ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 4 บรรพบุรุษผู้นี้จะส่งเสริมเอง
[ระบบประเมินผลงานของผู้ใช้เรียบร้อย]
[ผู้ใช้แก้ไขอันตรายของลูกหลานได้ด้วยความสำเร็จอย่างท่วมท้น! กำลังส่งมอบของรางวัลให้กับผู้ใช้]
[ได้รับ : ยันต์เข้าฝัน x2, ยันต์ผู้พิทักษ์ x1, ยันต์ติดตาม x3, เครื่องรางป้องกันภัย (ระดับต่ำ) x1, แปลนธุรกิจ (โอสถรักษาชนิดเม็ด) x1, แต้มโชคธุรกิจ (สำหรับตระกูล) x20, วิชาบ่มเพาะระดับกลาง'พยัคฆ์เมฆา' x1, ยันต์ค่าประสบการณ์ x25]
รายการสิ่งของกว่าแปดรายการเรียงรายอยู่ตรงหน้าของจิน
[ยันต์เข้าฝัน] สองแผ่นนี้สามารถใช้เข้าฝันลูกหลานได้สองครั้ง สามารถควบคุมทุกสิ่งภายในความฝัน
[ยันต์ผู้พิทักษ์] สามารถใช้เพื่อสร้างร่างกายพลังงานออกมาในกรณีฉุกเฉินเป็เวลาหนึ่งนาที
[ยันต์ติดตาม] สามารถใช้ติดตามดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับลูกหลาน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม (ใช้ได้ 1 แผ่น/1เป้าหมาย)
[เครื่องรางป้องกันภัย (ระดับต่ำ)] ช่วยปกป้องผู้สวมใส่จากอันตรายได้ในระยะเวลาหนึ่ง โดยระดับความอันตรายต้องไม่เกินระดับต่ำตามที่ระบบประเมิน
[แปลนธุรกิจ (โอสถรักษาชนิดเม็ด)] เป็แปลนธุรกิจครบวงจรที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโอสถรักษาชนิดเม็ด มีทั้งสูตรการปรุงโอสถ แปลนการสร้างอุปกรณ์ในกรณีที่ผลิตเป็จำนวนมาก ไปจนถึงแปลนการสร้างหน้าร้าน ซึ่งจินมองดูแล้ว บางอย่างก็เป็สิ่งที่เสริมเข้ามาเท่านั้น ไม่ได้จำเป็ต้องใช้ทุกอย่าง ในธุรกิจจริงเราสามารถตัดสินใจดัดแปลงเองได้เสมอ
[แต้มโชคด้านธุรกิจ] ตรงตามชื่อ เป็แต้มที่เพิ่มโชคด้านการทำธุรกิจให้กับตระกูล จินทำการเปิดใช้โดยไม่ต้องคิดอะไรให้มาก และตัวเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้โชคของตระกูลดีขึ้นจริงๆ หรือไม่ เพราะโชคเป็เื่ที่จับต้องยากเหลือเกิน ได้แค่หวังว่าตระกูลจะโชคดีขึ้นบ้างก็เท่านั้น
[วิชาบ่มเพาะระดับกลาง'พยัคฆ์เมฆา'] เป็วิชาในการบ่มเพาะขนานแท้ ที่แม้แต่จินในตอนมีชีวิตอยู่ก็ไม่เคยเห็นวิชาการฝึกฝนพลังที่สมบูรณ์ขนาดนี้ ถึงแม้ความซับซ้อนจะด้อยกว่าวิชาภูตอัสนีที่เขาได้มาจากแพ็กเริ่มต้นของระบบ แต่ถ้าเทียบกับวิธีฝึกฝนในตอนที่จินยังมีชีวิตอยู่ เรียกว่าดีกว่ามาก
“สิ่งนี้เราอาจจะใช้เองไม่ได้ แต่ไม่ใช่ว่าลูกหลานจะใช้ไม่ได้” ตาของจินเป็ประกาย หมายมั่นว่าจะต้องส่งมอบให้ลูกหลานให้ได้
คราวแรกที่เขาเห็นระดับพลังของเหล่าลูกหลาน เขาตั้งใจจะมอบวิชาที่ตนเคยฝึกตอนยังมีชีวิตอยู่ให้ั้แ่แรกอยู่แล้ว แต่ในเมื่อสิ่งดีๆ ตกมาถึงมือแบบนี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะเก็บมันไว้คนเดียว
เขาต้องใช้มันเพื่อความแข็งแกร่งของตระกูล!
