บทที่ 10 จอมวายร้าย! (รีไรต์)
หลินเนี่ยนส่ายหน้า “ไม่ค่ะ แค่ทุกครั้งที่อาหวงไม่สบอารมณ์ เขาก็จะด่าว่าแม่สอนหนูยังไง ทำไมสอนหนูให้ไร้มารยาท จากนั้นเขาก็จะออกจากบ้านไป”
“พอเขาออกจากบ้านไป แม่ก็จะจับหนูเข้าไปตีในห้องเล็ก ๆ”
“พอแม่ตีเสร็จเขาก็จะกลับบ้าน จากนั้นก็ตำหนิแม่สองประโยค บอกว่าแม่ไม่ควรตีหนู”
“ตอนนั้นแม่ก็ตอบตกลงเป็มั่นเป็เหมาะ แต่ครั้งต่อไปก็ตีเหมือนเดิม”
หลิ่วกุ้ยเซียงเดือดดาลจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลง เธอพูดกับหลินเนี่ยนว่า “หวงเจี้ยนกั๋วร้ายกาจที่สุด!”
“เ้าบ้านั่นมันไม่ใช่คนแล้ว!”
“คนสารเลวทำให้เมียกลายเป็คนโง่ เธอยังคิดว่าเขาเป็คนดีอยู่อีก!”
แต่ไม่ว่ายังไงเ้าของร่างเดิมก็คิดว่าหวงเจี้ยนกั๋วพ่อเลี้ยงคนนี้เป็คนดีที่สุด!
“เนี่ยนเนี่ยน วางใจเถอะ อาจ้าวของเธอบอกแล้ว กลับไปแล้วจะไปบอกเื่นี้กับผอ.โรงงานคนก่อน!”
หลินเนี่ยนรีบอ้อนวอนหลิ่วกุ้ยเซียง “อาหลิ่วคะ หนู...หนูแค่อยากรู้ความจริง เื่แม่เองก็ไม่ง่ายเลย อีกอย่างความจริงแล้วพวกเขาก็เลี้ยงดูหนูมาจนโต...”
“ถุย!” หลิ่วกุ้ยเซียงจับแขนของหลินเนี่ยน หันหน้าไปถุยน้ำลายลงพื้นอย่างแรงทีหนึ่ง
“เนี่ยนเนี่ยน เธอจะใจอ่อนไม่ได้นะ มีอย่างที่ไหนเอาเงินเธอไปแล้วยังมารังแกเธออีก?”
“อีกอย่าง โรงงานหงซิงใหญ่ขนาดนี้ ลูกสาวของผู้สละชีพคนหนึ่งจะเลี้ยงไม่ได้เชียวเหรอ ตอนนั้นถ้าจางชุ่ยฟางไม่้าเธอ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นหรอก ฉันอาหลิ่วคนนี้จะเลี้ยงดูเธอเอง!”
“แปดพันกว่าหยวน เลี้ยงดูเธอแค่คนเดียวก็เหลือเฟือ!”
“อีกอย่าง เธอจะไปชนบท จางชุ่ยฟางก็ไม่ให้เงินเธอนี่นา พอดีเลย เราเอาเื่นี้ไปบีบให้เธอเอาเงินออกมาเถอะ!”
หลินเนี่ยนก้มหน้าแล้วพูดขึ้นมาแ่เบา “สองวันก่อนอาหวงกลับมาด่าแม่ แม่ให้เงินหนูสามร้อยหยวน และยังให้กินซุปไก่ตุ๋นทุกวันด้วย...”
หลิ่วกุ้ยเซียงตบต้นขา “ให้ตายเถอะ!”
“พวกเขากำลังตบตาเธออยู่ต่างหาก!”
“เธออาจจะไม่รู้นะ วันนั้นไห่หยางบังเอิญเห็นเธอถูกจางชุ่ยฟางกับหวงลี่ลี่ไล่ตี หวงเจี้ยนกั๋วต้องวิ่งแจ้นไปอธิบายกับผอ.จางอยู่ตั้งนาน...”
