ตอนที่ 2
กิจกรรม
“ยอดเลยนี่นะเหรอเกมเสมือนจริง”กวีสูดหายใจเข้าช้า ๆเพื่อซึมซับบรรยากาศตรงหน้าอย่างเต็มที่ไม่ใช่แค่ภาพ แต่กระทั่งกลิ่นและความเย็นที่สูดเข้าไปในปอดก็ััได้อย่างสมจริง สำหรับคนที่เคยเล่นเกมระบบโลกเสมือนจริงครั้งแรกอย่างกวีแล้วนี่เป็เื่สุดยอดจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาเลยทีเดียว
“อย่างกับได้มาเที่ยวบนดอยแนะที่นี่คือเกาะเริ่มต้นสินะ”กวีฉีกยิ้มด้วยท่าทีสบายใจก่อนจะเริ่มเดินลงจากเนินเขาซึ่งเป็จุดเกิดแรกของผู้เล่นใหม่สถานที่ที่กวีอยู่นั้นคือเกาะเริ่มต้นอันเป็สถานที่ที่เหล่าผู้เล่นที่ทำการสร้างตัวละครใหม่ทุกคนต้องเคยมาบนเนินเขาเป็่เวลายามเช้าที่มีหมอกบาง ๆลอยอยู่หากมองลงไปข้างล่างจะพบเศษซากบางอย่างเหมือนซากวิหารโรมันที่พังเละเทะเหมือนมีาเมื่อนานมาแล้วเสาวิหารสีขาวต้นหน้าล้มเรียงรายอยู่ตามพื้นพร้อมเศษหลังคาพวกมันคงพังมานานแล้วถึงได้มีมอสส์ขึ้นตามเสาหินพวกนั้นได้โดยเมืองแรกที่ผู้เล่นจะได้พบก็คือเมืองของเหล่าชนเผ่าเร่ร่อนที่อาศัยอยู่ในซากปรักหักพังพวกนี้นี่เองพวกเขาใช้เสาวิหารที่พังเพื่อผูกผ้าทำหลังคาดูแล้วเหมือนเต็นท์จำนวนมากเรียงรายอยู่รอบๆวิหารเลย
“สายแล้ว ๆ”ระหว่างกวีกำลังเดินชมนกชมไม้ชื่นชมความสมจริงของเกมอยู่นั้นชายหนุ่มคนหนึ่งก็วิ่งผ่านกวีไปด้วยความรีบร้อนการที่ชายคนนั้นวิ่งมาจากบนเนินแสดงว่าชายคนนั้นเป็ผู้เล่นใหม่เช่นเดียวกันสินะ
“บ้าเอ้ย รถโดยสารดันมาช้าซะได้แบบนี้ไม่ทันแน่”เสียงชายอีกคนหนึ่งวิ่งมาจากทางด้านหลังของกวีอีกเช่นกันท่าทางผู้เล่นใหม่นี่จะมีมาเรื่อย ๆสินะ
“กรี๊ด สายแล้ว ๆ”คนที่ 2ยังไม่ทันพ้นสายตากวีคนที่ 3 ก็วิ่งตามไปติด ๆแต่ไม่ใช่แค่นั้นไม่นานคนอีกหลายคนที่พึ่งสร้างตัวละครใหม่เข้ามาก็พากันวิ่งผ่านกวีไปด้วยท่าทีแตกตื่นทำเอากวีเองก็เริ่มจะสงสัยเสียแล้วว่านี่มันเื่อะไรกันแน่ เก็บเลเวลงั้นเหรอไม่หรอกเกมมันเปิดมาเป็เดือนแล้วคงไม่มีผู้เล่นใหม่คนไหนรีบเก็บเลเวลขนาดนั้นหรือว่าที่เกาะเริ่มต้นแห่งนี้จะมีกิจกรรมอะไรงั้นหรือ
“หลีก ๆ ๆ ๆ ๆ”ในที่สุดกวีก็พบที่มาของความรีบร้อนเสียทีตอนนี้ที่กลางเมืองของชนเผ่าเร่ร่อนมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งยืนอยู่ที่กลางลานโดยมีคนที่วิ่งแซงกวีมาก่อนหน้านี้เข้าไปต่อแถวกันอย่างเป็ระเบียบดูแล้วคงมีกิจกรรมบางอย่างจริง ๆแน่ แต่เท่าที่กวีเข้าไปอ่านในบอร์ดของเกมก็ไม่มีอะไรแจ้งเตือนเื่นี้นี่นา
