10 เดือนผ่านไปภายในดวงกลมนั้นได้สร้างร่างกายชายหนุ่มหน้าตางดงามมาก ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา ขาว สูง หุ่นดี ร่างนี้อยู่ในสภาพนอนหงายเปลือยเปล่า ดวงตายังปิดสนิทอยู่
เทพวารีเห็นร่างอันเปลือยเปล่านั้นแล้วก็รู้สึกวาบหวามในใจ เธอชอบไปนั่งมองดูร่างกายนั้นใกล้ๆ นานเข้าก็ตกหลุมรักชายผู้นั้น แต่ก็เก็บซ่อนความรู้สึกไว้ภายในใจเงียบๆ
พอถึงเวรของเทพสุญตา เมื่อเธอเห็นร่างอันเปลือยเปล่าของชายผู้นั้นก็ใจนตัวสั่นมือสั่นไปหมด เพราะเป็ครั้งแรกที่เธอเห็น เธอจึงรีบใช้ธาตุลมและอากาศธาตุพยุงร่างให้เหาะออกมาคุมเชิงไกลๆ และพยายามไม่มองให้นานนัก แต่ภาพมันก็ติดตา และเหมือนว่าใจเธอก็เริ่มจะชอบเขาขึ้นมาเช่นกัน
ใน่ปลายๆเดือนที่ 10 นี้ได้ปรากฏกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆขึ้น และกำลังเหาะมาทางทิศเหนือของภพว่าง “กำลังตรงมาทางนี้” เทพวารีรำพึงในใจ กลุ่มนี้เป็คนของพรรคจันทรา ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของโลกภายใน มีประมุขพรรคหญิงผู้เชี่ยวชาญด้านควบคุมจิตใจ อยู่ในระดับเอกยุทธ์ มีนามว่า “จันทร์จิรา” และเป็ 1 ใน 5 ผู้มีระดับสูงสุดพ่วงด้วยตำแหน่งสาวงาม 1 ใน 8 ในอาณาจักรโลกภายใน มีฉายาว่า “นางมารบูรพา” นางนำทีมมาเองพร้อมกับผู้คุมกฏทั้ง 12 คน ซึ่งมีฉายาว่าจอมมาร 12 ราศี
เทพวารีใรีบใช้พลังธาตุดินสร้างจดหมายใจความว่า “เรียนท่านเ้าสำนัก ขณะนี้นางมารบูรพาและ จอมมาร 12 ราศี กำลังใกล้เข้ามาแล้ว ลูกน่าจะรับมือคนเดียวไม่ไหว จะถ่วงเวลาไว้ก่อนท่านพ่อรีบมาช่วยลูกด้วย” จากนั้นนางก็ใช้ธาตุลมและอากาศธาตุในการขับเคลื่อนจดหมายนี้ไปยังเ้าสำนัก
เมื่อเห็นมารบูรพาเข้ามาใกล้มากแล้ว เทพวารีก็แกล้งเหาะสำรวจพื้นที่เช่นกัน จนทั้งสองเผชิญหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็หยุดลอยตัวอยู่ในอากาศห่างกันประมาณ 5 เมตร
“วริศราหลานรักเ้าจะไปไหนหรือ” นางมารบูรพากล่าว
“คารวะท่านอาจันทร์จิรา หลานเข้ามาฝึกวิชาแล้วก็เลยลอยตัวในอากาศเล่น บังเอิญได้พบท่านอา ไม่ทราบท่านอาจะไปไหนถึงได้มากันมากมายเช่นนี้” เทพวารีกล่าว