ด้วยการแนะนำอย่างแข็งขันเตือนแล้วเตือนอีกด้วยความหวังดีของหลิ่วกุ้ยเซียง ในที่สุดหลินเนี่ยนก็ตอบตกลงว่าจะเปิดโปงเื่นี้ออกมาอย่างไม่เต็มใจ แต่เธอขอร้องว่าค่อยพูดตอนที่เธอไปชนบทแล้ว
อันที่จริงทางด้านหลิ่วกุ้ยเซียงนั้น ไม่ว่าหลินเนี่ยนจะยินยอมหรือไม่ เธอกับเหล่าจ้าวก็คิดจะเปิดโปงเื่นี้กับผู้อำนวยการโรงงานคนก่อนอยู่แล้ว
แต่หลินเนี่ยนน่าอนาถเกินไป เธอเกิดมีใจคิดสงสาร ถึงได้ยอมเกลี้ยกล่อมอีกฝ่าย
ได้แต่บอกสาวน้อยคนนี้ไปว่าต่อไปอย่าโง่ขนาดนี้
ครั้นมองเวลาก็พบว่าใกล้ที่จะได้เวลาทำอาหารกลางวันแล้ว หลินเนี่ยนให้หลิ่วกุ้ยเซียงไปก่อน ส่วนเธอรออยู่ในซอยสักพักแล้วค่อยไป
เมื่อหลิ่วกุ้ยเซียงจากไปแล้ว หลินเนี่ยนจึงล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตา สีหน้าและบุคลิกก็เปลี่ยนไป มีท่าทีน่าสงสารเสียที่ไหน?
เธอยกเท้ากำลังจะเดินออกไปข้างนอกก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในซอย เขามองเธออย่างมีความหมายลึกซึ้ง
ดูคุ้นหน้าคุ้นตา
ดูเหมือนจะเคยเจอกันที่สำนักงานจัดการอสังหาริมทรัพย์ ชายหนุ่มที่ช่วยเธอพูดสองสามประโยคในตอนนั้น
หลินเนี่ยนกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ท่าทีร้องไห้ฟูมฟายแสร้งอ่อนแอของเธอก่อนหน้านี้คงไม่ถูกคนคนนี้มองทะลุปรุโปร่งหรอกใช่ไหม?
ตอนที่เธอกำลังทำอะไรไม่ถูก ชายหนุ่มก็เร่งฝีเท้าเดินมาทางเธอ จากนั้นคว้าแขนเธอแล้วลากเข้าไปในซอยลึก
เขาก้มหน้าพลางกดเสียงลงต่ำ “หลินเนี่ยน ฉันฟู่ชิวสือ ตอนนี้อยากให้เธอช่วยหน่อย!”
เดิมทีฟู่ชิวสือทำภารกิจเสร็จแล้ว สุดท้ายก็พบสายลับอีกกลุ่ม เขาคลำเจอรังเก่าของสายลับพวกนั้นและขโมยความลับสำคัญมาด้วย ครั้งนี้กำลังถูกสายลับตามฆ่า ไม่นึกเลยว่าตอนที่วิ่งหนีจะมาเจอกับหลินเนี่ยน!
นี่มันโชคชะตาอะไรกัน?
ในเมื่อเจอกันแล้ว งั้นเขาก็ไม่เกรงใจแล้วนะ!
เขาจับหลินเนี่ยนยันเอาไว้ที่มุมกำแพง แล้วรีบถอดแจ็กเกตให้เธอถือ จากนั้นก็เอื้อมไปโอบเอวของเธอเอาไว้ กดศีรษะของเธอให้ใบหน้าน้อย ๆ แนบกับหน้าอกของตัวเองด้วยมือเดียว จากนั้นก็พลิกตัวให้หลินเนี่ยนอยู่ด้านนอก ส่วนเขาอยู่ด้านใน
“อย่าะโ”
“เธอร้องไห้ก็ได้”
“ร้องไห้ดัง ๆ หน่อย”
ตอนนี้ในหัวของหลินเนี่ยนมีแต่เสียงหึ่ง ๆ ปลายจมูกััได้ถึงกลิ่นอายที่สะอาดและสดชื่นจากตัวของชายหนุ่ม ข้างหูได้ยินเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวเล็กน้อย
“เมื่อกี้ยังร้องไห้ได้ดีอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?” น้ำเสียงเคร่งขรึมของชายหนุ่มลอยเข้าหูหลินเนี่ยน ใบหน้าของเธอพลันแดงระเรื่อขึ้นมา
“ฉันช่วยเธอครั้งหนึ่ง เธอเองก็ต้องช่วยฉันครั้งหนึ่ง นี่สิถึงจะยุติธรรม!”
