ทักษะจิตจิตค้นหา
อูหลินเฟิงหลับตาและเพ่งสมาธิไปที่การรับรู้ของตนเองเขาใช้พลังจิตในการรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวของเขา
‘นี่มัน!!!เลยระดับของจิตค้นหาไปแล้ว หรือจิตสำรวจไปแล้ว นี่มันพัฒนาไปถึงจิตรับรู้’อูหลินเฟิงคิดในใจ
หลังจากที่ได้ลองใช้พลังจิตอีกครั้งทำให้เขารู้ว่าถึงแม้ระดับพลังจิตของเขาตอนนี้ยังอยู่ที่ระดับสี่ขั้นต้นเหมือนกับลุคแต่ว่าความละเอียดในการใช้พลัง และความหนาแน่นของพลังจิตนั้นต่างกันมากทำให้ทักษะจิตค้นหาพัฒนาไปจนถึงระดับจิตรับรู้ สามารถรับรู้สิ่งต่างๆ ในระยะร้อยเมตรรอบๆตัว รับรู้ถึงทั้งจำนวนและพลังทั้งหมดของสัตว์อสูรรอบ ทำให้รู้ว่ารอบๆนี้มีแต่สัตว์อสูรระดับหนึ่งอีกทั้งยังรับรู้การเคลื่อนไหวทั้งหมดจนสามารถเดาได้เลยว่าสัตว์อสูรแต่ละตัวกำลังจะเคลื่อนไหวไปทางไหน
อูหลินเฟิงได้เพ่งจิตเข้าไปหานกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้ไม่ไกลจากที่เขาอยู่
‘ลองใช้พลังจิตเป็ทางผ่านแล้วใช้พลังิญญาในการควบคุม’
อูหลินเฟิงลองทำความตามแบบที่เรนเคยเห็นผู้พลังิญญาได้ทำส่งพลังจิตสร้างเส้นทางพลังแห่งจิต แล้วส่งพลังิญญาออกไปอูหลินเฟิงพบว่าการเคลื่อนที่ของพลังิญญานั้นช้ามาก แต่ข้อดีของมันคือหากคนที่โดนโจมตีด้วยพลังิญญา ไม่มีััิญญาหรือสัญชาตญาณสูง ก็จะไม่อาจรับรู้ถึงการโจมตีิญญาได้เลยเป็วิชาที่แทบจะเรียกได้ว่าไร้ร่องเลย
ควบคุม
“มานี่”อูหลินเฟิงได้ยื่นมือออกไป นกตัวนั้นก็ได้บินเข้ามาหามือของอูหลินเฟิงในทันที“สำเร็จ”
อูหลินเฟิงได้ทดลองการควบคุมนกอีกหลายตัวโดยทดลองใช้พลังจิตในการควบคุม และพลังิญญาที่การควบคุมสิ่งที่ค้นพบคือถ้านกตัวไหนโดนพลังจิตควบคุมจะไม่มีสติเป็ของตัวเองหากไม่มีคำสั่งก็จะไม่เคลื่อนไหวอยู่นิ่งเหมือนจิตสำนึกโดนจองจำไว้หากใช้พลังิญญา นกตัวนั้นจะยังรู้สึกตัว มีสติรับรู้อยู่แต่ว่าจะเกิดความภักดีจากิญญาแทน สามารถคิดได้อย่างอิสระด้วยตัวเอง
“อูซวนนำทางข้าเข้าไปลึกอีกหน่อยข้าอยากรู้ว่าข้าจะสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้ถึงระดับไหน”อูหลินเฟิงหันไปกล่าวกับอูซวนที่รู้ทางดี
“ขอรับตามข้ามา” อูซวนเมื่อได้รับคำสั่งก็ได้เดินนำทางไปจนกระทั่งคนทั้งสามได้เข้ามาลึกขึ้นจนถึงภายในป่าเมฆฝนเป็เขตที่สามารถเจอสัตว์อสูรระดับสองถึงสามได้มากขึ้น
“หลังจากนี้เราจะเริ่มเจอสัตว์อสูรอย่างจริงจังแล้วอาจจะมีสัตว์อสูรระดับสามโผล่มาบ้าง” อูซวนกล่าวแนะนำอูฉานและอูซวนเพิ่มความระมัดระวังในการคุ้มกันมากขึ้นทั้งสองกระจายััปราณของตนเองไปรอบๆ ทันที
“ทางนั้นขอรับคุณชายใหญ่... สัตว์อสูรระดับสอง กระต่ายป่าเขาเดียว” อูฉานได้บอกกับอูหลินเฟิงแล้วชี้ไปยังทิศทางที่พบสัตว์อสูร
“กระต่ายป่าเขาเดียวเป็สัตว์อสูรระดับต่ำ มีพลังโจมตีไม่มากแต่มีความเร็วที่มากจนพวกสัตว์อสูรระดับสามบางตัวก็ไม่สามารถล่าได้คุณชายใหญ่ท่านอยากให้ข้าไปจับมาหรือไม่” อูซวนถามกับอูหลินเฟิงด้วยความเร็วของปราณอัสนีม่วงปราณประจำตระกูลอูย่อมสามารถจับได้ตัวของกระต่ายป่าเขาเดียวได้อย่างง่ายดาย อูหลินเฟิงใช้พลังิญญาเข้าจู่โจมทันที
