“ก็จริงอย่างที่เ้าว่าทั้งความสามารถแล้วก็ฐานะไม่เห็นว่าจะด้อยไปกว่าหานอี้เซินตรงไหนทั้งยังเป็ถึงิกั๋วกงซื่อจื่ออีกด้วย”ชายอีกคนพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย
“หานอี้เซินผู้นี้ไม่เหมาะกับตำแหน่งเสนาบดีสักนิดเหอะ! มีครั้งหนึ่งข้าเคยเดินเข้าไปทักแต่เขากลับทำเป็เมินใส่ข้า ช่างกล้านัก!ถือว่าตนเองมีตำแหน่งใหญ่โตแล้วจะไร้มารยาทเช่นนี้ได้หรือ” ชายต้นเื่พูดขึ้นอย่างเข่นเขี้ยว
อ้อ ที่แท้ก็โกรธเพราะถูกหานอี้เซินทำเมินใส่นี่เอง พอไม่ได้ประโยชน์จากอีกฝ่ายก็ไม่พอใจแล้วเอามาพูดลับหลังให้เสียหายแบบนี้หากแถวนี้มีผู้อื่นอยู่ด้วยแล้วเกิดได้ยินเื่นี้ขึ้นมาจะไม่คิดว่าสิ่งที่พวกเขาพูดมานั้นเป็เื่จริงหรอกหรือ
หากชื่อเสียงของหานอี้เซินเสียหายเขาก็จะต้องตามสืบว่าใครเป็คนทำแล้วถ้าหากเขารู้ว่านางอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ยอมทำอะไรเลยเช่นนี้นางจะไม่ถูกคิดบัญชีไปด้วยหรอกหรือ
ไม่ได้การต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว!!
“พวกเ้าน่ะ!! คิดว่าตนเองดีนักหรือไงถึงได้มาว่าคนอื่นเช่นนี้หากแน่จริงก็ไปพูดต่อหน้าสิจะมาพูดลับหลังทำไมหรือว่าดีแต่ปากทำได้แต่พูดนินทาลับหลัง” มู่ถงเหยาเดินออกมาจากหลังชั้นหนังสือที่นางยืนอยู่พูดเสียงดังพร้อมทั้งชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างเอาเื่
แบบนี้จะดูเหมือนโกรธมากเกินไปหรือเปล่านะ ไม่หรอกน่าอย่างไรก็ต้องแสดงให้แเีวันหน้านางจะได้มีไว้เป็หลักฐาน
“เ้าเป็ใคร!? เหตุใดจึงแอบฟังพวกข้าคุยกัน”ชายสองคนตกตะลึงตาค้างไปแล้วพวกเขาไม่คิดว่าจะมีคนอยู่บริเวณนี้อีกทั้งยังได้ยินที่พวกเขาคุยกันด้วยนี่จะไม่เป็เื่ใหญ่ใช่หรือไม่
“ข้าจะเป็ใครไม่สำคัญแต่พวกเ้ากำลังนินทาว่าร้ายคนอื่นอยู่ที่พวกเ้าว่าหานอี้เซินไม่เหมาะสมกับตำแหน่งเสนาบดีเช่นนั้นพวกเ้าก็คงไม่พอใจคำตัดสินของฮ่องเต้ด้วยกระมังข้าจำได้ว่าปีนั้นฮ่องเต้เป็ผู้คัดเลือกผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ด้วยพระองค์เองหรือว่าพวกเ้าก็สงสัยพระปรีชาของฮ่องเต้ด้วยเหมือนกัน”มู่ถงเหยาทำหน้าทำตาโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุดทั้งยังแอบเอาเื่ที่อ่านจากนิยายมาพูดเพื่อให้คนพวกนี้หวาดกลัวมากขึ้น
“จะ เ้าพูดเื่บ้าอะไร!!ใครจะสงสัยพระปรีชาของฝ่าาอย่ามาใส่ร้ายกันนะ” ชายอีกคนพูดขึ้นเสียงสั่นเขารู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อได้ยินสิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดขึ้นหานอี้เซินได้รับการแต่งตั้งจากฮ่องเต้เช่นนั้นใครที่สงสัยในความสามารถของเขาก็หมายความว่าสงสัยความสามารถของฮ่องเต้ด้วยอย่างนั้นหรือนี่จะเป็ไปได้อย่างไร พวกเขาไม่คิดจะพาครอบครัวเข้าแดนปะาหรอกนะ
