ภายในส่วนที่ลึกที่สุดของเขตทุรกันดาร ในห้องคับแคบยากที่จะให้แสงสว่างสาดส่องเข้ามาอากาศภายในห้องชื้นแฉะทว่ากลับมีแสงสว่างสีทองเปล่งประกายสว่างจ้าออกมาจากในห้องนั้น
เงาร่างหนึ่งปลดปล่อยคลื่นพลังสีทองออกมาเป็ระลอกๆปราณที่หนาแน่นโอบล้อมไปทั่วร่าง จนทำให้มวลอากาศโดยรอบสั่นะเืเป็พลังที่แข็งแกร่งยิ่งนัก
ตูม! เสียงดังคล้ายะเิดังออกมาจากร่างของเต้าหลิงระลอกคลื่นสีทองแผ่ขยายออกเป็วงกว้างหลายเท่าตัว ทำเอาผืนฟ้าผืนดินสั่นะเืทั่วห้องโอนเอนสั่นไหวคล้ายกับจะถล่มลงมา
เขาลืมตาทั้งสองขึ้นภายในั์ตาห่อหุ้มไปด้วยประกายแสงสีทอง ปราณทั่วร่างแข็งแกร่งขึ้น ใบหน้าคมคายฉายแววยินดีออกมา
แข็งแกร่งมาก!
ความรู้สึกแรกที่เต้าหลิงััได้จากร่างกายคือพลังที่แข็งแกร่งภายในกล้ามเนื้ออัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาลราวกับสามารถทำลายยอดเขาใหญ่ให้แหลกได้ในหมัดเดียวร่างกายของเขาในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ความรู้สึกที่สองก็คือความปั่นป่วน!
เืลมภายในร่างของเขาเหมือนกับม้าป่าคุ้มคลั่งที่ไม่อาจควบคุมให้สงบลงได้เมื่อบิดกายหมุนตัวความเ็ปก็แล่นไปทั่วร่าง
“จะเพิ่มพลังต่อไปไม่ได้แล้วเพราะการเปลี่ยนแปลงที่เร็วมากจนเกินไป อย่างไรก็ต้องฝึกฝนร่างกายให้ดีเสียก่อนถึงจะเพิ่มพลังขึ้นต่อไปได้ ไม่เช่นนั้น ร่างกายก็จะเกิดความปั่นป่วนแบบนี้!”
เต้าหลิงยันตัวขึ้นยืนพลางกล่าวพึมพำขึ้นมาในใจพลังของเขาเพิ่มขึ้นมาเร็วมากจนเกินไป การที่ไม่เคยผ่านการฝึกฝนมาก่อนทำให้ฐานร่างกายของเขานั้นไม่เสถียรนัก
แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขาก็ยังฉายแววยินดี ผลลัพธ์จากลำฐานเหลวระดับสี่นั้นเกินกว่าที่คาดหมายเอาไว้มากเขารู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนนั้นฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ แม้ว่าจะยังไม่เสถียรนักแต่หากเขาฝึกฝนร่างกายให้มากขึ้นผลลัพธ์ของมันจะต้องยอดเยี่ยมมากแน่!
