คำถามของ เฉินเหยียน แขวนอยู่ในอากาศ ทุกสายตาจับจ้องมาที่ เฉินฟาน รอคอยคำตอบที่จะไขปริศนาทุกอย่าง
เฉินฟาน ลดปืนลง มืออีกข้างลูบไล้ไปบนผิวโลหะสีดำด้านอย่างแ่เบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาและทุกคนในห้อง แววตาของเขาไม่ได้เ็าเหมือนตอนเผชิญหน้ากับศัตรู แต่กลับเต็มไปด้วยความจริงจังและหนักแน่น
“ท่านพ่อ ท่านลุง ท่านแม่... สิ่งนี้ไม่ใช่ ‘วิชามาร’ หรือ ‘ของเล่นประหลาด’ แต่มันคืออนาคตของพวกเรา”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งเพื่อเลือกใช้คำพูด “ข้าเรียกมันว่า... ‘ศาสตราปราณ’ ”
“ศาสตราปราณ?” เฉินเหยียน ทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ
“ขอรับ” เฉินฟาน พยักหน้า “หลังจากที่ข้าเกือบตายในครั้งนั้น ดูเหมือนว่าข้าจะ ‘ตื่นรู้’ ถึงบางสิ่งบางอย่าง ข้าเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของการไหลเวียนของพลังปราณในรูปแบบที่แตกต่างออกไป ประกอบกับคัมภีร์ ‘หมื่นเข็มิญญาปราณ’ ที่ข้าค้นพบ มันทำให้ข้าเกิดความคิด...จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่ใช้ปราณเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายโดยตรง แต่ใช้มันเป็ ‘แหล่งพลังงาน’ ให้กับสิ่งประดิษฐ์แทน”
เขาอธิบายต่อไป โดยใช้ศัพท์เทคนิคที่เขาดัดแปลงขึ้นมาเอง “ศาสตราชิ้นนี้ คือการผสมผสานระหว่างศาสตร์การหลอมโลหะชั้นสูง เข้ากับการลงอักขระผนึกพลังที่ซับซ้อน และใช้แก่นของพลังปราณเป็ตัวจุดชนวน มันคือการเปลี่ยนพลังปราณที่ไร้รูปแบบ ให้กลายเป็พลังทำลายล้างที่มีรูปแบบและควบคุมได้ดั่งใจนึก...โดยไม่จำเป็ต้องมีระดับพลังยุทธ์ที่สูงส่ง”
คำอธิบายของเขาทำให้ทุกคนตกตะลึง มันคือแิที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของโลกยุทธ์ที่พวกเขาเคยรู้จัก
ลุงเฉินลู่ ที่เคยยืนนิ่งเป็หิน เดินตรงเข้ามาหา เฉินฟาน อย่างช้าๆ ใบหน้าที่เคยดูแคลนบัดนี้เต็มไปด้วยความละอายใจและตื่นตะลึง เขาโค้งคำนับลงเกือบ 90 องศาต่อหน้าหลานชายของตัวเอง
“ฟานเอ๋อร์...ข้า...ลุงคนนี้มันตาบอดนัก! ข้าผิดไปแล้ว!” เสียงของเขาสั่นเครือ “ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเ้าจะ...เ้าจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตระกูลเราไปได้ถึงเพียงนี้! ตระกูลเฉินมีหวังแล้ว! ฮ่าๆๆ! ตระกูลเฉินของเรามีหวังแล้ว!”
เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง สลับกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม เฉินฟาน รีบเข้าไปประคองเขาไว้
“ท่านลุง ท่านเป็ผู้าุโของข้า อย่าได้ทำเช่นนี้เลย”
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดคลายลง แต่ เฉินเหยียน กลับมีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม “ฟานเอ๋อร์ สิ่งที่เ้าสร้างขึ้นมันน่าอัศจรรย์...แต่มันก็อันตรายเกินไป วันนี้เราทำให้ตระกูลโอวหยางเสียหน้าอย่างรุนแรง พวกมันต้องไม่ยอมปล่อยเราไว้แน่ ด้วยพลังของผู้าุโโอวหยางซง พวกมันอาจจะกลับมาพร้อมกับยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่านี้”
“นั่นคือสิ่งที่ข้ากำลังจะพูดขอรับท่านพ่อ” เฉินฟาน กล่าวแทรกขึ้นมา แววตาของเขากลับมาคมปลาบอีกครั้ง
“พวกเราจะรอให้พวกมันกลับมาไม่ได้”
เขาหันไปมองทุกคนในห้องโถง “ที่ผ่านมา ตระกูลสาขาย่อยของเราอ่อนแอเกินไป เราถูกข่มเหง ถูกดูแคลน แต่ไม่มีใครคิดจะลุกขึ้นสู้ เพราะอะไร? เพราะเราเชื่อว่าพลังของเรามีจำกัด แต่ตอนนี้...มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว”
เขายกปืนปราณในมือขึ้นสูง “ด้วยสิ่งนี้...และด้วยสมองของข้า ข้าสามารถสร้างมันขึ้นมาได้อีกเป็สิบๆ ชิ้น! ข้าสามารถติดอาวุธให้องครักษ์ทุกคนในตระกูลได้! ลองคิดดูสิขอรับท่านพ่อ...กองกำลังนักฝึกปราณขั้นต้นเพียงสิบคน แต่ทุกคนมีศาสตราที่สามารถต่อกรกับผู้ชำระชีพจรได้อยู่ในมือ...ตระกูลโอวหยางจะยังกล้ามองพวกเราเป็มดปลวกอีกหรือไม่!?”
คำพูดของ เฉินฟาน ราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของทุกคน เฉินเหยียน เบิกตากว้าง จินตนาการถึงภาพที่ลูกชายของเขากล่าว ลุงเฉินลู่ กำหมัดแน่นด้วยความฮึกเหิม
“เราจะไม่เป็ฝ่ายตั้งรับอีกต่อไป” เฉินฟาน กล่าวสรุปด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “เราจะเป็ฝ่ายรุก เราจะสร้างกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลสาขาย่อยขึ้นมา เราจะทำให้ทุกคนที่เคยหัวเราะเยาะเรา ต้องคุกเข่าลงต่อหน้าพวกเรา!”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบแห่งความกลัว แต่เป็ความเงียบก่อนการปะทุของูเาไฟ
เฉินเหยียน ลุกขึ้นยืนช้าๆ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของลูกชาย และได้เห็นภาพของผู้นำที่แท้จริง เขาตบไหล่ เฉินฟาน อย่างแรง
“ดี! ดีมาก!” เขากล่าวด้วยเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง “ในเมื่อเ้ากล้าที่จะฝัน...พ่อคนนี้ก็จะขอฝันไปกับเ้าด้วย! นับจากนี้ไป ทุกการตัดสินใจในเื่การป้องกันและพัฒนาตระกูล...ข้าขอมอบอำนาจสิทธิ์ขาดให้แก่เ้าแต่เพียงผู้เดียว!”
รุ่งอรุณใหม่ของตระกูลเฉิน...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในคืนนี้ ภายใต้การนำของอัจฉริยะจากต่างโลกและศาสตราที่จะสั่นะเืไปทั้งแผ่นดิน