แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาทึบเข้ามาในห้องนอนใหญ่ชั้นล่าง
แต่มันไม่ได้นำความสดชื่นหรือความหวังใดๆ มาสู่หัวใจของฉันเลยสักนิด
ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาในความสลัวด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งหัวและร่างกาย
กลิ่นเหล้าผสมกลิ่นเหงื่อคาวๆ ของพวกผู้ใหญ่สองวัยยังคงอบอวลจางๆ อยู่ในอากาศ
และบนผิวเนื้ออวบอัดของฉันเองก็ยังมีรอยััหยาบโลนที่คอยย้ำเตือนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
รอยจูบสีแดงช้ำตามซอกคอและหน้าอกขนาดใหญ่สะบึมของฉันเด่นหราสะท้อนในกระจกเงาข้างเตียง
ฉันพยุงร่างกายอันระบมชอกช้ำลุกขึ้นมานั่งกอดเข่า ร้องไห้ออกมาเบาๆ อย่างกลั้นไม่อยู่
เกลียดตัวเองเหลือเกิน... เกลียดที่ร่างกายที่น่ารังเกียจนี้ตอบรับััวิปริตของพวกลุงวัยดึกได้อย่างง่ายดาย
ทันใดนั้น สายตาของฉันก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์มือถือที่วางแอ้งแม้งอยู่บนพรมปลายเตียง
เมื่อเอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดู หัวใจของฉันก็พลันร่วงหล่นลงไปในเหวลึกทันที
'สายไม่ได้รับ: แมน (12 สาย)'
และหน้าจอยังโชว์ประวัติว่าฉันกดตัดสายทิ้งไปเมื่อคืนนี้ตอนเวลาตีหนึ่งตรง...
สมองของฉันว่างเปล่าไปชั่วขณะ ความตื่นตระหนกและหวาดกลัวต่อบาปกรรมพุ่งพล่านจนตัวสั่น
ฉันจะอธิบายกับแมนอย่างไรดี? ฉันจะบอกเขาว่ายังไงว่าทำไมภรรยาที่แสนดีของเขาถึงกดตัดสายสามีที่เพิ่งบินถึงต่างประเทศทิ้งอย่างไม่ใยดี?
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกั้นเสียงสะอื้นและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ
นิ้วมือบางกดปุ่มโทรกลับหาเบอร์ของสามีทันทีอย่างไม่มีทางเลือกอื่น
เสียงตู๊ด... ตู๊ด... แต่ละวินาทีที่ผ่านไปมันช่างยาวนานเหมือนชั่วนิรันดร์
ในใจของฉันภาวนาขอร้องต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้แมนอย่าเพิ่งสงสัยหรือโกรธเคืองเลย
"ฮัลโหล... ฝ้ายเหรอจ๊ะ?"
น้ำเสียงทุ้มและแหบแห้งนิดๆ ของแมนดังมาจากปลายสาย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยระคนกังวล
"ค่ะ... พี่แมน ฝ้ายเองค่ะ"
ฉันพยายามเค้นเสียงหวานให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ปลายเสียงกลับสั่นเครือจนน่ากลัว
"เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าฝ้าย? พี่เพิ่งถึงที่พักกดโทรหาฝ้ายตั้งหลายสาย แต่จู่ๆ สายก็ถูกกดตัดทิ้งไปเลย พี่เป็ห่วงจนนอนไม่หลับทั้งคืนเลยนะรู้ไหม"
แมนบ่นด้วยน้ำเสียงร้อนใจแต่แฝงไว้ด้วยความรักและผูกพันอย่างสุดซึ้ง
คำถามที่ซื่อตรงของเขาเหมือนปลายมีดคมกริบที่กรีดแทงลงบนกลางอกของฉัน
ภาพตัวฉันเองที่นอนระทวยหมดสภาพกอดรัดอยู่ท่ามกลางร่างกายเหี่ยวย่นตัณหากลับของพวกลุงผุดขึ้นมาในหัวเป็ฉากๆ
น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มสองข้างทันที แต่ฉันต้องรีบเอามืออุดปากตัวเองไว้ไม่ให้ส่งเสียงสะอื้นเล็ดลอดออกไป
"ฝ้าย... ฝ้ายขอโทษค่ะพี่แมน พอดีเมื่อคืนฝ้ายเวียนหัวมากเลยกินยาแก้แพ้เข้าไปแล้วหลับลึกน่ะค่ะ โทรศัพท์อาจจะโดนปุ่มกดตัดสายโดยไม่ได้ตั้งใจตอนฝ้ายพลิกตัว..."