“จื่ออวี้ต้องขอบคุณเ้าแล้ว” เต้าหลิงหัวเราะพลางนึกย้อนไปถึงตอนที่นางให้วิทยายุทธ์สุดยอดมหาอำนาจมาเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นน้อยๆสามวันมานี้เขาทั้งหลอมลำฐานเหลวและศึกษาฝ่ามือหยินหยางไปพร้อมๆ กัน
ในตอนแรกที่เขาได้วิทยายุทธ์นี้มาเขารู้สึกว่าอย่างไรก็คงไม่สามารถฝึกให้สำเร็จได้เพราะจำเป็ที่จะต้องใช้พลังหยินหยางสองพลังในการฝึกทว่าพลังในร่างกายของเต้าหลิงนั้นเป็พลังความร้อนขั้นสูงสุดซึ่งเขาจะต้องนำมันมาผสานรวมกับพลังความเย็นขั้นสูงสุดจึงจะสามารถฝึกฝนวิทยายุทธ์นี้ได้แค่คิดก็ทำให้เขาปวดหัวแล้ว
เพราะว่าทั้งสองพลังนี้เดิมทีก็เป็พลังที่อยู่กันคนละขั้วการที่จะให้พวกมันผสานเข้าด้วยกันนั้น เต้าหลิงก็ไม่รู้ว่าเขาควรจะทำเช่นไรดี
“บางทีข้าอาจจะต้องหาสัตว์อสูรเยือกแข็งเพื่อมาปรับเปลี่ยนถึงจะได้”เต้าหลิงเม้มริมฝีปากตอนนี้เขาเหลือแค่วิธีนี้เท่านั้นไม่แน่ว่ากายาศักดิ์สิทธิ์อาจจะสามารถแปรเปลี่ยนคุณสมบัติของร่างกายได้ดั่งใจนึก
“ตอนนี้ร่างกายของข้าน่าจะมาถึงขีดจำกัดแล้ว” เต้าหลิงขบคิดพลางกล่าวขึ้นมาในใจว่า “ขีดจำกัด ขีดจำกัดบางทีวิชาสยบฟ้าอาจจะช่วยข้าทะลวงขีดจำกัดนี้ไปได้”
“ต้องรอให้ฐานพลังเสถียรเสียก่อนจากนั้นค่อยดื่มเือสูรโบราณ!”สีหน้าของเต้าหลิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเขาลุกยืนขึ้นพลางมุ่งหน้ากลับไปที่สำนัก เพราะเขาได้ปกปิดขั้นพลังมาสามวันแล้ว
ในวันนี้สำนักชิงซานดูครึกครื้นเป็พิเศษมีคนบางส่วนที่คึกคักดีใจ ทว่าส่วนใหญ่กลับเป็กังวลจนหน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะวันนี้เป็วันเปิดรับสมัครศิษย์ของสำนักซิงเฉิน หากแค่ลงชื่อยังลงไม่ผ่านคงไม่ต้องพูดถึงการทดสอบ
สำนักซิงเฉินเป็หนึ่งในสำนักที่ใหญ่ที่สุดในแคว้นชิง ทั้งยังตั้งอยู่ในเมืองชิงโจว
เมืองชิงโจวเป็ศูนย์รวมของเหล่ายอดฝีมือที่นั่นยังมีอัจฉริยะเก่งๆ อีกเป็จำนวนมากจะมีที่ใดที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างเมืองนี้และด้วยเหตุนี้ผู้คนจำนวนมากจึงอยากจะเข้าสำนักซิงเฉิน
ภายในห้องฝึกยุทธ์ดูครึกครื้นเป็อย่างมาก เสียงพูดคุยดังซอกแซกทว่าเมื่อเด็กหนุ่มคนหนึ่งปรากฏกายขึ้นอยู่ตรงหน้าประตูทุกอย่างก็เงียบลง ก่อนที่เสียงหัวเราะจะะเิออกมาลั่นห้อง
“ไอ้ขยะไร้ค่าไม่ได้เข้าสำนักเสียหลายวันข้าคิดว่าออกจากสำนักไปแล้วเสียอีก!”
“น่าขำจริงๆไม่มาสำนักอยู่หลายวัน แต่จู่ๆ กลับมาตอนที่สำนักซิงเฉินรับสมัครศิษย์เสียอย่างนั้นมันกำลังฝันอยู่หรือ คิดว่าตัวเองจะลงชื่อสมัครได้งั้นหรือ?”
“ฮ่าๆเทพแห่งการนอนอยากจะสมัครสอบ ข้าว่าวันนี้มันคงจะละเมอเดินมาแน่เลย!”
“ฮึไอ้ขยะ!” เฉียนอี้โกรธมากสายตาเ็าของเขาจ้องมองไปที่เต้าหลิง ก่อนที่สีหน้าจะฉายแววยินดีออกมาทีแรกเขาคิดว่าเ้าขยะไร้ค่านี่จะกลัวเขาจนไม่กล้าโผล่หน้ามาแล้วเสียอีก
ฮึ ได้โอกาสแก้แค้นแล้ว!