“หวาหลีกไป”ระหว่างกำลังสงสัยอยู่นั้นร่างของชายคนหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตรงที่กวียืนอยู่พอดีท่าทางชายคนนั้นจะรีบมากเสียด้วยเลยพุ่งตรงเข้ามาชนกวีที่หยุดเดินอยู่ข้างหน้าเข้าอย่างจังทำเอาชายคนนั้นล้มลงไปนอนกับพื้นเลยทีเดียว
“อีกสามสิบวินาที”อยู่ ๆเสียงของชายคนหนึ่งในกลุ่มคนเ่าั้ก็ดังขึ้นหรือว่าเวลาร่วมกิจกรรมกำลังจะหมดแล้ว แบบนั้นผู้ชายคนนี้ก็อาจจะไปสายสินะ
“ลุกเร็วเข้า”กวียื่นมือไปพยุงร่างของชายคนนั้นขึ้นมาก่อนจะพยุงชายคนนั้นเข้าไปต่อแถวอย่างรวดเร็วก่อนที่เวลาร่วมกิจกรรมจะหมดลงพอดิบพอดี
“หมดเวลาแล้วคนที่มาหลังจากนี้หมดสิทธิ์ร่วมการคัดตัวแล้ว”ชายที่อยู่ด้านหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้พูดจบพวกคนที่ร้องบอกเวลาก่อนหน้านี้ก็เดินมาด้านหลังแล้วเอาหอกออกมาปิดทางเอาไว้อย่างกับทหารกั้นไม่ให้คนนอกเข้า
“พี่ชาย ขอบคุณมากเลยนึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว”ชายหนุ่มที่เข้ามาชนกวีเข้าตอบพลางยิ้มออกมาด้วยท่าทีโล่งอกเมื่อครู่ตอนล้มไปเขามัวแต่งงทำอะไรไม่ถูกหากกวีไม่พยุงเขาขึ้นแล้วพามาเข้าแถวมีหวังหมดสิทธิ์ไปด้วยแน่ ๆ
“ไม่เป็ไรว่าแต่นี่มันกิจกรรมอะไรงั้นเหรอ”กวีถามพลางมองคนจำนวนมากที่เข้ามาต่อแถวอยู่กลางลานหากนับคร่าว ๆด้วยสายตาคนกลุ่มนี้น่าจะมีร่วมร้อยเลยละมั้ง
“พี่ชายไม่รู้เหรอที่นี่เป็แถวรับคนเข้ากิลด์ใหม่ของกิลด์กรีนโลตัส กิลด์นี้ไม่ได้เปิดรับคนบ่อย ๆแถมยังเป็โครงการพิเศษที่เปิดรับคนเล่นใหม่ด้วยถ้าพวกเราเข้ากิลด์นี้ได้รับรองว่าข้างหน้าต้องหารายได้สบายแน่ ๆ”ชายหนุ่มตอบด้วยท่าทีตื่นเต้นอย่างมากสมัยนี้เกมไม่ใช่แค่สิ่งผ่อนคลายอย่างเดียวอีกแล้วโลกเสมือนจริงแห่งนี้ไม่มีการนำเข้าโฆษณาโดยผู้สร้างเครื่องสร้างโลกเสมือนจริงบอกว่า “โลกใบนี้เป็โลกแห่งความฝันหากทุกคนต้องดูโฆษณาก่อนจะฝันหวานโลกมันคงหดหู่น่าดู”และด้วยคำพูดบริษัทห้างร้านต่าง ๆก็เลยลงโฆษณาผ่านโลกเสมือนจริงโดยตรงไม่ได้แต่การตลาดของพวกเขาก็ไม่ยอมให้มันเป็แบบนั้นในโลกของเกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นจำนวนมากการแฝงโฆษณาเข้ามาจึงเป็เื่ที่นิยมในกลุ่มบริษัทต่าง ๆอย่างเช่นการสร้างกิลด์ใหญ่ในนามบริษัทก็ถือเป็เื่ที่ทำกันจนเป็ปกติแล้วและการเลี้ยงดูลูกกิลด์ก็เหมือนการจ้างพนักงานบริษัทนั่นเอง
“เข้ากิลด์งั้นเหรอ”กวีมองไปที่หน้าแถวด้วยท่าทีสนใจดูเหมือนคนที่มาต่อแถวจะต้องทดสอบความสามารถเพื่อจะเข้ากิลด์ให้ได้สินะงั้น.....ที่นี่ก็ไม่เกี่ยวข้องกับกวีอีกแล้วเพราะกวีไม่คิดจะเข้ากิลด์ไหนแต่จะสร้างกิลด์ของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งต่างหาก
ผลัก!