“วริศราเ้าคิดว่าอาผู้นี้โง่นักหรือ สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ที่เหมาะสมในการฝึกวิชาเลย เ้ามาค้นหาดาววิสุทธิ์ใช่หรือไม่” นางมารบูรพากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ท่านอาสายตาเฉียบแหลม หลานนี้ดูโง่เขลาไปเลย หลานยอมรับว่าค้นมาเกือบปีแล้วก็ยังหาไม่พบเลย” เทพวารีกล่าว
“ฮ่าๆๆๆๆๆ เ้าค้นไม่พบหรือใช้ค่ายกลปิดบังไว้เดี๋ยวอาผู้นี้จะแสดงให้เ้าดูว่าจะหายังไงให้เจอ” นางมารบูรพากล่าวจบก็ยกมือขึ้นดึงอุปกรณ์บางอย่างออกมาจากกระเป๋ามิติที่ชายเสื้อของนาง มันคือซอสามสายจักรพรรดิ์ และคันสีของซอสามสาย ซึ่งสายทำมาจากหางเทพอาชาวายุ ซึ่งก็คืออาวุธประจำตัวของนาง
เทพวารีเห็นดังนั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงกับพื้นอย่างไม่รู้ตัว หน้าซีดตัวสั่น เพราะเธอเคยโดนอาวุธชนิดนี้ทำร้าย สมัยที่พ่อของเธอประลองกับนางมารบูรพา ตอนเธออายุได้ 5 ขวบ เพียงหนึ่งตัวโน๊ตก็กระอักเืสลบไป 7 วัน
“ฮ่าๆๆๆๆๆ เ้ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอหลานรัก ถ้าเ้ายอมบอกอารับรองว่าเ้าจะได้กลับบ้านอย่างปลอดภัย” นางมารบูรพากล่าว
“หลานกลัวแต่หลานไม่เคยพบดาววิสุทธิ์จริงๆ” เทพวารีกล่าว
“เอายังงี้ไหม เ้าก็งามระดับ 1 ใน 8 สาวงาม จะให้ตายศพไม่สวยเพราะถูกซอของอาทำร้ายก็ไม่เข้าทีจริงไหม อารู้ว่าเ้าไม่อยากตาย งั้นเปลี่ยนมาให้ชายหนุ่ม 12 คนที่มากับอาได้ชื่นชมเรือนร่างของเ้าจนกว่าจะพอใจดีไหม วิธีนี้ไม่ถึงตาย แต่ก็อัปยศนิดหน่อย จุดแดงเล็กๆที่ข้อมือทั้งสองของเ้าก็จะหายไปตลอดการดีไหม ฮ่าๆๆๆๆๆ” นางมารบูรพากล่าว
ไฝพรหมจารีย์ที่เป็จุดแดงเล็กๆที่ข้อมือนี้ เป็ที่รู้กันว่าหญิงในโลกด้านในนี้ถ้ายังบริสุทธิ์อยู่ก็จะปรากฏไฝเป็จุดแดงเล็กๆเรียบๆทั้ง 2 ข้อมือ ถ้าโดนข่มขืนโดยไม่เต็มใจไฝจะหายไป 1 จุด ถ้าเต็มใจไฝถึงจะหายไปทั้ง 2 จุด
“ท่านอาคิดว่าหลานจะเต็มใจเช่นนั้นหรือ หลานไม่มีวันเต็มใจ และไฝที่เหลืออีก 1 จุด ก็จะเป็หลักฐานในการกระทำอันไร้ศีลธรรมของท่านในวันนี้ หลานจะเอาไฝที่เหลือไปเรียกร้องความเป็ธรรมเพื่อให้ 3 สำนักกับอีก 1 วัง มาร่วมกันโค่นล้มพรรคจันทราของท่านให้ราบเป็หน้ากลองไปเลย” เทพวารีกล่าว