“เตรียมตัวรอความตายได้เลยข้าจะฆ่าเ้าให้ได้” เฉียนอี้แผดเสียงร้องอยู่ในใจ “ข้าไม่ปล่อยให้เ้าตายง่ายๆ แน่ กล้ามาหาเื่ข้าเ้าซวยแล้ว”
เฉียนหลินจ้องไปที่เต้าหลิงด้วยสายตาเ็าอำมหิตแม้จะไม่รู้ว่าเ้าขยะได้พลังมาจากที่ใดแต่ว่ามันกลับบังอาจกล้ามาตบตีเฉียนอี้เช่นนี้ ก็เท่ากับมันรนหาที่ตายเอง
เมื่อได้ยินเสียงเหยียดหยามและเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นมารอบๆเต้าหลิงก็ลูบคางด้วยความระอา ในขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าไปข้างในนั้นเขาก็ััได้ถึงสายตาเย็นะเืคู่หนึ่ง ที่ทำให้เขาเหมือนกับอยู่ในถ้ำน้ำแข็งใบหน้าละอ่อนพลันแข็งทื่อเพราะสายตานั้นเป็สายตาที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดี
เต้าหลิงหันไปมองเย่วิ่นที่บัดนี้พวงแก้มของนางแดงก่ำด้วยความโกรธเขาหัวเราะแห้งอยู่ในใจ แต่อย่างไรเสียก็อดที่จะชมเชยไม่ได้ว่าใบหน้ายามที่ท่านอาจารย์โกรธช่างงดงามเสียเหลือเกิน
รูปร่างของเย่วิ่นสูงยาวเพรียวลม ผิวขาวเนียนละเอียดให้ความรู้สึกเบิกบานแก่ผู้พบเห็น ทว่าในยามนี้นางเต็มไปด้วยโทสะเ้าบ้านี่กล้าไม่มาที่สำนักเห็นได้ชัดว่าเขาหาได้ใส่ใจตัวเองไม่นางกล่าวด้วยใบหน้าเ็า “เ้าออกมานี่ซะ”
“ท่านอาจารย์หลายวันมานี้ข้ามีธุระ” เต้าหลิงกล่าวเสียงเบาพลางเกาหัวแกรกๆความจริงแล้วการที่เขาไม่มาสำนักนั้นถือว่าเป็เื่ที่ปกติมากแต่เขาไม่คิดเลยว่าเย่วิ่นจะใส่ใจเขาที่เป็ขยะเช่นนี้ ไม่รู้ว่าควรจะเสียใจหรือว่าซาบซึ้งดี
เพราะทั้งสำนักนี้มีเพียงแค่เย่วิ่นคนเดียวที่ใส่ใจในตัวเขา
“ดูท่าทางของเ้าสิข้าละผิดหวังจริงๆ” นิ้วเรียวสวยเย่วิ่นแตะเข้าที่ไหล่ของเต้าหลิงนางไม่กล้าออกแรงมากกับเขา เกรงว่าอีกฝ่ายจะลอยกระเด็นออกไปทว่าทันใดนั้นสีหน้าของนางก็ฉายแววตกตะลึง
ผมยาวสลวยของนางปลิวไสวนิ้วเนียนขาวแตะลงบนไหล่ของเต้าหลิงอีกสองสามครั้ง ทันใดนั้นนิ้วของนางก็แข็งทื่อสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง นางเลิกคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยนางััได้ว่ากล้ามเนื้อของเขากำลังบีบรัดอยู่ ภายในอุดมไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง
“เต้าหลิงเ้าฝึกสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ”สีหน้าของเย่วิ่นฉายประกายความตื่นเต้นเพราะนางััได้ถึงความแข็งแกร่งของเต้าหลิงผ่านร่างกายเขาในตอนนี้ไม่เหมือนกับคนที่ไม่เคยฝึกพลังเช่นแต่ก่อน
“อื้มข้าฝึกสำเร็จแล้ว” เต้าหลิงพยักหน้าตอบรับพลางยิ้มออกมา
ได้ยินดังนั้น ดวงตาของเย่วิ่นก็พลันเบิกกว้างขึ้นนางกวาดสายตามองไปเด็กหนุ่มที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองนางรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่งพลางพยักหน้ากล่าวออกมาด้วยความดีใจว่า “สำเร็จแล้วก็ดี สู้ๆ พยายามเข้าปีหน้าเ้าจะต้องเข้าสำนักซิงเฉินได้แน่!”
