“เฮ้ยพี่!!”
ฮิม เขาเอ่ยเสียงดังขึ้นทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นร่างระหงในชุดทำงานที่กำลังเดินอยู่ริมถนน เรือนร่างของเธอถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่รับกับส่วนเว้าส่วนโค้ง กระโปรงทรงเข้ารูปสีเทาเข้มที่พอดีตัวเผยให้เห็นขาเรียวยาว รองเท้าส้นสูงสีดำเพิ่มความสง่างามให้กับการย่างก้าว มือหนึ่งถือแฟ้มเอกสาร อีกข้างสะพายกระเป๋าหนังสีดำใบเก๋
“ใช่หรือวะ?”
พายุ จ้องมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าสลับกับภาพถ่ายในมือ แม้รูปร่างหน้าตาจะคล้ายคลึงกันราวกับแกะ แต่เขาก็ยังลังเลที่จะยืนยันว่าเป็บุคคลเดียวกับที่นายหญิง้าตัว
“ผมว่าใช่นะพี่”
“เหี้ย!! แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ”
“งั้นเอาไงล่ะพี่ เธอเดินไปไกลแล้วนะ ขับรถตามไปเลยมั้ย”
“เออ มึงขับตามไปเดี๋ยวกูดูเอง”
เมื่อได้ยินคำสั่ง ฮิมก็ค่อย ๆ ขับรถตู้สีดำตามหลังหญิงสาวที่เดินเนิบช้าบนฟุตบาท ความเร็วของรถค่อย ๆ คืบคลานเข้าใกล้เป้าหมาย แต่เขายังคงไม่อาจยืนยันตัวตนของเธอได้ เพราะเธอก้มหน้าก้มตาเดิน ปล่อยให้เส้นผมสีดำสนิทตกลงมาบดบังใบหน้าไว้
“แม่งเอ้ย!”
พายุกระแทกกำปั้นลงบนเบาะ ดวงตาคมกริบจ้องมองเข็มนาฬิกาที่บ่ายหน้าไปทางตัวเลข 6 ด้วยความหัวเสีย การไล่ตามเธอมาครึ่งชั่วโมงเต็มนี่มันนานเกินไปแล้ว
“มึงขับไปข้างหน้าแล้วจอด กูจะเดินลงไปดูเอง”
“เอางั้นเหรอพี่”
“เออ ถ้าไม่ทำงี้ วันนี้ก็ไม่ได้เื่หรอกเว้ย!!”
“ครับ ๆ”
ฮิมขับรถเร็วขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนจะชะลอตัวลงเมื่อทิ้งห่างเป้าหมายมาได้ไกลกว่าร้อยเมตร
รถตู้คันสีดำจอดสนิทที่ริมถนน ร่างสูงล่ำของพายุก้าวลงจากรถและเดินตรงไปหาเธอทันที
พายุสาวเท้าก้าวเดินด้วยความเร็ว ร่างสูงล่ำในเสื้อยืดสีดำ และกางเกงสีดำทำให้เขาดูกลืนไปกับบรรยากาศรอบข้าง
ยิ่งเขาเดินเข้าใกล้เป้าหมายมากเท่าไหร่ เขาก็เริ่มมั่นใจแล้วว่าเป็เธอคนนั้นจริง ๆ คนที่นายหญิงสั่งให้เขาไปจับตัวเธอมา
.. โทษฐานแอบเป็ชู้กับผัวของเธอ
พายุเดินตรงเข้ามาหาเธอ เขาแกล้งทำเป็ไม่เห็นและชนไหล่เธอเบาๆ เอกสารในมือของหญิงสาวร่วงกระจัดกระจาย ร่างบางเซไปด้านหลังเล็กน้อย
“ว๊าย!!”
