยหลงพุ่งปล่อยหุ่นพิทักษ์ทั้ง 4 ออกไปเพื่อโจมตี แต่ราชครูเฝิงจ้าน าเ็หนักก็หลบหนี กลายเป็แสงหายไปอย่างรวดเร็ว เฟยหลงตามไม่ทัน เ้าเหมียวน้อยยืนสองขาบนไหล่เฟยหลง
ส่วนทุกคนเห็นว่า ดอกบัวมีอาวุธลับร้ายกาจ ก็ไม่กล้าเข้าใกล้หญิงสาวอีกส่วนรัชทายาทต้วนไห่แค้นใจนัก จึงรีบบินหายไปในทันทีเช่นกัน
จักรพรรดิ และทุก ๆ คน เข้ามาหาสตรีชุดขาวแล้วก็โค้งคำนับทันที
“ ขอบคุณที่แม่นางท่านนี้ ได้ช่วยชีวิตชาวเมืองของข้าเอาไว้ ไม่ทราบว่าแม่นางคือ?”
“ ข้าเพียงแค่ผ่านมาทางนี้เท่านั้น ทุกท่านอย่าได้ใส่ใจ แต่ต้องขอบใจเ้าแมวน้อย ที่ได้ช่วยข้าเอาไว้นะ”
“ ข้าเพียงทำตามนายท่านของข้าสั่งเท่านั้น”
“ หืม นี่เ้าพูดได้ด้วยรึ?” แม่นางชุดขาวเอ่ยด้วยความรู้สึกตื่นเต้น แต่เฟยหลงกับมองทางที่ราชครูหายวับไปด้วยความแค้น เลยไม่ได้สนใจ แม่นางชุดขาว
“ ไปกันเถอะ เ้าเหมียวน้อย” เฟยหลงไม่แม้แต่จะเหลือบมอง แม่นางชุดขาว แล้วะโขึ้นเรือเหาะจากไปแบบไม่สนใจใครแม้แต่คนเดียว สร้างความสงสัยให้กับแม่นางชุดขาวผู้นี้เป็อย่างยิ่ง ที่มีชายประเภทไหนกัน ที่ จากไปโดยที่ไม่สนใจนางเช่นนี้
“ เ้าคนนี้นี่”
“ พวกเรารีบไปจากที่กันก่อนเถอะ” ดอกบัวทองกลับพูดได้
“ ฝากไว้ก่อนเ้าคนนี้ เราต้องได้เจอกันอีกแน่” หญิงสาวพูดจบ ก็พุ่งผ่านประตูมิติหายวับไป
เฟยหลงกลับมาที่สถาบันที่บัดนี้ยังโชคดี ที่ไม่โดนแผ่นดินไหวถล่ม เสี่ยวเทียนพอไปถึงอาคารหวงห้าม ก็เข้าห้องสร้างหุ่นยนต์ โดยนำกระดูกสันหลัง ัออกมาเพื่อแบ่งออกเป็ชิ้นๆ แต่ว่าไม่สามารถใช้สิ่งใดมาตัดได้เลย
“ อาจารย์ข้าจะตัดแบ่งมันยังไงดี”
“ เ้านี่ ไม่รู้เื่อะไร กระดูกพวกนี้ทนทานมาก หาอาวุธใดใด หรือพลังใดมาตัดหรือหลอมได้ง่ายๆ เ้าต้องมีวิธีจัดการกับพวกมัน”
“ ทำยังไงหรือขอรับ”
“ก่อนอื่นเ้าจะต้องมีเปลวไฟในการหลอมอาวุธ ซึ่งเปลวไฟที่ดีที่สุดที่ในใต้หล้านี้คือเปลวไฟสีน้ำเงิน ที่สามารถ หลอมละลายวัตถุได้ทุกชนิด”
“ แล้วข้าจะไปหาได้ที่ใดกัน?”
“ เ้าเด็กโง่ ก็จากข้านี่ไง เตรียมตัวหลอมรวมเข้าไปในร่างของเ้าซะ” จากนั้นก็มีเปลวไฟสีน้ำเงินออกมาจากมือ ของ ศิลานักปราชญ์ มาปรากฏต่อหน้าเฟยหลง
“ แล้วหากข้าหลอมรวมเข้าไปร่างกาย มิทำให้ข้ามอดไหม้ไปทั่วร่างเลยหรือ?”