ฉันโกหกคำโตออกไป คำพูดปั้นแต่งเ่าั้พ่นออกจากปากของฉันอย่างไร้ยางอาย
"อ้าวเหรอ... แล้วตอนนี้เป็ยังไงบ้าง? เสียงฝ้ายดูแหบๆ แปลกๆ นะ เป็ไข้หรือเปล่า หืม?"
แมนถามต่อด้วยน้ำเสียงร้อนรน ท่าทางของเขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งจนฉันเหงื่อตก
"ฝ้ายแค่เจ็บคอนิดหน่อยค่ะพี่แมน พักผ่อนอีกหน่อยก็คงดีขึ้น พี่แมนไม่ต้องห่วงนะคะ"
ฉันบอกพลางฝืนยิ้มแม้รู้ดีว่าเขาจะไม่มีวันเห็นมันก็ตาม
ทว่า... ในระหว่างที่ฉันกำลังพยายามเจรจาลบพิรุธกับสามีอยู่นั้น
เสียงกลอนประตูห้องนอนก็ถูกไขเปิดออกช้าๆ จากด้านนอก
เสียง *แกรก* เบาๆ ทำให้ฉันสะดุ้งตัวโยนด้วยความใ ร่างกายแข็งทื่อเหมือนถูกไฟช็อต
ร่างสูงภูมิฐานของคุณพ่อณรงค์ก้าวเดินเข้ามาในห้องช้าๆ
ท่านสวมเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเรียบร้อย สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นจ้องตรงมาที่ร่างกายอวบอัดของฉันที่สวมเพียงเสื้อเชิ้ตตัวบางตัวเดียวนอนอยู่บนเตียง
ฉันรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปกปิดเนื้อตัวด้วยความหวาดกลัว แต่คุณพ่อณรงค์กลับส่งเสียง *หึหึ* ในลำคอเบาๆ
ท่านก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง พลางเอื้อมมือหนาใหญ่และร้อนผ่าวลงมาลูบไล้เส้นผมของฉันแ่เบา
ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ลงมาตามซอกคอขาวผ่องที่เต็มไปด้วยรอยดูดสีแดงช้ำ
ฉันตื่นตระหนกสุดชีวิต พยายามจะเบี่ยงตัวหนีััล่วงเกินนั้น แต่สายของแมนยังคงคาอยู่
"ใครน่ะฝ้าย? พี่ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินอยู่ในห้องนอนด้วย?"
แมนถามมาจากปลายสาย น้ำเสียงเริ่มมีความระแวงสงสัยปนเข้ามาอย่างเห็นได้ชัด
หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น มือบางสั่นระริกจนแทบจะจับมือถือไม่อยู่
ทันใดนั้น คุณพ่อณรงค์ก็ก้มตัวลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวที่มีกลิ่นบุหรี่จางๆ เป่ารดข้างใบหูของฉัน
นิ้วหัวแม่มือของท่านบดบี้ขยี้เบาๆ ลงบนยอดอกอวบอัดของฉันผ่านผ้าห่มผืนหนาจนร่างกายของฉันสะท้านสั่นไหวและส่งเสียงเสียวจี๊ดขึ้นมาในสมอง
"คุณพ่อเองค่ะพี่แมน..." ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็ปกติที่สุดและกัดฟันพูดออกไป
"คุณพ่อท่านเอา... เอาค่าน้ำค่านมและยาแก้หวัดเข้ามาให้ฝ้ายในห้องน่ะค่ะ"
"อ๋อ... พ่อนี่ดีจัง คอยดูแลฝ้ายแทนพี่ตลอดเลย"
แมนระบายลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อรู้ว่าเป็พ่อแท้ๆ ของเขา
"งั้นฝ้ายพักผ่อนเถอะนะ ฝากสวัสดีคุณพ่อด้วย เดี๋ยวพี่ต้องเตรียมตัวออกไปคุมงานที่แท่นขุดเจาะแล้ว ไว้พี่โทรมาใหม่นะจ๊ะ"
"ค่ะพี่แมน... ตั้งใจทำงานนะคะ รักพี่แมนนะ..."