“ไม่จำเป็…เราอยู่ห่างๆ แบบนี้ดีแล้ว” อูหลินเฟิงใช้พลังิญญาออกมาโดยที่สองคนข้างกายไม่อาจััได้เลยแม้แต่น้อย
ทักษะิญญาควบคุมิญญา
พลังิญญาที่แม้เชื่องช้าแต่กระต่ายป่าเขาเดียวที่กำลังหาของกินอยู่ ไม่อาจััได้ถึงภัยคุกคามแม้แต่น้อยพลังิญญาของอูหลินเฟิงเข้าแทรกแซงิญญาของกระต่ายป่าเขาเดียวอย่างรวดเร็วจึงถูกอูหลินเฟิงควบคุมได้อย่างง่ายได้
“มานี่มา” กระต่ายป่าเขาเดียวที่โดนควบคุมก็เดินเข้ามาหาอย่างเชื่อฟังทันที
“พลังจิตของคุณชายช่างยอดเยี่ยมจริงๆเพียงแค่จ้องมองก็สามารถควบคุมสัตว์อสูรได้อย่างง่ายดาย” อูซวนบอกถึงแม้พลังจิตจะเป็พลังหายาก แต่ว่าอูซวนเองก็เคยเห็นพวกนักฝึกสัตว์มาก่อนแต่ก็ไม่เคยเห็นนักฝึกสัตว์คนไหนสามารถความคุมสัตว์อสูรได้เร็วขนาดนี้
บรูว!!!
แต่ในขณะนั้นเองเสียงหอนของหมาป่าได้ดังขึ้นพร้อมเสียงสิ่งมีชีวิตบางสิ่งวิ่งใกล้เข้ามาทางกลุ่มคนทั้งสามคนด้วยความเร็วสององค์รักษ์เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว เข้าปกป้องอูหลินเฟิงจากทางด้านหน้าอูฉานยกหมัดขึ้นพร้อมปล่อยหมัดออกไปทันที ส่วนอูซวนชักกระบี่ทั้งสองโคจรลมปราณไปทั่วร่างพร้อมต่อสู้
หลังจากนั้นก็มีสัตว์อสูรวิ่งเข้ามาสิ่งที่ทั้งสามคนเห็นก็คือ หมาป่าขนสีแดงส้มแปดตัวกำลังใกล้เข้ามา
“หมาป่าขนเพลิงสัตว์อสูรระดับสี่ขั้นกลาง? ทำไมถึงได้มาอยู่เขตรอบนอกของป่ากัน?” อูซวนตั้งข้อสงสัยเพราะว่าอาณาเขตล่าของฝูงหมาป่าเพลิงคือเขตชั้นในของป่าเมฆฝนเป็เขตของสัตว์อสูรระดับกลางสัตว์อสูรระดับสี่ถึงระดับหกแต่เขตชั้นนอกอย่างที่นี่คือเขตของสัตว์อสูรระดับต่ำระดับหนึ่งถึงระดับสามเท่านั้น
“อูซวนคุ้มกันคุณชายใหญ่…พวกนี้ข้าจัดการเอง”อูฉานพูดพร้อมกับเร่งปราณอัสนีของตนเองขึ้นมา
เกราะปราณอัสนีม่วง
ปราณอัสนีสีม่วงอ่อนสัญลักษณ์ประจำตระกูลอูได้แผ่ออก ห่อหุ้มร่างกายของอูฉานจนกลายเป็เกราะสายฟ้าทำให้อูฉานสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังทำให้สามารถโจมตีได้อย่างรุนแรง
“เดี๋ยวก่อน!!!อูฉาน ข้าขอลองอะไรหน่อย” แต่ก่อนที่อูฉานจะลงมือ อูหลินเฟิงได้ห้ามไว้
“แต่ว่าคุณชายใหญ่!!…นั่นมันสัตว์อสูรระดับสี่นะขอรับ” อูฉานกล่าวด้วยความเป็ห่วง
“เชื่อใจข้าหากข้าทำไม่ได้ พวกเ้าสามารถปกป้องข้าได้หรือไม่” อูหลินเฟิงกล่าวเขาเชื่อว่าตนสามารถควบคุมพวกมันพร้อมกันได้ทั้งหมด
“ได้ขอรับ/ ได้ขอรับ” องครักษ์ทั้งสองตอบรับพร้อมกันพวกเขาปล่อยให้อูหลินเฟิงทำตามใจของตนโดยไม่ลดการป้องกันลงแม้แต่น้อยหากมีอะไรผิดพลาดพวกเขาจะลงมือทันทีด้วยพลังลมปราณระดับห้าของทั้งสองย่อมสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับสี่ได้อยู่แล้ว
ทักษะิญญาควบคุมิญญา
อูหลินเฟิงได้เร่งทั้งพลังจิตและพลังิญญาขึ้นไปอีกกระจายออกไปรอบตัวและตรงไปยังหมาป่าขนเพลิงทั้งแปดเมื่อหมาป่าทั้งแปดวิ่งผ่านก็โดนพลังิญญาแทรกแซงเข้าไปทันทีที่โดนพลังิญญาของอูหลินเฟิง ความดุร้ายที่แสดงออกมาก็หายไปทันทีกลายเป็หมาป่าขนเพลิงแปดตัวที่กำลังกระดิกหางให้อูหลินเฟิงแทน
“เด็กดีเด็กดี ทำไมพวกเ้าถึงได้มาอยู่แถวนี้กัน” อูหลินเฟิงได้เดินเข้าไปหาหมาป่าทั้งแปดพร้อมลูบหัวทีละตัว อูหลินเฟิงพูดราวกับว่าสามารถคุยกับสัตว์อสูรได้
“ถึงขนาดทำให้สัตว์อสูรระดับสี่แปดตัวเชื่องได้ทันทีระดับพลังจิตของคุณชายใหญ่สูงขนาดไหนกันแน่!!”อูซวนมองไปยังอูหลินเฟิงอย่างตื่นตะลึง ไม่เพียงแต่อูซวนเท่านั้นที่ตะลึงอูฉานเองก็ใไม่แพ้กัน
หมาป่าขนเพลิงที่ได้ยินคำถามของอูหลินเฟิงก็หันไปยังทิศทางที่พวกมันวิ่งมาภายในใจของพวกมันเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาพร้อมๆ กันจนอูหลินเฟิงสามารถรู้สึกถึงความกลัวนั้นได้อย่างชัดเจน
“ดูเหมือนว่า…พวกมันกลัวอะไรบางอย่างที่ใจกลางป่าเมฆฝน” อูหลินเฟิงกล่าว
“คุณชายใหญ่…ท่านคุยกับพวกมันได้ด้วยหรือขอรับ”อูฉานถามอย่างสงสัยหรือว่าพลังจิตของคุณชายใหญ่มีมากจนสามารถคุยกับสัตว์อสูรได้ผ่านพลังจิต
“ไม่หรอกแต่ว่าพลังจิตของข้าสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของสิ่งมีชีวิตได้ทำให้ข้าสามารถััถึงความกลัวจากพวกมันได้ นอกจากนั้นตอนที่พวกมันจะโจมตีเราข้าสามารถััถึงทั้งความกลัวและความโกรธอย่างรุนแรงจากพวกมันทั้งแปดได้อีกด้วย”อูหลินเฟิงตอบ
“พวกมันจะกลัวอะไรได้??” อูฉานถาม แต่ว่าเขายังไม่ทันได้ถามจบประโยคแรงกดดันจากลมปราณอันมหาศาลก็ถูกส่งมาจากฟากฟ้าไม่ไกลมากนักเพียงแค่แรงกดดันการลมปราณก็สามารถทำให้นักสู้ระดับห้าทั้งสองอย่างอูฉานและอูซวนถึงกับขนลุกตั้งขันด้วยความหวาดกลัว
กริ๊ดดด!!!!พรึบ! พรึบ!
เสียงร้องและเสียงกระพือปีกดังขึ้นมาจากบนฟ้าทันทีที่ได้ยินเสียงร้องหมาป่าขนเพลิงทั้งแปดและกระต่ายป่าเขาเดียวก็หนีเตลิดไปคนละทางพลังลมปราณมหาศาลถึงขนาดที่ทำให้ทั้งสามคนอึดอัด พุ่งลงมาจากบนฝากฟ้า พร้อมๆกับเงาวิหคขนาดใหญ่ที่บินอยู่บนฟ้า เป็วิหคขนาดมหึมามีขนสีดำทั่วตัวราวกับขนของอีกาแต่ว่าที่ขนของมันมีปราณสีดำที่มีลักษณะคล้ายควันสีดำมีประกายจุดสีแดงกะพริบอยู่ภายในลอยออกมาตลอดเวลา
“บ้าน่า!!!!นั่นมัน วิหคมรณะ สัตว์อสูรระดับหกชั้นสูง าาแห่งป่าเมฆฝนทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ได้” อูฉานกล่าวเมื่อเห็นวิหคขนาดมหึมาเคลื่อนที่ไปมาบนฟ้า
“คุณชายใหญ่...สัตว์อสูรตนนี้เกินความสามารถของข้าทั้งสอง…ได้โปรดรีบหนีเถอะขอรับ”อูซวนบอกกับอูหลินเฟิง ต่อให้ประมุขตระกูลอย่างอูไต้หรงมาด้วยตนเองก็ยังไม่อาจจัดการกับวิหคมรณะได้อย่างแน่นอนพวกเขาทั้งสองที่เป็เพียงนักสู้ระดับห้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง
“ได้ตกลง รีบกลับกันเถอะ” อูหลินเฟิงก็เห็นด้วยกับทั้งสอง วิหคตัวนี้อันตรายเกินไปทั้งสามคนรีบออกจากป่าเมฆฝนโดยเร็ว