แหล่งรวมตัวที่ประจำของแก๊งสามหนุ่มได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังห่างหายกันไปนาน เนื่องจากอนุรักษ์ต้องเดินทางไปอเมริกาเพื่อดูมารดาที่เข้ารับการผ่าตัดด่วนอีกทั้งเพราะหน้าที่การงานของแต่ละคน
ช่วงสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมาจึงไม่มีเวลาได้มานั่งดื่มวันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่พวกเขาสามคนจะได้พักผ่อนกันอย่างเต็มเหนี่ยวหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาเสียนาน
“คุณน้าอาการเป็นยังไงบ้างวะไอ้รักษ์” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนที่กำลังนั่งชงเหล้าอยู่ยามนี้ใบหน้าหล่อตี๋ซูบเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความหล่อของเขาลดน้อยลงเลย
“การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีคุณหมอบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงอีกวันสองวันก็กลับบ้านได้แล้วละว่าแต่ไอ้กฤษเถอะเป็นไงบ้างวะ ตั้งแต่แต่งงานก็ไม่ได้ยินข่าว”
“โอ๊ย...รายนั้นมันกลับไปไร่ตั้งแต่หลังวันแต่งงานดูท่าคงอีกนานแหละกว่าจะกลับมา” จีระยุแถลงไข
“โถ่!!ไอ้เราก็นึกว่าจะอยู่ต่ออีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์ซะอีก ทำไมถึงรีบกลับนักวะ”คนหล่อบ่น
“ไม่รู้สิสงสัยจะรีบไปฮันนีมูนละมั้ง”
จีระยุพูดติดขำ รู้ดีว่ากฤษณะเกลียดการแต่งงานแค่ไหนและยิ่งเป็นการบังคับให้แต่งงานด้วยแล้ว ไม่มีทางที่เพื่อนรักจะไปทำอะไรหวานๆ ซึ้งๆอย่างนั้นแน่ มีแต่จะรีบพาตัวเจ้าสาวไปทรมานลำบากลำบนละสิไม่ว่าซึ่งก็ดูท่าจะเป็นจริงที่สุด
“ถ้าแกได้เห็นหน้าเจ้าสาวของไอ้กฤษมัน แกต้องตะลึงแน่ไอ้รักษ์”กรวิทย์เอ่ยบอก
“หืม!! สวยจนพวกแกตาค้างไปเลยรึไงกัน”
อดขำกับหน้าตื่นของเพื่อนทั้งสองไม่ได้ เพราะมัวแต่ยุ่งๆ เรื่องการผ่าตัดของมารดาทำให้ยังไม่เคยเห็นภาพงานแต่งของเพื่อนรักเลยสักครั้งแม้แต่ข่าวในทีวีหรือในหนังสือพิมพ์เขาก็ยังไม่ได้อ่านแถมพอกลับมาก็ต้องพบกับใบลาออกของสถาปนิกสาวคนสวยที่ลาออกไปแต่งงานกะทันหัน
“ใครว่าล่ะ สวยมากๆ ต่างหากถ้ามีเจ้าสาวสวยแบบนั้นจะให้แต่งวันสองวันนี้ฉันก็ยอมว่ะ”คนหวงความโสดไม่แพ้ใครในกลุ่ม ‘ตอบ’ แทนคุณหมอหนุ่ม
“น้อยๆ หน่อยไอ้จี นั่นน่ะเมียเพื่อนอย่าออกอาการให้มันเยอะถ้าไอ้กฤษรู้แกได้เจอสายตาพิฆาตของมันแน่”
คนมีประสบการณ์มากับตัวเองบอกหลายต่อหลายครั้งที่เขาไปกวนประสาทกฤษณะแล้วโดนสายตาคู่นั้นฟาดฟันเอาถ้ามีเก้าชีวิตดูท่าคงจะไม่พอแน่ ก็เล่นกวนบาทามันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม
สองหนุ่มดูโอ้กลืนน้ำลายดังเอื๊อกยามเมื่อใบหน้าคมเข้มของกฤษณะลอยมา
“ถ้าแกไม่บอก ไอ้กฤษก็ไม่รู้หรอก”จีระยุพูดดัก
“แน่ะ!! แกเห็นฉันเป็นคนยังไงวะไอ้จีฮ่าๆๆ มันก็ต้องแน่อยู่แล้ว หล่อรู้โลกย่อมรู้แต่เอาเถอะงานนี้จะยกประโยชน์ให้เป็นกรณีพิเศษแล้วกัน”
ผัวะ!!/ โอ๊ย!! หนุ่มเจ้าของผับ ‘เบิ๊ดกะโหลก’ รับความหวังดี
“เมิงอะตบหล่อแล้วตบหล่อเรื่องอะไรกัน” คนหล่อตี๋ว่าใบหน้าง้ำงอ
จีระยุกับกรวิทย์แอบยิ้มขบขัน“ยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง อ่อ!! ไม่สิ หมั่นไส้ว่ะ”สุ้มเสียงราบเรียบบอกเพื่อนด้วยความสะใจ ก่อนที่ทั้งสองจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนแสร้งทำเป็นไม่สนใจคนงอนที่รอให้ง้อ
