ตอนที่ 38: แอบปล้นข้าศึก
รุ่งอรุณเบิกฟ้ายามเช้าตรู่มาพร้อมกับม่านหมอกสีขาวโพลนหนาทึบที่ลอยต่ำแผ่ปกคลุมลึกซึ้งไปทั่วทั้งแนวหุบเขาแคบตีนเนินค่ายป่าไผ่ ละอองความหนาวเย็นจัดและชื้นแฉะของสายน้ำฝนเมื่อคืนยังคงเกาะกุมตามยอดหญ้าป่าไผ่ ทัศนวิสัยยามนี้มืดมัวและอับแสงจนมองเห็นเบื้องหน้าได้ไม่เกินสิบก้าว ลมภูเขาพัดเฉื่อยชาเกรี้ยวกราดบางครั้งพาเอากลิ่นอายชื้นและกลิ่นใบไผ่แห้งลอยโชย ดินแดงตีนเนินเฉอะแฉะเย็นเยียบดุจน้ำแข็งสะท้านสะเทือนผิวหนังสร้างความลำบากยากเข็ญแก่ผู้เดินทางผ่านอย่างยิ่งปานกระดูกจะแตกสะบั้น
ท่ามกลางแนวก้อนหินระเกะระกะและพุ่มไม้ขัดแตะหนาทึบฝั่งเหนือช่องแคบ ร่างของเป้าและทหารบ้านฉกรรจ์สิบห้าชีวิตนอนราบแอบซ่อนหมอบต่ำอยู่กับดินชื้นอย่างเงียบกริบดุจเงาร้ายที่ไร้ลมหายใจและไร้เสียง ทุกคนต่างระงับลมหายใจกระชั้นชั่วคราวเพื่อรอคอยเหยื่อที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามา ความหนาวเย็นทำให้ทหารบ้านบางคนฟันกระทบกันเบาๆ ด้วยความสั่นสะท้านระแวง แต่เป้าหันไปตบไหล่ให้กำลังใจอย่างเงียบงันช่วยคลายความประหม่าและความกังวลในศึกใหญ่ที่แสนสำคัญของหมู่บ้าน
แม่หญิงมะลิที่นอนแนบกายอยู่ข้างซีกไหล่แกร่งของเป้า ปัดป่ายกิ่งไม้แห้งพลางชี้ทิศทางนำทางสายตาด้วยแววตาเฉียบคมของอดีตสายลับหญิงที่เคยกรำศึกชายแดนมานานแสนนานด้วยความภักดี
"พี่เป้าเจ้าคะ... สายสืบส่งสัญญาณธงสีชามาว่า ขบวนเกวียนขนส่งของข้าศึกแคว้นพยัคฆ์ทมิฬจำนวนห้าเล่ม มีทหารคุ้มกันเกราะทมิฬเพียงสิบนาย กำลังก้าวผ่านทางโค้งช่องแคบด้านล่างตรงนี้แล้วเจ้าค่ะ พวกมันลากจูงหีบไม้ขนาดใหญ่ห้ากล่องใหญ่ ซึ่งบรรจุหีบดินประสิวสีดำ หน้าไม้กลยักษ์ดัดแปลง และกระบอกปืนไฟโบราณปรับแต่งมาเป็นพิเศษเจ้าค่ะ" มะลิกระซิบประเมินข้อมูลเสียงเบาหวิวข้างหูเป้าพลางขยับนิ้วชี้ทิศแนวรบอย่างชำนาญ
"หึๆ... สิบนายรึ? ช่างประมาทค่ายป่าไผ่ของพวกเรายิ่งนัก สงสัยคิดว่าพวกเราเป็นแค่ทหารป่าตาดำๆ ที่พึ่งชนะศึกทัพหน้าฟลุกๆ คืนนี้ข้าจะกักตุนคลังแสงและปลดอาวุธพวกมันให้เกลี้ยงคราบ ไม่เหลือแม้แต่เศษชิ้นส่วนหรือหัวลูกศรหน้าไม้เลยทีเดียว!" เป้าแสยะยิ้มกะล่อนมุมปาก แววตาฉายความดุดันเหี้ยมเกรียมกระชับกำชับดาบคู่แกร่งสะพายหลังแน่นหนาพละกำลังสิบสองชั่งแล่นพล่านไหลเวียนหนาแน่นพร้อมปะทะอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ
*ตึก... ตึก... ครืด...*
เสียงล้อเกวียนไม้บดเบียดหินป่าและฝ่าโคลนตมดังแว่วเข้ามาในช่องแคบช้าๆ ขบวนทหารพยัคฆ์ทมิฬสิบนายสวมชุดเกราะเหล็กสีดำทึบ มีรอยโคลนกระเซ็นเปรอะเปื้อน ต่างประคองปืนไฟยาวและหน้าไม้คาบศิลาเดินลาดตระเวนคุ้มกันเกวียนอย่างเชื่องช้าย่ามใจเพราะมองไม่เห็นภัยอันใดในม่านหมอกหนาทึบที่ปกคลุมหนาแน่นรอบตัวขบวนเกวียนเหล่านั้น
ยามเมื่อเกวียนเล่มหน้าสุดเคลื่อนขบวนเข้ามาอยู่ใจกลางพิกัดช่องแคบใต้เท้าพอดี เป้าพลันเบิกดวงตากว้างส่งสัญญาณเสียงคำรามลั่นสู้เสียงลมเขาแผดเผาจิตวิญญาณรบก้องกังวาน
"ลงมือโว้ย! ถล่มหินทับขบวนเกวียนมัน!"
*ครืนนน!... ปัง! ปัง!*
ทหารบ้านฉกรรจ์ช่วยกันผลักหินยักษ์ทรงกลมหลายก้อนร่วงหล่นละลิ่วลงมาจากหน้าผาชันกระแทกปะทะเข้าใส่เกวียนเล่มหน้าอย่างแม่นยำเสียงดังสะเทือนเลื่อนลั่นหินผา เกวียนไม้บรรทุกของหนักพลิกเอียงล้มขวางทางทับทหารข้าศึกร่วงจมโคลนแดง ทหารข้าศึกที่เหลือแตกตื่นจลาจลชักดาบสะเปะสะปะตะโกนโหวกเหวกสับสนวุ่นวายท่ามกลางหมอกหนาทึบที่ลอยเวียนรอบด้านอย่างโกลาหลสุดกำลัง
"ศัตรูซุ่มโจมตี! ตั้งแนวรบยิงปืนไฟสวนกลับเร็วเข้า!..."
ทันใดนั้น นายทหารหน้าไม้ข้าศึกที่เป็นระดับยอดฝีมือพลปืนไฟขยับสายตากวาดพบร่างกำยำสูงใหญ่ของเป้าที่กระโจนทะยานลงมาจากโขดหิน มันรีบพยุงกายยกกระบอกปืนไฟโบราณ (ปืนคาบศิลาเหล็กหนายาว) ขึ้นประทับไหล่ เล็งเป้าหมายเข้าพิกัดแผงอกเปลือยไร้เกราะของขุนศึกหนุ่มอย่างรวดเร็ว บรรจุดินดำสับนกปืนคาบศิลาแล่นประกายไฟส้มสว่างวาบแหวกม่านหมอกแล้วลั่นไกปืนไฟใส่หน้าอกเป้าทันควัน!
*ปัง!!! เปรี้ยง!*
เสียงระเบิดแหวกอากาศของดินระเบิดควันขาวปืนไฟดังกึกก้องสนั่นลั่นหุบเขา ควันขาวคลุ้งตลบอบอวลฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณกลบแสงแดดจางๆ รัศมีแรงอัดดินปืนกระตุกระเบิดพ่นเม็ดตะกั่วกลมเหล็กแหลมแหวกผ่านละอองหมอกหนาพุ่งปะทะตรงดิ่งเข้าชนกึ่งกลางแผงอกสีทองแดงหนาของขุนศึกหนุ่มอย่างจังเต็มเหนี่ยวจนเสียงระเบิดสะท้อนเลื่อนลั่นป่าไผ่
*ตึ้ง!*
เสียงปะทะกระแทกปานค้อนเหล็กกล้าทุบแผ่นศิลาทมิฬดังลั่นหุบเขา ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำเอาทหารข้าศึกทุกคนตาแทบถลนออกจากเบ้าดวงตาค้างคาด้วยความตกตะลึงระทึกขวัญอย่างรุนแรงถึงขีดสุดปานเห็นอสุรกายเหล็กกล้าฟื้นจากความตายมาหลอกหลอน!