‘ข้าจะเข้าไปปีนี้ต่างหาก’ เต้าหลิงกล่าวพึมพำในใจก่อนจะพยักหน้ารับ “ข้าจะพยายามเข้าสำนักซิงเฉินให้ได้”
“ฝึกสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือน่าแปลกใจจริงๆ” รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าของเย่วิ่นสิ่งที่เหนือความคาดหมายนี้ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากทว่าหลังจากนั้นนางก็ถอนหายใจออกมา“น่าเสียดาย ที่ข้าจะต้องกลับสำนักซิงเฉินแล้วปาฏิหาริย์เช่นนี้ทำไมถึงไม่เกิดให้เร็วกว่านี้นะไม่เช่นนั้นข้าคงจะพาเทพแห่งการนอนเข้าสำนักซิงเฉินได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่าเต้าหลิงเดินมาอย่างสบายอกสบายใจศิษย์ภายในห้องฝึกยุทธ์พลันตกตะลึงไปตามๆ กัน เหตุใดอาจารย์ถึงให้อภัยมันอีกแล้ว
เฉียนหลินเดินตรงมาด้วยสีหน้าเ็าเขาใช้สายตาเหยียดหยามมองไปที่เต้าหลิงพลางกล่าวออกมาเรียบๆ “ระวังตัวไว้หน่อย วันนี้เ้าจะเหลือเพียงแค่ร่างไร้ิญญาใช้เวลา่สุดท้ายให้คุ้มเสียล่ะ เพราะนี่คือ่เวลาชีวิตสุดท้ายของเ้าแล้ว!”
“ข้าจะรอ” เต้าหลิงยิ้มออกมานิ่งๆ พลางเดินกลับไปที่นั่งเดิมของตน
“กล้าพูดจาเยี่ยงนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ!” เฉียนหลินกำหมัดแน่นใบหน้ากลายเป็สีเขียวปั้ดแล้วแผดเสียงคำรามออกมาในใจ ‘ไอ้ขยะกล้าทำท่าทางใส่ข้าเช่นนี้คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วสินะ’
‘รอก่อนเถอะข้าจะทำให้เ้าตายอย่างน่าเวทนา!’เฉียนหลินสูดลมหายใจเข้าลึกพลางกัดฟันกรอดกล่าวกับตัวเองในใจ ‘คงจะคิดว่าข้าไม่กล้าฆ่าเ้างั้นสิ ฮึ รอข้าก่อนเถอะ!’
เวลาผ่านไปราวๆ ครึ่งชั่วยาม ชายชราที่เป็รองเ้าสำนักก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปีติเพราะการทดสอบจากห้องฝึกยุทธ์อื่นๆ ประสบความสำเร็จเป็อย่างมากมีศิษย์ของสำนักชิงซานสองคนที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาได้
ทว่าที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ หวังย่าเด็กสาวไร้นามคนหนึ่งกลับทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญานั่นทำให้รองเ้าสำนักถึงกับประหลาดใจและปลื้มปีติในเวลาเดียวกันเพราะว่าผู้ที่สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาได้การที่จะเข้าเป็ศิษย์ของสำนักชิงเซินก็ไม่ใช่เื่ยากเย็น
“เหล่าศิษย์ทุกคนการทดสอบในครั้งนี้เกี่ยวพันไปถึงคุณสมบัติในการเข้าสำนักซิงเฉินดังนั้นผู้ที่พลังถึงหนึ่งหมื่นชั่งถือว่าผ่านการทดสอบ”
หลังจากที่เสียงของรองเ้าสำนักจบลง บรรยากาศก็พลันเงียบสงัดศิษย์แต่ละคนหน้านิ่วคิ้วขมวดในห้องนี้มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่พลังถึงหนึ่งหมื่นชั่งการทดสอบนี้ช่างยากจริงๆ
“เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลาผู้ที่รู้ตัวว่าตนเองนั้นอ่อนแอ ก็ไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบ” รองเ้าสำนักเอ่ยหลังจากนั้นเขาก็นั่งลงเพื่อเริ่มการทดสอบ
ภายในโถงยุทธ์มีเพียงศิษย์ห้าคนที่กล้าเดินเข้ามาทดสอบเย่วิ่นมองศิษย์ของตน ภายในใจรู้สึกผิดหวังเป็อย่างมาก นางที่สอนพวกเขามา แต่ทว่ากลับไม่มีใครที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นสถิติญญาแม้แต่คนเดียว
ทว่าเมื่อนางมองไปที่เต้าหลิง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเข้าตานางจ้องมองใบหน้าคมขาวสะอาดพลางกล่าวชื่นชมออกมาในใจ ‘ยังดีที่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ถือว่าไม่ล้มเหลวไปเสียทีเดียว’
“ปั้ง!”