หยดน้ำค้างเกาะใบไม้หนาแน่นพวงองุ่นสีสดที่เคยเป็นพวงเล็กๆ มาตอนนี้สุกงอมจนเต็มต้นอีกไม่นานก็ใกล้ถึงวันเก็บเกี่ยวแล้ว หลังจากตัดแต่งกิ่งไปกว่าสองเดือนคนงานนับสิบคนต่างก็ช่วยกันใส่ปุ๋ยบำรุงเพื่อเพิ่มคุณภาพผลองุ่น สีผิวและรสชาติให้หอมหวาน
ซึ่งในปีนี้องุ่นได้ผลดีและช่วงต้นเดือนธันวาคมก็เป็นช่วงที่ดีที่สุดในการเก็บเกี่ยวผลผลิตทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูด้วยว่าตั้งแต่เป็นผลโดยสมบูรณ์กระทั่งสุกงอมจนสามารถเก็บเกี่ยวได้ครบระยะเวลาหนึ่งร้อยวันตามกำหนดหรือไม่
และผลจากการคำนวณเอาไว้ล่วงหน้าก็ได้ผลองุ่นอวบอิ่มสดใสคุณภาพดีกว่าทุกปีคาดว่าไวน์ของปีนี้ก็ต้องมีคุณภาพชั้นเยี่ยมดีกว่าทุกๆ ปีด้วยเช่นกันเพราะสำหรับไวน์แล้ว แหล่งที่ปลูก พันธุ์องุ่นและวิธีการผลิต เป็นองค์ประกอบที่สำคัญเลยทีเดียวซึ่งทั้งสามองค์ประกอบนี้ถือเป็นจุดกำเนิดของไวน์ชั้นดีที่เป็นหัวใจในการทำไวน์ของไร่กฤษณะโชค
โดยนำองุ่นที่เก็บเกี่ยวได้มาบ่มเป็นระยะเวลานานหลายปีจนได้เหล้าองุ่นชั้นดีซึ่งตลอดสี่สิบปีตั้งแต่รุ่นคุณปู่ก็ได้นำไวน์จากที่นี่ไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าภายในโรงแรมตลอดมาทำให้บรรดาลูกค้าคนใหญ่คนโตติดใจต้องกลับไปจับจองห้องพักเพียงเพื่อต้องการลิ้มรสไวน์ชั้นดีอีกครั้งบ้างก็มาชิมไวน์ถึงที่ไร่องุ่นก็มี
หาววว!!!
เท้ายาวของกฤษณะเดินเอื่อยๆเข้ามาในไร่ในตอนเช้า เตชิตที่เดินตามหลังมาด้วยอาการอ่อนเพลียเปิดปากหาวอย่างต่อเนื่อง จนคนเดินนำหน้าต้องหันกลับมามองด้วยใบหน้าเรียบตึง
“เป็นอะไรของแกฮะไอ้เตถ้านอนไม่พอทำไมไม่นอนต่อ จะตามเข้ามาทำไมกัน”
“โหย!! ไม่ได้หรอกครับ”คนสนิทหนุ่มโอดครวญสบตาผู้เป็นนายด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวจากการหาว
“ผมอยากจะทำงานให้คุ้มกับเงินเดือนที่นายให้และอีกอย่างผมก็ชอบทำงานกับนายด้วย”
‘เป็นไงล่ะ ลูกตอแหลก็มาเพราะก่อนหน้านี้แท้ๆ เลยต้องฝึกตอแหลเยอะๆ’
“หึ ให้มันจริงเถอะ”
อย่างกับรู้ทันความตอแหลของอีกฝ่าย
“เชื่อได้แน่นอนครับนายดูรอยยิ้มจริงใจจากใจจริงของไอ้เตคนนี้ได้เลยครับ”เรียวปากหยักฉีกยิ้มตอบรับแบบไม่สะทกสะท้าน ทำเอากฤษณะต้องส่ายหน้าอย่างระอา
“พี่กฤษ” เสียงเรียกดังมาแต่ไกลก่อนเจ้าตัวจะวิ่งไปหาเป้าหมายฝ่ายถูกเรียกหันกลับไปมองทางต้นเสียงด้วยใบหน้าเรียบเฉย เพราะการมาของตะวันทำให้เขาเริ่มจะชินเสียแล้ว
“มาหาพี่แต่เช้าถึงในไร่มีอะไรรึเปล่าครับตะวัน”น้ำเสียงฟังดูสงบนิ่ง
“พอดีช่วงนี้ตะวันเบื่อๆ อาหารที่ไร่น่ะค่ะเลยกะว่าจะมาขอกินมื้อเช้าด้วยพี่กฤษคงไม่ว่าอะไรนะคะ”
กฤษณะขมวดคิ้วนิ่งไปพักหนึ่งราวกับใช้ความคิด“ได้สิครับ เรากลับกันเลยพี่กำลังหิวอยู่พอดี” เขาบอก
“แต่เราเพิ่งจะเข้ามาเองนะครับ”เตชิตท้วง
“งั้นฉันจะได้บอกป้าสีไพรให้ว่าแกจะไม่กินข้าวเช้า”
“..........” ผู้เป็นนายหันมาพูดเนิบๆ แล้วก็เดินกลับไปยังทิศทางเดิมที่เพิ่งจะเดินผ่านมาโดยข้างๆ มีตะวันเดินเกาะแขนไปด้วยไม่ยอมปล่อย พร้อมกับ.....
“ตื่นแต่เช้าเพื่อออกกำลังกายยี่สิบนาทีก่อนอาหารเช้าสินะเดินเข้ามาสิบนาทีแล้วก็เดินกลับอีกสิบนาที เจริญอาหารละไอ้เต”มีเสียงบ่นพึมพำเบาๆ ของเตชิตดังมาเป็นระลอก ตลอดระยะทางที่เดินกลับไปบ้านไม้