ส่วนสิ่งสุดท้าย [ยันต์ค่าประสบการณ์] เป็สิ่งที่มหัศจรรย์อย่างยิ่ง มันช่วยลดระยะเวลาในการฝึกฝนพลังไปได้มากโข แล้วจำนวนทั้งหมดยี่สิบห้าใบที่ได้มานี้ ตัวของจินเองก็ไม่แน่ใจว่าสามารถเพิ่มระดับของตนไปถึงระดับไหน
“ใช้ยันต์ค่าประสบการณ์ทั้งหมด”
ร่างโปร่งใสหยิบยันต์ค่าประสบการณ์ทั้งหมดขึ้นมาและใช้มันทันที
ยันต์ทั้งยี่สิบห้าใบสลายหายไปในอากาศ พลังงานบางอย่างไหลทะลักเข้ามาภายในร่างของจิน ทั้งพลังงาน ความคุ้นชินในการชักนำพลังทั้งหลาย รวมถึงประสบการณ์ต่างๆ
“ทะลวงระดับแล้ว!”
“อเวกระดับที่สอง ระดับที่สาม......”
“ระดับที่ห้า......ไม่ ยังไม่หมด ระดับที่หก!”
พลังของร่างิญญาพุ่งทะยานขึ้นอย่างพรวดพราด จากร่างิญญาที่มีพลังเทียบเท่ากับอเวกระดับที่หนึ่ง บัดนี้ร่างโปร่งใสอัดแน่นไปด้วยพลังที่แข็งแกร่ง กลายเป็ร่างิญญาที่มีพลังเทียบเท่าอเวกระดับที่หก!
“ยันต์ค่าประสบการณ์นี่มัน...”
จินขยับมือของตนเองไปมา รับรู้และััถึงพลังภายในร่างที่เพิ่มขึ้นไปหลายระดับโดยที่ไม่รู้สึกถึงความขัดแย้งติดขัดของพลังแม้แต่น้อย เปรียบเสมือนตัวเขาฝึกฝนด้วยตัวเองมาเป็สิบๆ ปี ผ่านการเคี่ยวกรำมานับไม่ถ้วน
นี่ไม่ใช่แค่เพิ่มระดับพลัง แต่มอบประสบการณ์การฝึกฝนทุกอย่างให้กับเขา จดจำเข้าไปในสมองและกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน
ก่อนที่จะได้รับยันต์ค่าประสบการณ์ เขาคิดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะมีพลังมากพอที่จะปกป้องตระกูลนี้ให้อยู่รอดปลอดภัย
แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่นานแล้ว
นี่แค่วันแรกใน่ชีวิตใหม่ เขาถึงกับก้าวข้ามอเวกระดับที่หนึ่ง กลายมาเป็อเวกระดับที่หกได้ในฉับพลัน
เป็เื่ที่เขาไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนว่าจะมีใครทำเช่นนี้ได้ นี่เป็อีกเหตุผลที่ย้ำชัดว่าทักษะพิเศษที่เขานั้นทรงพลังมากขนาดไหน ถึงแม้มันจะแปลกประหลาดไปบ้างก็ตาม
หลังจากที่สำรวจพลังของตนเองเรียบร้อย เขาจึงตรวจสอบระบบอีกครั้ง เพราะเมื่อครู่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ต้องเร่งรุดออกไปจัดการเื่ราวจึงไม่ทันได้ดูความสามารถของระบบให้ครบถ้วน
“ค่าสถานะส่วนตัว สมาชิกตระกูล กล่องแจ้งเตือน... ร้านค้า?”
