กู้ซิ่วไฉยิ้มชี้ไปยังสิ่งที่กองบนพื้น“ฉินเจียกง ที่เ้าหกเก็บมามิใช่เห็ด แต่เป็หลินจือส่วนเ้านี้ก็มิใช่หัวไชเท้าแต่เป็โสม”
จ้าวซื่อได้ยินเช่นนี้นก็พานจะเป็ลมยื่นมือไปจับแขนผู้เป็สามีเอาไว้ “ท่านพี่ ข้าขาไม่มีแรงเหมือนจะเป็ลม!”
ในเวลาเดียวกันหยวนเหล่าเอ้อร์เอามือกุมหน้าอกพลางเอ่ย“แต่ข้าขามิได้ไม่มีแรง ข้าปวดใจ!”
ย้อนกลับไปกว่าสองปีก่อน วันหนึ่งเ้าหกนำของสองสิ่งนี้มายัดใส่มือให้พวกเขาหากแต่ทั้งคู่กลับรังเกียจว่ามันรสชาติไม่ดี กินแล้วเืกำเดาไหลจึงกินแค่คำสองคำ จากนั้นก็ไม่แตะต้องมันอีก
หยวนเหล่าเอ้อร์กับจ้าวซื่อต่างช่วยประคองตัวพากันไปนั่งที่เก้าอี้ ก่อนหันไปถามกู้ซิ่วไฉเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง“ฉินเจียกง แน่ใจหรือว่านี่คือหลินจือกับโสม”
กู้ซิ่วไฉพยักหน้า “สมัยยังหนุ่มข้าเคยเห็นมันมาก่อนอีกทั้งในตำราการเกษตรและสมุนไพรก็มีรูปยืนยัน ข้าไม่มีทางจำผิดแน่นอน”
โอ๊ย ช่างปวดหัวใจเหลือเกินกระนั้นหยวนเหล่าเอ้อร์ก็ยังถามต่อ “เช่นนั้นท่านรู้ราคาของพวกมันหรือไม่”
กู้ซิ่วไฉขบคิดอยู่ชั่วครู่ถึงค่อยตอบ“หากเป็โสมที่มีอายุยี่สิบสามสิบปี ขายต้นละยี่สิบถึงสามสิบตำลึงแต่หากเป็โสมที่มีอายุร้อยปีขายต้นละสองถึงสามร้อยตำลึงส่วนหลินจือต้องดูด้วยว่าเป็ประเภทใด หากเป็หลินจือคุณภาพดีราคาก็ยิ่งสูง โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ห้าสิบตำลึงหลินจือที่คุณภาพดีๆ ขายได้ถึงสองพันตำลึงก็มี”
จ้าวซื่อถึงกับสูดปากด้วยความตื่นใรีบเอามือขึ้นมานับว่าหลายปีที่ผ่านมานางทิ้งไปแล้วกี่ต้น
ไอ้หยา คราวนี้มิใช่แค่ปวดใจแต่ปวดไปทั้งตัวเลยทีเดียว!
หยวนเหล่าเอ้อร์ลุกขึ้นยืนชี้มือไปยังหลินจือและโสมที่กองอยู่บนพื้น “เช่นนั้นก็หมายความว่าทั้งหมดนี้สามารถขายเป็เงินได้หลายร้อยตำลึงน่ะสิ ในเมื่อเ้าหกเป็คนเก็บมาได้พวกมันก็ต้องเป็ของนาง ถ้าเช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะนำมันไปขายในอำเภอ”
“ข้าไม่ขาย!”เ้าหกวิ่งไปที่กองหลินจือและโสม กางแขนทั้งสองข้างออกเพื่อขวางมิให้ใครเอาไป
“หัวไชเท้าข้าจะให้ท่านพ่อท่านแม่กู้กินส่วนเห็ดข้าจะให้พี่ชายกิน ข้าไม่ขาย!” เ้าหกกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังเด็ดเดี่ยว
หยวนเหล่าเอ้อร์ถลึงตาโตใส่บุตรสาวชี้นิ้วมาที่ตนเองและจ้าวซื่อ “เ้าหก แต่พ่อกับแม่คือบิดามารดาแท้ๆ ของเ้านะ!” บุตรสาวไม่คิดจะแบ่งให้พวกตนสักนิดเลยหรือเวลานี้เขารู้สึกเหมือนมีคนสาดน้ำส้มใส่แผลเก่าก็มิปาน แผลที่จากเดิมก็เ็ปอยู่แล้วยิ่งเ็ปมากขึ้นไปอีก
เขารู้สึกเสียใจเหลือเกินที่ตัดสินใจให้เ้าหกมาอยู่บ้านสกุลกู้!
