05
เ้ากระต่ายขาวลอบพรูลมหายใจออกเมื่อกินขนมปังเข้าไปแล้วไม่เป็อะไรน่าเสียดายที่ความมืดเริ่มโรยตัวลงมาทำให้ชายหนุ่มไม่ทันสังเกตเห็นใบหน้าแดงเป็ปื้นของคนให้ขนมปัง
เฉินเฟิงไม่รู้จะตอบคำถามอย่างไรจะบอกว่าไม่กลัวเลยก็ไม่ใช่ พวกเขายังนับได้ว่าเป็คนแปลกหน้าต่อกันอีกทั้งเขายังตัวคนเดียว จึงต้องระมัดระวังตัวเพราะอีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า
ส่วนเื่ที่เผลองับขนมปังเข้าปากไปนั่นก็เพราะสงสารหูกลมๆ บนศีรษะที่ลู่ไปด้านหลังเล็กน้อย ราวกับผิดหวังที่เขาไม่รับความปรารถนาดี
ว่ากันตามระบบนิเวศแล้วต้องเป็เขาที่กลัวไม่ใช่เหรอ
“ก็กลัวนิดหน่อยมั้งครับ”เฉินเฟิงตอบไปตามความจริง เห็นเพื่อนร่วมทีมคนอื่นก็ดูลุ้นกับคำตอบของเขาเช่นกัน
“...”นิโคลัสเม้มปากอย่างทำอะไรไม่ถูก
“เอ่ออันที่จริงก็ไม่ได้กลัวมากเท่าไร”ชายหนุ่มเห็นคนตัวโตมีสีหน้าราวกับได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจก็รีบแก้คำตอบของตนเองให้เป็กลางมากที่สุด
แต่บรรยากาศก็ไม่ได้ดีเพิ่มขึ้นเลย
“คือเราเพิ่งรู้จักกัน อ่า... นี่ไงครับผมกินขนมปังคุณแล้ว”เฉินเฟิงหยิบขนมปังเ้าปัญหาชิ้นเดิมขึ้นมาเคี้ยวอีกคำ กัดเข้าไปคำใหญ่จนแก้มตุ่ย
“กินเนื้อด้วยสิ”นิโคลัสยื่นเนื้อกระป๋องของตนไปให้ด้วย
“...”ทำไมถึงมีเพิ่มล่ะ หรือจะลอบวางยาในเนื้อกระป๋อง?
“ผมว่าพวกเรามากินด้วยกันดีกว่าครับ”โจเซฟที่เคยออกตัวว่าอาหารของกลุ่มมีจำกัดต้องเอ่ยชวนชายหนุ่มปริศนามาร่วมวงกินข้าวอย่างช่วยไม่ได้ไม่อย่างนั้นบรรยากาศพิพักพิพ่วนนี้คงไม่จบสิ้นเสียที
พอถูกชวนหนุ่มลูกครึ่งจึงต้องขยับพาตัวเองมานั่งรวมกลุ่มด้วย
“ว่าแต่คุณเฉินเฟิงอยู่คนเดียวเหรอคะ”หงส์เปิดปากพูดคนแรก เมื่อได้นั่งล้อมวงกินอาหารพร้อมกันนอกจากขนมปังที่ได้รับจากนิโคลัสชิ้นแรกชายหนุ่มก็ไม่ได้แตะต้องอาหารของคนในกลุ่มเลยเ้าตัวเอาแต่นั่งกัดแครอทจนหมดแล้วค่อยหยิบหัวถัดไปจากในกระเป๋าขึ้นมากินต่อ
“เปล่าครับมีเพื่อนผมรออยู่อีกฟากของูเา” เห็นกลุ่มทหารรับจ้างพยายามสานมิตรภาพเ้ากระต่ายจึงได้แต่แสดงท่าทีเป็มิตรตอบกลับไป ถามก็ตอบ แต่ไม่ได้ตอบทั้งหมด...