“ขะ ขอโทษครับ ผมช่วยครับ”
“มะ ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ทั้งสองคนก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายบนพื้น มือหนาของพายุเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ขณะที่ดวงตาคมกริบแอบมองใบหน้าของเธออย่างพินิจ จนเขาแน่ใจว่าเธอคือเป้าหมายของภารกิจนี้ เขาจึงพยักหน้าเป็สัญญาณไปทางฮิมที่นั่งคอยอยู่ในรถตู้
“ผมขอโทษอีกครั้งนะครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ” เธอยิ้มแห้ง ๆ โบกมือรัว ๆ และหมุนตัวเดินจากไป
ลินดา หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงาม และเรือนร่างที่โดดเด่น ทำให้เป็ที่จับตามองของพนักงานชายในบริษัท รวมถึงอดิศร กรรมการหนุ่มใหญ่ผู้มีอำนาจ ด้วยความสามารถและไหวพริบที่เฉียบคม แม้จะเพิ่งเข้าทำงานได้เพียง 2 เดือน เธอก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็เลขานุการส่วนตัวของเขา
พายุมองตามลินดาอย่างไม่คลาดสายตา เขาปล่อยให้เธอตายใจ ขณะที่มือของเขากำลังเทสารเคมีบางอย่างลงบนผ้าเช็ดหน้า และรอสัญญาณตอบรับจากฮิม
“พร้อมแล้วพี่”
เสียงของฮิมดังขึ้นในหูฟังไร้สาย เขาจึงสาวเท้าก้าวตาม ลินดาไปอย่างช้า ๆ ราวกับเขาเป็เงาตามตัวเธอ เมื่อได้จังหวะ เขาก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นปิดปากและจมูกเธอ โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
ไม่กี่อึดใจ ลินดาก็เซล้มลงและหมดสติไป รถตู้สีดำขับมาจอดขนาบข้าง พร้อมกับประตูรถที่เปิดออกช้า ๆ
พายุอุ้มร่างบางขึ้นรถตู้อย่างรวดเร็ว ขณะที่ฮิมรีบเก็บกวาดร่องรอยทั้งหมด ทั้งเอกสารที่ตกอยู่บนพื้นและกระเป๋าสะพายของเธอ ก่อนจะโยนทุกอย่างขึ้นรถตามไป เขาตรวจสอบพื้นที่เป็ครั้งสุดท้ายเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ หลงเหลืออยู่ที่จะทำให้ใครติดตามพวกเขาได้
สามชั่วโมงผ่านไป
รถตู้สีดำแล่นเข้ามาจอดที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองหลายร้อยกิโลเมตร เป็บ้านที่ไม่มีใครอาศัย และปล่อยให้ทิ้งร้างมาหลายปี
ชายชราเดินมาเปิดประตูรั้วบ้านหลังใหญ่ ก่อนจะเดินมายื่นกุญแจบ้านให้ฮิม
“เสร็จธุระแล้วพวกเอ็งก็กลับไปเลย นายหญิงสั่งไว้”
“ครับ ลุง”
ฮิมตอบรับชายชรา เขาเป็ผู้ดูแลบ้านร้างหลังนี้ให้คงสภาพดีมาตลอดหลายปีตามคำสั่งของนายหญิง
รถตู้ขับเข้ามาจอดหน้าบ้าน พายุอุ้มร่างบางที่นอนหมดสติขึ้นมาในอ้อมแขน พร้อมกับเดินขึ้นบันไดชั้นสองของบ้านไป
ตู้ด ตู้ด
“เป็ไงบ้างพายุ” เสียงของนายหญิงดังขึ้นจากปลายสาย เธอรอการติดต่อกลับของลูกน้องคนสนิทอย่างเขาไม่ไหว
“เรียบร้อยดีครับนาย ให้ผมทำอะไรต่อครับ”
“ตอนนี้ฉันยังติดธุระ ปลีกตัวไปไม่ได้ ให้มันอยู่แบบนั้นไปก่อน เสร็จธุระแล้วฉันจะไปจัดการมันเอง”
เขาย่นคิ้วอย่างไม่ชอบใจนัก การที่ให้เขามาเฝ้าผู้หญิงอยู่ที่นี่ มันดูไร้สาระสิ้นดี เพียงแต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไรกับนายหญิง
“ให้ผมอยู่เฉย ๆ เหรอครับ?”