เม็ดกระสุนตะกั่วกลมของปืนไฟแรงอัดบดบี้จนแบนแต๋เสียรูปทรงร่วงหล่นลงโคลนแดง ปรากฏเพียงรอยเขม่าดินปืนปืนไฟเปื้อนคราบดำจางๆ บนผิวเนื้อแกร่งสีทองแดงประดับยอดถันของเป้าเท่านั้น ผิวหนาและกล้ามอกของเขาไม่มีบาดแผลฉีกขาด ไม่มีเลือดไหลซึม และเป้าไม่ได้แสดงความเจ็บปวดทรมานเลยแม้แต่ปลายเล็บ! พลังของวิชากายาเหล็กทมิฬ (ระดับ 2) ขั้นที่ 9 แข็งแกร่งถึกทนทานสยบกระสุนดินดำปืนไฟโบราณได้อย่างราบคาบเด็ดขาดสมบูรณ์แบบสยบกระแสลมหนาวสิ้นเชิง
"ปะ... ปีศาจ!... มันใช้เนื้อเปล่าต้านรับคมกระสุนปืนไฟตรงๆ ได้รึเยี่ยงไรกัน!..." พลปืนไฟข้าศึกกรีดร้องลั่นหน้าถอดสีซีดขาวประดุจกระดาษ แขนขาอ่อนสั่นระริกไร้เรี่ยวแรงจะบรรจุดินปืนกระบอกใหม่ในม่านหมอกที่คละคลุ้งหนาทึบ
"หึๆ... ปืนของเอ็งเสียงดังแสบหูดีจ้ะขอบใจหนา แต่แรงปะทะมันเหมือนมดตัวจ้อยกัดคันๆ เท่านั้นแหละโว้ย! เอาคืนไปบ้างเถอะ!"
เป้าแสยะยิ้มกะล่อนทว่าน่ากลัวดุดัน ชายหนุ่มทะยานร่างกำยำด้วยพละกำลัง 12.0 ชั่งพุ่งประชิดตัวพลปืนไฟดวงซวยคนนั้น คว้าสองมือหมับเข้ากุมรอบศีรษะหมวกเกราะเหล็กของมันยกร่างขึ้นปลิวละลิ่วแล้วทุ่มเหวี่ยงกระแทกฟาดลงกับก้อนหินเหลี่ยมคมข้างทางอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นกะโหลกเกราะเหล็กหักแตกกระจายแน่นิ่งดับคาที่คากองโคลนแดงทันทีไร้โอกาสฟื้นตัวรอดชีวิตหมดทางสู้
เหล่าทหารบ้านป่าไผ่เห็นขุนศึกเป้าโชว์ความถึกทนปานเทพเจ้าสยบปืนไฟปานนั้น ก็บังเกิดขุมความฮึกเหิมบ้าบิ่นระเบิดขึ้นในหัวใจ พวกเขาแผดเสียงโห่ร้องแผดเผาจิตวิญญาณรบ กรูเข้าใช้อาวุธมีดพาดาบและหน้าไม้กลดัดแปลงรุมกวาดล้างสับฟันพวกทหารข้าศึกคุ้มกันที่เหลือจนราบคาบล้มตายเกลื่อนช่องแคบในเวลาอันสั้นจนปราบศัตรูได้ราบคาบไม่มีเหลือรอดชีวิตไปรายงานทัพหลวงหลักได้เลย
ในห้วงจังหวะคุมสถานการณ์ชิงปืนคาบศิลาได้สำเร็จ หน้าต่างระบบโปร่งแสงสีทองแสนป่วนประสาทพลันเด้งผุดสว่างจ้าโชว์เตือนกลางครรลองสายตาของเป้าทันทีอย่างกะทันหัน