“แล้วทำไมคุณถึงออกมาคนเดียวล่ะ”แทนที่จะมาช่วยกันจะได้อุ่นใจ
“อ่าอีกฝ่ายยังเด็กน่ะครับ”
“อ๋องี้นี่เอง” หงส์ตอบรับในลำคอ ถ้าเป็เด็กก็ไม่ควรพามาเสี่ยงด้วยจริง ๆ
“ว่าแต่คุณดูไม่ใกับรูปลักษณ์ของพวกเราเลยนะคะ”หงส์เอ่ยถามเธอข้องใจว่าอีกฝ่ายดูไม่แปลกใจเลยสักนิดในตอนที่เจอกับพวกเขาเป็ครั้งแรกไหนจะฮู้ดที่เ้าตัวใส่คลุมศีรษะอยู่ตลอดเวลานั่นอีก
“ผมเคยเจอคนแบบพวกคุณมาก่อน”เฉินเฟิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเลือกพูดถึงกลุ่มโจรปล้นบ้านเขาขึ้นมาหากอีกฝ่ายไปตรวจสอบก็คงจะเจอ
“...”นิโคลัสนั่งฟังด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจปะทุยิ่งกว่าูเาไฟะเิถ้าวันหนึ่งเขาได้พบกับโจรพวกนั้น สาบานเลยว่าจะต้องยิงพวกมันให้พรุน
แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่ดีนักแต่การปล้นบ้านคนอื่นก็ไม่เคยอยู่ในสารบบของเขาโดยเฉพาะ่หน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้
“แล้วตอนนี้โอเคเื่ที่อยู่หรือยัง”ทีโอถามบ้าง
“ครับ”เฉินเฟิงพยักหน้า “เอ่อ... คือว่าผมอยากจะถามสักหน่อยได้ไหมครับ”พร้อมกับถามต่อเพื่อเบี่ยงประเด็นเมื่อเริ่มเข้าเื่ส่วนตัวมากเกินไป
“คือก่อนหน้านี้ผมเจอซอมบี้ของคนในหมู่บ้านพวกเขาเชื่องช้า กว่าจะเดินมาถึงตัวต่อให้เป็เด็กก็ยังหลบทันแต่ทำไมซอมบี้ที่ผมเจอวันนี้ถึงได้รวดเร็วนักล่ะครับ”ตัวเขาที่ผ่านการวิวัฒนาการแล้วทำไมถึงยังถูกต้อนให้จนมุมได้
“ใช่ที่นิคยิงไปปะ”ตุ่นถามแพทย์ประจำกลุ่ม ได้รับการตอบกลับเป็การพยักหน้ายืนยัน
“ก่อนที่ลมจะเปลี่ยนทิศผมแน่ใจว่าไม่ได้ยินเสียงหรือได้กลิ่นซอมบี้เลย แต่พอออกจากที่ซ่อนแล้ว เอ่อจัดการไปตัวแรก…”เหตุการณ์ต่อจากนั้นกลุ่มทหารรับจ้างตรงหน้าเขาล้วนประจักษ์ด้วยสายตาตนเอง
“นั่นเป็เพราะคุณกลายพันธุ์แล้ว”นิโคลัสจ้องประสานั์ตาสีแดง อาการที่อีกฝ่ายพูดมาเขาเคยเป็มาก่อนและเชื่อว่ามนุษย์ที่กลายพันธุ์อีกหลายคนก็ต้องเคยประสบพบเจอ
“...”เฉินเฟิงเม้มปากแน่น ไม่คิดว่าความจะแตกเพราะคำถามของตน
“คนที่กลายพันธุ์นั้นถ้าไม่ได้รับการฝึกที่เหมาะสมจะไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของกำลังกายที่เกิดขึ้นใหม่มาใช้ได้อย่างเต็มที่บางครั้งก็จะเผลอใช้แค่พลังดั้งเดิมหรือก็คือพลังตอนที่ยังเป็มนุษย์ธรรมดา”กระต่ายมือใหม่ครุ่นคิดตาม
“เป็ปกติที่เราจะเผลอปฏิเสธสิ่งที่ยากเกินกว่าจะรับได้ทำให้บางครั้งไม่ได้ดึงพลังใหม่มาใช้ให้เคยชินยิ่งเวลาจวนตัวที่สมาธิของคนเราจะเลือกจดจ่ออยู่กับแค่สิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างตอนนั้นที่คุณบอกว่าไม่ได้ยินเสียงของซอมบี้นั่นคงเป็เพราะว่าใจคุณคิดอยากจะหนี สมองถึงได้สั่งการให้กำลังทั้งหมดไปที่ฝีเท้าประสาทการได้ยินที่ยังไม่ได้ใช้จนเคยชินจึงกลับมาอยู่ในสภาวะใกล้เคียงกับมนุษย์ธรรมดา”
แสดงว่าตอนนั้นถ้าเขาวิ่งสุดฝีเท้าก็คงหนีรอดแต่เพราะมีอีกตัวมาดักจึงทำให้ทางหนีถูกบีบให้แคบลงจนต้องวิ่งมายังโรงงานน้ำตาลแห่งนี้
“แล้วพวกคุณ…”
“ตอนยังไม่กลายพันธุ์พวกเราก็เป็ทหารประจำการกำลังกายจึงมีมากกว่าคนทั่วไป ตอนที่เริ่มกลายพันธุ์ก็แค่ปรับตัวมากหน่อยแต่ไม่นานก็สามารถดึงพลังมาใช้ได้ราวกับเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายั้แ่เกิด”ตุ่นเคาะจมูกของตนเบา ๆ ในฐานะที่กลายพันธุ์มาเป็สุนัขประสาทััการดมกลิ่นของเขานับได้ว่าไม่เป็สองรองใคร
สรุปก็คือเป็เพราะเขาอ่อนแอ
“แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะคะ”หงส์แย้ง “ส่วนหนึ่งที่คุณหนีไม่ทันน่าจะเป็เพราะซอมบี้ที่นี่เกิดการวิวัฒนาการ”
“แต่มันเพิ่งเริ่มเดือนกว่าไม่ใช่เหรอครับ”วิวัฒนาการเร็วไปแล้ว
“อันนี้เป็สิ่งที่ฉันสังเกตจากที่เคยไปทำภารกิจมานะคะ”หญิงสาวทำหน้านึก “ยิ่งสถานที่ไหนมีคนเปลี่ยนเป็ซอมบี้มากคุณคิดว่าพวกมันที่ไล่กัดกินเนื้อและมนุษย์จนหมดจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีอาหาร”หงส์หรี่ตาพูดเสียงเรียบประกอบกับความมืดโรยตัวเข้ามาทำให้แสงสะท้อนจากตะเกียงบดบังซีกหน้าหญิงสาวไปหนึ่งด้านดูลึกลับราวกับกำลังนั่งเล่าเื่สยองขวัญในงานกิจกรรมของโรงเรียน
“...”เฉินเฟิงเงียบรอฟังประโยคต่อมา
“พวกมันจะกินกันเองค่ะยิ่งกินมากเท่าไร พวกมันก็จะยิ่งวิวัฒนาการมากขึ้นเท่านั้น”
“...”เกิดความเงียบทันที
แล้วโรงงานแห่งนี้…
เ้ากระต่ายถึงกับขนลุกซู่ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าวันนี้ออกสำรวจคนเดียวและไม่ได้เจอกับกลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มนี้จะเป็อย่างไร
“แต่เปอร์เซ็นต์ที่ว่าก็ไม่ได้เยอะเท่าไรค่ะส่วนมากพวกมันจะไม่ค่อยกินกันเอง คล้ายกับว่าเป็การคัดสรรอย่างหนึ่ง”มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งจึงจะดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อให้ตนอิ่มท้อง
“ถ้าอย่างนั้นที่ผมเจอเมื่อตอนกลางวัน...”
“แจ็กพอตไงคะ”เจอซอมบี้วิวัฒนาการทีเดียวสองตัว โชคไม่ใช่เล่นเลยนะ
“...”เ้ากระต่ายเม้มปากพูดไม่ออก
ทุกคนกินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยก็ไม่ได้แยกย้ายกันไปที่ไหนแต่ยังคงนั่งจับกลุ่มคุยกัน เพราะค่ำคืนนี้ยังอีกยาวนานเมื่อไร้โทรทัศน์หรือโทรศัพท์มือถือ กิจกรรมที่ทำได้ยามก่อนนอนจึงถูกจำกัดแต่พวกเขายังคงคุ้นชินกับการนอนดึก จึงเลือกพูดคุยกันจนกว่าจะง่วง
“ว่าแต่คุณกลายพันธุ์เป็อะไรเหรอคะ”หงส์ตาเป็ประกาย เธอเคยเห็นคนในค่ายมีหูเป็ลา เป็ม้าหรือแม้แต่คนที่มีหางเป็ปลา! นี่มันเงือกน้อยในตำนานชัด ๆ
ยอมรับว่าแม้จะรู้สึกแปลกแต่หญิงสาวชอบเขากวางบนศีรษะมากมันเติมเต็มความฝันแฟนตาซีที่เธอเคยอ่านในวรรณกรรมต่าง ๆจะดีมากถ้าไม่มีซอมบี้พ่วงมาด้วย
“เสียมารยาทน่า”โจเซฟปราม เขาคิดว่าไม่ใช่ทุกคนจะโอเคกับสิ่งแปลกปลอมบนร่างกายของตนเอง ใจเขาใจเราหน่อย
“อ๊ะ ขอโทษนะ”หงส์รีบขอโทษ เธอลืมนึกไป
“ไม่เป็ไรครับไม่เป็ไร” เฉินเฟิงยกมือห้ามเมื่อหญิงสาวทำท่าจะประนมมือไหว้“ก็ไม่ได้อยากจะปกปิดอะไร แค่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ครับ” ชายหนุ่มเกาแก้มแก้เขิน จากนั้นเอื้อมมือไปแกะปมเชือกใต้คางเมื่อไร้สิ่งยึดเหนี่ยว หูกระต่ายสีขาวก็ดันผ้าคลุมศีรษะผืนนั้นออกทันทีเผยให้เห็นหูกระต่ายสีขาวและเส้นผมสีเดียวกัน
“กระต่าย!”หงส์ปิดปากอุทาน เธอเคยเห็นคนกลายพันธุ์มามากแต่ไม่เคยเห็นกระต่ายเลยสักครั้ง
“...”นิโคลัสเบิกตากว้าง ฝ่ามือหนากำหมัดแน่นเส้นเืหลังมือนูนออกมา คล้ายกำลังข่มกลั้นอะไรบางอย่างเอาไว้สุดความสามารถ
“ถึงว่าทำไมกินแต่ผัก”ตุ่นพึมพำกับตนเอง นึกถึงมื้อเย็นที่ชายแปลกหน้าคนนี้เอาแต่เคี้ยวแครอทไม่แตะต้องอาหารกระป๋องสักนิด
“คือมันไม่ค่อยชินน่ะครับก็เลยไม่อยากเอาออกมารับลมเท่าไร”เวลาเห็นหูนี่ทีไรเขามักคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนเข้าไปทุกที “พวกคุณ เอ่อกลายเป็แบบนี้กันนานแล้วเหรอครับ” เขาเพิ่งกลายร่างได้ไม่กี่วันการไม่ชินนั้นจึงไม่แปลกอะไร แต่กลุ่มทหารตรงหน้าดูจะคุ้นชินมาก
“พวกเรากลายพันธุ์มาเป็เดือนแล้วครับน่าจะหลังจากอุกกาบาตไม่นานเท่าไร”่ที่ไวรัสเริ่มเปลี่ยนตัวเองเป็ซอมบี้ระยะแรกตามที่ทีโอเล่าให้ฟังตอนต้นสินะ
“ผมเพิ่งจะกลายพันธุ์ไม่นานเองครับอยากรู้ว่าทำไมมันถึงไม่เหมือนกัน” ไหนจะดาริณีที่มีพลังอื่นเข้ามาทดแทนการเปลี่ยนรูปลักษณ์
“หมอกับนักวิทยาศาสตร์ในค่ายเองก็มีการพูดคุยในเื่นี้เหมือนกันพวกเขาสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากวัคซีนต้านไวรัสที่เราได้รับใน่แรกของการเกิดโรคระบาดใครที่กลายพันธุ์เร็วก็มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับประสิทธิภาพวัคซีนที่ได้รับถ้าได้วัคซีนดีร่างกายก็จะสร้างภูมิคุ้มกันมาต่อต้านกับเชื่อไวรัสทั้งจากอุกกาบาตและเชื้อจากโรคระบาด”
“...”ก็คือพวกเขาได้รับวัคซีนไม่ได้มาตรฐานจึงกลายพันธุ์ช้า... งั้นเหรอ?