ปกติแล้วพายุจะถูกมอบหมายให้ทำงานที่ตื่นเต้น และระทึกใจ อย่างเช่น การตามเก็บลูกหนี้ หรืออริของผู้เป็นาย หากแต่ให้เขานั่งเฉย ๆ กิน ๆ นอน ๆ คงเบื่อตายพอดี
“อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าให้มันหนีได้ก็พอ”
“ครับนาย”
เขาผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ หลังจากการสนทนาจบลง สายตาคมกริบจับจ้องไปยังร่างบางที่นอนไร้สติอยู่บนเตียง มือและเท้าถูกพันธนาการด้วยเชือกไหมสีดำ ดวงหน้างามถูกปิดบังด้วยผ้าผืนเดียวกัน พร้อมริมฝีปากอิ่มที่ถูกปิดสนิทด้วยเทปกาว
“พี่ .. หุ่นแม่งโคตรได้เลยว่ะ”
ฮิมมองร่างหญิงสาวบนเตียงด้วยแววตาหยาดเยิ้ม พร้อมสะกิดแขนพายุด้วยความสนใจ
“เออ!” เขาตอบอย่างหงุดหงิด ก่อนทิ้งตัวลงที่เก้าอี้นุ่ม
“คุณท่านนี่อย่างเอาเลยว่ะ ไม่น่าล่ะถึงได้ติดใจบ้านช่องไม่กลับ”
“คงงั้น นมเป็นม ตูดเป็ตูด” พายุเอ่ยเสริม แต่แววตาเขากลับไม่ยินดีกับภารกิจครั้งนี้เท่าไหร่นัก สำหรับเขามันน่าเบื่อเกินไป
“นายหญิงสั่งให้ทำอะไรต่อเหรอพี่”
“ไม่มีคำสั่งอะไรทั้งนั้น แค่ให้เฝ้ามันจนกว่าเธอจะมาที่นี่ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะมาวันไหนด้วย เพราะบอกว่าติดธุระ”
“เวรกรรม สงสัยเราจะอยู่ยาว งั้นผมไปหาซื้อของใช้เราหน่อยดีกว่า หิวข้าวด้วย พี่ล่ะ?”
“เออ เอาเหมือนมึงทุกอย่าง”
“เคครับลูกพี่ เดี๋ยวผมมา เฝ้าดี ๆ ล่ะ”
ดวงตาคมจับจ้องใบหน้าของฮิมอย่างไม่สบอารมณ์ ยิ่งเขาส่งยิ้มยียวนให้แบบนั้นด้วยแล้ว ทำให้พายุอดไม่ได้ที่จะชูนิ้วกลางกลับไป
“โอ๊ย มึนหัวจัง”
ลินดาได้สติหลังจากนอนสลบไปพักใหญ่ เธอจะยกมือขึ้นมาแตะศีรษะแต่ทว่าดูเหมือนแขนของเธอจะถูกพันธนาการไว้กับอะไรบางอย่าง
แต่มันไม่ใช่แค่นั้น ไม่ว่าจะ มือ เท้า ปาก หรือแม้กระทั่งตาเธอก็ถูกพันธนาการไว้จนหมดสิ้น หนีไม่ได้ ร้องไม่ได้ และมองไม่ได้ เธอไม่สามารถรับรู้อะไรได้เลย
“อะไรเนี่ย นี่ฉันอยู่ที่ไหน”
เธอพึมพำในใจ ก่อนจะได้ยินเสียงอะไรบางอย่างราวกับมีบางสิ่งอยู่ใกล้ ๆ เธอ
“อื้อ อื้อ”
เธอพยายามเปล่งเสียงว่า ‘ช่วยด้วย’ แต่เธอส่งเสียงออกได้แค่นั้น ไม่รู้ว่าพอจะมีใครเข้าใจบ้างหรือเปล่า
“อื้อ อื้อ”
เธอทั้งร้อง และดิ้นพล่านอยู่บนเตียงใหญ่อย่างสุดแรงเกิด แต่จู่ ๆ ก็ดูเหมือนว่าเธอจะถูกบางสิ่งกระแทกเธอให้ดิ้นไปอีกฝั่ง
“เดี๋ยวก็ตกเตียงหรอก”
เสียงของพายุดังขึ้น พร้อมกับฝ่าเท้าที่กระแทกเข้ากลางหลังเธอ ลินดานิ่งไปชั่วครู่ เธอรู้เพียงว่าตอนนี้มีชายคนหนึ่งอยู่ที่นี่