แต่ก่อนกวีจะเดินออกมาเสียงที่แถวหน้าก็ดึงความสนใจของกวีกลับไปนิดหน่อยการทดสอบเข้ากิลด์ดูเหมือนจะเป็การทดสอบต่อสู้กับคนของกิลด์พวกเขาต่อสู้กันเพื่อทดสอบว่าคน ๆนั้นมีความสามารถพอจะเข้ากิลด์หรือไม่พอเห็นแบบนั้นแล้วกวีก็อดสนใจไม่ได้ นี่เป็ครั้งแรกที่กวีได้ััเกมเสมือนจริงการจับอาวุธด้วยตัวเองแทนที่จะเป็คีย์บอร์ดและเมาส์นั้นดึงดูดความสนใจของกวีไม่น้อยและนี่จะเป็โอกาสอันดีที่จะได้ลองต่อสู้กับคนอื่นแถมยังเป็คนที่อยู่ในกิลด์ที่มีชื่อเสียงอีกต่างหาก
“พี่ชายพี่ชายจะเข้าทดสอบด้านไหนเหรอ”ระหว่างกำลังมองการต่อสู้ของผู้เล่นแถวหน้าชายหนุ่มที่กวีช่วยเอาไว้ก็เอ่ยถามพลางมองกวีด้วยท่าทีสงสัยการสอบเข้ากิลด์แบ่งออกตามสายอาชีพที่ผู้เล่นจะเลือกแบบคร่าว ๆ โดยมีทั้ง ดาบ หอกโล่ ธนู มือเปล่า หรือแม้แต่การทดสอบเกี่ยวกับเวทมนตร์
“ไม่รู้สิแล้วนายทดสอบแบบไหนล่ะ”กวีถามพลางมองไปทางชายหนุ่มตรงหน้า ผู้เล่นใหม่ทุกคนมีอาวุธเริ่มต้นเป็มีดสั้น1 เล่ม หากจะเปลี่ยนอาวุธก็ต้องเสียเงินไปซื้อมาที่ร้านขายอาวุธทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าที่พึ่งสร้างตัวมาหมาดๆอยากจะใช้อาวุธอะไร
“ดาบครับจริงสิผมชื่อเจยินดีที่ได้รู้จักครับ”ชายหนุ่มผู้มีนามว่า เจยิ้มออกมาก่อนจะก้มหัวน้อย ๆเหมือนเป็การทักทาย
“ผมก็ลองทดสอบดาบดูก็แล้วกัน ผมชื่อกวียินดีที่ได้รู้จัก”กวีตอบพลางยิ้มรับด้วยท่าทีสุภาพรอยยิ้มของกวีนั้นชวนให้รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อยช่วยให้เจที่กำลังประหม่ารู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
“งั้นเราไปกันเถอะครับ”เจว่าพลางชี้ไปที่แถวสำหรับคนที่จะทดสอบเื่ดาบโดยการทดสอบดาบนั้นก็ง่ายมากแค่เข้าไปประลองด้วยดาบที่เตรียมเอาไว้ให้กับคนของกิลด์เท่านั้นเองหากแสดงฝีมือออกมาได้ก็ผ่าน
“เอาล่ะคนต่อไป”หลังจากรอแถวขยับอยู่หลายสิบนาที ในที่สุดก็ถึงคิวของเจและกวีเสียทีการทดสอบเข้ากิลด์ชื่อดังนั้นยากน่าดูเลยคนที่มาเป็ผู้ทดสอบเองก็มีฝีมือดีไม่น้อย พวกมือใหม่ที่หวังจะผ่านแบบฟลุค ๆต่างไม่มีหวังเลยสักนิด
“ครับ....”เจเดินออกไปรับดาบด้วยท่าทีเกร็งๆพอรู้ข่าวว่ากิลด์ใหญ่อย่างกรีนโลตัสเปิดรับสมัครคนเขาก็ถึงขั้นลบตัวละครเก่าทิ้งมาสมัครใหม่เลยทีเดียวเพราะหากสามารถเข้ากิลด์ใหญ่ ๆได้การใช้ชีวิตในเกมในภายภาคหน้าจะสบายขึ้นมาก
“เอาล่ะมีอะไรก็แสดงออกมาเลย”ผู้ทดสอบเดินเข้ามายืนตรงหน้าเจก่อนจะยกดาบขึ้นมาเตรียมต่อสู้ในเกมเอคโค่ผู้เล่นเลเวล 1 ถึง 10 จะยังไม่มีอาชีพและยังไม่มีสกิลอะไรทั้งนั้นจนกว่าจะไปเปลี่ยนอาชีพที่แผ่นดินใหญ่และนั่นก็หมายความว่าผู้ทดสอบและผู้เข้าสอบต้องต่อสู้กันด้วยความสามารถล้วน ๆ
“ครับ”เจกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะกำดาบในมือแน่นเขา.....เกร็งสุด ๆเลย
เคร๊ง!!