ก่อนหน้านี้เป็เพราะเห็นว่าตัวเองเป็ฝ่ายได้เปรียบหากให้เ้าหกมาอยู่ที่นี่อย่างไรเสียการที่บุตรสาวมากินมาดื่มมานอนที่บ้านสกุลกู้ ฝ่ายที่จะเสียเปรียบก็คือคนบ้านสกุลกู้ขณะที่เขาเองไม่ต้องสูญเสียสิ่งใดเลย ทว่ายามนี้…
เขารู้สึกเสียเปรียบอย่างยิ่ง!
“พวกท่านไม่กิน ท่านแม่แอบให้กระต่ายกับหมูกินส่วนท่านพ่อแอบเอาไปโยนทิ้งแม่น้ำ” เ้าหกเอ่ยอย่างขึ้งโกรธ
กู้เอ้อร์หลางซึ่งกำลังฟังคนถกกันถึงกับลอบกลืนน้ำลายอย่างมิกลัวเสียหน้าหลายปีที่ผ่านมาท่านอารองกับท่านอาสะใภ้รองจ้าวโยนเงินทิ้งไปเท่าไรแล้วนี่คิดแล้วเ็ปใจแทนเหลือเกิน!
กู้ซานหลาง “พี่รองท่านว่าเนื้อกระต่ายที่กินหลินจือกับโสมเข้าไปจะอร่อยหรือไม่”
กู้ซื่อหลาง “นั่นสิขอรับเนื้อหมูด้วย”
หยวนเหล่าเอ้อร์ “…”
จ้าวซื่อ “…”
‘ฮือๆเ็ปใจเหลือเกิน!’
“พวกเ้าเงียบเสีย!” กู่ซื่อตวาดใส่บุตรชายทั้งสามก่อนจะหันไปมองเ้าหกด้วยแววตาอ่อนโยน ไฉนใต้หล้าถึงมีเด็กหญิงผู้ดีงามเพียงนี้นะ วันหน้านางจะไปจุดธูปขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดที่ได้ส่งเ้าหกมาให้
“เ้าหกถึงแม้อาการป่วยของพ่อกับแม่ต้องใช้โสมในการรักษา ใช้แค่ต้นเดียวก็เพียงพอ พรุ่งนี้ให้พ่อของเ้านำโสมต้นหนึ่งไปถามราคาในอำเภอเถิดแล้วแม่ค่อยให้เงินเ้าดีหรือไม่
“ส่วนโสมที่เหลือกับหลินจือก็เก็บเอาไว้เป็สินเดิมบางส่วนที่เหลือให้นำไปขายตามที่พ่อของเ้าว่า” กู่ซื่อเดินเข้าไปหาเ้าหกคุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หยวนเหล่าเอ้อร์กับจ้าวซื่อพยักหน้ารัวๆประหนึ่งไก่จิกข้าวสาร “ฉินเจียมู่กล่าวได้ถูกต้อง”
“ไม่ขาย! อย่างไรข้าก็ไม่ขาย!” เ้าหกยังคงยืนยันอย่างดื้อดึง ก่อนจะกอบเอาหลินจือขึ้นมาหอบไว้ แล้วรีบวิ่งไปตรงหน้ากู้อวี้“พี่ชาย ข้าให้”
“เ้าหก พ่อผิดไปแล้ว ด้วยเพราะก่อนหน้าพ่อไม่รู้หากแต่ตอนนี้พ่อรู้แล้ว สัญญาว่าจะไม่เอาไปโยนทิ้งแม่น้ำอีกเด็ดขาดเ้าเก็บโสมมาได้หลายต้น แบ่งให้พ่อสักต้นสองต้นได้หรือไม่”หยวนเหล่าเอ้อร์ขอร้องบุตรสาวด้วยสีหน้าท่าทางน่าสงสาร คิดในใจว่าเ้าหกต้องเห็นใจเพราะนางเป็คนใจอ่อน
“ท่านพ่อรู้ตัวว่าผิดแล้วจริงหรือ”
เป็อย่างที่คิดบุตรสาวหันหน้ากลับมาถามย้ำ ก่อนจะหยิบโสมหนึ่งต้นขึ้นมาจากพื้นยื่นใส่มือเขา
หยวนเหล่าเอ้อร์มองไปยังกองหลินจือที่อยู่บนเตียงทว่ายังไม่ทันจะเอ่ยปาก เ้าหกกลับพูดขัดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “ไม่ได้ หลินจือเหล่านี้เป็ของพี่ชาย!”