“ก็เมื่อครู่ข้าได้ยินแบบนี้นี่นาหากไม่ใช่พวกเ้าพูดเช่นนั้นข้าได้ยินเสียงของผู้ใดกันหรือจะเป็สุนัขแต่สุนัขมันพูดไม่ได้ไม่ใช่หรือ ลู่ลู่หรือว่าข้าเข้าใจผิด”มู่ถงเหยาทำหน้าตาสงสัยเอียงใบหน้าไปถามลู่ลู่ที่ยืนอยู่ข้างกันด้วยท่าทางไร้เดียงสา
“พวกข้าไม่ได้พูด!!!” ชายทั้งสองคนพูดออกมาพร้อมกันแต่เมื่อคำพูดหลุดออกจากปากแล้วก็รู้สึกว่าแปลกๆหากพวกเขาบอกว่าไม่ได้พูดเช่นนั้นก็หมายความว่าพวกเขาเป็สุนัขอย่างนั้นหรือ
นี่!!! นี่มันด่ากันซึ่งๆ หน้าเลยไม่ใช่หรือ
“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว” มู่ถงเหยายิ้มหวาน ทั้งยังตอบรับด้วยน้ำเสียงที่คนได้ยินแล้วรู้สึกว่ามันช่างกวนประสาทยิ่งนัก
ชายสองคนนั้นเมื่อเห็นว่าไม่สามารถทำสิ่งใดได้ก็รีบเพ่นออกจากร้านไปทันทีทั้งอับอายทั้งโมโหที่ถูกว่าเป็สุนัขแต่ที่น่าหวาดกลัวกว่าก็คือเื่นี้อาจจะไปถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าาเข้าก็ได้ทางที่ดีควรทำให้เื่ใหญ่กลายเป็เื่เล็กเื่เล็กกลายเป็ไม่มีอะไรไปจะดีที่สุด
“ฮู่ว~ ไปได้สักที”เมื่อไม่มีใครอยู่แล้วมู่ถงเหยาก็ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อครู่นางก็แอบตื่นเต้นเหมือนกันนะกลัวว่าจะแสดงได้ไม่แเีบ้างล่ะกลัวจะพูดผิดบ้างล่ะแต่ทุกอย่างก็ผ่านได้ด้วยดียังดีที่นางพอจะจำเนื้อเื่ในนิยายมาได้บ้างต้องขอบคุณสมองน้อยๆของนางที่ยังใช้งานได้ดี
“ฮูหยินเมื่อครู่หากพวกเขาโกรธมากจนเข้ามาทำร้ายจะทำอย่างไรเ้าคะ”ลู่ลู่ที่ยืนตัวเกร็งอยู่ข้างๆ ถามขึ้น นางไม่เคยเห็นฮูหยินเป็แบบนี้มาก่อนแบบที่กล้าต่อปากต่อคำเช่นนี้
“พวกเขาไม่กล้าลงมือในที่สาธารณะหรอกอย่างไรก็เป็บัณฑิตต้องรักษาชื่อเสียง เ้าก็เห็นมิใช่หรือว่าพวกเขารีบเพ่นออกจากที่นี่เร็วขนาดไหน”ใครว่านางไม่กลัวเล่าแต่หากต้องเลือกระหว่างหานอี้เซินกับบัณฑิตสองคนนี้นางก็ต้องเลือกมีเื่กับพวกเขาอยู่แล้วดีเสียอีกหากพวกเขาลงไม้ลงมือขึ้นมานางจะได้มีหลักฐานเอาไว้ไปให้หานอี้เซินดู
“อย่างนี้นี่เอง” ลู่ลู่พยักหน้าอย่างเข้าใจบัณฑิตเล่านี้ต้องรักษาชื่อเสียงให้ดีงามอยู่เสมอพวกเขาจะมามีเื่กับสตรีได้อย่างไรหากเื่นี้แพร่งพรายออกไปพวกเขาก็คงจะพลาดโอกาสในการรับราชการแล้ว“ฮูหยินใกล้จะถึงเวลามื้อเที่ยงแล้วท่านจะยังเลือกหนังสือต่ออีกหรือไม่เ้าคะ”ลู่ลู่เอ่ยเตือนมู่ถงเหยาทันทีที่นึกขึ้นได้
“โอ เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียวข้าก็ชักจะหิวแล้วเหมือนกันเช่นนั้นก็กลับกันเถอะ” ว่าแล้วมู่ถงเหยาก็เดินหอบหิ้วหนังสือที่ถูกใจลงไปที่ชั้นล่างเพื่อให้เถ้าแก่ร้านคิดเงินโดยมีลู่ลู่ที่หอบหิ้วตามมาด้วยอีกหนึ่งกอง
เมื่อสองนายบ่าวเดินลงไปยังชั้นล่างแล้วไม่ไกลจากที่พวกนางยืนอยู่ก่อนหน้านี้ก็ค่อยปรากฎร่างสูงของชายหนุ่มผู้หนึ่งเขามองตามร่างเล็กของหญิงสาวผู้นั้นอย่างสนใจ
“ไปดูมาหน่อยสิว่านางมาจากจวนใดกัน”เสียงชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ยขึ้นอย่างแ่เบา
“ขอรับ”บ่าวรับใช้ชายที่ยืนอยู่ด้านหลังเขารับคำสั่งแล้วก็เดินออกไปทำงานทันที