หลังจากคนที่ออกไปทำงานกลับมา เมื่อทราบว่าอาหารมื้อนี้เป็ฝีมือของเสวี่ยฮุ่ย ต่างก็พากันเอ่ยชมยกใหญ่ แต่พอชมเสร็จก็พากันเกลี้ยกล่อมให้นางเลิกคิดเื่ทำอาหาร เพราะเด็กอายุเพียงหกขวบต้องมาเริ่มทำงานครัว แค่คิดก็รู้สึกสงสารเสียแล้ว
"อาหารที่น้องเล็กทำ อร่อยกว่าที่ท่านแม่กับท่านย่าทำจริง ๆ นะขอรับ!" เสวี่ยเจี้ยนหลินพูดไปพลางกินข้าวฟ่างชามที่สองไปพลาง
เติ้งอาเหลียนตบเขาไปทีหนึ่ง โจวเสี่ยวเม่ยดึงหูเขาข้างหนึ่ง เสวี่ยเจี้ยนเวิ่นเห็นน้องชายถูกท่านแม่ดึงจนตัวลอยออกจากม้านั่งพลางร้อง "โอ๊ย ๆ " จึงแถมลูกถีบให้อีกหนึ่งที เสวี่ยจื้อหยงเห็นว่าไม่มีที่ให้ตนลงมือ จึงหดมือใหญ่ที่ยกขึ้นมาครึ่งหนึ่งกลับคืนแล้วดุลูกชายว่า
"มีให้กินก็ดีแค่ไหนแล้ว!" ยังกล้าเลือกกินอีก นึกว่าตัวเองเป็คุณชายบ้านเศรษฐีที่อยากจะสั่งอาหารได้ตามใจหรืออย่างไร!
เสวี่ยฮุ่ยรีบเข้าไปช่วยพี่รองให้รอดพ้น เวลาเด็ก ๆ กินข้าวทางที่ดีไม่ควรไปแตะต้อง เพราะเมล็ดข้าวอาจติดหลอดลม หรือหากลงมือหนักเกินไปก็อาจทำให้าเ็ได้ง่าย
"ท่านพ่อท่านแม่ทำงานเหนื่อยมาก พี่ใหญ่กับท่านย่าก็ลำบากเช่นกัน พวกเรากินข้าวกันเถอะเ้าค่ะ!" เสวี่ยฮุ่ยไม่ลืมที่จะคีบกับข้าวให้ทุกคนคนละคำ
เสวี่ยเจี้ยนหลินชี้ที่จมูกตัวเอง เมื่อครู่คนที่โดนทุบตีคือเขาแท้ ๆ ทำไมน้องเล็กไม่ปลอบเขาบ้างเล่า!
"เ้าจะกินหรือไม่กิน ถ้าไม่กินก็ไปเติมหญ้าให้เหล่าหวงหนิวเสีย!"
เติ้งอาเหลียนใช้ตะเกียบเคาะขอบชามของหลานชายตัวน้อยเบา ๆ เ้าเด็กคนนี้ชอบแกล้งหลานสาวตัวน้อย จะโทษที่นางลงมือกับเขาได้หรือ? เขาหาเื่เองทั้งนั้น
เฮ้อ! บ้านอื่นมักจะตามใจลูกชายและละเลยลูกสาว แต่บ้านตนกลับตรงกันข้าม บางครั้งเสวี่ยเจี้ยนหลินถึงกับคิดว่าถ้าเขาเกิดเป็เด็กผู้หญิงก็คงจะดี!
หลังกินข้าวเสร็จ เติ้งอาเหลียนปรึกษากับหลานสาว อยากให้คืนนี้ย้ายไปนอนที่ห้องของนาง หลานสาวตัวน้อยดูเหมือนนิสัยดี แต่ความจริงแล้วดื้อรั้นมาก ั้แ่ที่นางกับลูกสะใภ้นึกครึ้มใจจัดห้องหนึ่งให้หลานสาว นางก็ไม่ยอมนอนร่วมกับใครอีกเลย รู้อย่างนี้ตอนแรกไม่น่าจัดห้องนั้นให้เลย
คืนนี้เสวี่ยฮุ่ยยังอยากเข้าไปในมิติวิเศษเพื่อลองปลูกถั่วลิสงด้วย ถั่วลิสงสองกำมือที่ตระกูลชุยให้นั้น นอกจากส่วนที่ใส่ไว้ในมิติวิเศษแล้ว ส่วนที่คั่วแล้วก็ถูกกินจนหมด แม้แต่เปลือกไม่กี่ชิ้นที่เหลือในจานก็ถูกพี่รองกวาดกินจนเกลี้ยง ท่านพ่อท่านแม่และท่านย่าแทบจะไม่กล้ากินเลย
"ท่านย่าเ้าคะ หัวของข้าไม่ปวดแล้ว ตอนนี้ข้าชินกับการนอนคนเดียวแล้วเ้าค่ะ หากนอนกับคนอื่นจะกลับนอนไม่หลับแทน!" เสวี่ยฮุ่ยได้แต่หาเหตุผลมั่ว ๆ มาบ่ายเบี่ยงไป
โจวเสี่ยวเม่ยที่เดิมทีอยากชวนลูกสาวมานอนด้วยกันส่ายหน้าอย่างเสียดาย ไม่ได้กอดลูกสาวนอนมานานแล้ว คิดถึงความรู้สึกตอนที่ลูกยังเล็กแล้วซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของนางจริง ๆ ส่วนลูกชายสองคนนั้น... นางลืมไปนานแล้วว่าการกอดลูกชายนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร
หลังจากปลอบท่านย่าจนสำเร็จ เสวี่ยฮุ่ยก็กลับเข้าห้อง ปิดประตูแล้วปีนขึ้นเตียง
นางเข้าไปในมิติวิเศษ หาพลั่วเล็ก ๆ ในห้องครัว ขุดหลุมปลูกถั่วลิสงไว้ใต้น้ำพุน้ำแกง เสวี่ยฮุ่ยตักน้ำมาเกือบครึ่งถัง ค่อย ๆ รดลงไป น้ำพุใสสายนั้นดูสะอาดมาก น้ำข้างในน่าจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ หลังจากที่นางดื่มไปสองสามครั้งก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใส เป็ความรู้สึกที่สบายมาก
นางใช้สองมือวักน้ำขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปาก น้ำเย็นเฉียบและมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ
"หวานจริง ๆ ด้วย!" เสวี่ยฮุ่ยดื่มติดต่อกันหลายอึกแล้วพึมพำกับตัวเอง
"แน่นอนอยู่แล้ว น้ำพุใสสายนี้กลั่นมาจากน้ำไร้รากที่บริสุทธิ์ที่สุด ไม่รู้ว่าดำรงอยู่มานานกี่ปีแล้ว เป็สมบัติล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้เชียวนะ!"
ใครพูด? ในมิติวิเศษมีคนอื่นอยู่ด้วยหรือ? เสวี่ยฮุ่ยลุกขึ้นยืนมองหาไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นอะไรเลย
"ข้าอยู่นี่!" กิ่งไม้สีน้ำตาลกิ่งหนึ่งร่วงลงมาจากต้นไม้แฝด เริ่มจากะโมาที่มือของเสวี่ยฮุ่ย ใบไม้สองใบช่วยพยุงกิ่งไม้ให้ยืนอยู่บนมือน้อย ๆ ที่ขาวนวล และยังมีใบไม้อีกสองใบที่เหมือนมือน้อย ๆ หนีบอยู่กลางกิ่งไม้
เสวี่ยฮุ่ยจ้องมองมันตาไม่กะพริบ นางถือว่าเคยเห็นโลกมามาก แต่ไม่เคยเจอ กิ่งไม้พูดได้มาก่อน ดูท่าทางของมันจะเย่อหยิ่งไม่เบา นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกัน?
"เ้าต่างหากที่เป็สัตว์ประหลาด ทั้งครอบครัวเ้าเป็สัตว์ประหลาดกันหมด ข้าคือภูตผู้พิทักษ์ของมิติวิเศษแห่งนี้ รู้จักภูตไหมล่ะ? เ้ามีข้อสงสัยหรืออยากรู้อะไรเกี่ยวกับมิติวิเศษสามารถถามข้าได้ ข้าช่วยเ้าเก็บผัก เก็บเครื่องเทศ เก็บน้ำพุน้ำแกงได้... เป็อย่างไร ข้าเก่งมากใช่ไหมล่ะ!" กิ่งไม้สีน้ำตาลตบหน้าอกน้อย ๆ ของตน รีบชมภูตตนนี้เร็วเข้า!
"ว้าว ท่านเก่งมากจริง ๆ ช่วยหาพวกสัตว์ปีก สุกร แพะ ปลา และกุ้งที่ยังมีชีวิตเข้ามาได้หรือไม่เ้าคะ?" เมื่อก่อนนางไม่รู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้พิเศษอะไร แต่หลังจากกินธัญพืชรสชาติจืดชืดในบ้านเสวี่ยมาหลายมื้อ เสวี่ยฮุ่ยก็คิดถึงของพวกนี้มาก
"เ้า..." เื่เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ตนถนัด ยัยหนูนี่ดูฉลาดดี แต่กลับพูดจาจี้จุดตายเสียจริง
"มีอะไรหรือเ้าคะ?"
"ในมิติวิเศษมีภูตทั้งหมดสองตน เื่นี้เ้ารู้แล้วใช่ไหม!" กิ่งไม้สีน้ำตาลกล่าว
"ทราบเ้าค่ะ!"