หยวนเหล่าเอ้อร์พยายามฝืนยิ้มออกมา พลางบอกเตือนตัวเองในใจว่าต้องค่อยเป็ค่อยไป เ้าหกยังมิรู้ความ หากแต่สกุลกู้จะไม่รู้ความด้วยไม่ได้ เช่นนั้นค่อยขอลับหลังก็ได้ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณทางสายตาให้แก่ภรรยา
จ้าวซื่อเห็นสายตาที่ส่งมาก็เข้าใจในทันที นางเอามือกุมหน้าอกประหนึ่งเ็ปหนักหนา“เ้าหก แล้วแม่เล่า แม่เองก็รู้ตัวว่าผิดไปแล้ว” เห็นเ้าหกมองมาอย่างสงสัย จึงยอมรับผิดออกไปทันใด
“ก็ได้”เ้าหกหยิบโสมต้นหนึ่งมายัดใส่มือมารดา จ้าวซื่อยกมือเช็ดน้ำตาพลางเอ่ย“แม่ยังรู้สึกเ็ปอยู่เลย หากให้แม่อีกสักสองต้น แม่ก็จะไม่เจ็บแล้ว”
เ้าหกหยิบขึ้นมาอีกสองต้นยัดใส่มือมารดาส่วนที่เหลือนางหอบไปไว้ในมือกู่ซื่อ
“เ้าหกหิวแล้วหรือไม่ ไปกินข้าวกันเถอะ” กู่ซื่อเอ่ยชวนพลางวางโสมเอาไว้บนโต๊ะด้านข้าง ก่อนจูงมือเด็กหญิงเดินออกจากห้องไป“พวกเราไปกินข้าวกัน แม่ทำไข่ตุ๋นโรยเนื้อสับกับพริกหยวกยัดไส้หมูให้เ้าด้วย”
เ้าหกเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองก็รู้สึกหิวแล้วเช่นกันครั้นได้ยินชื่ออาหารแล้วดวงตาเปล่งประกาย ประหนึ่งได้กลิ่นหอมของอาหารลอยในบัดดลคิดแล้วก็น้ำลายไหล อยากจะกินทั้งหมดเสียเดี๋ยวนั้น
“พวกเ้าก็ไปกินข้าวเถิด”กู้ซิ่วไฉหันไปเอ่ยกับบุตรชายอีกสามคนของตน
ครั้นสามพี่น้องกู้เดินออกจากห้องไปแล้วกู้ซิ่วไฉถึงได้หันไปเอ่ยกับหยวนเหล่าเอ้อร์ “ฉินเจียกง ฉินเจียมู่พวกท่านวางใจเถิด ของของเ้าหกอย่างไรก็ต้องเป็ของนาง พวกเราไม่นำมายึดครองอย่างแน่นอนหากพวกเราอยากได้ก็จะใช้เงินซื้อตามราคาที่ขายกันในร้านยา ภายภาคหน้าหากจะเก็บไว้เป็สินเดิมหรือจะนำไปทำอะไรก็ล้วนแล้วแต่นางและพวกท่านจะตัดสินใจ”
หยวนเหล่าเอ้อร์ได้ยินคำมั่นจากอีกฝ่ายก็ลอบผ่อนลมหายใจ“ฉินเจียกง ท่านมีร้านยาที่พอจะรู้จักหรือไม่พรุ่งนี้ข้าจะได้เดินทางไปสอบถามราคาของโสม”
กู้ซิ่วไฉพยักหน้า“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกท่านมากินข้าวเช้าที่นี่ จากนั้นพวกเราค่อยออกเดินทางเข้าไปในอำเภอด้วยกันดีหรือไม่”
“เช่นนี้ก็ดี”หยวนเหล่าเอ้อร์ยิ้มตอบรับ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากบ้านสกุลกู้ไปพร้อมภรรยา
ในมือของเขาเวลานี้มีโสมสี่ต้นอย่างน้อยก็น่าจะขายได้สักเจ็ดสิบถึงแปดสิบตำลึง ในหมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้เงินแค่ยี่สิบตำลึงก็สามารถสร้างบ้านจากอิฐและกระเบื้องได้แล้ว แต่พอคิดถึงว่าหากนำโสมไปขายแล้วได้เงินมาก็ต้องแบ่งรายได้ให้บ้านใหญ่อีกเพียงแค่คิดเขาก็อยากจะร่ำไห้ หากรู้เช่นนี้วันนั้นยอมแยกบ้านออกไปเสียก็ดีบ้านใหญ่จะได้ไม่มีสิทธิ์มาขอปันส่วนแบ่ง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจเหลือเกิน!