ตอนที่ 25
เปิดใจ
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧
ในคุกหุบเหวแห่งนี้ วันเวลาผ่านไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก ฉันได้แต่นอนมองเพดานหิน ดมกลิ่นเชื้อรา และนึกถึงคุณอารัญ และการคิดถึงคุณอารัญก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลง
ฉันยอมรับว่า ฉันตั้งตารอเวลาของงานเลี้ยง ฉันตั้งตารอจุมพิตของคาวีร์ เพื่อที่จะได้พัก เพื่อที่จะได้ลืมตัวเอง ลืมคุณอารัญ ลืมสิ่งที่เป็อยู่ตอนนี้ ลืมความสาหัสสากรรจ์ทั้งหมดนี้ไปได้บ้าง อย่างน้อยๆ ในห้วงเวลาหนึ่งก็ยังดี
ไม่นานเกินรอ… เพราะตอนนี้ ฉันยืนอยู่กับคาวีร์ที่งานเลี้ยง ในบรรยากาศเดิมๆ ในชุดสวยสุดหรู โปร่งแสง ระยิบระยับ เช่นเดิม กับความชินชา และไม่สนใจแล้วว่ามันจะสวย หรือ โป๊ขนาดไหน ฉันไม่แม้แต่จะมองหาคุณอารัญ เพราะการที่ต้องเห็นเขาอยู่กับไอรีน และทำเป็ไม่รับไม่รู้ต่อการมีอยู่ของฉัน มันเ็ป สิ่งเดียวที่ฉันสนใจก็คือ เมื่อไหร่คาวีร์จะปลดปล่อยฉันออกจากปัจจุบันเสียที เขากำลังพูดคุยกับผู้วิเศษชั้นสูงคนหนึ่ง ั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาในงานจนถึงบัดนี้ และไม่มีทีท่าว่าบทสนทนาจะจบลงง่ายๆ
ฉันเบื่อหน่าย และเพิกเฉยต่อสิ่งรอบข้าง จึงไม่ได้สังเกตว่า ใครบางคนได้เข้ามายืนอยู่ด้านหลัง จนกระทั่งมืออุ่นๆ ของเขาแตะเข้าที่แขนของฉัน พร้อมกับเสียงเรียกเบาๆ “เอวารินทร์…”
ฉันแข็งทื่อขึ้นมาในบัดดล ไม่กล้าที่จะไหวติง ไม่กล้าที่จะหันไปมอง ความชุ่มชื่นในหัวใจพรั่งพรูออกมาจนแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ฉันคิดถึงเสียงเสียงนี้เหลือเกิน เสียงของคุณอารัญ…
ฉันค่อยๆ หันไปหาเขา เขามองตาฉันด้วยสายตาที่แท้จริงของเขา “ตามผมมา” คุณอารัญกระซิบบอก ก่อนที่เขาจะก้าวออกไป และเปิดประตูห้องที่อยู่ห่างจากเราเพียงไม่กี่ก้าว แล้วเดินเข้าไปข้างใน
หัวใจเต้นแรงจนแทบจะพุ่งออกมาจากอก ฉันชำเลืองมองคาวีร์ ดูท่าผู้วิเศษชั้นสูงคนนั้นจะไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ ฉันค่อยๆ ก้าวถอยหลังไปอย่างช้าๆ เมื่อหลังชนประตู ฉันแง้มบานประตูเปิดออกช้าๆ เพียงแคบๆ อย่างระมัดระวัง และลอดตัวเองเข้าไปข้างใน ตามคุณอารัญเข้าไป
ห้องทรงกลม กำแพงสูงลิบลิ่วขึ้นไปจรดเพดานใส ชนท้องฟ้ามืดมิด ไร้ดาว มีเพียงแสนจันทร์เบาบาง ที่ส่องผ่านเข้ามา แต่เพียงพอที่จะมองเห็นโต๊ะทรงกลม ที่มีเก้าอี้ล้อมรอบ ที่ตั้งอยู่กลางห้องได้รางๆ ห้องนี้คงจะเป็ห้องประชุม หรือไม่ก็ห้องอาหาร
ฉันรีบปิดประตูและไม่ลืมที่จะลงกลอนให้แ่า เดินไปรอบๆ ห้องอย่างเชื่องช้า ในความมืด มองซ้าย มองขวา มองหาว่าคุณอารัญอยู่ตรงไหน และหัวใจก็ต้องตกไปที่ตาตุ่ม เมื่อคุณอารัญโผเข้ามากอดฉันจากด้านหลัง อย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง อ้อมกอดอันแแ่เหลือคณา เขาคิดถึงและโหยหาฉันมากเหลือเกิน คุณอารัญอุ้มฉันขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ และตอนนี้เขาก็ยืนอยู่ข้างหน้าฉัน ตัวเป็ๆ หมดจดงดงามในความมืด และไม่ใช่ก้อนหิน
ริมฝีปากของเราเจอกัน ก่อนที่จะมีคำพูดใดๆ ออกมาเสียอีก จูบของเขาลุกลี้ลุกลน เร่าร้อน หิวโหย และตะกละตะกลาม
ฉันปลดกระดุมเสื้อของเขา และสอดมือเข้าไปััร่างกายกำยำที่ฉันคิดถึง ส่วนมือของเขาก็เล้าโลมลูบไล้ไปทั่วทุกส่วนบนเรือนร่างของฉัน ต้องขอบคุณชุดของคาวีร์ เพราะฉันแทบไม่จำเป็ต้องถอดอะไรเลย และเมื่อมือของคุณอารัญััถึงส่วนที่อ่อนไหวที่สุด เสียงครางของฉันก็เปล่งออกมา ริมฝีปากของเขาละจากริมฝีปากของฉันลงมาตามลำคอ ไหปลาร้า หน้าอก เขาขบที่เนินอกของฉันเบาๆ ต่อเนื่องลงไปจนถึงยอดไตของมัน ความซาบซ่านทำให้เสียงครางแ่ของฉันออกมาไม่ขาดสาย
ฉันเริ่มปลดหัวเข็มขัดของเขาออก ในขณะที่ริมฝีปากของเขาย้ายจากหน้าอก ขึ้นมาจูบฉันอีกครั้ง เมื่อกางเกงของเขาหลุดลงไปกองกับพื้น ฉันยกขาขึ้นมาเกี่ยวสะโพกของเขาไว้ในท่าเตรียมพร้อม รอให้เขารุกล้ำเข้ามาในตัวฉัน รอฟังเสียงแห่งความสุขสมของเขาที่ข้างหู แต่ทว่า…
อากาศในห้องเย็นเฉียบลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับเสียงกระแอมที่ดังขึ้น เราทั้งสองคนต่างสะดุ้งใ หยุดสิ่งที่ทำอยู่ และผละออกจากกันทันที
“บัดสีบัดเถลิง...” เสียงเนิบๆ ของคาวีร์ เขายืนอยู่ท่ามกลางลำแสงสลัวของดวงจันทร์ที่ลอดผ่านเพดานสูงเข้ามา ประตูห้องยังคงปิดสนิท และกลอนก็ยังคงล็อกอยู่ ชัดเจนว่า เขาไม่ได้เข้ามาทางประตูอย่างแน่แท้ ฉันไม่รู้ว่าเขารู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่ และเขาเข้ามาในห้องนี้ด้วยวิธีใด “ดูนายทำกับแมวน้อยของฉันสิ...”
คุณอารัญยังคงยืนอยู่กับฉัน ที่ยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะ เสื้อผ้าท่อนบนหลุดลงมา เผยหน้าอก และ ลำตัวล่อนจ้อน คาวีร์เดินตรงเข้ามา แทรกกลางระหว่างฉันกับคุณอารัญ เขาดึงชุดท่อนบนที่กองอยู่ตรงเอวขึ้นมาใส่คืนให้ฉันอย่าเบามือ “ไอรีนจะว่ายังไงนะ ถ้ารู้ว่าสุดที่รักของเธอ ที่แกล้งตกอยู่ในมนต์สะกดมาตลอด แถมยังแอบมาวุ่นวายอยู่กับของของฉันแบบนี้” คาวีร์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ แต่เขาไม่ได้ตลก เขาเชยคางของฉันให้ขึ้นไปมองเขา ใช้นิ้วหัวแม่มือลากผ่านริมฝีปากของฉัน “ถ้าเธออยากมากขนาดนี้... เธอควรจะบอกฉันนะ”
“เลว...” ฉันสวนกลับทันควัน สะบัดหน้าออกจากมือของเขา
“ถ้าเธอฉลาด เธอจะไม่ลองดีกับฉัน... เอวา…” คำขู่ของเขาสงบเยือกเย็น แต่เต็มไปด้วยความโกรธ และเร็วจนตั้งตัวไม่ติด เขาโฉบฉันขึ้นไปขึงติดอยู่บนกำแพงสูง ระดับเดียวกับเพดานใสเบื้องบน ตรึงฉันไว้กับกำแพงอย่างมั่นคง ล็อกแขนสองข้างของฉันไว้เหนือหัว ด้วยแขนข้างหนึ่ง และอุ้มฉันไว้ ด้วยแขนอีกข้างหนึ่ง ปีกสวยของเขาสยาย กระพือเล็กน้อยเพื่อรักษาระดับ
ฉันมองลงไปเบื้องล่าง และไม่คิดที่จะขัดขืน ไม่คิดที่จะผลักเขาออกไป เพราะความสูงระดับนี้ ถ้าตกลงไป ศพคงไม่สวยเป็แน่ อีกอย่าง เรี่ยวแรงของฉันก็น้อยนิด เกินกว่าที่จะทำให้เขาไหวติงได้
“แค่นี้เธอยังฉิบหายไม่พอใช่ไหม? ฮึ? เธอคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนที่มาเจอเข้า เป็ไอรีน ไม่ใช่ฉัน...” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่บาดลึก
“อย่าเสือก!! ฉันจะฉิบหายแค่ไหน มันก็เื่ของฉัน” ฉันเถียงกลับอย่างอวดดี
เขายิ้มมุมปาก “ปากดีจริงนะ...” แล้วริมฝีปากของเขาก็บดขยี้ลงมา คาวีร์จู่โจมฉันด้วยรสจูบที่หนักอึ้ง และมันก็ทำให้ฉันการ์ดตก หัวใจหยุดเต้น เผลอไผลไปกับรสจูบนั้นอย่างง่ายดาย และเมื่อลิ้นของเขาลอดไล้เข้ามา ฉันก็ละลายกลายเป็จุณ จูบที่แข็งกร้าว ดุดัน ที่เหมือนจะเ็า แต่กลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด รอยจูบของเขาเอาฉันอยู่หมัด กลบรสชาติของคุณอารัญไปจนหมดสิ้น คาวีร์ละเลียดจูบอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนที่จะถอนริมฝีปากออกอย่างเสียมิได้
คุณอารัญยืนนิ่งเป็รูปปั้น ไม่ปริปากอะไร ไม่ต่อล้อต่อเถียง ได้แต่มองคาวีร์ด้วยสายตาเคียดแค้น อาฆาต กับความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ภายใน โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
“ใส่เสื้อผ้าของนาย แล้วรีบไสหัวไปซะ” คาวีร์เอ่ยขึ้นอย่างไม่แยแส สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ฉัน ซึ่งยังคงอ่อนปวกเปียกอยู่กับรสจูบของเขา
คุณอารัญมองฉันอย่างอาลัยอาวรณ์ ในขณะที่เขาใส่เสื้อผ้า และเมื่อเขาติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จ เขาก็เดินกลับออกไปโดยไม่หันมามองอีกเลย
คาวีร์อุ้มฉันร่อนลงมาที่พื้น จุมพิตเบาๆ ที่หน้าผากของฉัน ส่งฉันสู่ห้วงแห่งความไม่รับรู้ของคืนนี้
……..
ฉันมารู้สึกตัวอีกทีในคุก ยังคงอยู่ในชุดผ้าแถบโปร่งแสง ความหนาวเหน็บในเวลากลางคืนชโลมร่างกาย ฉันกอดตัวเอง คุดคู้อยู่ในมุมกำแพงหิน
หลังจากที่ฉันรู้สึกตัวได้ไม่นาน เสียง พรึบ! ที่คุ้นหูก็ดังขึ้นที่ขอบหน้าผา และคาวีร์ก็ก้าวออกมาจากความมืด เขายังคงสวยสะกด ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ในสภาพที่เนี้ยบนัก ชายเสื้อหลุดออกมานอกกางเกง กระดุมเสื้อไม่ได้ติด เขาลากมือขึ้นไปเสยผมสีเข้ม ที่ไม่สั้นไม่ยาวของเขาไปด้านหลัง แล้วเขาก็เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ฉัน
ฉันยังสลัดรสจูบของเขาออกไปไม่ได้เลย มันยังคงติดแน่นอยู่ในความรู้สึก “มาทำไมไม่ทราบ!”
“เฮ้ออ… ที่นี่เงียบดีจัง”
“ที่นี่ไม่ต้อนรับนาย”
เขามองฉันด้วยหางตา แล้วมองออกไปนอกหน้าผา นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเขาก็พูดขึ้น “ผู้ชายคนนั้นเป็แค่เหยื่อ คนที่ลอบเข้าไปหาอารัญ คือภาคิน...”
“นายพูดเื่อะไร?!” ฉันแทบเปลี่ยนอารมณ์ไม่ทัน “หมายความว่า...!”
เขาหันกลับมามองฉันผ่านความมืดสลัวของค่ำคืน ถึงแม้ที่นี่จะไม่มีดวงดาว แต่ก็ยังดีที่ยังมีแสงจันทร์ “ชายคนนั้นคือคนของไอรีนเอง ที่ถูกภาคินเสกให้เปลี่ยนรูปร่างหน้าตา และทำให้พูดไม่ได้ ในขณะที่เราง่วนกันอยู่ในห้องนั้น ไอรีนจำเป็ต้องกันอารัญให้ออกไป เพราะไอรีนไม่้าให้อารัญรับรู้ผ่านการอ่านใจของฉัน ว่าชายคนนั้นแอบเข้ามาหาเขาทำไม และ่นั้นเอง ที่เป็โอกาสให้ภาคินเข้าไปถึงตัวอารัญได้”
“นายโกหกไอรีน... เพื่อช่วยภาคิน… อย่างนั้นเหรอ?”
“ใช่... หวังว่าเพื่อนของเธอจะมีแผนการที่ดีพอนะ”
“แต่… ทำไม?”
“ถ้าเธอต้องฝืนใจตัวเอง ต้องคอยเอาอกเอาใจ รับใช้ คนที่เธอเกลียด แม้กระทั่งเื่บนเตียง เธอจะทำแบบที่ฉันทำมั้ย?” เขาพิงลงไปที่กำแพงหินอย่างเหนื่อยอ่อน “ฉันเป็ถึงเ้าอาณาจักรนะ ไม่ใช่เครื่องมือหรือของเล่นของใคร แต่ที่เ้าอาณาจักรทุกคนต้องเชื่อฟังไอรีน ก็เพราะเธอเอาพลังของพวกเราไปครึ่งหนึ่ง อารัญกับภาคินไม่ได้บอกเธอหรอกเหรอ?”
ถึงสองคนนั้นไม่ได้บอก แต่ฉันก็พอจะเข้าใจได้
“ไอรีนยึดพลังของเ้าอาณาจักรทุกคนไปไว้ในตัวเธอ รวมถึงอารัญด้วย ถึงแม้ว่าอาณาจักรของหมอนั่นจะได้รับการยกเว้นก็เถอะ เพราะเหตุนี้ ฉันเลยแข็งข้อกับไอรีนไม่ได้ อ่านใจเธอไม่ได้ ทำอะไรเธอไม่ได้เลย”
ฉันแปลกใจที่เขาเปิดอกกับฉัน เขายังคงดูสุขุม เยือกเย็น แต่เขาเหมือนกับคนละคนก่อนหน้านี้ “นายคิดยังไงถึงมาบอกเื่นี้กับฉัน”
“เพราะฉันเบื่อ และเหงา และเธอคือคนเดียวที่ฉันสามารถพูดเื่นี้ด้วยได้”
“ทำไม... นายกับคุณอารัญถึงไม่ลงรอยกัน”
สายตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที “เพราะอาณาจักรมรกตปฏิเสธที่จะสู้ อารัญเลือกที่จะขายตัว เพื่อแลกกับความสงบสุขของอาณาจักรตัวเอง เมื่อเราขาดอาณาจักรมรกตไป พวกเราเลยต้องยอมแพ้ ยอมั้แ่ยังไม่ได้สู้เลยด้วยซ้ำ”
ฉันพูดอะไรไม่ออก เพราะคาวีร์พูดถูก คุณอารัญเอาตัวเองเข้าแลก เพื่อความสงบสุขของอาณาจักรมรกตจริงๆ แต่ที่คาวีร์ไม่รู้ก็คือ คุณอารัญก็ไม่เคยนิ่งนอนใจ ตลอดห้าสิบปีที่เขาเพียรตามหาต้นไม้ และการที่นาเดียร์ต้องเสียสละชีวิต ทั้งหมดก็เพื่อช่วยเหลืออาณาจักรอื่นๆ ให้หลุดพ้นจากราชินี
คาวีร์เหม่อมองออกไปนอนหน้าผาอีกครั้ง “ฉันรู้ว่าสุดที่รักของเธอหลุดจากมนต์สะกดมาได้ซักพักแล้ว”
“นายรู้ได้ยังไง!”
“เพราะฉันอ่านใจมันไม่ได้แล้วนะสิ ตอนที่มันยังอยู่ในมนต์สะกด จิตใจของมันอ่อนแอ ฉันรับรู้ทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย... หมอนั่นมันรักเธอมากนะ...”
เจ็บแปลบขึ้นมาในอก “ฉันรู้…”
แล้วคาวีร์ก็ยิ้มกรุ้มกริ่มออกมา ส่งสายตาเ้าเล่ห์มาที่ฉัน “ไม่ต้องอ่านใจ ฉันก็รู้ว่ามันเดือดดาลมากขนาดไหน ตอนที่เห็นเราสองคน…”
“นายมันปีศาจ...”
คาวีร์อมยิ้ม “ฉันรู้...”
แต่เมื่อนึกถึงััของคาวีร์ นึกถึงความรู้สึกที่ฉันมีตอนที่เขาจูบฉัน บวกกับสายตาของเขาในตอนนี้ หัวใจฉันก็เต้นโครมคราม นี่ฉันเป็อะไรไป ความไม่พอใจจางไป แทนที่ด้วยความรู้สึกขอบคุณ เพราะถ้าเขาไม่เข้ามา… ความเสียหายใหญ่หลวงอาจจะเกิดขึ้น เขาช่วยฉันเอาไว้… อีกแล้ว...
“ฉันว่าฉันควรไปได้แล้ว เดี๋ยวเธอจะรู้มากเกินไป” เขาลุกขึ้น เสกเงาดำขึ้นมาบนอากาศ แล้วมันก็เปลี่ยนเป็เสื้อคลุม “ฉันแค่จะเอานี่มาให้” เสื้อคลุมลอยมาคลุมตัวฉัน แล้วเขาก็หายลับไปในความมืด
“ขอบคุณนะ...” ฉันเอ่ยออกมาตามหลัง ตอนที่เขาไม่อยู่แล้ว
✧༝· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·༝✧