ฉันเอ่ยคำรักออกไปทั้งน้ำตา ก่อนจะรีบกดวางสายทันทีเหมือนคนหนีภัยพิบัติ
ทันทีที่สัญญาณโทรศัพท์ตัดไป แรงบีบที่คอหอยของฉันก็เหมือนจะคลายลง
แต่ความรู้สึกกลัวและอับอายกลับทวีคูณเพิ่มขึ้นร้อยเท่าพันทวี
คุณพ่อณรงค์แย่งมือถือไปจากมือของฉันช้าๆ แล้วโยนมันลงบนเตียงอย่างไม่ใยดี
ท่านยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะพลางทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือหนาเอื้อมมาบีบเค้นลงบนสะโพกอวบอัดของฉันอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ
"เก่งมากค่ะลูกสะใภ้... พูดโกหกสามีได้ลื่นไหลดีจังเลยนะจ๊ะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นเป่ารดข้างแก้มของฉันจนรู้สึกหนาวสั่นสะท้าน
"คุณพ่อ... ฝ้ายขอร้องล่ะค่ะ อย่าทำแบบนี้กับฝ้ายอีกเลย ฝ้ายรู้สึกบาปเหลือเกิน..."
ฉันร้องไห้อ้อนวอน ยกมือขึ้นไหว้ขอความเมตตาจากพ่อสามีที่ทำตัวเหมือนปีศาจในคราบนักบุญ
แต่คุณพ่อณรงค์กลับหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตามองต่ำลงมาที่อกอวบอัดของฉันที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจอย่างรวดเร็ว
"จะมาปฏิเสธตอนนี้ก็สายไปแล้วล่ะฝ้าย ร่างกายของหนูมันเป็ของพ่อและเพื่อนๆ ของพ่อไปเรียบร้อยแล้ว"
พูดจบ ท่านก็เอื้อมมือเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตบางๆ ของฉัน ลูบไล้ขึ้นมาตามหน้าท้องนุ่มนิ่มจนถึงเต้าเนื้อขนาดใหญ่
ฝ่ามือร้อนจัดบีบเค้นนวดคลึงเต้าหน้าอกขนาดสะบึมของฉันอย่างรุนแรงเอาแต่ใจ
ทำให้ยอดทรวงอกของฉันตั้งชูชันขึ้นมาทันที ร่างกายของฉันมันช่างทรยศจิตใจอย่างสิ้นเชิงที่ดันรู้สึกเสียววูบวาบไปตามแรงกระตุ้นหยาบคายนั้น
"อูยย... คุณพ่อขา..." ฉันเผลอครางเครือสั่นพร่าออกมาอย่างขัดไม่ได้
"เป็เด็กดีสิคะฝ้าย แล้วพ่อจะคอยดูแลหนูอย่างดี เงินทองพ่อก็จะโอนเข้าบัญชีให้ทุกเดือน แต่จากนี้ไป... ห้ามหนูออกนอกบ้านสวนคนเดียวเด็ดขาดนะ ถ้าอยากได้อะไรบอกพ่อ พ่อจะเป็คนหามาให้เอง"
คุณพ่อณรงค์เอ่ยสั่งเสียงเฉียบขาดปนยั่วเย้า แววตานิ่งขรึมดูน่ากลัวจนฉันจำต้องก้มหน้ารับกรรมอย่างไม่มีทางสู้
พ่อณรงค์เดินลงมาจากชั้นสองหลังจากจัดการสะใภ้ตัวดีให้อยู่หมัดในห้องนอนใหญ่ด้านล่าง
ยอมรับเลยว่าสัดส่วนอวบอัดขาวผ่องของยายฝ้ายมันช่างกระตุ้นกิเลสตัณหาของชายวัยห้าสิบสามอย่างผมได้ดีเหลือเกิน
ทุกครั้งที่มือของผมได้บีบเค้นเนื้อนุ่มๆ และจุกนมอวบๆ ของเธอ มันทำให้ความหนุ่มแน่นในกายของผมพลุ่งพล่านขึ้นมาเหมือนเด็กวัยรุ่น
ยิ่งเห็นใบหน้าจิ้มลิ้มไร้เดียงสานั้นร้องไห้สะอื้นและพูดโกหกสามีของตัวเองผ่านสายโทรศัพท์
มันยิ่งสร้างความพึงพอใจอย่างที่สุดให้แก่ผมที่ได้ทั้งจิติญญาและร่างกายของเธออย่างสมบูรณ์แบบ
่สายของวันนั้น เสียงแตรรถกระบะคันหรูของสมยศดังขึ้นที่ลานหน้าบ้านสวน
ผมเดินออกไปรับเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี
สมยศก้าวลงจากรถพร้อมกับขวดเหล้านอกราคาแพงในมือ ใบหน้าอ้วนท้วนของมันประดับด้วยรอยยิ้มหยาบโลนตามสไตล์ตัณหากลับ
"เป็ไงบ้างวะณรงค์? ยายสะใภ้แสนดีของแกเมื่อคืนนี้ทำเอาข้านอนฝันหวานไปทั้งคืนเลยว่ะ เนื้อตัวนุ่มนิ่มหน้าอกสะบึมสมคำร่ำลือจริงๆ"
สมยศถามพลางหัวเราะร่าด้วยความกระหายอยาก
"ก็ดี... ตอนนี้เชื่องเป็ลูกหมาในกรงทองแล้วล่ะ" ผมตอบนิ่งๆ พลางเดินนำเข้าไปในห้องรับแขก
เราสองคนนั่งดื่มกาแฟและพูดคุยกันถึงกิจกรรมสวาทรอบถัดไป
สมยศยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ พลางสอดส่ายสายตาไปรอบๆ บ้านสวนอย่างมีเลศนัย ก่อนจะเอ่ยข้อเสนอที่ทำเอาผมต้องขมวดคิ้ว
"ณรงค์... ข้าว่าจัดในห้องรับแขกหรือห้องทำงานแกมันเริ่มธรรมดาไปแล้วว่ะ รอบนี้ข้าขออะไรที่ท้าทายกว่านี้หน่อยสิ"
สมยศเอ่ยพร้อมประกายตาหิวกระหายสั่นระริก
"แกอยากได้อะไรอีกล่ะสมยศ? ข้าก็ประเคนสะใภ้ให้แกเชยชมสมใจอยากแล้วนี่" ผมถามกลับเสียงเรียบ
"ข้าอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศไปจัดในห้องนอนส่วนตัวของไอ้แมนกับยายฝ้ายดูบ้างว่ะ... นอนร่วมรักกันบนเตียงแต่งงานของมันสองคน จ้องมองรูปวิวาห์ของมันไปพร้อมๆ กัน มันคงจะเสียวซ่านสะท้านทรวงน่าดูเลยแกเอ๋ย"
สมยศพูดข้อเสนอพลางเลียริมฝีปากตัวเองด้วยความหื่นกระหายและป่าเถื่อน
ข้อเสนอของมันทำให้ผมนึกสนุกตามไปด้วย
จินตนาการถึงร่างอวบอัดของสะใภ้ที่นอนดิ้นพล่านรัญจวนอยู่บนเตียงแต่งงานของเธอกับลูกชายของผม
ท่ามกลางสายตาในกรอบรูปแต่งงานที่จ้องมองลงมา มันคงจะสะใจสายตัณหาอย่างพวกเราอย่างถึงที่สุด
ผมจึงเดินกลับไปหาฝ้ายที่กำลังจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าอยู่ในห้องนอนใหญ่ด้านล่างเพื่อแจ้งเงื่อนไขใหม่นี้
เมื่อได้ยินเงื่อนไขร้ายแรงที่คุณพ่อณรงค์และลุงสมยศร่วมกันกำหนดขึ้น
หัวใจของฉันพลันเย็นวาบเหมือนถูกแช่แข็ง ร่างกายสั่นเทิ้มเหมือนคนเป็ไข้ป่า
"ไม่นะคะคุณพ่อ! ฝ้ายขอร้องล่ะค่ะ... จะให้ทำที่ไหนฝ้ายยอมหมดแล้ว แต่ขอร้องอย่าใช้ห้องนอนของฝ้ายกับพี่แมนเลยนะคะ นั่นมันเตียงนอนของเราสองคน... ฝ้ายทำไม่ได้จริงๆ ค่ะคุณพ่อ!"