เชี่ย!ตอนนี้มีกรมไหนให้เขาฟ้องร้องได้บ้าง! พวกเขาเอาอะไรมาฉีดให้ชาวบ้านตาดำ ๆ กันฟะ!!
“ส่วนคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนก็จะปรากฏออกมาในสองรูปแบบหนึ่งก็คือไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างหัวหน้าโจของเรา” โจเซฟปรายตาไม่ได้พูดอะไรเขามีความสุขกับทรงผมเรียบลื่นของตนมากกว่า ให้มีหูอย่างลูกทีม... เขาขอบาย
“หรืออย่างทีโอที่ยังคงรูปลักษณ์เดิมแต่มีพลังพิเศษ”
“!!!”เฉินเฟิงหันขวับไปมองยังหนุ่มน้อยหนึ่งในทีมของทหารรับจ้าง
“น้องทีโชว์พลังสิจ๊ะ”หงส์คะยั้นคะยอ เธอเห็นว่าบทสนทนาเริ่มลื่นไหลจึงพูดไปเรื่อย
ทีโอหันไปขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าพี่สาวคนสวยพอคุยถูกคอก็เริ่มพูดมากเกินไปแล้ว
“เอ่อไม่เป็ไรครับ ผมว่าพวกเราเตรียมพักผ่อนกันดีกว่า” เฉินเฟิงเห็นท่าทางส่งสายตาของลูกทีมและหัวหน้าก็เข้าใจได้ตัวเขาเองยังบอกไม่หมด จะให้อีกฝ่ายเปิดเผยทุกอย่างก็ดูจะน่าเกลียดเกินไป
“อ่า นั่นสินะนอนกันเถอะ” หญิงสาวก็เหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้พยักหน้ารับข้อเสนอนี้อย่างเร็วทั้งยังทำทีเป็หยิบถุงนอนออกมาจากเป้
“งั้นมาแบ่งเวรกัน”โจเซฟแจกแจงเวรเฝ้ายามในค่ำคืนนี้ โกดังมีกำแพงสูงดูปลอดภัยก็จริงแต่ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจเฉินเฟิงอยากมีส่วนร่วมด้วยและทุกคนก็ลงความเห็นว่าเขาได้เวรในตอนตีสามจนถึงเช้า
พอเรียบร้อยก็ถึงคราวเตรียมนอนหลับพักผ่อนกันเสียทีวันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว
“แค่นั้นนอนได้เหรอ”หมีหหนุ่มค่อนข้างเป็กังวล เ้ากระต่ายไม่ได้เตรียมที่นอนหมอนมุ้งออกมาแค่นอนทับบนกระเป๋าที่แบกมาเท่านั้น
เฉินเฟิงตั้งใจจะนอนในสภาพนี้ั้แ่แรกบ้านบนูเาไม่ได้มีเครื่องนอนมากมายนักเขากลัวว่ามันจะทำให้พื้นที่ในกระเป๋าลดน้อยลง เวลา้าเก็บตุนสิ่งของจำเป็จะทำได้ลำบาก
มีแค่ฮู้ดกับกางเกงขายาวก็พอแล้ว
ฟากโจเซฟก็จนปัญญาจะให้ความช่วยเหลือพวกเขาเป็ทหารสิ่งที่ต้องพกติดตัวอยู่เสมอเวลาออกไปข้างนอกก็คือถุงนอนส่วนตัวของใครของมันเป็การยากที่จะชักชวนให้มาใช้ร่วมกัน ขืนนอนสองคนอัดกันถุงคงปริ
“งั้นคุณนอนของผม”นิโคลัสยื่นถุงนอนของตนเองให้อย่างไม่ลังเล
“เอ่อไม่ดีมั้งครับ แล้วคุณจะนอนยังไง” เฉินเฟิงส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย ทั้งยังเกรงใจมากๆ คนคนนี้ช่วยเขาจากซอมบี้ แบ่งขนมปัง แล้วยังแบ่งถุงนอนด้วย ใจดีเกินไปไหม?
