วันที่ผ่านไปนับั้แ่จูบแรกอันเร่าร้อนและข้อความที่ไร้คำตอบจากสารวัตรกฤตนั้น เชื่องช้าและตึงเครียดราวกับอยู่ท่ามกลางพายุที่สงบนิ่งรอเวลาปะทุ เอมิใช้ชีวิตเหมือนคนสองบุคลิก เบื้องหน้าคือเ้าของร้านกาแฟผู้ยิ้มแย้มแจ่มใส ดูแลลูกค้าและจัดการร้านได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่เื้ัรอยยิ้มนั้นคือความว้าวุ่น สับสน และหวาดกลัวที่กัดกินใจอยู่ตลอดเวลา
เธออ่านข้อความของกฤตซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เมื่อวาน... ผมหยุดคิดถึงคุณไม่ได้เลยนะ" คำพูดง่ายๆ ที่ทรงพลังทำลายล้างความสงบในใจเธอจนหมดสิ้น เธอพยายามร่างคำตอบนับครั้งไม่ถ้วน บ้างก็ต่อว่า บ้างก็ตัดพ้อ บ้างก็ปฏิเสธอย่างแข็งขัน แต่สุดท้ายก็ลบทิ้งไปทั้งหมด เธอไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไร ไม่รู้จะเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าเธอเองก็... หยุดคิดถึงเขาไม่ได้เช่นกัน อย่างไร
ความเงียบงันระหว่างเธอกับกฤตหนักอึ้งราวกับก้อนหิน ทุกครั้งที่เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น หัวใจเธอก็จะกระตุกวูบ แต่เขาก็ยังไม่มา ปฏิกิริยาของเธอเริ่มส่งผลต่อคนรอบข้าง เธอเหม่อลอยบ่อยขึ้น ชงกาแฟผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จนมิ้นท์ต้องคอยช่วยแก้ต่างให้ และเธอก็หงุดหงิดใส่ศิวัฒน์ง่ายขึ้นด้วยเื่ไม่เป็เื่ ความอดทนของสามีผู้แสนดีดูเหมือนจะมีขีดจำกัดเช่นกัน เพราะแววตาที่เขามองเธอเริ่มมีคำถามและความไม่เข้าใจเจืออยู่จางๆ
แล้วในที่สุด บ่ายวันหนึ่งที่อากาศค่อนข้างอบอ้าว เขาก็กลับมา...
สารวัตรกฤตเดินเข้ามาในร้านด้วยท่าทีสบายๆ เหมือนลูกค้าปกติ สั่งอเมริกาโน่แก้วเดิม แต่แววตาที่เขามองเอมิกลับต่างออกไป มันมีความมุ่งมั่นบางอย่างฉายชัดอยู่ในนั้น เขาไม่ได้รีบร้อนพูดอะไร แต่เลือกโต๊ะมุมในสุดที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัว นั่งลงจิบกาแฟช้าๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่เธอเป็ระยะ ราวกับรอคอยจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เอมิรู้สึกเหมือนกำลังเล่นเกมเดิมพันที่อันตราย เธอพยายามหลบสายตาเขา ทำเป็ง่วนอยู่กับงาน แต่ก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างสูงในมุมร้านนั้น เมื่อลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้านไป เหลือเพียงเธอกับมิ้นท์ (ที่กำลังเช็ดโต๊ะอยู่ไกลออกไป) และกฤต บรรยากาศก็ยิ่งอึดอัดขึ้น
กฤตลุกขึ้นจากโต๊ะ เดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ วางแก้วกาแฟที่พร่องไปเล็กน้อยลง "กาแฟวันนี้รสชาติแปลกๆ นะครับ" เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่คำพูดนั้นทำให้เอมิใจหายวาบ "เหมือนคนชงกำลังมีเื่ไม่สบายใจ"
เอมิเงยหน้าสบตาเขาอย่างใ พยายามหาคำแก้ตัว "คง...คงไม่หรอกค่ะ อาจจะเพราะอากาศร้อน..."
"ผมส่งข้อความไปหาคุณเมื่อหลายวันก่อน..." กฤตพูดแทรกขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลีกเลี่ยง "ไม่เห็นคุณตอบผมเลย"
"เอมิ...ไม่รู้จะตอบว่าอะไรนี่คะ" เธอตอบเสียงเบา ก้มหน้าหลบสายตาคมกริบนั้น
"เื่วันนั้น..." กฤตเว้นจังหวะ "ผมขอโทษถ้ามันทำให้คุณลำบากใจ แต่ผมพูดจริงนะเอมิ ผมหยุดคิดถึงจูบของเราไม่ได้จริงๆ" เขากล่าวอย่างตรงไปตรงมา น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น
คำว่า "จูบของเรา" ตอกย้ำความจริงที่เธอพยายามหลีกหนี เอมิรู้สึกเหมือนกำแพงที่พยายามสร้างไว้กำลังพังทลายลงมา ความอัดอั้นตันใจ ความสับสน ความกลัว ที่สะสมมาหลายวันทำให้เธอน้ำตาคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"สารวัตรจะให้เอมิตอบว่ายังไงคะ!" เธอโพล่งออกมาเสียงสั่นเครือ น้ำตาหยดแรกร่วงหล่นลงบนเคาน์เตอร์ "เอมิมีสามีแล้ว! เื่ของเรา...เื่ของเรามันเป็ไปไม่ได้! คุณไม่ควรจะมาทำให้เอมิรู้สึกแบบนี้!"
กฤตมีสีหน้าอ่อนลงเมื่อเห็นน้ำตาของเธอ เขาก้าวเข้ามาใกล้ ยื่นมือออกไปเหมือนจะัั แต่ก็ชะงักไว้กลางคัน "ผมเข้าใจ..." เขากล่าวเสียงนุ่มลงกว่าเดิม "ผมรู้ว่ามันซับซ้อน ผมไม่ได้้าจะทำลายชีวิตคุณนะเอมิ จริงๆ" เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่คลอหน่วยด้วยน้ำตาของเธอ "แค่...ความรู้สึกที่มีให้คุณ มันห้ามกันไม่ได้จริงๆ ผมแค่อยาก..." เขากลั้นคำพูดไว้ครู่หนึ่ง "ขอแค่ให้ผมได้เจอ ได้คุยกับคุณแบบนี้บ้าง...ก็ยังดี อย่าผลักไสผมไปเลยนะ"
คำพูดที่ดูเหมือนจะเข้าใจและยอมถอยของเขา ทำให้กำแพงในใจเอมิอ่อนยวบลง เธอเหนื่อยเหลือเกินกับการต่อสู้กับความรู้สึกตัวเอง การที่มีคนเข้าใจ (หรือแสร้งว่าเข้าใจ) มันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด แม้จะรู้ว่ามันคือหลุมพรางก็ตาม
"กะ...ก็ได้ค่ะ" เธอตอบเสียงสะอื้น พยักหน้าเบาๆ โดยไม่กล้าสบตาเขา "แต่แค่...แค่คุยกันนะคะ ห้าม...ห้ามทำแบบวันนั้นอีก" เธอกำหนดเงื่อนไขที่เปราะบางราวกับใยแก้วออกไป รู้ทั้งรู้ว่ามันอาจจะเป็ไปไม่ได้เลย
กฤตยิ้มออกมาอย่างโล่งอก "แน่นอนครับ แค่คุยกัน" เขารับคำอย่างง่ายดาย แววตาฉายประกายพึงพอใจที่เขาสามารถดึงเธอกลับมาได้สำเร็จ "ขอบคุณนะเอมิ ขอบคุณจริงๆ"
เขายืนอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่ง มองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนลง ก่อนจะขอตัวกลับไป ทิ้งให้เอมิยืนเผชิญหน้ากับมิ้นท์ที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าเป็ห่วง และเผชิญหน้ากับหัวใจตัวเองที่เพิ่งจะยอมจำนนต่อพายุอารมณ์ไปหมาดๆ เธอยอมตกลงที่จะ "แค่คุย" กับเขาแล้ว