“อื้ออือ อื้อ อื้อ” (นั่นใคร ช่วย ด้วย)
“โอ้ย!! หยุดร้องสักทีได้มั้ยวะ รำคาญเว้ย” พายุตวาดเสียงลั่น หัวใจเธอเต้นรัวด้วยความกลัว กลัวว่าเขาจะทำร้ายเธอ เธอจึงปิดปากเงียบ และนอนอยู่นิ่ง ๆ
สายตาของพายุลอบมองที่เธออย่างสนใจ กระโปรงสั้นที่เธอสวมใส่มันถูกเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นแพนตี้ลูกไม้สีขาว อีกทั้งเนินเนื้ออวบที่ปรากฏขึ้นมาเพราะกระดุมเสื้อเม็ดบนมันหลุดหายไป
พายุกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น เป็จริงอย่างที่ฮิมพูดเรือนร่างของเธอมันช่างยั่วเย้าอารมณ์ชายได้ดียิ่งนัก ไหนจะจุดสนใจใต้ร่มผ้าที่โผล่มาล่อตาเขาอีก
เพียงแค่คิด และจินตาการถึงเรือนร่างหญิงสาว ท่อนเอ็นก็แข็งตึงจนคับแน่นเป้ากางเกง
เขาสะบัดหัวอย่างแรงหวังจะให้ความคิดชั่วร้ายมันหายไป เพราะเธอคนนี้เป็ผู้หญิงของนายท่าน เขาจะทำอะไรกับเธอไม่ได้
แต่อีกความคิดหนึ่งมันก็แทรกแซงเข้ามา ทำไมเขาจะทำอะไรเธอไม่ได้ในเมื่อนายหญิงไม่้า ถึงมีคำสั่งเด็ดขาดพร้อมข้อมูลต่าง ๆ ให้พาตัวเธอมาที่นี่
“อยากทำอะไรก็ทำ แต่อย่าให้มันหนีได้ก็พอ”
แต่แล้วคำพูดของนายหญิง มันก็สะท้อนก้องกลับเข้ามาในหู เขาจ้องมองเรือนร่างเธออีกครั้งอย่างชั่งใจ และปล่อยให้ความคิดในหัวตีมั่วกันไปมา
“อื๊อ” (น้ำ)
“อื๋ออื๊อ” (หิวน้ำ)
ลินดานอนนิ่งไปสักพัก ก็คิดหาวิธีที่จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ เธอจึงออกอุบายให้ชายหนุ่มยอมเปิดเทปกาวที่ปากเธอออก หากเขาฟังเธอไม่รู้เื่จนรำคาญยังไงก็ต้องยอมให้เธออยู่ดี
“อื๋อ อื๊อ” (หิว น้ำ)
“อะไรนะ”
“อื๋อ อื๊อ” (หิว น้ำ)
“พูดอะไรวะ”
พายุตัดสินใจลุกมาลงนั่งข้างเตียง เขาฉุกคิดกึ่งใจว่าจะเปิดปากหญิงสาวออกดีมั้ย สายตาเขาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ภายในห้อง ทิวทัศน์รอบบ้านหลังนี้มีเพียงป่าเขาและต้นไม้ใหญ่ ถัดไปไกล ๆ ถึงจะมีบ้านคน ต่อให้เธอแหกปากร้องดังแค่ไหน ก็คงไม่มีใครได้ยิน
แคว่ก!
เสียงเทปกาวดังขึ้นตามแรงดึงของเขา ปรากฏริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ แค่เพียงเห็นมันก็ทำให้เขาน้ำลายสอ
“โอ๊ย!! ช่วยด้วย!!! ช่วยด้วยค่าา!!!”
เป็อย่างเขาคิดไว้ไม่มีผิด เธอร้องะโให้คนช่วยจนสุดเสียง
“ไม่่มีใครช่วยเธอหรอก ที่นี่มีแค่ฉัน”
“แกเป็ใคร?? ช่วยด้วยค่าาา!!!”