“ผมต้องอยู่เฝ้าเวรคุณนอนไปก่อนเถอะ” นิโคลัสตอบอย่างไม่คิดมาก เขาได้เวรั้แ่ตอนนี้จนถึงสี่ทุ่มดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรถ้าเขาจะนั่งพิงกำแพง
“แต่ว่า…”มันเป็ของใช้ส่วนตัวของคนอื่น
“ผมรับประกันว่าไม่มีลูกเล่นอะไรอยู่ในนั้นคุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักไปเถอะ” นิโคลัสพยายามสื่อสารออกมาอย่างสุดความสามารถเขาไม่ใช่คนพูดเยอะนักน่าแปลกที่พอต้องอธิบายให้คนตรงหน้าฟังเขากลับพูดออกมาได้ไม่มีติดขัด
“งั้นก็ขอบคุณครับ”เฉินเฟิงคร้านจะปฏิเสธให้เสียน้ำใจรับถุงนอนนั้นมาปูไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ชายหนุ่มนั่งอยู่
“...”เพื่อนร่วมทีม
หมอนี่นิสัยเป็แบบนี้เหรอ…ทำไมพวกเขาไม่เห็นรู้เลย
“ขอบคุณมากนะครับ”เฉินเฟิงโผล่หน้าออกมาจากถุงนอน ใบหูยาวกระดิกดุ๊กดิ๊กกล่าวขอบคุณเ้าของผืนผ้าอุ่น ๆ ผืนนี้
“...”นิโคลัสผู้เม้มปากสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กว่าจะพูดออกมาได้สักคำ “ไม่เป็ไร”พร้อมใบหูแดง และเป็เพราะความมืดจึงทำให้มีแค่เ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าใบหูของตนนั้นร้อนลวกไม่ต่างจากแก้มเลย
ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังพักผ่อนอยู่นั้นทางด้านดาริณีและลูกชายเองก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างเปล่าประโยชน์ในตอนกลางวันเมื่อชายหนุ่มเริ่มเดินทางลงจากเขา หญิงสาวก็เดินไปคว้าจอบมาขุดดินไม่ไกลจากบ้านต้นไม้นัก
ถึงจะเรียกว่าบ้านต้นไม้ทว่ามันก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนต้นไม้แต่อย่างใดเ้าของบ้านทำเพียงแค่สร้างให้ตัวบ้านล้อมรอบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งดังนั้นจึงมีพื้นที่บางส่วนของบ้านถูกเว้นไว้ให้ต้นไม้เติบโตและคนในบ้านก็ใช้ประโยชน์จากตรงจุดนั้นไว้สำหรับตอกตะปูทำชั้นวางของประหนึ่งว่าเป็ของตกแต่งกลางบ้านก็ไม่ปาน
เพราะก่อนหน้านี้ชายหนุ่มอาศัยอยู่คนเดียวบ้านน้อยหลังนี้จึงมีเพียงห้องนอนและห้องเก็บของด้านข้างเท่านั้นห้องปลดทุกข์ก็ใช้บริการธรรมชาติแทน
ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้หญิงสาวเกิดไอเดียอยากทำห้องสุขาขึ้นมาไหน ๆ เธอก็มีพละกำลังมากระหว่างที่ชายหนุ่มไม่อยู่เธอจะสถาปนาตัวเองเป็กรรมกรชั่วคราวก็แล้วกันส่วนห้องอาบน้ำก็แค่เดินไปที่น้ำตกก็พอแล้ว
ดาริณีเริ่มขุดบ่อเกรอะและบ่อซึมก่อนเป็อย่างแรกแน่นอนว่าต้องขุดให้ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติเธอวางแผนไว้ว่าตรงจุดนี้น่าจะสามารถนำไปเป็ปุ๋ยให้กับต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างได้บ้างดังนั้นจึงคิดจะทำห้องสุขาสักสามห้องใกล้กับต้นไม้ใหญ่ ไม่ต้องขุดลึกมากเพราะเป็แค่ห้องน้ำชั่วคราวพอคิดว่าน่าจะเพียงพอต่อต้นไม้แล้วก็เปลี่ยนไปใช้ห้องอื่น สลับวนเวียนกันไป ถ้าขุดบ่อเดียวสักวันคงเต็มและต้นไม้น่าจะดูดซึมไม่ทันเน่าตายก่อนแน่ ๆ
เดินวนดูอยู่หลายรอบในที่สุดก็ได้บริเวณที่ถูกใจไม่นานก็ลงมือขุด ถ้าเจอรากต้นไม้ก็หลีกเลี่ยงไปขุดรอบ ๆ แทนก็บอกแล้วนี่ว่าจะทำห้องสุขาแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ
เด็กชายดลอาสาจะเป็ฝ่ายช่วยนำดินใส่กระป๋องไปเทไว้ข้างบ้านเผื่อชายหนุ่มเ้าของบ้านกลับมาจะทำแปลงผักเพิ่มก็ไม่ต้องออกไปขุดดินให้เหนื่อยอีก
สองแม่ลูกทำงานกันั้แ่เช้าตกบ่ายก็พักผ่อนให้หายเหนื่อย ถึงมีกำลังกายมาก การพักผ่อนก็ยังจำเป็ ไม่อย่างนั้นถ้าเธอเกิดใช้พลังเกินลิมิตแล้วสลบไปเหมือนชายหนุ่มใครจะปกป้องลูกชายและบ้านหลังนี้ของพวกเธอกันล่ะ
สวบ ๆ
ดาริณียืนขึ้นระวังภัยทันทีเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวไม่ไกลจากตัวมากนักเธอไม่ได้มีหูที่ดีอย่างเฉินเฟิง ดังนั้นจึงยิ่งระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
เด็กชายดลเองก็รีบไปยืนอยู่ใกล้มารดาทันที
กรรรซ์
เสียงคำรามในลำคอมาพร้อมกับภาพหมูป่าตัวดำมะเมื่อมั์ตามีสีแดงฉาน ขนาดตัวของมันไม่ต่างจากหมูป่าปกติแต่เธอััได้ว่าความดุร้ายน่าจะมีมากกว่าแบบปกติเป็เท่าตัว
ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่กลายพันธุ์แล้วสินะแบบนี้…