“เ้าหลานคนนี้ปากดียิ่งนัก เ้ากลัวแต่ดันมาทำเป็ปากแจ๋วหรือเ้าคิดจะถ่วงเวลาให้พ่อของเ้ามาช่วย เ้าคิดผิดแล้ว จอมมาร 12 ราศี จัดการ” นางมารบูรพาสั่ง 12 ผู้คุมกฏด้วยโทสะ
ทันใดนั้นจอมมารทั้ง 12 คนก็ตั้งค่ายกลผนึกจิต เพื่อควบคุมจิตใจของเทพวารี
“ฮ่าๆๆๆๆ ดูจากพลังปราณที่พวกเ้าปลดปล่อยออกมาแล้ว มันกระจอกมากเ้าพวกนี้เพิ่งอยู่แค่ระดับกึ่งเทพยุทธ์เองหรือนี่ ถ้าแบบนี้พวกเ้าเสร็จข้าแน่นอน” เทพวารีกล่าวพลันรวมธาตุน้ำ ธาตุลม อากาศธาตุ สร้างฝนธนูน้ำแข็งตกลงมาด้วยความเร็วสูงจากท้องฟ้า
ฝนธนูน้ำแข็งอันทรงอานุภาพได้ปักเสียบขั้วหัวใจจอมมารไปถึง 5 คน ที่เหลือใช้มนต์สร้างเกราะทองจอมมารเพื่อป้องกันได้ทัน
“นี่เ้าถึงขั้นพรหมยุทธ์แล้วหรือนี่” นางมารบูรพากล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าคาดไม่ถึง
“พวกเ้านำศพจอมมารเมษ กันย์ ตุล กุมภ์ มีน กลับพรรค ทางนี้ข้าจัดการเอง” นางมารบูรพากล่าวกับอีก 7 จอมมารที่เหลือ
“หลานอาเ้าโตแล้วสินะ โตเกินความคาดหมายอาไปมาก ทั้งเก่งทั้งสวยแบบนี้เก็บไว้ไม่ได้แล้วสินะ เ้าเก่งก็จริงแต่อาจะแสดงให้ดูว่าที่เก่งจริงๆมันต้องแบบไหน” นางมารบูรพากล่าวพลันหยิบซอขึ้นมาสีเป็ทำนองเนิบช้าฟังแล้วเคลิบเคลิ้มเหมือนต้องมนต์จากนั้นก็ร่ายคาถาว่า “โอม…..จันทราลอยเหนือตะวัน……จิตเ้าอยู่ใต้อำนาจข้า” นางมารบูรพาร่ายบทนำพลันสีซอสามสายจังหวะขยี้จนผู้ที่ได้ฟังรู้สึกเหมือนใจหาย ใจจะขาด แล้วกล่าวต่อไปว่า “โอม….ราชินีจันทราอำนาจมหาศาล จงบันดาลดลให้เพลงซอสามสายจักรพรรดิ์ กลายเป็ะเิจันทราที่มีพลานุภาพทะลายจักรวาล โอม…จงบังเกิดขึ้น ณ บัดนี้…..” สิ้นคำนางก็สีซอทำนองเร่งเร้าจังหวะกระแทกกระทั้น เสียงสูงๆต่ำๆ และผนวกเข้ากับปราณแท้ที่นางส่งออกมาเกิดเป็ลูกะเิกระจายไปทั่ว
ใน่แรกที่นางมารบูรพาเริ่มร่ายคาถาเทพวารีได้ใช้ธาตุน้ำ ธาตุลม และบีบอัดด้วยอากาศธาตุ กลายเป็ไอไปปิดช่องหูของนางไว้ วิธีนี้ทำให้ได้ยินเสียงปกติแต่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากเสียงของซอสามสายจักรพรรดิ์นี้เลยแม้แต่น้อย