“เชื่อสิ รีบร้องไห้เร็วเข้า!” เขาลูบศีรษะของหลินเนี่ยนอย่างอ่อนโยน ราวกับลูบแมวดราก้อนหลี่ที่แม่เคยให้เขาเมื่อสมัยเด็ก
“เร็วสิ เชื่อฟังหน่อยสิ!” ฟู่ชิวสืออดไม่ได้ที่จะลูบอีก ผมของสาวน้อยคนนี้เป็สีน้ำตาล ทั้งสะอาดและนุ่มมาก ทำให้คนอดใจไม่ไหวจนอยากจะลูบต่อ
หลินเนี่ยนที่ถูกมองว่าเป็แมว “...”
อืม แต่ก็ขอบคุณนะ!
“เร็วเข้า! ไปหาทางนั้น!”
“ทางนั้นมีการเคลื่อนไหว!”
“ถ้าเจอไอ้สารเลวนั่นก็ฆ่ามันเลย!”
เวลานี้มีเสียงฝีเท้าดังอึกทึกครึกโครมแว่วมาจากนอกซอย เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หลินเนี่ยนไม่มัวโอ้เอ้ รีบร้องไห้โฮเสียงดังขึ้นมา “เป็เพราะนาย นายรังแกคนอื่น!”
“ฉันเกลียดนาย!”
“นายปล่อยฉันนะ!”
“แม่ของนายดูถูกฉัน เธอไม่ควรพูดฉีกหน้าฉันต่อหน้าคนมากมายขนาดนั้น! ฉันไม่น่าตามนายไปที่บ้านเลย ใครจะชอบครอบครัวแบบนั้นกัน ไม่ตงไม่แต่งมันแล้ว!”
“ฮือ ๆๆ...ไปให้พ้นเลยนะ!”
“ฉันไม่แต่งงานกับนายแล้ว!”
พูดไปพลางเตะฟู่ชิวสือไปสองที
ฟู่ชิวสือ “...”
แรงของสาวน้อยคนนี้มีเยอะทีเดียว เตะได้เจ็บมาก!
และก็จริงอย่างที่ว่า ห้ามมองข้ามกรงเล็บของลูกแมวเหมียว ถูกข่วนแล้วก็ยังเืออกเหมือนเดิม
คนที่ตามเข้ามาจากข้างนอกมองซ้ายมองขวา พบว่าในซอยมีแค่คู่รักที่ยังไม่แต่งงานคู่หนึ่งกำลังแง่งอนกันเท่านั้น จึงหันหลังกลับแล้วรีบวิ่งออกไป
“ฉันจะบอกนายให้นะ พวกเราจบกันแล้ว!”
“นายปล่อยฉันสิ!”
“ต่อไปนี้อย่ามาตอแยฉันอีก!”
หลินเนี่ยนพูดจบก็ดิ้นออกมา จากนั้นก็ถีบฟู่ชิวสือไปอีกสองที
เธอกังวลสุดขีด อยากจะเอ่ยว่าพระเ้าช่วย นี่มันฉากน้ำเน่าในละครไม่ใช่เหรอ?
ทำไมถึงให้เธอมาเจออะไรแบบนี้ล่ะ
น่าหวาดเสียวจริง ๆ!