เฉินเฟิงที่ถูกผลัดเปลี่ยนเวรในตอนตีสามควรที่จะได้อยู่เวรยามคนเดียวจนถึงรุ่งเช้าแต่เขากลับมีชายหนุ่มผู้มีใบหูกลมเหมือนหมีนั่งอยู่เป็เพื่อน
“คุณไม่นอนเหรอครับ”เ้ากระต่ายขาวมีอาการสะลึมสะลือเล็กน้อย เขาถูกหงส์ปลุกให้มาเปลี่ยนเวรต่อจากเธอการนอนใน่หัวค่ำไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต็มตาแต่กว่าจะหลับลงได้นั้นก็ใช่เวลาไปนานโขเอาเข้าจริงเขาอาจจะผล็อยหลับไปตอนเที่ยงคืนก็เป็ได้ ในตอนนี้จึงรู้สึกปวดหัวมาก
“นอนพอแล้วล่ะ”นิโคลัสตอบ ร่างสูงนั่งเช็กอุปกรณ์ในกระเป๋าตนเองท่ามกลางแสงตะเกียงอันน้อยนิด...มองเห็นเหรอนั่น
“ครับ”เฉินเฟิงก็ไม่ได้อยากจะจ้องจับผิด จึงได้แต่เงยหน้ามองหลังคาโกดังไปพลาง ๆเพราะไม่มีอะไรทำ มีเสียงซอมบี้เดินอยู่ด้านนอกบ้าง แต่ก็น้อยมาก
เวรยามรอบตีสามอยู่กันอย่างสงบไม่มีการพูดคุยเลยสักคำ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนพักอยู่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
นิโคลัสเองก็ไม่ใช่คนที่พูดคุยเก่งนักมีลอบมองชายหนุ่มข้างกายบ้าง เหม่อมองไปข้างหน้าก็มีน่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรืออยากให้เวลาเดินเร็วแต่อย่างใดเขากลับอยากให้มันเชื่องช้าลงสักวินาทีก็ยังดี
จมูกที่ถูกวิวัฒนาการจนสามารถรับกลิ่นได้ดีสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่นอกจากกลิ่นหวานหอมของน้ำตาลแล้วยังมีอีกกลิ่นหนึ่งที่เขาเพิ่งััได้หลังจากพบเจอกับอีกฝ่าย
กลิ่นป่าเขา…
อาจเป็เพราะระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีแต่กลิ่นเหม็นของเนื้อเน่าลอยคละคลุ้งอยู่ทุกที่ไหนจะการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตการอาบน้ำที่เคยเป็สิ่งจำเป็ในแต่ละวันจึงถูกลดทอนลงเพื่อประหยัดน้ำบางคนเหม็นเปรี้ยวจนแทบไม่อยากเฉียดผ่าน
เป็ไปได้เขามักจะภาวนาขอให้มีภารกิจออกไปนอกเมืองมากกว่าอยู่ในค่ายยังไม่อยากจมูกพังก่อนวัยอันควรหรอกนะ
และอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสะดุดตาก็คือดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นที่ราวกับอัญมณีเม็ดงาม
เขาตกหลุมรักเข้าอย่างจัง
สมัยไฮสกูลในประเทศA เขาเคยมองพวกเพื่อนร่วมคลาสพูดถึงรักแรกพบกันอย่างโรแมนติกพร่ำเพ้อพรรณนาว่าแฟนสาวหรือแฟนหนุ่มที่ตนพบนั้นวิเศษมากเพียงใดจำได้ไม่ลืมด้วยว่าเขามองพวกมันด้วยสายตาเรียบเฉยเพียงใด
ไร้สาระ
นิโคลัสคิดอย่างนั้นเรื่อยมาจนกระทั่งได้สบกับั์ตาสีทับทิมคู่นั้น
ตึกตัก
ทั้งกระจ่างใสและเปล่งประกาย
ยอมรับว่าความประทับใจแรกที่มีแต่เฉินเฟิงคือกลิ่นขุนเขาของเ้าตัวและสภาพห่อศีรษะเป็เกี๊ยวแทบไม่ให้ผิวเนื้อได้ัักับอากาศ
นอกจากนี้แม้ว่าจะผ่าน่เวลาเป็ตายก็ไม่เอาแต่ฟูมฟายกลับสามารถตั้งสติแล้วยืนหยัดด้วยลำแข้งของตนเอง ดูเหมือนว่าสิ่งที่เขาเคยปรามาสเพื่อนฝูงว่าเพ้อเจ้อสมัยอยู่ประเทศA ได้ย้อนกลับมาหาตัวเสียแล้ว
“เอ่อตอนคุณเจอเหตุการณ์ซอมบี้ครั้งแรกเป็ยังไงเหรอ”พอใกล้เช้าเสียงซอมบี้ก็เริ่มลดน้อยลง เ้ากระต่ายขาวจึงถือโอกาสชวนพ่อหมีตัวโตคุยหวังว่าบทสนทนาจะช่วยทำให้ตาสว่างขึ้นมาบ้าง
“อยู่ ๆรูมเมตที่อาศัยอยู่ในหอพักสำหรับทหารแลกเปลี่ยนก็กลายเป็ซอมบี้”นิโคลัสนึกถึงเพื่อนจากประเทศเดียวกันก่อนหน้าหนึ่งวันยังชวนเขาคุยวิดีโอคอลกับแฟนหนุ่ม รู้ว่ามันตั้งใจอวดส่วนเขาก็ได้แต่ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่อย่างเคยชิน ใครเล่าจะรู้ว่าเช้าวันต่อมามันจะอ้าปากกว้างเตรียมงับเขาทันทีที่เขาออกมาจากห้องนอน
“เอ่อเสียใจด้วยนะครับ” เฉินเฟิงคิดไปเองว่าคงเผลอไปสะกิดแผลใจอีกฝ่ายเข้านั่นเพื่อนร่วมห้องเลยนี่นา
“ไม่เป็ไรก็ไม่ได้สนิทกันมากนัก” เป็หมอนั่นที่ชอบชวนเขาคุยมากกว่าเพราะมีแค่พวกเขาที่มาแลกเปลี่ยนสองคน ไปคุยกับกันอื่นก็ไม่มีใครคุยด้วยเว้นแต่คนที่สามารถพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา
“แล้วคุณหนีออกมาได้ยังไง”แพทย์หนุ่มไม่มีทางรู้แน่ว่าเ้าของใบหูกระต่ายนั้นจินตนาการเหตุการณ์ระทึกขวัญไว้มากมายเพียงใดในสมองน้อยๆ นั่น
เฉินเฟิงคิดถึงฉากภาพยนตร์แอ็กชันที่ตัวเอกต้องเสี่ยงเอาตัวรอดจากเพื่อนผู้เปลี่ยนเป็ซอมบี้ในชั่วข้ามคืนการต่อสู้กับจิตใจและการตัดสินใจครั้งสำคัญ!
