สีหน้าเคร่งขรึมของโยชิอิ พยักหน้าช้า ๆ
“ข้าได้ข่าวมาว่าโอดะ โนบุนากะ กำลังกว้านซื้อปืนไฟจากพวกคนเถื่อนแดนใต้[1] ไม่แน่ว่าคนผู้นั้นอาจใช้โอกาสนี้ติดต่อกับเหล่ายอดฝีมือจงหยวน อย่าลืมว่าโนบุนากะ มักวางแผนการซึ่งผู้อื่นคาดคิดไม่ถึงเสมอ”
ทาคาโกะรับคำอืมแ่เบา สีหน้าฉายแวววิตกลึกซึ้ง เื่ที่โอดะ โนบุนากะกว้านซื้อปืนไฟจำนวนมาก นางย่อมเคยได้ยินมา...และโนบุนากะก็มักกระทำสิ่งซึ่งผู้อื่นไม่คาดคิดจริง ๆ ...
ดรุณีน้อยครุ่นคิด นึกไปถึงไดเมียวผู้เหี้ยมหาญ อายุเพียงยี่สิบแปดปีนามโอดะ โนบุนากะ…
เมื่อสองปีก่อนโอดะ โนบุนากะ สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกผู้...
...ขณะนั้นโนบุนากะ เพิ่งรับตำแหน่งผู้นำตระกูลโอดะปกครองแคว้นโอวาริสืบแทนบิดา แคว้นโอวาริแม้อุดมสมบูรณ์ยิ่ง ทว่าเป็แคว้นขนาดเล็กมิได้มีกองกำลังทหารเข้มแข็งกระไร
...แต่แล้วในวันหนึ่ง ขณะที่กองกำลังสองหมื่นห้าพัน นำทัพโดยไดเมียว‘อิมากาว่า โยชิโมโตะ’ ผู้ครองแคว้นซูรูกะ เหยียบย่างผ่านแคว้นโอวาริด้วยหมาย้าใช้แคว้นนี้ เป็ทางผ่านยกกองทัพบุกยึดเกียวโต
คราวนั้น โนบุนากะกลับกระทำเื่อัศจรรย์ อันไม่มีผู้ใดคาดคิด!
โอดะ โนบุนากะใช้กำลังคนเพียงสองพัน บุกโจมตีราวสายฟ้าฟาดในวันฝนกระหน่ำปล้นค่ายบุกสังหารไดเมียวอิมากาว่า โยชิโมโตะทำลายกองกำลังสองหมื่นห้าพันลงยับเยิน ณ ตำบลโอเกฮาซามา
โนบุนากะสามารถเอาชนะกองกำลัง ซึ่งมากกว่าตนเองถึงสิบเท่าอย่างหมดจด!
หลังจากนั้นโนบุนากะฉวยจังหวะ ยามผู้นำแคว้นมิโนะคนก่อน ‘ไซโต้ โยชิคัทสึ’เสียชีวิตลง นำกำลังบุกโจมตีแคว้นมิโนะ ซึ่งอยู่ทางเหนือของแคว้นโอวาริ
แม้เวลานี้โนบุนากะ ยังไม่สามารถยึดแคว้นมิโนะได้แต่ผู้ปกครองแคว้นมิโนะคนปัจจุบัน ‘ไซไต้ คัทสึโอกิ’ เป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสามไหนเลยต้านยันโนบุนากะได้เนิ่นนาน
คาดหมายกันว่าไม่ช้าก็เร็ว โนบุนากะต้องตีแคว้นมิโนะได้อย่างแน่นอน…
เวลานี้ไม่ว่าไดเมียวคนใด ก็ไม่อาจมองข้ามขุมกำลังของโอดะ โนบุนากะผู้ครองแคว้นโอวาริได้อีกแล้ว
แต่...ดาบหงส์ฟ้ามีความสำคัญอย่างไรเหตุใดจึงเป็ที่้าของผู้คนมากมายปานนี้...