“ ข้าอยู่ทั้งคน เ้าจะเป็อะไรได้ยังไง นั่งลง ข้าจะถ่ายทอดลมปราณสีฟ้าเข้าไปในร่างของเ้า ต่อไปเ้าก็ไม่ต้องกลัวเปลวไฟสีน้ำเงินนี้อีก เ้าสามารถนำมันเข้าไปไว้ในปราณสีฟ้า ได้เลย” แล้วศิลานักปราชญ์ก็ถ่ายทอดลมปราณสีฟ้าเข้ามาในร่างของ เฟยหลง ซึ่งทำให้เส้นลมปราณของเฟยหลง ขยายใหญ่ขึ้นไปอีก แล้วก็เริ่มดูดซับไฟเปลวสีน้ำเงินเข้ามา ในร่างกาย เปลวไฟสีน้ำเงินเข้าไปซึมซับเข้าไปอยู่ในปราณสีฟ้า จนหมด พลังเทพยุทธ์ในร่างกายพุ่งขึ้นอีกสิบระดับกลายเป็พลังปราณที่ 40 พลังจิตเพิ่มขึ้นจากระดับ 2 เป็ระดับ 3 พลังจ้าวจักรวาลขั้นที่ 1 ระดับต้นเพิ่มขึ้นเป็ระดับกลางแล้ว
“ ไม่เลวแค่ได้เปลวไฟสีน้ำเงิน พลังของเ้ากลับเพิ่มขึ้นได้ถึง สามพลัง”
“ ขอบคุณท่านอาจารย์”
เฟยหลงเริ่ม นำกระดูกสันหลังัออกมาเพื่อนำมาประกอบเป็กระดูกโครงของ หุ่นพิทักษ์ และ ทำให้เ้าเหมียวน้อยด้วย จากนั้น ก็นำส่วนเกล็ดออกมา แล้วละลายหินที่เกราะออกจากเกล็ดัออกไป พบว่าด้านในเป็เกล็ดัโบราณที่ยังคงเป็สีทองเงางาม เฟยหลงเริ่มหลอมรวมให้เป็รูปร่างของหุ่นทั้งห้าตัว จนหุ่นทั้งห้า เป็เกราะสีทองทั้งหมด เฟยหลงเริ่มลงอักขระยันต์ ให้กับหุ่นทีละตัวตามที่ศิลานักปราชญ์สอนเอาไว้ จนในที่สุด ทั้งก็สร้างเสร็จ คราวนี้นอกจากจากแข็งแกร่ง สามารถทนทานพลังจ้าวจักรวาลได้ไม่ต่ำกว่า ระดับ 12 เลยทีเดียว
นอกจากนั้นยังเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
เหลือแต่เพียงกระโหลกั คงต้องนำมาทำเป็อาวุธ เขาไม่เคยทำมาก่อนเลยต้องขอคำชี้แนะจาก ท่านอาจารย์อีกครั้ง
“ การหลอมอาวุธนั้นเ้าต้อง ควบคุมไฟหลอมสามระดับ คือตอนต้นเ้าต้องใช้ไฟระดับสูง แล้วส่งพลังจิตเข้าไปควบคุมให้มันเป็ อาวุธตามที่เ้าคิดจะสร้างพอได้รูปร่างแล้ว เ้าก็ลดระดับพลังไฟลงมาระดับกลาง เพื่อลงอักขระเพิ่มพลังลงไปในอาวุธ ขั้นสุดท้าย ใช้ไฟอ่อนที่สุด สร้างความแหลมคม ให้กับอาวุธ นั่นคือขั้นตอนการหลอมอาวุธ ระดับเทพเ้า”
เฟยหลงได้รับคำแนะนำ ก็เริ่มสร้าง ฆ้อนั ให้กับ หุ่นปฐีทลายฟ้า อาวุธปลอกแขนัที่บรรจุด้วยเข็มน้ำแข็ง ให้กับหุ่นวารีเยือกแข็ง ดาบวายุัที่ปล่อยเงาดาบวายุออกมาให้กับ หุ่นวายุไซโคลน ทวนัให้ หุ่นอัสนีสายฟ้า
สำหรับเ้าเหมียวน้อยนั้นพิเศษหน่อย นอกจากเปลี่ยนเป็กระบี่ัทองแล้ว ยังบรรจุเข็มัสังหาร และ เพิ่มมีดสั้นพกติดตัวด้านข้างอีกด้วย
แล้วจากนั้น เฟยหลงยังสร้างหุ่นยนต์อัคคี ที่ ใช้แก่นหินอัคคีมาเป็พลังงานอนันต์ เฟยหลงสร้างปืนไฟ ให้หุ่นอัคคีเอาไว้เช่นกัน
เฟยหลง อยู่แต่ในอาคารสร้างหุ่นยนต์เป็เวลาสามเดือน ก็เริ่มดูดซับพลังอัญมณีแพทายสีฟ้า เป็เม็ดที่สอง พอดูดซับเข้าไปพลังในร่างของก็ปรับเพิ่มขึ้นทันทีจากจ้าวจักรวาลขั้นที่ 1 ระดับสูง เป็จ้าวจักรวาลขั้นที่สองระดับต้นทันที
เฟยหลงได้รับพลังเพทายสีฟ้านี้ ทำให้มีพลังพิเศษขึ้นมาอย่างหนึ่งคือสามารถมองเห็นิญญาของคนที่ตายไปแล้วได้ แล้วเฟยหลงก็ได้นำเกราะัมาสวมใส่ แล้วสร้างถุงมือัให้กับตนเองเอาไว้ป้องกันตัวด้วยเช่นกัน
อีกไม่นานเข้าต้องเตรียมพร้อมเพื่อออกเดินทางไปทวีปเหนือ เพื่อตามล่าตัว ราชครูเฝิงจ้าน ในระหว่างสามเดือนเฟยหลงสร้างหุ่นนักสู้จำนวน 10 ตัวมอบให้กับ สนามคิงส์โรบอต ได้เงินมา 10 ล้านเหรียญทอง ก็น่าจะเพียงพอจะเดินทางไปทวีปเหนือได้แล้ว
ทันใดนั้น เจิ้นหนานก็เอาข่าวมาบอกว่า
“ ศิษย์พี่เฟยหลง เกิดเื่กับ พี่ซู่ติง เขาถูกองค์ชายเบต้า ทำร้ายาเ็สาหัสนอนอยู่ในห้องพยาบาล”
“ พาข้าไปเดี๋ยวนี้” เฟยหลงลุกขึ้นยืนเอ่ยเสียงเย็นระเยือกออกมา....