จินจ้องมองไปยังแถบร้านค้าที่ตัวเขายังไม่เคยกดเข้าไปดูเลยสักครั้ง
เขายกมือขึ้น ค่อยๆ ยื่นไปแตะแถบรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าบนหน้าจอโปร่งแสงตรงหน้า
มีรายการสิ่งของมากมายเรียงรายจนเลือกดูไม่ถูก เขาเลื่อนดูอยู่นานั้แ่บนลงล่าง ก็ยังเลื่อนลงไปไม่ถึงรายการด้านล่างสุด
บางชิ้นก็เป็ของที่เขาเคยเห็นมาก่อนอย่างยันต์ติดตาม หรือยันต์เข้าฝัน ทุกชิ้นใช้แต้มระบบในการซื้อ มากน้อยต่างกันไปตามคุณค่าของสิ่งของแต่ละชิ้น
ร่างโปร่งใสมองดูจำนวนแต้มที่เหลืออยู่พลางส่ายศีรษะ สินค้าแต่ละชิ้นมีราคาแพงจนเกินไป จำนวนแต้มที่เหลืออยู่ไม่สามารถนำมาใช้ทิ้งใช้ขว้างได้ตาม้า เขาอาจจะศึกษาข้อมูล ตรวจดูราคาสิ่งของไว้ล่วงหน้า เมื่อมีเหตุจำเป็ค่อยนำแต้มที่เก็บเอาไว้มาซื้อของที่้าอีกที
หลังจากตรวจดูสินค้ามากมายภายในร้านค้าของระบบ จินก็กลับมาอ่านข้อมูลของสมาชิกภายในตระกูลอีกครั้ง ไล่อ่านประวัติชีวิตของลูกหลานแต่ละคน ทำความเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ให้มากขึ้น
“มาดิออส......ผู้าุโสี่ เป็ลูกชายคนเล็กของหัวหน้าตระกูลคนก่อน”
“ร่างกายแห่งสัตว์ร้ายที่ได้มาใหม่นี่ก็ไม่ได้เลวร้าย แม้จะมีข้อเสีย แต่ข้อดีก็มีมากกว่า ถ้าเกิดหายดีจากอาการาเ็แล้ว เราอาจจะช่วยส่งเสริมให้ระดับอเวกพัฒนาขึ้นได้อีก เป็อีกความหวังหนึ่งรองลงมาจากเ้าหนูคาลอสนั่น”
จินจ้องมองข้อมูลของ'ร่างกายแห่งสัตว์ร้าย'ที่เพิ่มเข้ามาด้านหลังแถบพร์ในหน้าต่างข้อมูลของมาดิออส พีไรซ์
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปิดอ่านประวัติชีวิตของคาลอส พีไรซ์เป็คนต่อไป
“นี่มันอะไรเนี่ย......”
ยิ่งเขาอ่านก็ยิ่งต้องขมวดคิ้ว
่ชีวิตั้แ่เกิดของคาลอสค่อนข้างราบเรียบ ด้วยพร์ที่ดีและความขยัน แม้วิธีการฝึกฝนจะมีระดับที่ต่ำไปหน่อย แต่ก็สามารถกลายเป็อเวกระดับที่สามได้ั้แ่อายุสิบหก
คาลอสกลายเป็ดาวเด่นของตระกูล ทุกคนมีความคาดหวังในตัวคาลอสมาก ถึงขั้นที่เมื่อหนึ่งปีก่อน หัวหน้าตระกูลอย่างมาคัสต้องวิ่งเต้นเพื่อช่วยให้คาลอสมีโอกาสสอบเข้าสถาบันอเวกเคนเนอร์ ที่ตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ C-04
ซึ่งตระกูลเจเวลเลอร์ก็ได้ส่งหลานสาวของผู้าุโตระกูลคนหนึ่งไปด้วย หญิงสาวคนนี้มีพร์ยอดเยี่ยมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าคาลอสเลย
ทั้งสองตระกูลหมายมั่นว่าจะให้ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อโตขึ้น คาลอสเองก็แอบคล้อยตามคำที่ทุกคนบอกกล่าว รู้สึกว่าเหมาะสมกันดี ทั้งฐานะและความสามารถ
ถ้ามองไปทั่วทั้งเมือง จะมีหญิงสาวคนใดเพียบพร้อมเหมาะสมกับเขาได้เท่านี้อีกเล่า?