ไม่รู้ว่าเธอแสดงได้ดีหรือเปล่า จะตบตาคนพวกนั้นได้ไหม
ในขณะที่หลินเนี่ยนคิดอยากจะแสดงเพิ่มอีกหน่อย ฟู่ชิวสือก็ปล่อยเธอ
หลินเนี่ยนนิ่งอึ้งไป ขนตาที่มีน้ำตาเกาะพราวกระเพื่อมเบา ๆ เมื่อกะพริบตา น้ำตาก็พลันหยดลงมา
หยดแล้วหยดเล่า น่าสงสารจับใจ
ฟู่ชิวสือเหม่อไปทันที ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง สุดท้ายจึงเบือนสายตาพลางพูดว่า “พวกมันไปแล้ว! ฉันจะไปส่งเธอกลับบ้าน”
หลินเนี่ยนรีบเอ่ยขึ้นว่า “ไม่ต้อง ฉัน...ฉันกลับเองได้!”
ฟู่ชิวสือดึงหลินเนี่ยนกลับมา สาวน้อยเสียการทรงตัวจึงล้มเข้าไปในอ้อมอกของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว
เธอพยายามทรงตัวด้วยความลนลาน
ลูกกระเดือกของฟู่ชิวสือขยับขึ้นลงอีกครั้ง น้ำเสียงแหบพร่าไปเล็กน้อย “ไม่ปลอดภัย ใกล้ ๆ นี้มีคนของพวกมันอยู่เต็มไปหมด”
พูดจบก็จูงมือหลินเนี่ยนเดินออกไปข้างนอกทันทีโดยที่ไม่ฟังคำอธิบาย เขาพาทะลุซอยไปอีกหลายซอยจนถึงถนนใหญ่แล้วจึงปล่อยมือ
“หลินเนี่ยน หยางต้งเหลียงสหายร่วมรบของพ่อเธอฝากให้ฉันมาดูเธอ ตอนนี้ฉันมีเื่เร่งด่วนต้องไปก่อน เอาไว้วันหลังจะไปหานะ!”
หลินเนี่ยนมองอีกฝ่ายวิ่งออกไปด้วยความเร็ว ในหัวพลันผุดเครื่องหมายคำถามขึ้นมาอันแล้วอันเล่า
ฟู่ชิวสือ…
์! ไม่นึกเลยว่าเขาคือฟู่ชิวสือ!
ก่อนหน้านี้เธอยังคิดไม่ออก!
ฟู่ชิวสือ!
จอมวายร้ายตัวสุดท้าย!
ในนิยายเล่าว่าฟู่ชิวสือคนนี้ ทั้ง ๆ ที่มีไพ่ดีอยู่ในมือ เป็ลูกหลานจากตระกูลใหญ่ พ่อเป็ผู้มีอิทธิพลอยู่ในเขตคุ้มครองแห่งหนึ่ง คุณตาเป็วิศวกรเครื่องกล ซึ่งเป็นักศึกษาแลกเปลี่ยนที่กลับจากเยอรมนี เขาเป็สมบัติของชาติ
ตัวเขาเองก็มีความสามารถเป็อย่างมาก ทว่าดันเกิดมาพร้อมกับความหัวรั้น ไม่ทำตามคำสั่งมักขัดแย้งกับหัวหน้าเป็ประจำ มิหนำซ้ำยังผิดวินัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็ศัตรูกับจางไห่หยางอยู่บ่อยครั้ง และสุดท้ายยังทำผิดร้ายแรงจนถูกไล่ออกจากกองทัพ
ฟู่ชิวสือที่ถูกไล่ออกกล้าลงมือทำอะไรตามอำเภอใจอย่างเต็มที่ ชกต่อยทะเลาะวิวาทกล้าได้กล้าเสีย เขานำพวกหัวมังกุท้ายัมาทำธุรกิจ และมักจะเป็ศัตรูกับนางเอกเสมอ!
จุดจบของการเป็ศัตรูกับพระนาง แค่คิดก็รู้แล้ว สุดท้ายฟู่ชิวสือก็ตายอย่างอนาถ!