“รูมเมตของผมชื่อแมท”นิโคลัสเริ่มเล่า
“...”เฉินเฟิงแทบกลั้นหายใจฟัง
“ผมเพิ่งรู้ว่าแมทแปลกไปก็ตอนที่เปิดประตูห้องนอนแล้วหมอนั่นก็พุ่งเข้ามาหาพร้อมกับอ้าปากออกกว้างดวงตาก็เป็สีขาวขุ่น”
อื้อ ๆ …กระต่ายขาวพยักหน้าหงึกหงัก ดวงตากลมโตสีแดงจ้องเขม็งไปยังแพทย์หนุ่ม
“...”นิโคลัสเม้มปาก เก้อกระดากเล็กน้อยเขาเริ่มรู้แล้วว่าคนตัวเล็กด้านข้างกำลังคาดหวังสิ่งใดอยู่
“แล้วยังไงต่อครับ”ชายหนุ่มเร่ง
“เอ่อผมก็ปิดประตูห้องนอนใส่หมอนั่น แล้วไม่นานก็มีประกาศภาวะฉุกเฉินและการให้ความช่วยเหลือจากทางค่ายฝึก”
“...”ชายหนุ่มที่เฝ้ารอเื่ตื่นเต้น
“...”ชายหนุ่มผู้อยากสร้างความประทับใจ แต่ไม่รู้จะโกหกอย่างไร
“ไม่มีต่อจากนั้นแล้วเหรอครับ”เฉินเฟิงถามต่อ มันควรมีภาคต่อสิ
“ที่พักของผมเป็แฟลตทหารไม่นานก็มีหน่วยพิเศษถูกจัดตั้งขึ้นมาเคลียร์พื้นที่”คุณหมอหูหมีพูดแค่นั้นก็เงียบไป ในวันนั้นเขาไม่ได้ทำอะไรสักอย่างทีแรกนึกว่าเพื่อนแกล้งแต่งผีหลอกเขาเล่นแต่พอลองนิ่งฟังกลับได้ยินเสียงปืนและเสียงร้องโหยหวนดังขึ้นโดยรอบ “เอ่อแต่ตอนที่ผมออกจากห้องก็ได้ให้การร่วมมือทหารคนอื่นเข้าไปช่วยเหลือคนที่ติดค้างในลักษณะเดียวกับผมด้วย”
“ตอนแรกผมไม่แน่ใจนักว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่จริง”แพทย์หนุ่มหวนนึกถึงวินาทีที่ออกมาจากห้องนอนแล้วเห็นแมทนอนจมกองเืสีดำโดยมีรูประดับอยู่กลางหน้าผากแค่นั้นเขาก็พอจะเดาเื่ราวได้ราง ๆ “จนกระทั่งต้องเหนี่ยวไกยิงพวกเขา”
เฉินเฟิงมองท่าทีเหม่อลอยของพ่อหมีตัวใหญ่ก็พอคาดเดาความรู้สึกได้
เมื่อวานตอนที่เขาใช้ขวานสับคอพนักงานโรงงานคนนั้นภายในจิตใจของเขาต่อต้านอย่างหนักราวกับว่าสำนึกผิดชอบชั่วดีที่ยึดถือมาโดยตลอดมันพังทลายลง
ร่างกายตอบสนองและป้องกันตนส่วนสมองคัดค้านตัดสินว่าเป็การกระทำต่ำช้า
แต่ถ้าไม่ทำก็...ตาย
“ขอโทษนะครับที่ทำให้นึกถึงเื่ไม่ดี”
“ไม่หรอกครับดีเสียอีกจะได้คอยย้ำเตือนไม่ให้หลงลืมว่ายังต้องเป็คน”ชายหนุ่มผู้มีใบหูหมียกยิ้มมุมปาก
“นั่นสินะครับ”เ้ากระต่ายข่าวพยักหน้าเห็นด้วยหลังจากนี้ไปโลกคงไม่มีวันกลับไปปกติสุขเช่นทุกวันอีกแล้วมีแต่ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ให้ถึงวันพรุ่งนี้ให้ได้
ใกล้หกโมงเช้ากลุ่มทหารรับจ้างทุกคนก็ตื่นจากนิทราแล้วแยกย้ายไปล้างหน้าล้างตาคนละมุมห้อง
“วันนี้จะเข้าไปตรวจในโรงงานกันต่อถ้าเครื่องจักรยังใช้ได้คงต้องเคลียร์ซอมบี้ด้านในให้เรียบร้อย”จากนั้นก็แจ้งให้ทางฝั่งฐานพันธมิตรส่งคนมาควบคุมดูแลต่อส่วนรถบรรทุกที่นำมาด้วยจะขนเสบียงอาหารกลับไปด้วยบางส่วนเพื่อให้ฐานมีแจกจ่ายให้กับประชาชนธรรมดาที่สามารถทำงานแลกอาหารได้แน่นอนว่าตรงนี้ก็จะมีส่วนแบ่งของพวกเขาด้วย