แต่ทุกอย่างกลับพลิกผันเมื่อเดินทางไปถึงเมืองขนาดกลางที่เป็สถานที่จัดสอบ
ไอด้า หญิงสาวตระกูลเจเวลเลอร์รู้ตัวดีว่าตนเองมีพร์ใกล้เคียงกับเด็กหนุ่มตระกูลพีไรซ์ เพียงแต่เธออายุมากกว่าเขาถึงหนึ่งปี เกณฑ์การตัดสินของเธอจะต้องเข้มงวดกว่า
ด้วยความสามารถของทั้งสองที่แม้จะโดดเด่นในเมืองเล็กๆ แต่เมื่อเทียบกับรุ่นเยาว์ทั่วทุกสารทิศก็ไม่นับเป็ผู้มีความสามารถดีเด่อะไรนัก
เธอจึงจำเป็ต้องกำจัดคู่แข่งอย่างคาลอสทิ้งไป
คาลอสที่ไม่เคยมองไอด้าในแง่ร้าย จึงเชื่อฟังเธอทุกอย่าง ไม่เคยคิดเอะใจเลยแม้แต่นิดเดียวว่าทำไมไอด้าจึงทำท่าใจดีช่วยเขาจัดการเอกสารการสมัครทุกอย่าง
รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มีเพียงไอด้าคนเดียวเท่านั้นที่มีชื่อเข้าสอบ ส่วนชื่อของเขาไม่มีในใบรายชื่อ
ตอนนั้นเขาหัวเสีย โวยวายไปทั่ว จนโดนเ้าหน้าที่ของสถาบันจับเหวี่ยงออกมา
มาร์ลพ่อของคาลอสและคาคัสลูกชายคนโตของมาคัสซึ่งตามมาด้วยก็เข้ามาตรงจุดเกิดเหตุ
คาคัสพยายามเข้าไปพูดคุยกับเ้าหน้าที่ของสถาบัน สุดท้ายก็ได้ความว่าคาลอสถูกตัดออกจากการเป็ผู้สมัครสอบ และจะถูกห้ามไม่ให้สอบเข้าสถาบันแห่งนี้อีกเป็เวลาสองปี เนื่องจากกระทำผิดฐานให้ข้อมูลส่วนตัวอันเป็เท็จ
สถาบันภายในเมืองใหญ่หรือในมหานครเคร่งเครียดเื่ตัวตนของผู้สมัครสอบมาก
โลกในปัจจุบันนี้มีมหานครหลายแห่ง แต่ละแห่งก็ไม่ใช่จะญาติดีกันสักเท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้สายลับจากมหานครแห่งอื่นแทรกซึมเข้ามา จำเป็จะต้องตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัครอย่างละเอียดถี่ถ้วน หากมีข้อมูลอันเป็พิรุธจะถูกเพิกถอนสิทธิ์ทันที
คาลอส มาร์ล และคาคัสเองก็แปลกใจเหมือนกันว่านอกจากคาลอสจะถูกตัดสิทธิ์แล้ว ยังถูกห้ามไม่ให้สอบเป็เวลาสองปีอีก นี่ไม่ใช่เื่เล็กน้อยอย่างการกรอกข้อมูลผิดเป็แน่
สุดท้ายทุกอย่างก็ชี้ไปที่ไอด้า ไอด้าเข้ามาช่วยเหลือคาลอสเื่เอกสารตลอด แม้แต่ตอนที่ไปส่งข้อมูลผู้สมัครสอบก็ไปพร้อมกัน
ทั้งสามคนไม่รู้ว่าด้วยวิธีการใด แต่คนที่ทำเื่ทั้งหมดนี่ต้องเป็ไอด้าอย่างแน่นอน เพราะตอนที่เธอเข้าสถานที่จัดสอบ เธอไม่มีอาการใเลยแม้แต่น้อยตอนที่เห็นคาลอสถูกเ้าหน้าที่กันตัวออกมา
คาลอสเริ่มรู้สึกตัวว่าเขาประมาทเกินไป โลกนี้ไม่ได้สดใสอย่างที่เขาคิด
มาร์ลและคาคัสเองก็หัวเสียเช่นกัน แต่ทำอะไรไม่ได้ สมาชิกตระกูลเจเวลเลอร์เองก็ไม่รู้ย้ายที่พักหายไปอยู่ที่ไหน ยากแก่การตามหา
ทุกคนรอจนผลการสอบออกมา เห็นชื่อไอด้า เจเวลเลอร์อยู่อันดับสุดท้ายของผู้ที่ผ่านการคัดเลือก
มือของคาลอสกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่เ้าตัวไม่รู้สึกเจ็บอะไร ความเจ็บที่ร่างกายมันไม่อาจเทียบได้ความเ็ปคั่งแค้นที่อยู่ภายในใจ
ที่ตรงนั้นมันควรจะเป็ของเขา!