*“ติ๊ง!! โฮสต์ท้าทายกระสุนปืนไฟโบราณสำเร็จแบบเสื้อไม่ขาด (เพราะไม่ได้สวมเสื้อโชว์หัวนมแกร่งท้าลมหนาว)! ได้รับแต้มสะสมเพิ่ม 100 แต้ม แต้มรวมสะสมระบบโบราณพุ่งทะยานสู่ 3100 แต้มเรียบร้อยแล้วจ้า! (ผิวหนาปานแผ่นเหล็กทมิฬขั้น 9 ตันเลเวลระดับสองงดงามปานนี้ ระวังเมียๆ กอดแล้วเจ็บหน้าอกนะจ๊ะโฮสต์แมงดาหนุ่มรูปหล่อ!)”*
เป้าลอบสะบถคำรามด่าความกวนประสาทของระบบในลำคอเบาๆ พลางปัดหน้าต่างโปร่งแสงสีทองทิ้งไปอย่างรวดเร็วสลัดความรบกวนในสมอง
"รีบขนดินประสิว ปืนไฟ และกล่องหน้าไม้ทั้งหมดขึ้นเกวียนแล่นกลับค่ายด่วนที่สุด! อย่าให้พวกทัพหลวงข้าศึก 500 นายรู้ตัวเร็วเกินไป!" เป้าออกคำสั่งเฉียบขาดเสียงก้องด้วยอำนาจผู้นำค่ายรบป่าไผ่
พวกทหารบ้านรีบกุลีกุจอช่วยกันแบกหามกล่องไม้และหีบดินประสิวสีดำ ปืนไฟโบราณ และกระบอกปืนสั้นคาบศิลาขึ้นบ่าวิ่งขนย้ายข้ามลาดเขากลับเข้าสู่ค่ายป่าไผ่ได้อย่างรวดเร็วและสำเร็จลุล่วงงดงามท่ามกลางสายตานับถือเลื่อมใสของทหารบ้านทุกคนที่มีต่อหัวหน้าคนใหม่ของพวกเขาอย่างเต็มเปี่ยม
ยามเย็นวันเดียวกัน ณ โรงศาสตราวุธค่ายป่าไผ่ เป้า ชงโค มะลิ และกระดังงาร่วมกันยืนล้อมโต๊ะตรวจสอบดินประสิวระเบิด หน้าไม้กลดัดแปลง และปืนไฟโบราณที่ปล้นมาได้ กระดังงาคอยเช็ดประคบสมุนไพรบำรุงกล้ามอกเป้าที่โดนปืนไฟเพื่อถนอมผิวเนื้ออย่างน่ารักน่าเอ็นดู ชงโคและมะลิช่วยกันจัดแจงจัดตั้งพิกัดแนววางระเบิดดินประสิวและกำหนดขอบเขตยิงปืนคาบศิลาประสานงานรบรับมือทหารหลวง
เป้าขยับยิ้มแผนการรบตลบหลังผุดฉายสว่างวาบในหัวสมองของขุนศึกหนุ่มรูปงามผู้กะล่อนแต่อุดมด้วยไหวพริบปฏิภาณ
"มะลิ... ชงโค... ดินระเบิดเหล่านี้นี่แหละที่จะเป็นอาวุธลับของพวกเรา ค่ำคืนนี้ ทัพหลวงข้าศึก 500 นายจะบุกเข้ามาตามทางด่านป่าฝั่งตะวันตก... พวกเราจะขุดหลุมฝังดินประสิวทำทุ่นระเบิดดินปืน และใช้ปืนไฟเหล่านี้ตั้งค่ายระดมยิงตลบหลังบดขยี้พวกมันให้ราบคาบสิ้นซากคากลุ่มควันระเบิดยักษ์!"
---