“คุณเฉินจะเข้าไปด้วยกันหรือจะไปสำรวจที่อื่นต่อล่ะ”อธิบายให้คนในทีมฟังเสร็จก็หันไปถามสมาชิกพิเศษในระหว่างที่พูดคุยก็สำรวจว่าทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับออกไปด้านนอกหรือยังเสียงซอมบี้นั้นเหลือไม่มากก็จริงแต่มันก็ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนไกล
“ผมว่าจะไปดูโกดังปลากระป๋องถัดไปครับ”ก็คือพวกเขาคงต้องแยกทางกันตรงนี้ แต่ละคนล้วนมีหน้าที่ของตนเอง
“โอเคยินดีที่ได้พบคุณนะ” โจเซฟหันไปยิ้มให้เขาไม่รู้ว่าคนที่ดูบอบบางนี้จะอยู่ได้นานเท่าไร
“...”นิโคลัสมุ่นคิ้วคิดหนัก
“ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากเลยนะครับ”เฉินเฟิงหันไปค้อมศีรษะให้กลุ่มทหารรับจ้าง ถ้าไม่เจอคนกลุ่มนี้เขาก็ยังคงเหมือนคนถูกปิดหูปิดตา ไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“หัวหน้าเหมือนมีคนไม่อยากไปกับเรานะคะ” หงส์เหล่มองเพื่อนร่วมกลุ่มอย่างรู้ทันฆ่าซอมบี้สีหน้าไม่เคยเปลี่ยน จะแยกกับหนุ่มน้อยเข้าหน่อยล่ะคิดมาก
“ขอออกไปเคลียร์ข้างนอกก่อนแล้วกันนะ”ตุ่นหันไปบอกหัวหน้าโดยมีทีโอเตรียมเปิดประตูโกดังชายหนุ่มหูสุนัขเคยเป็ทหารอาสาและเคยกลับมาสมัครอยู่ในหน่วยรบพิเศษชายหนุ่มจึงไม่ค่อยมีปัญหาเื่การปรับตัวหลังวันสิ้นโลกมากนักนับได้ว่าเป็ตัวแทงค์ของทีมเลยก็ว่าได้ ส่วนทีโอี้เีอยู่ฟังขอออกไปจัดการซอมบี้ฆ่าเวลาดีกว่า
คราแรกเฉินเฟิงเลิ่กลั่กเล็กน้อยนึกว่าหญิงสาวหมายถึงเขา แต่เมื่อมองตามสายตาไปกลับเห็นว่าเธอกำลังมองนิโคลัสอยู่
คงเป็เื่ภายในกลุ่มมั้ง...รีบไปดีกว่า
“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวออกไปพร้อมกับคุณตุ่นเลยก็แล้วกันนะครับ”เ้ากระต่ายไม่รู้ว่าในกลุ่มเกิดอะไรขึ้น หรือว่าจะมีการทะเลาะกันดังนั้นไม่ยุ่งด้วยจะดีที่สุด
นิโคลัสมองตามการก้าวเดินของชายหนุ่มตาแดงคิ้วหนาก็ยิ่งขมวดพันกันแน่น
“อ้าวพ่อหนุ่มหูกระต่ายก็จะมาด้วยเหรอ” ตุ่นเอ่ยทักในขณะที่สองมือกระชับมีดยาวในมือด้านหลังสะพายปืนกล
“ครับผมว่าจะไปดูโกดังปลากระป๋องข้าง ๆ น่าจะได้อาหารกลับไปบ้าง” เฉินเฟิงพยักหน้า จับขวานในมือแน่น
“ไปคนเดียวจะดีเหรอครับ”ขนาดมาโกดังน้ำตาลยังแทบแย่ ถ้าไม่ได้พวกเขาช่วยไว้ป่านนี้กลายเป็ซอมบี้ไปแล้ว
“ไม่ไหวก็ต้องไหวครับ”กระต่ายขาวยิ้มแหย ครั้งนี้คงต้องระวังทุกฝีเก้ามากกว่าเดิม
“จะเปิดแล้วนะ”ตุ่นให้สัญญาณ
“ใครว่าหมอนี่จะไปคนเดียว”นิโคลัสเดินเข้ามาใกล้
“...”เฉินเฟิงที่จับต้นชนปลายไม่ถูก
“...”ตุ่นที่มือหนึ่งปลดล็อกประตูโกดังเป็ที่เรียบร้อย
“ฉันก็จะไปด้วย”
ตึง!
ประตูโกดังถูกเปิดออกเผยให้เห็นซอมบี้เดินโซเซอยู่ด้านนอกกว่ายี่สิบตัว
กรรรซ์!
“วิ่ง!”แพทย์หนุ่มกระตุกมือเล็กของกระต่ายขาวพาออกไปยังจุดที่เล็งเห็นว่ามีซอมบี้น้อยที่สุดฟากตุ่นที่เหมือนเพิ่งได้สติก็รีบตวัดมีดยาวในมือออกไปด้านหน้าไม่ถึงวินาทีหัวของอดีตมนุษย์ก็ร่วงหล่นลงพื้น
ตุบ
พร้อมกับหัวใจของคนในทีม
แพทย์ทหารหนีตามผู้ชายไปแล้วโว้ยยยย!!!