เสียงกระทบดังสนั่นขึ้น เย่วิ่นมองไปข้างหน้าแวบหนึ่งเฉียนหลินนับว่าเป็คนที่มีความสามารถอยู่บ้าง แต่ทว่าด้วยพละกำลังแค่นี้การที่จะเข้าสำนักซิงเฉินนั้นก็ไม่ใช่เื่ง่าย
“เฉียนหลินหนึ่งหมื่นหนึ่งพันชั่ง!” รองเ้าสำนักพยักหน้าเบาๆภายในใจรู้สึกดูิ่เย่วิ่นอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่านางจะเป็คนของสำนักซิงเฉินอีกทั้งยังมีวรยุทธ์ที่สูงสุด ทว่าเื่การสั่งสอนศิษย์นั้น ถือว่าแย่ไปหน่อย
เฉียนหลินยืดอกอย่างภาคภูมิ ใบหน้าเปี่ยมรอยยิ้มรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ศิษย์คนอื่นต่างก็จับจ้องมาด้วยความอิจฉาทั่วร่างแผ่กระจายคลื่นพลัง ทำราวกับว่าตัวเขานั้นเป็พระเ้ามองต่ำลงไปที่ผู้คนก็มิปาน
ในขณะที่เฉียนหลินกำลังภาคภูมิใจอยู่นั้นเปลือกตาของเขาก็พลันกระตุกขึ้น สายตาจ้องเขม็งไปที่เต้าหลิงเ้าขยะนั่นจะยืนขึ้นมาทำไมกัน ทั้งยังก้าวเท้ามุ่งไปที่แท่งหินั์อีกเขาคิดจะทำอะไร
ผู้คนต่างตกตะลึง ทุกสายตาจับจ้องไปที่เต้าหลิงเ้าเทพแห่งการนอนคิดจะทำอะไรกัน
“เต้าหลิงนี่เ้าละเมออยู่หรือไม่? รีบไสหัวลงมาซะ ตรงนั้นไม่ใช่ที่ของเ้า”
“ใช่แล้วเต้าหลิงรีบลงมาซะ อย่ามาทำให้ห้องฝึกยุทธ์ของพวกข้าต้องขายหน้า! ทั้งๆที่พลังของเ้าเป็ศูนย์ ระวังกลายเป็ตัวตลกเอาละ”
ศิษย์คนอื่นที่ะเิเสียงหัวเราะออกมาทำให้เย่วิ่นขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยสายตาของนางมองไปที่ใบหน้าขาวละอ่อนที่มั่นใจของเด็กหนุ่ม ก่อนที่จะอึ้งไปเล็กน้อยหรือว่าเทพแห่งการนอนจะเป็ม้ามืดอย่างนั้นหรือ?
“เ้ามาทำไม...ลงไปซะ!” สีหน้าของรองเ้าสำนักดูไม่ยินดีเป็อย่างยิ่งเ้าเด็กนี่ไม่ใช่เทพแห่งการนอนอย่างนั้นหรือ เขาขึ้นมาทำอะไรที่นี่เขาคิดว่าเขาอยู่ในฝันหรืออย่างไร
“ท่านรองเ้าสำนักข้า้าทดสอบพลัง” เต้าหลิงมองไปที่เขาพลางกล่าวออกมาเรียบๆ
ทั่วทั้งบริเวณพลันเงียบสงัดผู้คนต่างก็ตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน เ้าขยะนั่นไปเอาความกล้าบ้าบิ่นนี้มาจากที่ใดถึงได้กล้าขึ้นมาเพื่อทดสอบพลัง ถ้าหากผลลัพธ์ของพลังออกมาเป็ศูนย์เขาไม่กลัวรองเ้าสำนักใช้ฝ่ามือตบตายคาที่เอาอย่างนั้นหรือ
“อย่างเ้ายังต้องทดสอบอีกหรือเ้ารีบลงไปซะ ข้าไม่ว่างมาเล่นกับเ้า...”
รองเ้าสำนักกล่าวด้วยสีหน้าดำมืดยิ่งพูดสีหน้าของเขาก็ยิ่งดูไม่ดี เ้าเด็กนั่นไม่ฟังคำของเขาอีกทั้งยังปล่อยหมัดออกไปอีก
มีบางคนที่หลับตาอย่างทนดูไม่ได้เพราะไม่อยากจะเห็นเืที่ทะลักออกมา…
เต้าหลิงกำหมัดแน่น สายตาจ้องไปยังแท่งหินั์หมัดของเขาปล่อยออกไป ทั่วทั้งแท่งหินสั่นไหวตามแรงหมัด
สายตานับไม่ถ้วนล้วนจับจ้องไปยังแท่งหินั์การสั่นะเืเช่นนี้ช่างคล้ายคลึงกับการทดสอบเมื่อครู่ของเฉียนหลินยิ่งนัก