เมื่อนางมารบูรพาเริ่มโจมตีด้วยะเิจันทรา เทพวารีก็ใช้ธาตุน้ำ และธาตุลม กลายเป็ฉากม่านน้ำทำเป็โดมครอบกั้นมิให้ะเินี้เข้ามากระทบกายนางและดาววิสุทธิ์ได้ เมื่อนางมารบูรพาเห็นดังนั้นนางก็แอบชื่นชมในใจ และนึกเอ็นดูเทพวารีในใจไม่น้อยเลย แต่นางต้องแก้แค้นให้ศิษย์ทั้ง 5 ที่ตายไป นางจึงเพิ่มปราณแท้ลงไปเป็ 80 เปอร์เซนต์จากเดิมที่ใช้เพียง 20 เปอร์เซนต์
คราวนี้ะเิทะลุกำแพงโดมน้ำเข้ามาะเิใส่เทพวารีจนกระอักเืถึงร่างกายภายนอกดูไม่เป็อะไร แต่ภายในาเ็แล้วถึง 50 เปอร์เซนต์ ยังโชคดีที่ท่านเ้าสำนักและเทพสุญตามาถึงพอดี
แต่ไม่ทันเพราะมีะเิลูกนึงกระเด็นไปถูกดาววิสุทธิ์จนร้าวและมีอีก 2-3 ลูกกำลังไปซ้ำ ณจุดเดิม เทพสุญตาจึงต้องรีบเหาะแทรกกายเข้าไปในดาววิสุทธิ์ แล้วกอดร่างเทพฤทธิ์ไว้ใช้ธาตุดิน ธาตุลม และธาตุไฟ สร้างเกราะโลหะดำจากนั้นก็ใช้อากาศธาตุและปราณแท้ดันด้านในอีกที
มันได้ผลลูกไฟมิอาจทะลวงเข้ามาได้ เหตุการณ์ผ่านไปแล้วเทพสุญตาเพิ่งรู้สึกได้ว่าตัวเองทำเื่น่าอาย เพราะตอนนี้นางนอนกอดทับร่างผู้ชายที่เปลือยเปล่าอยู่ แต่ก็จำเป็ต้องปกป้องเขาจึงมิอาจหลีกหนีไปไหนได้ นางทั้งอายทั้งตื่นเต้นหัวใจเต้นโครมครามเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้ มือไม้อ่อนแรงไปหมด หน้าแดง หายใจหอบถี่ ความรู้สึกเหมือนคนกำลังจะเป็ลมปานนั้น
ท่านเ้าสำนักใช้ “มนต์ชำระบาป” ซึ่งเกิดจากการขับหยดเืจากร่างเทพฤทธิ์ผสมกับธาตุน้ำและธาตุลม แล้วใช้ปราณหลอมจนเป็ไอดันกระจายไปในอากาศ แล้วใช้อากาศธาตุผสมเข้าไปดูดซับจนได้พลังบริสุทธิ์กระจายไปไกลถึง 5 กิโลเมตร ในพื้นที่ที่ถูกอากาศนี้ครอบคลุมวิชามารมิอาจแสดงพลังได้อีก
ะเิจันทราบางส่วนเมื่อััเข้ากับไอมนต์ชำระบาป ก็กลายเป็กงจักรเพลิงกระเด็นกลับไปหานางมารบูรพาอย่างสะเปะสะปะ นางใช้ผ่ามือขับพลังปราณออกมาโบกเพียงครั้งเดียวกงจักรเพลิงทั้งหลายที่กระเด็นมาก็สลายไปในอากาศ ในขณะนั้นเอง ก่อนที่จะมีใครสังเกตุเห็นความผิดปกติ ก็ได้มีกงจักรเพลิงอันหนึ่งพุ่งมาทางด้านหลังนางมารบูรพาอย่างรวดเร็ว นางมารบูรพาเอี้ยวตัวหลบแต่ไม่ทันแล้ว กงจักรเฉี่ยวโดนหัวไหล่นางจนเืพุ่งกระจายออกมา นางโบกมือขับพลังปราณออกมาทำลายกงจักรนั้น แต่สุดท้ายก็ทรุดตัวลงเนื่องจากไอพิษจากไฟมารของกงจักรได้กัดเซาะเข้ามาเกือบถึงหัวใจแล้ว นางจึงรีบใช้พลังปราณผ่านปลายนิ้วสกัดจุดไว้ไม่ให้พิษเข้าสู่หัวใจได้ในทันที