ทันใด กระแสความคิดของทั้งสอง พลันหยุดชะงักขาด่ลงเนื่องเพราะสุ้มเสียงทุ้มหนัก กังวานปานระฆังเหล็กของอาเคชิ เค็นจิดังมาจากหัวเรือ
“ท่านทั้งสอง ข้ามีเื่จะหารือด้วย”
โยชิอิกับทาคาโกะได้ยินดังนั้น รีบเดินตรงไปหาหัวหน้าหน่วยรักษาการณ์ร่างสูงใหญ่ทันที
ั์ตาวาววับดุดัน หรี่เล็กลง เค็นจิกล่าวสุ้มเสียงกังวาน
“บอกให้ท่านทั้งสองรับทราบไว้ เมื่อใกล้รุ่ง ข้าปล่อยพิราบสื่อสาร ส่งข่าวถึงหน่วยข่าวที่ข้าดูแลออกคำสั่งให้พวกมันนำกำลังทั้งหมด เร่งติดตามค้นหาแหล่งจอดพักของโจรกลุ่มนั้นตลอดแนวชายฝั่ง”
ทาคาโกะค่อยคิดได้ว่า เมื่อฟ้าใกล้รุ่งสาง นางเห็นเค็นจิปล่อยนกพิราบออกจากเรือตัวหนึ่ง ทีแรกคิดว่าเป็พิราบส่งข่าวถึงท่านนิวะที่แท้เป็การออกคำสั่ง ให้คนของตนบนฝั่งช่วยค้นหาอีกแรง
เค็นจิเห็นทั้งสองนิ่งรับฟัง ค่อยอธิบายสืบต่อ
“เรือของเหล่าโจรเป็เรือใหญ่สามเสา ยามเข้าจอดเทียบท่าใดย่อมต้องเด่นสะดุดตายิ่ง แม้พวกมันเลี่ยงไม่จอดเทียบท่าใช้วิธีทอดสมออยู่ตามชายฝั่ง หน่วยข่าวยังสามารถสืบร่องรอยจากบรรดาเรือที่แล่นไปมา ระหว่างเกาะชิโกกุถึงเกาะคิวชูได้”
หัวหน้าหน่วยรักษาการณ์ร่างใหญ่ กล่าวน้ำเสียงเปี่ยมความมั่นใจ
“ข้าคาดว่า ไม่ควรเกินเที่ยงวันนี้ ต้องได้เบาะแสพวกมันอย่างแน่นอน”
ทาคาโกะรับฟังแล้วขมวดคิ้ว เอ่ยถามด้วยความสงสัย
“แต่...คนของท่านสืบข่าวอยู่บนฝั่ง พวกเรากลับโดยสารเรือมุ่งหน้าโดยไม่หยุดเช่นนี้ หากหน่วยข่าวได้เบาะแสใดจะส่งข่าวให้พวกเรารู้ได้อย่างไร”
ใบหน้าเค็นจิเผยรอยยิ้มเยือก หยิบพลุสัญญาณจากอกเสื้อ พลางกล่าวว่า
“เพียงยิงพลุสัญญาณขึ้นฟ้า หากคนของข้าอยู่ละแวกใกล้เคียงพวกมันจะติดต่อกลับมาเอง”
โยชิอิครุ่นคิดตาม ค่อยพยักหน้าเห็นชอบ
“เป็วิธีที่ดียิ่ง พวกเราแม้อยู่บนเรือ ยังสามารถเห็นพลุจากชายฝั่งอันอยู่ห่างไกลได้”
เค็นจิผงกศีรษะรับ กวาดสายตาโดยรอบ มองคุ้งน้ำข้างหน้าแวบหนึ่งหรี่ตานิ่งครุ่นคิดชั่วครู่
“ข้าคิดว่า...ควรลองส่งสัญญาณ ติดต่อกับหน่วยข่าวไม่แน่พวกมันอาจได้เบาะแสใดคืบหน้า...”
ทาคาโกะรับฟังดังนั้น ยิ่งงุนงงสงสัย อดไม่ได้ต้องเอ่ยถามอีกครั้ง
“ยามนี้เพิ่งเริ่มสาย ห่างจากเวลาที่ท่านปล่อยพิราบสื่อสารไม่น่าเกินสองชั่วยาม หน่วยข่าวของท่านจะมีความคืบหน้ามารายงานหรือ”
เค็นจิหันขวับจ้องนางเขม็ง แววตาราวประกายไฟ ตวาดน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
“อย่าได้ดูแคลนคนของข้า! ทั้งหมดเป็หน่วยข่าวชั้นยอดเปี่ยมประสิทธิภาพยิ่ง เวลาเพียงเท่านี้นับว่ามากเกินพอแล้ว!”
โยชิอิกับทาคาโกะลอบสบตากัน ทั้งสองไม่เข้าใจว่า เพียงสอบถามเล็กน้อยทั้งไม่มีคำพูดใดเป็การดูแคลน เหตุไฉนเค็นจิจึงโกรธเกรี้ยวขนาดนี้...
จะอย่างไรทั้งคู่ย่อมทราบว่า อุปนิสัยหงุดหงิดฉุนเฉียวง่ายเป็เื่ปกติของหัวหน้าทหารรักษาการณ์ร่างใหญ่ดังนั้นแม้เคลือบแคลงสงสัยอยู่บ้าง กลับไม่นึกเอะใจสิ่งใด ดังนั้นโยชิอิพยักหน้ากล่าวเพียง
“เช่นนั้นแล้วแต่ท่านเถอะ”
เค็นจิพยักหน้า ยิ้มแสยะคล้ายพึงพอใจยิ่ง
“รอให้พ้นคุ้งน้ำเบื้องหน้า ข้าจะยิงพลุสัญญาณ”
เรือใบขนาดกลางเสากระโดงเดี่ยว เริ่มแล่นมุ่งตรงไปข้างหน้าอีกครั้งเบื้องหน้าเป็คุ้งน้ำแคบ ด้านหนึ่งเป็แนวูเายื่นยาวออกมาอีกด้านเป็เกาะขนาดเล็ก สัณฐานของเกาะยาวเรียวคุ้งน้ำเบื้องหน้าจึงคล้ายเกิดเป็ช่องแคบเล็ก ๆ ช่องหนึ่งจำต้องใช้ความระมัดระวังในการแล่นผ่านอย่างยิ่ง
กระนั้นด้วยฝีมือนายท้ายอันเชี่ยวชาญ ชั่วครู่ก็สามารถผ่านพ้นช่องแคบได้อย่างปลอดภัยทั้งหมดพบว่าทางด้านขวามือเป็อ่าวเล็ก ๆ ชัยภูมิดียิ่งเหมาะเป็ที่จอดพักหลบลมพายุ บนฝั่งรอบบริเวณล้วนเป็แนวป่าหนาทึบรกร้างปราศจากบ้านเรือนผู้คน
เค็นจิไม่เสียเวลารั้งรอ รี่ก้าวไปยืนตรงหัวเรือ ยิงพลุสัญญาณในมือขึ้นฟ้าทันที
เพียงชั่วอึดใจหลังจากนั้น ทุกผู้บนเรือต่างหันมองหน้าดวงตาฉายแววฉงนประหลาดใจ เนื่องเพราะบนฝั่งเบื้องหน้าทางขวาไม่ห่างแนวชายป่าออกไปเท่าไหร่ ปรากฏพลุสัญญาณยิงขึ้นฟ้าตอบกลับมา
ไฉนหน่วยข่าวของอาคาชิ เค็นจิ พบเห็นพลุสัญญาณ ทั้งยิงตอบกลับรวดเร็วปานนี้...
หัวหน้าหน่วยรักษาการณ์ร่างใหญ่ รีบกล่าวด้วยสีหน้ากระหยิ่มยินดี
“นั่นเป็สัญญาณจากหน่วยข่าวของข้า พวกมันอยู่ละแวกนี้เองคาดว่าได้พบเบาะแสสำคัญแล้ว ให้พวกเรานำเรือเข้าฝั่งตรงอ่าวข้างหน้า”
หันไปกล่าวกับโยชิอิและทาคาโกะว่า
“พวกเราเพียงสามคน ขึ้นไปบนฝั่งก็พอ หลังรับทราบข่าวจะได้เร่งออกเรือทันที”
โยชิอิกับทาคาโกะแม้ยิ่งมา ยิ่งสงสัยในความผิดปกติของเหตุการณ์เป็เหตุบังเอิญหรือ ที่หน่วยข่าวเ่าั้ อยู่ในละแวกนี้พอดี จึงติดต่อกลับได้ฉับไวเพียงนี้กระนั้นในเวลาเช่นนี้ ไหนเลยกระทำอย่างไรได้ นอกจากต้องพยักหน้าเห็นพ้องตระเตรียมตัวขึ้นฝั่งพร้อมเค็นจิ
เรือใบเสากระโดงเดี่ยวค่อย ๆ มุ่งหน้าเข้าหาฝั่งตรงอ่าวเบื้องหน้าใกล้กับจุดปรากฏพลุสัญญาณ
เรือลำนี้ย่อมไม่อาจ เข้าไปในบริเวณน้ำตื้นดังนั้นทิ้งสมอทอดระยะห่างฝั่งอักโข...
อาเคชิ เค็นจิหันสั่งการเหล่าองครักษ์ พลเกาทัณฑ์ทั้งห้าสิบว่า
“พวกเ้ารออยู่บนเรือ อย่าได้เคลื่อนไหว!”
สิ้นประโยค หันไปพยักหน้ากับ โยชิอิและทาคาโกะ เป็เชิงให้ขึ้นฝั่งพร้อมกัน
เค็นจิหยิบเชือกตรงหัวเรือ เหวี่ยงขว้างด้วยความรวดเร็วแม่นยำยิ่งปลายเชือกพุ่งเกาะเกี่ยวกิ่งไม้ใหญ่ บนฝั่งห่างไปไกลโข มันเหนี่ยวร่างพุ่งทะยานเหินขึ้นฝั่งดุจวิหคั์โฉบเหยี่อ!
โยชิอิกับทาคาโกะต่างปรายสายตาให้กัน เหวี่ยงขว้างแผ่นไม้กลมลงบนผิวน้ำทั้งคู่ต่างอาศัยแผ่นไม้เป็จุดหยั่งเท้า เพียงวูบเดียวร่างทั้งสองทะยานขึ้นบนฝั่งตามเค็นจิมาติด ๆ
ทันทีที่เท้าแตะพื้น ทาคาโกะลอบสำรวจแนวป่าทึบรอบตัวโสตประสาทอันปราดเปรียว สดับทุกสรรพสิ่งรอบกาย กลับพบว่าบรรยากาศโดยรอบเงียบเชียบเกินไปผิดปกติอย่างยิ่ง ไม่มีกระทั่งเสียงนกร้องสักตัว
ทั้งสามนิ่งรอคอยเพียงไม่นานจากแนวชายป่าได้ยินเสียงฝีเท้าแ่เบาใกล้เข้ามา เค็นจิเป่าปากส่งรหัสสัญญาณออกไปแทบจะโดยพลันเ้าของเสียงฝีเท้า ส่งรหัสสัญญาณขานรับกลับมา
เค็นจิผงกศีรษะเป็เชิงบ่งบอกว่า ผู้มาเป็หน่วยข่าวของตนไม่ผิดพลาด
ไม่ถึงชั่วอึดใจ ชายผู้หนึ่งแต่งกายไม่ต่างจากบรรดาชาวนาโผล่วูบออกจากชายป่าเบื้องหน้า รีบเข้าคำนับคนทั้งสาม ทั้งล้วงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งส่งมอบถึงมือเค็นจิ
คนผู้นั้นคำนับทั้งสามอีกครั้ง ก่อนล่าถอยกลับไปยังชายป่าเร้นกายจากไปอย่างรวดเร็ว เฉกเช่นยามปรากฏกาย นับเป็มือดีผู้หนึ่งทีเดียว
หัวหน้าหน่วยรักษาการณ์อาเคชิ เค็นจิ รีบอ่านกระดาษในมือสีหน้าบังเกิดแววลิงโลด หลังใคร่ครวญครู่หนึ่ง ค่อยยื่นส่งให้โยชิอิกับทาคาโกะ
ทั้งสองรับกระดาษแผ่นนั้น พลันบังเกิดแววสงสัย งงงวยหันสบตากันวูบประหลาดใจกับข่าวสารชิ้นนี้อย่างยิ่ง...
เนื่องเพราะหน่วยข่าวของเค็นจิได้รายงานให้ทราบว่า ั้แ่เมื่อคืนกระทั่งถึงเช้าวันนี้ตลอดแนวเขตน่านน้ำแคว้นบิเซ็น ไม่พบเรือลำใหญ่ของชาวจงหยวนซึ่งลักษณะตรงกับเรือเหล่าโจรสลัด…
ข้อมูลส่วนนี้ ไม่มีใดน่าแปลกประหลาด ทั้งสองคาดไว้แล้วว่า เวลาเพียงไม่กี่ชั่วยามหน่วยข่าวแม้มีประสิทธิภาพเพียงใด แต่หากไม่โชคดีจริง ๆก็ไม่น่าจะสืบได้ความอันใด…
ทว่าที่สร้างความฉงนให้ทั้งสอง กลับเป็ข้อมูลต่อจากนั้น...
หน่วยข่าวยังรายงานอีกว่า เมื่อสามวันก่อนในเมืองโคริยาม่า แคว้นอากิร้านข้าวสารใหญ่แห่งหนึ่ง ได้รับคำสั่งซื้อค่อนข้างประหลาดจากลูกค้ารายหนึ่ง
ผู้ติดต่อสั่งซื้อเป็ชาวเรือ ปกติทำการค้ากับคนเถื่อนแดนใต้แต่คราวนี้ลูกค้ารายนี้กลับจ่ายค่าสินค้า ด้วยผ้าไหมของแดนจงหยวนอีกทั้งขณะสั่งสินค้ามาพร้อมชาวจงหยวนสองคน คนหนึ่งลักษณะใกล้เคียงหัตถ์อัสนีทลายฟ้าอีกคนก็คล้ายหัวหน้าโจรศีรษะล้าน!
อีกประการสำคัญคือ ปริมาณข้าวสารคราวนี้ สั่งซื้อมากผิดปกติราวเตรียมเสบียงสำหรับคนหลายร้อย ซึ่งไม่ใช่จำนวนปกติของบรรดาเรือสินค้าหากใกล้เคียงจำนวนกองโจรสลัด ยามเดินทางไกลออกปล้นชิง!
หนำซ้ำที่แปลกกว่านั้นคือ มิได้ให้ขนสินค้าไปส่งยังท่าเรือกลับให้ขนข้าวทั้งหมดไปส่งมอบ ณ เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งห่างจากชายฝั่งแคว้นอากิพอสมควร วันและเวลานัดหมายส่งสินค้าคือสิบวันนับจากวันสั่งสินค้า หรืออีกเจ็ดวันนับจากวันนี้...
โยชิอิส่ายหน้า พลางครุ่นคิด
“ไม่มีเหตุผล...หากคิดว่าสินค้าจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับเหล่าโจรกลุ่มนั้น เหตุใดพวกมันต้องคอยอีกถึงเจ็ดวันระยะทางจากเกาะคุโรไปแคว้นอากิ ด้วยเรือใหญ่ของพวกมัน แม้แล่นลดเลี้ยวตลอดเส้นทางหลบเลี่ยงตามเกาะแก่งเพื่อมิให้ถูกพบเห็น ควรใช้เวลาเดินทางเพียงสองวัน อย่างมากไม่ควรเกินสามวัน...”
เค็นจิกลับหัวร่อ กล่าวอย่างมั่นใจว่า
“นี่ย่อมเป็แผนของพวกโจร มันคงคาดหมายว่า เราต้องติดตามพวกมันไปยังคิวชูดังนั้นวางแผนเติมเสบียงแล้วหลบซ่อนอยู่ที่แคว้นอากิพวกเราเมื่อไปถึงคิวชูย่อมไม่เจอพวกมัน รอจนอีกเจ็ดวันเมื่อพวกเราเดินทางกลับกันแล้ว พวกมันค่อยออกจากอากิมุ่งหน้าไปคิวชู”
โยชิอิกับทาคาโกะหันสบตากัน ที่เค็นจิกล่าวก็มิใช่ไม่มีเหตุผล…
ทาคาโกะกล่าวอย่างครุ่นคิด
“แต่ข้อมูลเพียงเท่านี้ ยังระบุไม่ได้ว่าผู้สั่งซื้อรายนี้คือโจรกลุ่มนั้น...”
เค็นจิพยักหน้าเห็นด้วย พลางเสนอขึ้นว่า
“พวกเราควรแยกย้ายกันทำงาน เช่นนี้ดีหรือไม่ข้าจะส่งพวกท่านตรงเขตแดนแคว้นอากิ ท่านทั้งสองเร่งเดินทางไปสืบข่าวหาเบะแสที่นั่นส่วนข้าจะเดินทางไปคิวชูตามแผนเดิม พวกเราจะได้ไม่พลาดทั้งสองทาง”
โยชิอิกับทาคาโกะต่างขบคิด ข้อมูลของหน่วยข่าวเื่จำนวนข้าวสารซึ่งสั่งซื้อในปริมาณมากผิดปกติ ทั้งความสงสัยเื่สถานที่ส่งมอบสินค้าย่อมไม่เพียงพอจะเชื่อมโยงกับเหล่าโจรกลุ่มนี้...
แต่ชาวจงหยวนสองคน หนึ่งคล้ายหัตถ์อัสนีทลายฟ้าอีกหนึ่งคล้ายหัวหน้าโจรศีรษะล้าน กลับเป็เบาะแสซึ่งไม่อาจปล่อยปละละเลย...
หลังนิ่งคิดครู่ใหญ่ทั้งสองเห็นด้วยกับแผนของอาเคชิ เค็นจิ ทั้งหมดจึงกลับขึ้นบนเรือมุ่งหน้าตรงไปยังเขตน่านน้ำแคว้นอากิ...
[1] หมายถึงชาวยุโรป