ลินดาไม่สนใจคำเตือนชายหนุ่ม เธอยังคงะโร้องต่อไป พร้อมความหวังว่าเสียงของเธอจะดังพอที่มีใครสักคนได้ยิน แต่ในขณะนั้นความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นมา เสียงของชายคนนี้มันช่างคุ้นหูเธอเหลือเกิน เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน
“โอ้ย!!! รำคาญว่ะ!! ถ้าไม่หยุดร้องกูจะปิดปากมึงนะ”
“ช่วยด้วยค่าาาาา!!!”
ลินดาไม่สนใจ เธอยังคงร้องะโออกไป ร่างบางพลางดิ้นพล่าน แต่ยิ่งเธอดิ้นผ้าผ่อนที่ปกคลุมร่างกายไว้มันก็เผยอออกทั้งส่วนบน และส่วนล่าง จนชายหนุ่มเห็นเนื้อหนังเธอมากขึ้นกว่าเดิม
“กูบอกให้หยุด!”
พายุตวาดเสียงแข็ง เขารำคาญเสียงเธอจริง ๆ แต่สายตาเขากลับจ้องมองที่เต้าอวบอิ่มพร้อมบาร์ลูกไม้สีขาว
“ใครก็ได้ ช่วยด้วย!!!”
เสียงเธอยังคงร้องะโราวกับท้าทาย หัวใจเขาเต้นตึกตัก เขาจะทำอย่างไรกับเธอดี ไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นได้ยินเสียงเธอ แต่เขากลัวว่าตัวเองจะทำตามความ้าที่มันท่วมท้น ใจกลางความเป็ชายเขาแข็งตึงจนรู้สึกปวดเล็ก ๆ หากไม่ได้ระบายมันออก
“ใครก็ได้ ช่วยด้วย ฉันโดนลักพาตั-”
เสียงของเธอเงียบลง เพราะพายุใช้ริมฝีปากเขาปิดปากเธอ ในเมื่อเธอไม่ยอมเงียบ และเส้นความอดทนเขาก็ขาดผึงไม่มีชิ้นดี
เขาบดขยี้ริมฝีปากลงไปอย่างบ้าคลั่ง ทั้งดูดทั้งงับอย่างเมามัน ร่างบางที่อยู่เบื้องล่างดิ้นพร่านหวังจะให้หลุดจากพันธนาการ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของเขา เธอไม่สามารถทำได้เลย
ลิ้นสากจู่โจมเข้ามา เรียวลิ้นกดแทรกชำเราโพรงปากเธออย่างบ้าคลั่ง เธอรู้สึกรังเกียจจึงใช้ฟันกัดลิ้นเขา แต่แล้วมือหนาก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าจนเจ็บชาไปหมด
“ถ้ามึงกัดลิ้นกูอีก กูจะทำมึงให้เจียนตายเลย”
“ขอร้อง .. พอแล้วอย่าทำเราเลย เรายอมแล้ว”
เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ อยากจะยกมือไหว้ชายตรงหน้า แต่ทว่ามือเธอยังคงถูกมัดไว้ด้วยอะไรบางอย่าง
“ตอนแรกกูก็ว่าจะไม่ทำอะไรมึงแล้วนะ แต่ตอนนี้กูอดใจไม่ไหวแล้ว กูขอเถอะ”
สิ้นคำพูดเขาพุ่งเข้าจู่โจมเธออีกครั้ง คราวนี้เขาใช้ปลายจมูกไล้ไปตามคอระหง พลางใช้ปลายลิ้นแลบเลีย ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปที่ใบหู เขาละเลงเลียอย่างบ้าคลั่ง
“อ่าส์ .. พอแล้ว”
เสียงแข็งของเธอเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่พายุก็ไม่ได้สนใจนัก มือใหญ่เขาเลื่อนมาบีบเค้นเต้าอวบอย่างเมามัน เมื่อได้ััมันเข้า ก็รู้สึกว่ามันใหญ่จนล้นมือเขาเสียอีก
“แม่งเอ้ย!”
เขาสบถดังลั่น และกระชากเสื้อตัวเองทิ้งอย่างไม่ใยดี เต้าอวบมันช่างยั่วยวนชวนให้เขาขาดสติ วินาทีนี้ไม่ว่าอะไรเขาก็จะไม่ยอมให้มันมาพรากเรือนร่างเธอไปจากเขา