"ข้ารับผิดชอบดูแลสิ่งต่าง ๆ ในมิติวิเศษ ส่วนเื่ที่เ้าพูดเมื่อครู่ต้องไปหาเสี่ยวลวี่"
"เสี่ยวลวี่อยู่ที่ไหนหรือเ้าคะ?"
"รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงปรากฏตัวออกมา? นั่นเป็เพราะตอนที่เ้าทำอาหารมื้อแรกให้ครอบครัว เ้าไม่ได้ใช้พลังของมิติวิเศษ มิติวิเศษจึงมอบรางวัลให้เ้า ส่วนเสี่ยวลวี่จะออกมาเมื่อไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับดวงและวาสนาของเ้าแล้ว!"
เกือบไปแล้ว! วันนี้ตอนทำอาหารนางอยากใช้ของในมิติวิเศษจริง ๆ แต่เพราะหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ จึงยอมทนปวดใจและล้มเลิกความคิดนั้น ไม่นึกเลยว่าจะได้รับภูตในมิติวิเศษมาตัวหนึ่ง ดวงดีจริง ๆ
"ท่านชื่อเสี่ยวเฮ่อหรือเ้าคะ?"
"ข้าชื่อเฮ่อจิ่น ไม่ใช่เสี่ยวเฮ่อ!" เฮ่อจิ่นเริ่มคลุ้มคลั่ง ชื่อของตนมีความหมายสละสลวยจะตายไป พอมาถึงปากยัยหนูนี่กลับกลายเป็เสี่ยวเฮ่อ น่าโมโหที่สุด!
ความจริงแล้วเสี่ยวลวี่ก็มีชื่อที่สละสลวยเช่นกัน ชื่อว่าลวี่อู๋ เพราะนางมีความสามารถสูงกว่า จึงตื่นขึ้นมาช้ากว่า จะตื่นขึ้นมาได้หรือไม่ต้องดูวาสนาระหว่างนางกับยัยหนูคนนี้ด้วย
ไม่เรียกก็ไม่เรียกสิ จะโมโหทำไมกัน! เสวี่ยฮุ่ยคิดจะส่งเฮ่อจิ่นกลับขึ้นต้นไม้ อาหารของบ้านเสวี่ยคุณภาพแย่เกินไป สำหรับคนที่พิถีพิถันเื่อาหารอย่างนาง การต้องเผชิญกับอาหารเ่าั้ทำให้ไม่มีความอยากอาหารเอาเสียเลย
ตอนนี้นางเป็ผู้ป่วย ต้องบำรุงร่างกาย มิเช่นนั้นแผลที่หัวจะหายเมื่อไหร่กัน!
"เ้ามีแผลที่ตัวนี่นา!" เฮ่อจิ่นปีนขึ้นไปบนไหล่ของเสวี่ยฮุ่ย มองจากไกล ๆ นึกว่าเสื้อผ้าของนางปักลวดลายไว้เสียอีก!
"ท่านอ่านใจได้หรือเ้าคะ?" มิเช่นนั้นสิ่งที่นางคิด เ้าสิ่งเล็ก ๆ นี้จะรู้ได้อย่างไร?
"เชอะ ตอนนี้เราสองคนมีความสัมพันธ์แบบนายกับบ่าว ข้าััถึงความคิดของเ้าได้ก็ไม่แปลก และเรายังสามารถใช้การสื่อสารทางจิตได้ด้วย ขอเพียงเ้าทวนคำที่อยากพูดในใจ ข้าก็จะรับรู้ได้ทันที"
แล้วทำไมข้าถึงััความคิดของท่านไม่ได้เล่า? แบบนี้มันยุติธรรมหรือ? เสวี่ยฮุ่ยเพิ่งจะคิดจะเจรจากับเฮ่อจิ่น เ้าตัวเล็กก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า "ร่างกายนี้ของเ้าหน้าตาน่ารักทีเดียว หากทิ้งรอยแผลเป็ไว้บนหัวคงน่าเสียดายแย่ ข้าจะเมตตาบอกเ้าให้ก็ได้ น้ำพุวิเศษทางด้านนั้นไม่เพียงแต่ช่วยให้จิตใจแจ่มใสและสายตาดีขึ้น แต่ยังสามารถสมานรอยแผลเป็และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นด้วย เ้าอยากลองดูไหมล่ะ!"
มีเื่ดี ๆ แบบนี้ด้วย เสวี่ยฮุ่ยใช้ถ้วยตักน้ำมาเล็กน้อย เทลงบนฝ่ามือแล้วทาบริเวณรอบาแ ความรู้สึกตึงและคันที่าแหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเย็นสบาย
"เฮ่อจิ่น ขอบคุณท่านมากนะเ้าคะ!" เสวี่ยฮุ่ยตบไหล่เบา ๆ หากไม่มีเขาและไม่มีมิติวิเศษ บนหัวของนางอาจจะทิ้งรอยแผลเป็ไว้จริง ๆ ก็ได้