เจโถมตัวเข้าไปพร้อมฟันดาบใส่อีกฝ่ายจากท่าวาดแนวนอนเป้าหมายของเจก็คือบริเวณลำตัวที่อีกฝ่ายเปิดโล่งอยู่นั่นเองเพียงแต่อีกฝ่ายก็รู้ทันและรับดาบของเจเอาไว้อย่างง่ายดาย
“หมอนั่น.....”กวีขมวดคิ้วพลางมองผู้ทดสอบด้วยท่าทีสงสัยตัวละครเริ่มต้นควรจะมีสถานะเท่ากันไม่ใช่หรือแต่ทำไมผู้ทดสอบถึงได้รับดาบของเจง่ายนักแม้เจจะเกร็งจนออกดาบได้ไม่ดีแต่ก็ไม่น่าจะรับสบาย ๆแบบนั้นนี่
“หวา....”เจถอยออกมาหลายก้าวหลังจากโดนอีกฝ่ายผลักกลับมากำลังของผู้ทดสอบนั้นเหนือกว่าเจมาก พอออกแรงดันแบบนี้ก็ยิ่งเห็นได้ชัดเจน
“เลเวลสิบสินะ”กวีพึมพำออกมาพลางมองผู้ทดสอบอย่างพิจารณาจะว่าไปที่แขนของผู้ทดสอบก็มีปลอกแขนหนังสวมเอาไว้ แสดงว่าอีกฝ่ายมีอุปกรณ์สวมใส่นอกเหนือจากอุปกรณ์ของตัวละครใหม่อยู่ด้วยแบบนั้นก็หมายความว่าผู้ทดสอบไม่ได้เอาตัวละครเลเวล 1 มารับการทดสอบนั่นเองและจากกฎที่ว่าในเกาะเริ่มต้นนั้นเลเวลของผู้เล่นจะเพิ่มสูงสุดได้แค่ 10กวีเลยเดาว่าอีกฝ่ายคงจะเลเวล 10 เรียบร้อยแล้ว แต่เื่นั้นไม่ใช่เื่แปลกการทดสอบนี้ไม่ได้มุ่งหวังเอาชนะ แต่เป็การให้ผู้เข้าทดสอบแสดงฝีมือให้เห็นสิ่งที่เจต้องทำคือแสดงให้ผู้ทดสอบได้รู้ว่าเจรับมืออย่างไรกับคู่ต่อสู้ที่เลเวลสูงกว่า
เคร๊ง!!
ดาบของผู้ทดสอบฟันใส่ดาบของเจอย่างจังจนดาบในมือเจกระเด็นตกลงบนพื้นการยืนรับดาบทื่อ ๆจากคนที่มีกำลังเหนือกว่าแบบนั้นเป็เื่ที่ไม่ควรทำเลยไม่รู้ว่าเป็เพราะเจเกร็งเกินไปหรือใกับกำลังที่ต่างกันของอีกฝ่ายกันแน่แต่การทดสอบนี้เจคง....
“ไม่ผ่านคนต่อไป”ทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศผลเจก็หน้าซีดไปทันทีก่อนจะหยิบดาบส่งดาบคืนให้กับผู้ทดสอบไปแบบหงอย ๆเหมือนคนไร้ิญญาเลยอย่างว่าเขาคาดหวังเอาไว้มากเลยนี่นาแต่พูดกันตามตรงหากเจกำลังทดสอบเข้ากิลด์ของกวีแล้วแสดงวิชาดาบออกมาแบบนั้นกวีก็คงไม่ให้ผ่านเหมือนกัน
“เอารับไป”ผู้ทดสอบเดินเอาดาบมาให้กวีต่อทันทีพวกเขาไม่มีเวลาไปสนใจคนทดสอบไม่ผ่านหรอกงานของพวกเขาคือการตามหาลูกกิลด์ท่าทางมีฝีมือเท่านั้น
“พอดีเลย”กวีมองไปที่เจด้วยท่าทียิ้มๆ ดีจริง ๆที่เจไม่เดินจากไปเลย เท่านี้กวีก็มีข้ออ้างหลังทดสอบแล้ว