ฝูงชนต่อต้านญาติมิตรหลีกหนีั้แ่เขาอายุยังน้อย สุดท้ายเขาได้ลักพาตัวแม่เลี้ยงไป จึงถูกมือปืนยิงเจาะหัวในนัดเดียว
่จุดจบของชีวิต ในนิยายได้สรุปเื่ราวของเขาเอาไว้ประโยคหนึ่ง ‘ฟู่ชิวสือคนนี้ ตอนอยู่บ้านก็เป็ตัวแสบ เขาก่อปัญหาทุกวันจนสั่งสอนไม่ได้ พ่อของเขาจึงส่งเขาเข้าไปในกองทัพ หวังว่ากองทัพจะสั่งสอนเขาได้ดี แต่เห็นได้ว่าบางคนเป็คนเลวโดยพื้นฐาน ไม่ว่าจะจับเขาไปไว้ที่ไหน จุดจบของเขาก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว’
หลินเนี่ยนสงบนิ่งไม่ไหวแล้ว
ไม่สิ ฟู่ชิวสือเคยมาหาเ้าของร่างเดิมบ้างหรือเปล่า?
ในนิยายไม่ได้เขียนเอาไว้นี่!
หรือเป็เพราะเ้าของร่างเดิมไม่ได้ก่อเื่แบบเธอ ฟู่ชิวสือก็เลยไม่พบสถานการณ์ที่แท้จริงของเธอ ก็เลยข้ามส่วนนี้ไป?
หลินเนี่ยนกลับไปพร้อมกับเครื่องหมายคำถามเต็มหัว เมื่อเข้าไปในเขตบ้านแล้วถึงได้พบว่าตัวเองยังกอดเสื้อแจ็กเกตของฟู่ชิวสืออยู่ในอก
เธอรีบยัดเสื้อเข้าไปในห่อผ้าใส่หนังสือของเธอ
กลับถึงบ้านตระกูลหวง หวงเจี้ยนกั๋วกับจางชุ่ยฟางต่างก็อยู่บ้าน เมื่อทั้งสองคนเห็นเธอเข้ามา บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้ม
หวงเจี้ยนกั๋วยืนขึ้นพร้อมทั้งยิ้มต้อนรับเธอ “เนี่ยนเนี่ยนกลับมาแล้วเหรอ รีบไปล้างมือสิ วันนี้แม่เธอทำอาหารที่เธอชอบกินไว้เต็มโต๊ะอีกแล้วนะ!”
หลินเนี่ยนแสยะยิ้ม สองสามีภรรยาคู่นี้ราวกับความจำเสื่อม จำไม่ได้แล้วว่าเธอกับพวกเขาแตกกันไปแล้ว!
“เื่ที่รับปากพวกคุณไว้ ฉันจะทำให้แน่นอน!”
หวงเจี้ยนกั๋วยิ้มพลางพูดว่า “งั้นก็ดี คืนนี้เนี่ยนเนี่ยนต้องแสดงออกดี ๆ ล่ะ!”
หลินเนี่ยนไม่สนใจสองสามีภรรยาคู่นี้ กินข้าวเที่ยงเสร็จก็กลับไปนอนที่ห้อง
สุดท้ายเมื่อหลับตาลง ในหัวก็เต็มไปด้วยใบหน้าหล่อเหลาเกินต้านของฟู่ชิวสือ
เขามีกลิ่นอายเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอยู่เล็กน้อย เมื่อสบตากับดวงตาลึกล้ำดุจบ่อน้ำลึกคู่นั้น ก็ทำให้คนอดไม่ได้ที่จะดำดิ่งลงไปสำรวจว่าใต้บ่อน้ำแสนลึกนั้นมีอะไรซ่อนอยู่
“โอ๊ย...” หลินเนี่ยนใจเต้นรัว กอดผ้าห่มกลิ้งไปมาสองรอบอยู่บนเตียง พลางเตือนตัวเองในใจ
‘หลินเนี่ยน เธอมีสมองหน่อยสิ เขาเป็จอมวายร้ายนะ อันตรายยิ่งกว่าพระเอกอีก ยุ่งด้วยไม่ได้!’