คาลอส พีไรซ์! ไม่ใช่ไอด้า เจเวลเลอร์!
แต่คาลอสและคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่เจอแม้แต่เงาของไอด้าด้วยซ้ำ เพราะหลังจากสอบเสร็จ ทุกคนที่ผ่านสามารถเดินทางไปเมืองใหญ่ C-04 พร้อมกับเ้าหน้าที่ของสถาบันได้เลย ไปหาอนาคตอันสดใสที่นั่น
ครอบครัวของว่าที่นักเรียนแห่งสถาบันอเวกเคนเนอร์ต่างดีใจกันยกใหญ่ ส่วนใครที่ไม่ผ่านก็เห็นได้ชัดว่าหดหู่ เป็ภาพสองฝั่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
มีเพียงตระกูลพีไรซ์เท่านั้นที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นสุมอก จะทำอะไรก็ไม่ได้เพราะตนเองก็ไร้อำนาจจะกระทำการ
นับั้แ่วันนั้นมาความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลพีไรซ์กับตระกูลเจเวลเลอร์ก็ย่ำแย่ลง แม้หัวหน้าตระกูลเจเวลเลอร์จะเพียรขอโทษหัวหน้าตระกูลพีไรซ์มากเท่าไหร่ก็ตาม ถึงขั้นที่ลงโทษสมาชิกตระกูลของตัวเองที่เดินทางไปพร้อมกับไอด้าแต่กลับไม่ห้ามปราบนางยามกระทำความผิดต่อตระกูลพันธมิตรเช่นนี้
แม้จะเข้าใจได้ว่าไม่ใช่ความคิดของหัวหน้าตระกูลเจเวลเลอร์ แต่สิ่งที่ไอด้าทำลงไปก็เป็การสร้างรอยร้าวให้ทั้งสองตระกูลไปแล้ว
แต่เชื่อเถอะ ลึกๆ แล้วคนในตระกูลเจเวลเลอร์ก็ต้องยินดีที่ลูกหลานของตนมีอนาคตอันสดใสเช่นนี้
เมื่ออ่านถึงตรงนี้ ร่างโปร่งแสงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ได้แต่สงสารลูกหลานของตนเอง
“ไม่เป็ไรหรอกคาลอส ถึงจะไม่รู้ว่าสถาบันอเวกเคนเนอร์พวกนั้นมันเป็อย่างไร แต่ด้วยระบบบรรพบุรุษที่ฉันมี ตระกูลของเราไม่มีทางอ่อนแอไปกว่าสถาบันหรือองค์กรไหนๆ หากมีเวลาให้เติบโตมากเพียงพอ”
“พวกเราไม่จำเป็ต้องพึ่งขุมอำนาจใด บรรพบุรุษคนนี้จะคอยส่งเสริมทุกอย่างเอง!”
สายตาของร่างโปร่งแสงมองตรงไปที่ข้อมูลของคาลอสที่อยู่ตรงหน้าด้วยความมุ่งมั่น มือทั้งสองกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
เกิดเื่กับลูกหลานตนเองเช่นนี้ ใครจะไปทนไหว เขาตั้งเป้าหมายเอาไว้แล้วว่าจะต้องส่งเสริมคนในตระกูลให้พัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป โดยเริ่มจากสมาชิกที่มีศักยภาพสูงก่อนเป็อันดับแรก และเมื่อไหร่ที่มีทรัพยากรมากพอ ทุกคนก็จะเติบโตขึ้นไปพร้อมกัน