ฉันทรุดตัวลงคุกเข่ากอดขาหนาของคุณพ่อณรงค์ไว้แน่น ร้องไห้สะอื้นไห้จนตัวโยนด้วยความรู้สึกผิดบาปต่อสามีที่สะสมมาจนล้นอก
แต่คุณพ่อณรงค์กลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
ใบหน้าสุขุมภูมิฐานของท่านแปรเปลี่ยนเป็ความเ็าและเหี้ยมเกรียม
ท่านสลัดขาหนีการเกาะกุมของฉันช้าๆ พลางก้าวเดินไปที่ลิ้นชักโต๊ะทำงาน ดึงถุงกระดาษและกระปุกยาบางอย่างออกมากองไว้ตรงหน้าฉัน
กระปุกยานอนหลับที่ท่านแอบผสมใส่ในนมอุ่นให้ฉันดื่มในตอนแรก...
และรูปถ่ายแต่งงานของฉันกับแมน พร้อมรูปใบเสร็จค่าใช้จ่ายของแมนที่คุณพ่อณรงค์เป็คนส่งเสียค้ำประกันไว้
"หนูไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอกนะฝ้าย..." คุณพ่อณรงค์พูดเสียงกระซิบแหบพร่าพลางหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมากกดโชว์วิดีโอคลิปการร่วมรักอันเสื่อมทรามเมื่อคืนนี้ขึ้นมาเปิดฉายต่อหน้าฉัน
"ถ้าหนูไม่ยอมทำตามที่สมยศ้า... พ่อจะส่งไฟล์คลิปแอบถ่ายทั้งหมดนี้ พร้อมรูปหลักฐานยานอนหลับส่งตรงไปให้แมนดูทันทีในวันพรุ่งนี้ เลือกเอาเองเถอะนะสะใภ้แสนดี ว่าจะยอมเสียตัวบนเตียงแต่งงาน หรือจะยอมเห็นชีวิตของแมนและครอบครัวต้องพังพินาศพังทลายลงคามือพ่อ"
คำขู่เยือกเย็นของพ่อผัวเหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมาตรงกลางหัวใจของฉันจนแหลกละเอียด
ฉันไร้ซึ่งทางเลือก ไร้ซึ่งอำนาจในการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้นในกรงทองแห่งตัณหานี้
เวลาบ่ายคล้อย ลมพัดโชยใบไม้ไหวส่งเสียงสยองขวัญเล็ดลอดเข้ามาผ่านหน้าต่างห้องหอชั้นสองที่ปิดสนิท
ฉันยืนตัวสั่นระริกอยู่ข้างเตียงนอนขนาดคิงไซส์สีขาวสะอาดสะอ้านที่ใช้ร่วมกับสามี
ร่างกายอวบอัดของฉันสวมใส่เพียงยกทรงและกางเกงในลูกไม้บางเบาสีดำสนิทตัวโปรดที่แมนซื้อให้
น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลอาบแก้มสองข้างไม่ขาดสาย
ขณะที่เสียงฝีเท้าหนักๆ สองคู่ของพ่อณรงค์และลุงสมยศกำลังก้าวเดินขึ้นบันไดไม้โบราณตรงมายังห้องนอนส่วนตัวของฉันกับสามี...
คอยจ้องจะประทับตราบาปกรรมครั้งใหญ่ลงบนเตียงวิวาห์ที่หวงแหนที่สุดในชีวิตอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง